กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

23/4/2568 • โดย Homeday
การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก? การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก? การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้ 1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย: โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การขายฝากที่ดินเป็นการทำสัญญาซื้อขายโฉนดที่ดินรูปแบบพิเศษ ที่ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยกระบวนการทำงานคือ ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้รับซื้อฝากเพื่อแลกกับเงินก้อน และผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ถอนที่ดินคืนได้ภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ การขายฝากที่ดินเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังต้องการใช้เงินด่วนแต่ไม่อยากเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินไปอย่างถาวร เมื่อทำสัญญาขายฝากแล้ว ผู้รับซื้อฝากจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินทันที แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนคืนได้ตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ถอนที่ดินคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยสมบูรณ์ ข้อดีของการขายฝากที่ดินที่ควรพิจารณา การขายฝากที่ดินมีข้อดีหลายประการที่อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากมูลค่าที่ดินของตน ข้อดีที่สำคัญมีดังนี้ ได้รับเงินอย่างรวดเร็ว การขายฝากที่ดินช่วยให้ผู้ขายฝากได้รับเงินอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาเพียง 1-7 วันเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่าการขายขาดที่อาจต้องรอหาผู้ซื้อที่เหมาะสม ทำให้เป็นแหล่งเงินทุนฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพเมื่อต้องการใช้เงินเร่งด่วน สามารถไถ่ถอนเรียกคืนกรรมสิทธิ์ได้ ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการขายฝากที่ดินคือ ผู้ขายฝากยังมีโอกาสได้รับที่ดินคืนเมื่อนำเงินมาไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่ต้องสูญเสียที่ดินไปอย่างถาวร หากสามารถหาเงินมาชำระคืนได้ในอนาคต ได้วงเงินสูงกว่าการจำนอง การขายฝากที่ดินมักได้รับวงเงินประมาณ 40-70% ของราคาตลาด ซึ่งสูงกว่าการจำนองที่โดยทั่วไปได้รับเพียง 20-30% ของราคาตลาดเท่านั้น ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเงินในจำนวนที่มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน การขายฝากที่ดินไม่จำเป็นต้องมีคนค้ำประกัน และไม่มีการตรวจสอบประวัติทางการเงินของผู้ขายฝาก ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อาจมีประวัติทางการเงินไม่ดีนัก หรือไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันได้ ยังใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ผู้ขายฝากยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามปกติจนกว่าจะถึงกำหนดไถ่ถอน ต่างจากการขายขาดที่ต้องสูญเสียสิทธิการใช้ประโยชน์ทันที ทำให้ยังคงอาศัยหรือทำประโยชน์บนที่ดินนั้นได้ ข้อควรระวังและข้อเสียของการขายฝากที่ดิน แม้การขายฝากที่ดินจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังและข้อเสียที่ผู้ขายฝากควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนและเจ้าของทรัพย์สินจำเป็นต้องเข้าใจถึงกลไกการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อสามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการวิเคราะห์ผลกระทบเบื้องต้น การประเมินผลกระทบจากโครงการภาครัฐต่ออสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยปัจจัยหลายมิติ นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นระบบ โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ที่สำคัญดังนี้ การวิเคราะห์ตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ อาทิ ระยะห่างจากพื้นที่โครงการ ความเชื่อมโยงของระบบคมนาคม และศักยภาพการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ การวิเคราะห์เชิงพื้นที่จะช่วยประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำ การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจครอบคลุมถึงการศึกษาปัจจัยมหภาค อาทิ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม การลงทุนภาคเอกชน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ นักลงทุนควรติดตามรายงานการศึกษาผลกระทบจากหน่วยงานราชการและสถาบันวิจัยชั้นนำ เพื่อเข้าใจถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ระบบสาธารณูปโภค โครงการภาครัฐที่พัฒนาระบบสาธารณูปโภคย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ถนน ระบบไฟฟ้า ประปา และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน นักลงทุนควรติดตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างใกล้ชิด การประเมินผลกระทบด้านกฎระเบียบ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบผังเมือง การอนุญาตก่อสร้าง และนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรศึกษาและติดตามประกาศและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือและเทคนิคการประเมิน การใช้ข้อมูลเชิงสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อาทิ กรมที่ดิน สำนักงานสถิติแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการประเมินผลกระทบ ช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข้อควรระวังในการประเมิน ความไม่แน่นอนของโครงการ โครงการภาครัฐมักประสบปัญหาความล่าช้าและการเปลี่ยนแปลงแผนงาน นักลงทุนควรมีความยืดหยุ่นและเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การกระจายความเสี่ยง การกระจายการลงทุนในพื้นที่และประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกัน ช่วยลดความเสี่ยงจากผลกระทบของโครงการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การตรวจสอบประวัติโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งก่อนการตัดสินใจซื้อ เพราะจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าการลงทุนของคุณปลอดภัยและคุ้มค่า แหล่งข้อมูลหลักที่ควรตรวจสอบ 1. ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการ การตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด นักลงทุนควรดำเนินการดังนี้ ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของที่ดินกับกรมที่ดิน เพื่อดูความถูกต้องของเอกสารสิทธิ์ ตรวจสอบประวัติการอนุมัติแบบก่อสร้างจากสำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบสถานะภาระผูกพันทางกฎหมายที่อาจมีกับทรัพย์สิน 2. แหล่งข้อมูลออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ ปัจจุบันมีช่องทางออนไลน์มากมายที่ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลโครงการ เว็บไซต์ของสมาคมอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย เว็บไซต์กรมที่ดิน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มรีวิวอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน 3. การตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน ความมั่นคงทางการเงินของโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ควรตรวจสอบดังนี้ งบการเงินย้อนหลังของบริษัท อันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน ประวัติการดำเนินโครงการที่ผ่านมา สถานะหนี้สินและความสามารถในการชำระหนี้ เครื่องมือและเทคนิคการตรวจสอบ 1. เครื่องมือดิจิทัล เทคโนโลยีปัจจุบันมีเครื่องมือช่วยตรวจสอบที่อำนวยความสะดวก แอปพลิเคชันตรวจสอบข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เว็บไซต์เปรียบเทียบข้อมูลโครงการ ระบบฐานข้อมูลออนไลน์ของหน่วยงานราชการ 2. เทคนิคการสืบค้นข้อมูล วิธีการค้นหาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ใช้คำค้นที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจง ตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการ ประสานงานโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อควรระวังในการตรวจสอบ 1. สัญญาณเตือนภัย รู้จักวิธีสังเกตสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยง การขาดความโปร่งใสในข้อมูล ประวัติการฟ้องร้องทางกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งของผู้บริหาร ข้อมูลทางการเงินที่ไม่ชัดเจน 2. การตรวจสอบเชิงลึก วิธีการตรวจสอบอย่างละเอียด ขอเอกสารต้นฉบับเพื่อตรวจสอบ [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การค้นหาแปลงที่ดินออนไลน์เป็นวิธีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลที่ดินโดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดิน ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ปัจจุบัน กรมที่ดินได้พัฒนาช่องทางออนไลน์สำหรับการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลแปลงที่ดินทั่วประเทศไทยถึง 2 ช่องทางด้วยกัน ได้แก่ เว็บไซต์ landsmaps.dol.go.th และแอปพลิเคชัน SmartLands ทั้งสองช่องทางนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของที่ดินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเลขโฉนด หน้าสำรวจ เลขที่ดิน ระวาง ที่ตั้งของที่ดิน เนื้อที่ ราคาประเมิน ค่าพิกัดแปลง ตลอดจนข้อมูลการเดินทางไปยังแปลงที่ดินหรือสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อขายที่ดิน หรือต้องการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ขอบคุณภาพจาก : https://landsmaps.dol.go.th/ ทำความรู้จักกับเว็บไซต์ LandsMaps ช่องทางค้นหาแปลงที่ดินออนไลน์ เว็บไซต์ LandsMaps (landsmaps.dol.go.th) เป็นระบบค้นหาแปลงที่ดินออนไลน์ที่พัฒนาโดยสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมที่ดิน โดยได้นำเทคโนโลยีการแสดงแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมมาผสมผสานกับฐานข้อมูลที่ดินทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถค้นหาและตรวจสอบข้อมูลแปลงที่ดินได้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลแปลงที่ดินได้ทั้งในกรณีที่มีเลขโฉนดและไม่มีเลขโฉนด โดยค้นหาจากพิกัดหรือสถานที่สำคัญใกล้เคียง นอกจากนี้ยังแสดงรายละเอียดสำคัญของแปลงที่ดิน เช่น ราคาประเมิน ผังเมือง และเส้นทางการเดินทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันการใช้งานของ LandsMaps ที่น่าสนใจ เว็บไซต์ LandsMaps มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและน่าสนใจ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ดินได้อย่างครบถ้วน โดยฟังก์ชันหลักๆ ประกอบด้วย: การค้นหาข้อมูลแปลงที่ดินและสำนักงานที่ดิน – [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ตามที่มีการอภิปรายในประเด็น การถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) กรมที่ดินขอชี้แจงว่า ปัญหาคนไทยเป็นนอมินี (Nominee) ของคนต่างด้าวเป็นปัญหาสำคัญ มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องการถือครองที่ดินหรือห้องชุดในประเทศไทย