
31/3/2568 • โดย Homeday
สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย (เคพีเอ็มจี) ร่วมจัดอบรมหลักสูตร Digital Asset Director Program (DAD) ซึ่งเป็นหลักสูตรความรู้ด้านการบริหารกิจการที่ดีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ โดยตั้งเป้าพัฒนาความรู้ และเสริมศักยภาพด้านสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับผู้บริหารและผู้ประกอบการไทย สร้างมาตรฐานการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล สู่การยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างโปร่งใสและยั่งยืน นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) กล่าวว่า “ปัจจุบันสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยสมาคมฯ มีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงานเดียวกัน พร้อมมุ่งเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการดำเนินงานตามแนวทาง ESG ผ่านการจัดอบรมให้ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ โดยสมาคมฯ ได้ร่วมมือกับเคพีเอ็มจีซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ในการออกแบบหลักสูตร Digital Asset Director Program (DAD) สำหรับผู้นำองค์กร ที่มีจุดเด่นในการให้ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเปิดกว้างในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่าง ๆ จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน นำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” ด้าน นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาและลาวเปิดเผยว่า “ปัจจุบันรูปแบบการเงินและการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงจำเป็นที่จะต้องมี Growth Mindset เพื่อรับมือกับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย การสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษี กฎหมาย การบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงินของสินทรัพย์ดิจิทัล จะช่วยให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยข้อมูลจากผลสำรวจ CEO Outlook ล่าสุดของเคพีเอ็มจี ชี้ให้เห็นว่า CEO ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการนำดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ ซึ่งเทรนด์นี้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการสนับสนุนการทำธุรกรรมดิจิทัลและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เคพีเอ็มจีในฐานะบริษัทที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 140 ประเทศทั่วโลก จึงใช้จุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญผสานเครือข่ายจาก TDO ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล (Governance) ตั้งแต่ระดับผู้นำองค์กรไปจนถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน [...]

6/10/2568 • โดย Homeday
ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และคณะผู้บริหาร เปิดมุมมองภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ บนเวที Thailand Climate Action Conference 2025 ชี้นโยบาย กฎหมาย เงินทุน และกลไกขับเคลื่อนที่ชัดเจน พร้อม ‘ลงมือทำอย่างมีระบบ’ ภายใต้ Public-Private-People Partnership บูรณาพัฒน์ความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน หนทางสู่ความสำเร็จ ทางรอดวิกฤต Climate Change ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ #TCMA #สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย #ThaiCementClimateAction #TCMAtoNetZero2050 #TCAC2025 #COP30

12/1/2567 • โดย Homeday
กฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ ปลดล็อคคู่รัก LGBTQ+ ซื้อบ้านการซื้อบ้านสักหลังของคู่รัก LGBTQ+ ในอนาคตจะเป็นประสบการณใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม หลังจาก ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้ในอนาคตสิทธิประโยชน์ที่ คู่รัก LGBTQ+ จะได้รับจา

10/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวานนี้ (วันที่ 8 เมษายน 2568) บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (บริษัทฯ) ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในนาม “Bitkub Exchange” เปิดตัวแคมเปญใหม่ #บิทคับไม่มีมอม้า เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการยกระดับมาตรการต่าง ๆ ในการให้บริการ เช่น ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 Bitkub Exchange เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำร่องการบังคับใช้มาตรการจัดการบัญชีม้า โดยบริษัทฯ ได้ออกมาตรการระงับรายการถอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการชั่วคราวสำหรับลูกค้าใหม่ที่สร้างบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าลูกค้าจะดำเนินการยืนยันตัวตนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างถูกต้องครบถ้วน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ออกมาตรการต่าง ๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย อีกด้วย คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด กล่าวว่า [...]

