กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

22/5/2568 • โดย Homeday
บัวเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและความหมายพิเศษในวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธาแล้ว ยังเป็นไม้น้ำที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามในบ่อหรือภาชนะต่างๆ ภายในบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการปลูกบัวเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้ว หากเข้าใจวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกบัวให้งามและออกดอกสวยได้ตลอดทั้งปี มาทำความรู้จักกับพันธุ์บัว วิธีปลูก และการดูแลบัวให้สวยงามกันดีกว่า รู้จักกับสายพันธุ์บัวที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? บัวในประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ โดยแต่ละสกุลมีลักษณะเฉพาะและความสวยงามที่แตกต่างกันไป บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้น้ำ” มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหล ใบเมื่อยังอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่จะชูเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกชูสูงเหนือน้ำ มีทั้งดอกทรงป้อมและแหลม กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน พันธุ์บัวหลวงที่นิยมปลูกในไทยมี 4 พันธุ์หลัก: ปทุม หรือ “บัวแหลมแดง” – ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน ปุณฑริก หรือ “บัวแหลมขาว” – ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน สัตตบงกช หรือ “บัวฉัตรแดง” [...]

22/11/2565 • โดย Homeday
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงบางแก้ว สุนัขบางแก้วมีพฤติกรรมก้าวร้าว ดุร้ายหากไม่ได้รับการฝึกฝน และฝึกความอดทนมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องมีเวลาอบรมฝึกฝนผู้เลี้ยงต้องมีเวลาดูแลอย่างใ

18/5/2568 • โดย Homeday
โป๊ยเซียนเป็นต้นไม้มงคลที่มีความโดดเด่นด้วยความทนทาน ดูแลง่าย และมีความหมายดีตามความเชื่อโบราณ หลายคนนิยมปลูกเพราะนอกจากความสวยงามของดอกหลากสีแล้ว ยังเชื่อว่าจะนำโชคลาภและความมั่นคงมาสู่ผู้ปลูกอีกด้วย โป๊ยเซียนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ทนต่อสภาวะแห้งแล้ง และออกดอกสวยงามได้ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการไม้ดอกไม้ประดับที่ดูแลไม่ยาก แต่ให้ความสวยงามและความเป็นมงคล โป๊ยเซียนคือไม้มงคลชนิดใด และมีที่มาอย่างไร? โป๊ยเซียน หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Crown of thorns หรือ Christ Thorn มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Euphorbia milii Des Moul เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบแอฟริกา โดยเฉพาะในหมู่เกาะมาดากัสการ์ และแถบหมู่เกาะคะเนรี มีการค้นพบสายพันธุ์มากกว่า 300 สายพันธุ์ ได้รับฉายาว่า “มงกุฎหนาม” เนื่องจากลักษณะลำต้นที่มีหนามแหลมขึ้นรอบๆ คล้ายมงกุฎ ชื่อ “โป๊ยเซียน” มาจากภาษาจีน มีความหมายว่า “เทพยดาผู้วิเศษ 8 องค์” นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่ามีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยโดยชาวจีนที่เข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา ในประเทศไทยยังมีชื่อเรียกอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ไม้รับแขก หรือว่านเข็มพระอินทร์ แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ โป๊ยเซียน ด้วยความเชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพเจ้า 8 องค์ที่คอยคุ้มครองมนุษย์ให้อยู่เย็นเป็นสุข ลักษณะของโป๊ยเซียนมีอะไรที่โดดเด่นและน่าสนใจ? โป๊ยเซียนจัดเป็นไม้อวบน้ำประเภทหนึ่ง [...]

25/5/2568 • โดย Homeday
ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]

24/4/2566 • โดย Homeday
5. มะม่วงแดงจักรพรรดิ์ หรือนิยมเรียกกันอีกชื่อว่า “มะม่วงพันธุ์อยู่เหวิน” ผลของมะม่วงจะมีสีเขียมอมม่วงเข้ม ทรงกลมรี ขนาดใหญ่ บางลูกหนักมากถึง 1 กิโลกรัม นิยมรับประทานทั้งดิบ

22/5/2568 • โดย Homeday
กล้วยเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทยที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ให้ผลผลิตเร็ว และมีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะปลูกไว้กินเองที่บ้านหรือปลูกเพื่อสร้างรายได้ก็ทำได้ไม่ยาก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับกล้วยให้มากขึ้น ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ต่างๆ วิธีปลูกและดูแล ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ ผู้ที่สนใจปลูกกล้วยสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมกล้วยถึงเป็นพืชที่น่าปลูก? ประโยชน์มหาศาลของกล้วยที่หลายคนอาจไม่รู้ กล้วยนับเป็นพืชมหัศจรรย์ที่ใช้ประโยชน์ได้ครบทุกส่วน ตั้งแต่ราก ลำต้น ใบ ดอก ไปจนถึงผล ซึ่งเป็นส่วนที่นิยมรับประทานมากที่สุด กล้วยมีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 50 ล้านปี ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วโลก กล้วยเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย ทนต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน และให้ผลผลิตรวดเร็วเพียง 8-12 เดือนหลังปลูก นอกจากความอร่อยแล้ว กล้วยยังอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต วิตามินหลายชนิด มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร กระตุ้นการขับถ่าย เสริมสร้างพลังงาน ลดอาการอ่อนเพลีย กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตลอดจนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมความดันโลหิต และแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง การรับประทานกล้วยเป็นประจำจะมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดี อย่างไรก็ตาม กล้วยไม่ใช่ยารักษาโรค จึงควรรับประทานควบคู่กับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ รู้จักกล้วยให้มากขึ้น สายพันธุ์ไหนนิยมปลูกในบ้านเรา? [...]

28/9/2564 • โดย Homeday
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือเคยปลูกต้นพลูด่างมากันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นพลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ ลักษณะที่แตกต่างก

22/5/2568 • โดย Homeday
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

26/4/2566 • โดย Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่าแคนตาลูปต่างจากเมล่อนอย่างไร และแคนตาลูปนั้นมีเพียงหนึ่งสายพันธุ์ หรือมีหลายสายพันธุ์กันแน่ วันนี้ Homeday มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับแคน

21/2/2568 • โดย Homeday
สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]
