กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

23/6/2568 • โดย Homeday
ต้นตะโกเป็นไม้ยืนต้นพันธุ์ไทยแท้ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros rhodocalyx Kurz อยู่ในตระกูล EBENACEAE ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Ebony และมีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ตะโกนา, นมงัว, มะโก, มะถ่านไฟผี, โก, ตองโก และพญาช้างดำ ต้นตะโกเป็นไม้ต้นขนาดกลางที่สูงได้ถึง 15 เมตร มีลำต้นสีดำแตกเป็นสะเก็ดหนา ใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับกัน รูปไข่ กว้างประมาณ 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 3-12 เซนติเมตร ออกดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อเล็กประมาณ 3 ดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว ผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5-3 เซนติเมตร ผลอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดง ขอบคุณภาพจาก : kapook ต้นตะโกมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างไร ต้นตะโกถือเป็นไม้มงคลที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยมาช้านาน ในประวัติศาสตร์การสร้างพระเมรุมาศสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต้นตะโกได้รับการเลือกเป็นพรรณไม้หลักมากกว่า 200,000 ต้น เพื่อประดับพระเมรุมาศ 4 การเลือกใช้ต้นตะโกเป็นเพราะต้นไม้ชนิดนี้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและสื่อถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ความเชื่อเรื่องไม้มงคลในประเทศไทยมีรากฐานมาจากความเชื่อดั้งเดิมก่อนการเข้ามาของศาสนาพุทธ คนโบราณมีความเชื่อในการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของอารักษ์และวิญญาณบรรพบุรุษ เนื่องจากต้นตะโกมีอายุยืนและทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงต้นปี ไม่เพียงแต่จะให้ความงดงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลากหลายที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ชมพูพันธุ์ทิพย์มีต้นกำเนิดจากไหน ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. และจัดอยู่ในวงศ์ Bignoniaceae ต้นไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกไปจนถึงประเทศเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ นอกจากนี้ยังเป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์อีกด้วย4 การเข้ามาสู่ประเทศไทยของชมพูพันธุ์ทิพย์เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยมีหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นผู้นำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรก ชื่อ “ชมพูพันธุ์ทิพย์” จึงได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้นำเข้าและเป็นการบ่งบอกถึงสีของดอกที่เป็นสีชมพู ลักษณะเด่นของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 8-25 เมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่ เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลหรือสีเทา แต่เมื่อมีอายุมากเปลือกลำต้นจะแตกเป็นร่อง เรือนยอดมีรูปไข่หรือทรงกลม แผ่กว้างเป็นชั้น5 ใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบเรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5 ใบ แผ่นใบหนาขอบเรียบ สีเขียวเข้ม ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ความกว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 7.5-16 เซนติเมตร ดอกและการออกดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์ออกเป็นช่อกระจุกตามกิ่ง ช่อละ 5-8 ดอก กลีบดอกมีทั้งสีชมพูอ่อน [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

16/6/2568 • โดย Homeday
ฟิโลเดนดรอนได้กลายเป็นหนึ่งในไม้ประดับภายในบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยใบทรงหัวใจที่สวยงาม การดูแลที่ง่ายดาย และความหลากหลายของสายพันธุ์ที่น่าประทับใจ ต้นไม้สกุลนี้มีมากกว่า 480 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ความเป็นเอกลักษณ์ของฟิโลเดนดรอนไม่เพียงแค่อยู่ที่ความสวยงาม แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและการสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านอีกด้วย วิธีเลือกฟิโลเดนดรอนสายพันธุ์ไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ? การเลือกฟิโลเดนดรอนสำหรับบ้านนั้นควรพิจารณาปัจจัยหลายประการ โดยสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นได้แก่ ฟิโลเดนดรอนใบหัวใจ (Heartleaf Philodendron) ซึ่งสามารถปรับตัวกับแสงน้อยได้ดีและดูแลง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่น ฟิโลเดนดรอนบราซิล (Brasil Philodendron) จะเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยลายใบสีเขียวอมเหลืองที่สะดุดตา สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ฟิโลเดนดรอนเบอร์กิน (Philodendron Birkin) เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและใบที่มีลายเส้นสีครีมบนพื้นเขียวเข้ม ในขณะที่ผู้ที่ต้องการความหรูหราอาจเลือกฟิโลเดンดรอนพิงค์ปริ้นเซส (Pink Princess) ที่มีใบสีเขียวเข้มผสมกับสีชมพูสวยงาม เคล็ดลับการดูแลฟิโลเดนดรอนให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ การจัดแสงและตำแหน่งที่เหมาะสม ฟิโลเดนดรอนต้องการแสงสว่างแบบอ้อมที่ไม่โดนแดดโดยตรง โดยสามารถวางไว้ใกล้หน้าต่างที่หันไปทิศตะวันออกหรือตะวันตก แสงที่น้อยเกินไปจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลงและก้านยาวออก ในขณะที่แสงแรงเกินไปจะทำให้ใบเหลืองและไหม้ได้ การรดน้ำที่ถูกต้อง การรดน้ำที่เหมาะสมคือการรอให้ดินแห้งลึกประมาณ 1-2 นิ้วก่อนรดน้ำครั้งต่อไป การรดน้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของการตายของฟิโลเดนดรอน เนื่องจากจะทำให้รากเน่าได้ ในช่วงฤดูหนาวควรลดการรดน้ำลงเนื่องจากการเจริญเติบโตจะช้าลง ดินและการปลูก ฟิโลเดนดรอนต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีอินทรียวัตถุ โดยสามารถผสมดินเองได้จากดินปลูกกระถาง กาบมะพร้าว และเพอร์ไลต์ในอัตราส่วน 1:1:1 การเปลี่ยนดินทุก 2 ปีจะช่วยป้องกันการสะสมของเกลือแร่และสารเคมีในดิน ประโยชน์ที่น่าประหลาดใจของฟิโลเดนดรอนที่มีต่อสุขภาพ [...]