3/10/2568 • โดย Homeday
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดมุมมองภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ บนเวที Thailand Climate Action Conference 2025 ชี้นโยบาย กฎหมาย เงินทุน และกลไกขับเคลื่อนตามข้อตกลงปารีสที่ชัดเจน พร้อม ‘ลงมือทำอย่างมีระบบ’ ภายใต้ Public-Private-People Partnership บูรณาพัฒน์ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน หนทางสู่ความสำเร็จ ทางรอดวิกฤต Climate Change ประเทศไทย และทั่วโลก ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยแนวคิดและมุมมองของภาคอุตสาหกรรมต่อเวทีเจรจาระดับโลก COP30 ในการประชุม “ภาคีการขับเคลื่อนการปฎิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย” ครั้งที่ 4 (Thailand Climate Action Conference : TCAC 2025) ภายใต้แนวคิด จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด (Inspiring Climate Solutions for All) จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม [...]

13/8/2568 • โดย Homeday
นักวิชาการผังเมือง พบอสังหาฯเกิด Reverse Trend หนีการขยายตัวออกนอกเมือง สู่การ Re-Development ปรับปรุง-รื้อถอนอสังหาฯโซนเมือง เนรมิตทรัพย์เก่าสู่ศักยภาพใหม่ ตลาดน้อย-อารีย์-เจริญกรุง-ทรงวาด-เยาวราช มาแรง พลิกโฉมที่ดิน-โกดังเก่า นำที่ดินแปลงเล็กถูกมองข้าม เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์-โรงแรมบูติก-โครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ด้าน “The NEXT Real” เตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ “ReDev” มอบความรู้กฎหมาย-ทำเล-งานอาร์ท-งานรีโนเวท ดันลูก Landlord และ Dev รุ่นใหม่ พร้อมสร้าง ecosystem วงการ ReDev เริ่มเรียน ต.ค.นี้ ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองศาสตราจารย์ ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการขยายตัวออกนอกเมือง กลับมาสู่กระแสการ “Re-Development” หรือปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ที่เสื่อมโทรมหรือไม่ได้ใช้งานให้ดีขึ้น ผ่านกระบวนการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม ก่อสร้างสิ่งใหม่ หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยมีหลายทำเลที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิ ตลาดน้อย อารีย์ เจริญกรุง ทรงวาด เยาวราช [...]

28/2/2568 • โดย Homeday
รายงานใหม่ผลักดันให้ประเทศไทยสร้างมิติใหม่ทลายกำแพงการซ่อมแซม จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของไทย สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม‘อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์’ (Right to Repair – R2R) แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อะไหล่ทดแทนใช้งานได้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Parts Pairing’ หรือ การจับคู่ชิ้นส่วน ที่ส่งผลให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก การขาดทางเลือกของผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นแรงผลักสำคัญให้ R2R เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์สามารถซ่อมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้นแก่ผู้บริโภค หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายดังกล่าวแล้ว และปัจจุบันมีอีก 30 รัฐที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้กฎหมาย R2R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการขับเคลื่อนพัฒนาวิชาชีพและส่งเสริมจริยธรรมสื่อเพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์—เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และผู้บริหารคณะฯ ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นำโดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ตำแหน่ง ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตและนำเสนอสื่อข่าวสาร ความรู้ และสาระประโยชน์ ตลอดจนการดำเนินการอื่น ๆ ภายใต้กฎหมายและจรรยาบรรณ ตลอดจนการสร้างนิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้มีการศึกษา วิจัย อบรม พัฒนาความรู้ และการสร้างนวัตกรรมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ และบุคลากรในด้านการผลิตสื่อ—เว็บไซต์คณะวิทยาการจัดการ : https://ms.bsru.ac.th/ติดตามข่าวสารต่างๆ ของคณะวิทยาการจัดการ ได้ที่ https://www.facebook.com/MsBSRU