กรมที่ดินตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบของปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินมาตรการหลายประการ เพื่อเป็นการป้องกันและตรวจสอบมิให้มีการถือครองที่ดินหรือห้องชุดแทนคนต่างด้าว พร้อมทั้งกำชับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดเกี่ยวกับการตรวจสอบตามมาตรการป้องกันการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดมาตรการในการสอบสวนกรณีการขอจดทะเบียนได้มาซึ่งที่ดินอย่างเข้มข้น โดยการสอบสวนผู้ขอได้มาซึ่งที่ดิน ให้ได้ความชัดแจ้งว่า มิได้เป็นการถือครองที่ดินห้องชุดแทนคนต่างชาติ กรณีที่บริษัทนิติบุคคลขอได้มาซึ่งที่ดิน ต้องสอบสวนผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัท สอบสวนที่มาของเงินที่นำมาซื้อหุ้น รวมถึงสอบสวนที่มาของเงินซึ่งบริษัทนำมาซื้อที่ดินรวมถึงได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ดินตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา โดยให้ดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ กรมที่ดินได้มีหนังสือขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการแจ้งและเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่า จะมีพฤติการณ์ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) รวมถึงนิติบุคคลที่มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น จนกลายเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อจะได้นำข้อมูลดังกล่าวตรวจสอบว่า เป็นนิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าวหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) กรมที่ดินจะดำเนินการบังคับใช้มาตรการการลงโทษโดยเด็ดขาด ทั้งการให้จำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

17/3/2568 • โดย Homeday
กรมที่ดินร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.), สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.), และกรมธนารักษ์ลงนามโครงการความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนคุณภาพสูงด้านเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเพิ่มโอกาสให้เยาวชนมีเส้นทางสู่อาชีพที่มั่นคง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีความต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรังวัดที่ดินและการสำรวจอย่างมาก โดยเฉพาะกรมที่ดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อมูลแผนที่ที่ดินทั่วประเทศ ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งนี้ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สามารถเข้าสู่ระบบราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”กรมที่ดินมีภารกิจสำคัญในการดูแลเรื่องการรังวัดที่ดิน การจัดทำเอกสารสิทธิ์ที่ดิน และการพัฒนาระบบข้อมูลที่ดินให้ทันสมัย จำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ภายในปี 2570-2572 หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการจะเปิดรับบรรจุนักศึกษาจากโครงการรวม 225 อัตราเพื่อป้อนกำลังคนเข้าสู่ภาครัฐโดยตรงโดยกรมที่ดินจะเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่รับบุคลากรจากโครงการนี้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาได้รับการยกเว้นสอบภาค ก. ของ ก.พ.หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และมีโอกาสเข้าทำงานราชการตามเงื่อนไขของหน่วยงาน ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวได้เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2568 ผ่านทางเว็บไซต์ sv.ovec.go.th และที่วิทยาลัยเทคนิค 8 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ 1. วิทยาลัยเทคนิคดุสิต 2. วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์ 3. วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก 4. วิทยาลัยเทคนิคแพร่ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]
14/3/2568 • โดย Homeday
การวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดินเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้สนใจอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าที่ดินจะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผยเทคนิคและวิธีการวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดินที่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อราคาที่ดิน ราคาที่ดินไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการผสมผสานของหลายองค์ประกอบที่ซับซ้อน การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณคาดการณ์แนวโน้มราคาได้แม่นยำมากขึ้น ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม ทำเลเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดราคาที่ดิน ปัจจัยที่ส่งผลประกอบด้วย: ความใกล้ชิดกับศูนย์กลางเมือง ระบบคมนาคมและสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อมโดยรอบ แหล่งชุมชนและการพัฒนาใกล้เคียง พื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้า ถนน หรือศูนย์การค้า มักจะเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินอย่างก้าวกระโดด นักลงทุนที่สามารถคาดการณ์การพัฒนาเหล่านี้ล่วงหน้าจะได้เปรียบอย่างมาก สภาพเศรษฐกิจและการลงทุน เศรษฐกิจมีอิทธิพลโดยตรงต่อราคาที่ดิน ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ การลงทุนในพื้นที่ อัตราดอกเบี้ย สถานการณ์การจ้างงาน การติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคจะช่วยให้คุณคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินได้แม่นยำ กฎระเบียบและผังเมือง กฎระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินมีผลกระทบอย่างมากต่อมูลค่า ควรพิจารณา: ข้อกำหนดผังเมือง เขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนการพัฒนาพื้นที่ ข้อบังคับการก่อสร้าง การเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือประกาศเขตพัฒนาพิเศษสามารถส่งผลกระทบต่อราคาที่ดินได้ทันที เครื่องมือและเทคนิคการวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดิน การเก็บรวบรวมข้อมูล การได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุมเป็นหัวใจของการวิเคราะห์ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือประกอบด้วย: กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด เว็บไซต์ประกาศซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รายงานการสำรวจของหน่วยงานราชการ ข้อมูลจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เทคนิคการเปรียบเทียบราคา วิธีการเปรียบเทียบราคาที่ดินที่มีประสิทธิภาพ: เปรียบเทียบราคาขายจริงในบริเวณใกล้เคียง วิเคราะห์ราคาต่อตารางวา พิจารณาปัจจัยเฉพาะของแต่ละแปลง ติดตามแนวโน้มราคาย้อนหลัง 3-5 ปี [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
กรมที่ดิน เอาจริง ขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีคนต่างชาติถือหุ้น หากพบเข้าข่ายนอมินี ใช้มาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีเด็ดขาด พร้อมกำชับจังหวัดร่วมกันแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ตามที่ปัจจุบันปรากฏข่าวสารทางสื่อมวลชนหลายแขนง เกี่ยวกับกรณีคนไทยหรือนิติบุคคลถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีทุนจีนกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อทำสวนทุเรียน และกว้านซื้อที่ดินในเขต EEC เพื่อตั้งโรงงานขนาดใหญ่ กรณีคนต่างชาติให้คนไทยถือครองที่ดินหรือห้องชุดเพื่ออยู่อาศัยแทนคนต่างด้าว หรือจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อถือครองที่ดินหรือห้องชุดแทนคนต่างด้าว ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี รวมทั้งในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนข่าวคนต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า ปัญหาการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) เป็นปัญหาสำคัญและมีผลกระทบต่อคนไทยในหลากหลายมิติ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง กรมที่ดินจึงได้มีหนังสือขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการแจ้งและเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีเหตุสงสัยว่า จะมีพฤติการณ์ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) รวมถึงนิติบุคคลที่มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นจนกลายเป็นนิติบุคคลที่มีลักษณะเป็นคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อจะได้นำข้อมูลดำเนินการตรวจสอบว่า ได้ที่ดินมาถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นนิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้น หรือถือครองที่ดินหรือออสังหาริมทรัพย์ไว้แทนคนต่างด้าว (Nominee) หรือไม่ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวต่อไปว่า [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
ตามที่มีการอภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับกรณี ป.ป.ช. มีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๓๔๖๖ และ 85๖๔ ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น กรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และมีความเห็นไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินเนื่องจากการรถไฟฯ ไม่มีแผนที่แนบท้าย พรฏ.จัดซื้อที่ดินฯ พ.ศ. ๒๔๖๔ มาแสดง กรมที่ดินได้หารือสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเห็นว่า การที่อธิบดีกรมที่ดินไม่เพิกถอนโฉนดที่ดิน ไม่ตัดสิทธิการรถไฟฯ จะฟ้องหรือร้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลง และการดำเนินการไม่ขัดต่อมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนการพิจารณาของอธิบดีกรมที่ดินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไม่เกี่ยวข้องกัน โดยให้กรมที่ดินแจ้งการรถไฟฯ เพื่อทราบผลการพิจารณา ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดิน และแจ้งให้การรถไฟฯ ไปฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน ซึ่งการรถไฟฯ ไม่ได้ฟ้องต่อศาลให้เพิกถอนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงแต่อย่างใด แต่ได้ฟ้องกรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลางเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อขอให้อธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน ๙๙๕ แปลง ในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยปัจจุบันอธิบดีกรมที่ดินได้เห็นชอบกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนฯ ตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่มีความเห็นไม่เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในพื้นที่พิพาทเขากระโดงและปัจจุบันอยู่ระหว่างการรถไฟฯ ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองต่อไป ทั้งนี้ หากการรถไฟฯ อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ. [...]