9/6/2568 • โดย Homeday
ต้นดราเซียน่าเป็นพืชประดับที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการคนรักต้นไม้ เนื่องจากมีลักษณะใบที่สวยงาม สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงมีความเชื่อเรื่องมงคลที่ถูกใจคนไทย พืชสกุลนี้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากถึงกว่า 170 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ปลูกสามารถเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และรสนิยมของตนเองได้ ต้นดราเซียน่าคืออะไร และมีลักษณะเด่นอย่างไร? ดราเซียน่า หรือ Dracaena เป็นสกุลพืชที่มีกว่า 120 สายพันธุ์ของต้นไม้และไม้พุ่มที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ และออสเตรเลียเหนือ ชื่อของพืชนี้มาจากคำภาษากรีกโบราณ “drakaina” หรือ “มังกรเมีย” เนื่องจากมียางสีแดงคล้ายเลือดมังกรในลำต้น ลักษณะเด่นของต้นดราเซียน่าอยู่ที่ใบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นใบเรียวยาวรูปหอกปลายแหลม ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องคล้ายต้นอ้อย บางชนิดสามารถมีดอกออกเป็นพุ่มกลม และเป็นต้นไม้ที่เชื่อว่าปลูกแล้วจะเป็นมงคล พืชกลุ่มนี้จัดอยู่ในวงศ์หน่วงไผ่ (Asparagaceae) เช่นเดียวกับต้นหน่วย และต้นโฮสต้า ต้นดราเซียน่ามีขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่ไม้พุ่มเตี้ยที่สูงไม่ถึง 2 ฟุต ไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่สูงได้มากกว่า 20 ฟุตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การออกดอกของดราเซียน่าเป็นเรื่องหายากในการปลูกในร่ม แต่เมื่อปลูกกลางแจ้งหรือเมื่อต้นโตเต็มที่ อาจมีดอกเล็กๆ สีขาวหรือเหลือง ออกเป็นกลุ่มพร้อมกลิ่นหอม สายพันธุ์ดราเซียน่าไหนบ้างที่เหมาะสำหรับคนรักต้นไม้? ต้นวาสนาอธิษฐาน – สายพันธุ์มงคลยอดนิยม ต้นวาสนาอธิษฐาน (Dracaena fragrans ‘Massangeana’) เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนไทย เป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อว่าถ้าออกดอกจะทำให้ผู้ปลูกและครอบครัวมีโชคลาภ [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
ลิ้นมังกรหรือต้นดาบพระอินทร์ เป็นพืชประดับที่มีความสามารถพิเศษในการฟอกอากาศภายในบ้าน ด้วยความทนทานและดูแลง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพอากาศในบ้านแบบธรรมชาติ นอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของเราและครอบครัว ลิ้นมังกรมีประโยชน์อย่างไรต่อคุณภาพอากาศในบ้าน ลิ้นมังกรมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dracaena trifasciata ซึ่งเดิมเรียกว่า Sansevieria trifasciata เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณไนจีเรียไปจนถึงคองโก พืชชนิดนี้ได้รับการศึกษาจากองการนาซ่าในปี 1989 ซึ่งพบว่าลิ้นมังกรสามารถกำจัดสารพิษต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถพิเศษของลิ้นมังกรในการฟอกอากาศนั้นมาจากกระบวนการ Crassulacean Acid Metabolism (CAM) ซึ่งช่วยให้พืชสามารถแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ที่น่าสนใจคือลิ้นมังกรจะเปิดรูขุมขนบนใบ (stomata) เฉพาะในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และจะปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงเวลานี้ สารพิษหลักที่ลิ้นมังกรสามารถดูดซับได้ ได้แก่ เบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ ไตรคลอโรเอทิลีน ไซลีน และแอมโมเนีย สารเหล่านี้มักพบในบ้านจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ การวางลิ้นมังกรในห้องนอนจะให้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากจะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศขณะที่เรานอนหลับ ทำไมลิ้นมังกรจึงเป็นพืชที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ลิ้นมังกรได้รับการยกย่องว่าเป็นพืชที่ “ฆ่ายาก” เนื่องจากมีความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน พืชชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแสงที่หลากหลาย ตั้งแต่แสงน้อยไปจนถึงแสงจ้า แม้ว่าจะชอบแสงสว่างทางอ้อมมากที่สุด ข้อดีหลักของการปลูกลิ้นมังกรสำหรับมือใหม่ คือ ความต้องการน้ำที่น้อย พืชนี้สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำเป็นสัปดาห์ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ควรรดน้ำทุก [...]