3/3/2568 • โดย Homeday
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นำทีมผู้บริหาร สคส. เข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ประกาศความพร้อมบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ปิดประตูช่องทางการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า “การยกระดับบูรณาการในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างจริงจัง เราให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อขจัดปัญหาการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบที่เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กรตำรวจ และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันและตระหนักถึงสิทธิของตนเอง ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนต้องได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด และจะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมิจฉาชีพอีกต่อไป” พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวต่อว่า การยกระดับการบูรณาการในครั้งนี้มุ่งเน้น 3 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางข้อมูล ได้แก่ 1. เปิดเกมบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ปิดตลาดมืดซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เร่งปราบปรามเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ รองรับมติคณะรัฐมนตรีที่ปรับปรุง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังด้วยระบบ PDPC Eagle [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
เสียงดังยามวิกาลเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากงานก่อสร้าง เสียงจากเพื่อนบ้าน หรือเสียงดังจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง การพักผ่อนที่เพียงพอถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายด้านเสียงรบกวน ระดับเสียงที่เป็นมาตรฐาน ช่องทางการแจ้งเมื่อได้รับความเดือดร้อน และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เพื่อให้คุณสามารถรักษาสิทธิและอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เสียงดังระดับไหนถือว่าผิดกฎหมาย? มาตรฐานที่ทุกคนควรรู้ กฎหมายไทยได้กำหนดมาตรฐานระดับเสียงที่ยอมรับได้ไว้อย่างชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการใช้เสียงที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น โดยแบ่งเป็นหลายมาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ซึ่งกำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไปไว้ดังนี้ ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ยของระดับเสียงตลอดทั้งวัน โดยระดับเสียงนี้เทียบเท่ากับเสียงจราจรหนาแน่นหรือเสียงเครื่องดูดฝุ่น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดค่าระดับเสียงสูงสุดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ต้องไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ ซึ่งเทียบเท่ากับเสียงเครื่องบินไอพ่น เสียงคอนเสิร์ต หรือเสียงระเบิดพลุ สำหรับเสียงรบกวนยามวิกาลโดยเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. กฎหมายกำหนดให้ค่าระดับเสียงรบกวนต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างระดับเสียงพื้นฐานตามธรรมชาติกับระดับเสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงรบกวน หากเสียงดังเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความเสียหายต่อประสาทหู ความเครียด ความกังวล อาการปวดหัว เวียนหัว และปัญหาการนอนหลับ ปัญหาเสียงดังจากงานก่อสร้าง กฎหมายคุ้มครองคุณอย่างไร เสียงดังจากงานก่อสร้างเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงมากที่สุด โดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร [...]

23/4/2568 • โดย Homeday
ภาษีมรดกเป็นหนึ่งในภาษีที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทางการเงินและการส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาท โดยในประเทศไทยได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสียภาษีในอัตรา 5% หรือ 10% ตามประเภทของความสัมพันธ์ บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมรดกอย่างละเอียด ทั้งนิยาม ผู้ที่ต้องเสีย ประเภททรัพย์สินที่เข้าข่าย วิธีการคำนวณ และเทคนิคการวางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดของทายาท ภาษีมรดกคืออะไร? และทำไมรัฐถึงต้องจัดเก็บ? ภาษีมรดก หรือ Inheritance Tax คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้รับมรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นทายาททางสายเลือดหรือบุคคลอื่นที่ได้รับการระบุในพินัยกรรม โดยตามกฎหมายไทยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ได้รับมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นการเก็บภาษีจากผู้รับมรดก ไม่ใช่จากกองมรดกหรือเจ้ามรดกผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ มีการออกแบบมาเพื่อกระจายความมั่งคั่งในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับรัฐ ภาษีมรดกมีหลักการพื้นฐานว่า ผู้ที่ได้รับทรัพย์สินมูลค่าสูงโดยไม่ต้องลงแรงเอง ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศผ่านการจ่ายภาษี ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับระบบภาษีอากรทั่วโลกที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมทางสังคม โดยการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก? กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร? การพิจารณาว่าใครต้องเสียภาษีมรดกนั้น มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย โดยครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ดังนี้: บุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษีมรดกประกอบด้วย 3 [...]