25/5/2568 • โดย Homeday
ต้นกวักมรกตเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักต้นไม้ทั้งใน และนอกประเทศ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟอกอากาศ นำพาความมงคล และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม การขยายพันธุ์ต้นกวักมรกตสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการชำกิ่ง การชำใบ และการแยกหน่อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน กวักมรกตคืออะไรและมีลักษณะพิเศษอย่างไร? ต้นกวักมรกต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia และมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ZZ Plant หรือ Zanzibar Gem เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในวงศ์ Araceae และมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ปี ลักษณะเด่นของต้นกวักมรกตคือมีหัวใต้ดินสีน้ำตาลอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมน้ำและสารอาหาร ใบจะเรียงตัวแบบขนนกประมาณ 6-8 คู่ หรือราว 12-18 ใบต่อกิ่ง ใบมีลักษณะหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันวาว ทรงรูปไข่ปลายเรียว โคนมน และขอบใบเรียบ ความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร และสามารถผลิใบได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ในช่วงกลางฤดูร้อนต้นกวักมรกตจะออกดอกสีเหลืองนวล ที่มีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัว เหตุใดต้นกวักมรกตจึงถือเป็นต้นไม้มงคล? ในด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ต้นกวักมรกตถือเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายพิเศษในหลายแง่มุม ตามหลักฮวงจุ้ยและวาสตุศาสตร์ [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

20/5/2568 • โดย Homeday
นางพญาเสือโคร่งหรือชมพูภูพิงค์เป็นไม้ดอกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นด้วยดอกสีชมพูสวยงามที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว จนได้รับฉายาว่า “ซากุระเมืองไทย” ด้วยความสวยงามที่ไม่แพ้ดอกซากุระของญี่ปุ่น หลายท่านอาจสงสัยว่าจะสามารถนำมาปลูกในสวนบ้านได้หรือไม่ ต้องดูแลอย่างไร และมีประโยชน์อื่นๆ นอกเหนือจากความสวยงามหรือไม่ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับนางพญาเสือโคร่งอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับการปลูกและดูแลที่ถูกต้อง นางพญาเสือโคร่งคือต้นไม้ชนิดใด และทำไมถึงได้ชื่อว่าซากุระเมืองไทย? นางพญาเสือโคร่ง หรือ ชมพูภูพิงค์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prunus cerasoides D.Don จัดอยู่ในวงศ์ Rosaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับกุหลาบ พีช และแอปเปิ้ล เป็นพันธุ์ไม้ที่พบได้ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า และภาคเหนือของประเทศไทย ที่มาของชื่อ “ซากุระเมืองไทย” เนื่องจากลักษณะของดอกที่มีความคล้ายคลึงกับดอกซากุระของญี่ปุ่น ทั้งสีสันและการบานสะพรั่งเต็มต้นในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ นางพญาเสือโคร่งจะผลัดใบก่อนออกดอก ทำให้เห็นดอกชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น สร้างทัศนียภาพที่สวยงามคล้ายทุ่งซากุระ ในประเทศไทย นางพญาเสือโคร่งพบได้เฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ในระดับความสูงตั้งแต่ 800-2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ลักษณะเด่นของนางพญาเสือโคร่งที่ทำให้นิยมปลูกมีอะไรบ้าง? นางพญาเสือโคร่งมีลักษณะเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมในการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ดังนี้ ลำต้นและเปลือก – เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ [...]

10/2/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนสมุนไพรตามหลักฮวงจุ้ยนั้น นอกจากจะได้ประโยชน์จากสรรพคุณของสมุนไพรแล้ว ยังช่วยเสริมพลังงานบวกให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัย ทำให้มีสุขภาพดีและเสริม

23/8/2566 • โดย Homeday
3. อั่งเปาคลอง 15 ภาพจาก facebook ร้านอั่งเปาคลอง15 มาต่อที่ร้านแหล่งรวมแคคตัส ไม้ประดับต้นจิ๋ว และงานสาน พวกตระกร้า กระถาง เป็นต้น เรียกได้ว่ารวมต้นไม้และงานสานน่ารัก ๆ ไว้ให้เลือกในร้านเดียวfacebook :
