โครงการ สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ (STARVIEW MRT TIWANON) “Better Connected. Better Living. เชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิต เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Luxury ผสาน Classic Elegance ใส่ใจทุกรายละเอียด พร้อมถ่ายทอดแนวคิดการอยู่อาศัยร่วมสมัย ผ่านการผสาน Urban Sophistication และ Natural Serenity อย่างลงตัว ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่มาจากอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี สถาปัตยกรรมถูกออกแบบด้วยเส้นสายที่สง่างามและมีมิติ เปิดรับแสงธรรมชาติและทัศนียภาพโดยรอบ พื้นที่ส่วนกลางเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวและวิวสวนสาธารณะ สร้างบรรยากาศแห่งความสงบเหนือความวุ่นวายของเมือง ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์เพื่อยกระดับ Urban Living ให้กลางเป็นประสบการณ์แห่งการอยู่อาศัยที่เหนือกว่า สะท้อนตัวตนของคนเมืองที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิต การเดินทาง และคุณภาพจของเวลาส่วนตัว
จุดเด่นโครงการ
- คอนโดติด MRT แยกติวานนท์ ห่างจากประตูทางออก 1 ประมาณ 100 เมตร เดินทางต่อไปบางซื่อและโซน New North CBD ได้สะดวกเพียง 4 สถานี พร้อมเชื่อมต่อถนนสายหลักและแหล่งงานสำคัญ ให้ทุกการเดินทางสะดวกและใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า Better Connected
- เปิดมุมมองใหม่ให้ทุกวัน Better Living Lifestyle คอนโด High Rise สูง 36 ชั้น พร้อมพื้นที่ส่วนกลางกระจายอยู่ 6 ชั้น* ทั้งมุมทำงาน พักผ่อน และออกกำลังกาย โดยพื้นที่ชั้นสูงเปิดรับมุมมองสวนและเมือง
- ใช้ชีวิตได้ครบและราคาเอื้อมถึง Better Smart Value ทำเลรายล้อมด้วยห้าง โรงพยาบาล และสถานศึกษา ทั้งยังมีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถยนต์ เริ่ม 77,900 บาท/ตร.ม.* โดยราคาเริ่มต้นปัจจุบันอยู่ที่ 1.79 ล้านบาท*
- ดีไซน์ใหม่ Modern Luxury Classic หยิบกลิ่นอายสถาปัตยกรรมเก่าของนนทบุรีมาตีความใหม่ ผสมเส้นสายร่วมสมัยกับคู่สี จนเป็นอาคารที่มีคาแรกเตอร์ของตัวเอง Better Timeless Design
วันนี้ผมพามาดู STARVIEW MRT TIWANON คอนโดใหม่จาก Eastern Star บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้ MRT แยกติวานนท์ประมาณ 100 เมตร ใครใช้รถไฟฟ้าไปทำงานก็น่าสนใจ ส่วนวันไหนขับรถก็มีถนนหลายเส้นให้เลือกใช้


รอบนี้ได้ไปดูห้องตัวอย่างมาแล้วทั้ง Studio 23 ตร.ม. และ 1 Bedroom 29 ตร.ม. เลยมีภาพจริงมาฝาก พร้อมพาดูเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้ แต่ก่อนเข้าห้อง เราจะเดินดูทำเล ดีไซน์ และส่วนกลางกันก่อน แล้วไล่ดูแปลนตึกแต่ละชั้นว่าห้องพักกับส่วนกลางอยู่ตรงไหน ตามด้วยแปลนห้องแต่ละแบบ แล้วค่อยไปเทียบกับห้องตัวอย่างจริงด้วยกันทีละมุมกันครับ


ทำเล
ย่านแยกติวานนท์เป็นอีกโซนของนนทบุรีที่ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก มีทั้งร้านอาหาร ตลาด และแหล่งซื้อของ รวมถึงโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการอยู่ในย่านใกล้เคียง จะเดินทางไปฝั่งตัวเมืองนนท์ หรือเข้าโซนวงศ์สว่าง-เตาปูน-บางซื่อก็มีทางเลือกหลายทาง ผมว่าเหมาะกับคนที่ทำงานแถวนนทบุรี แต่ยังเข้าเมืองเป็นประจำ


STARVIEW MRT TIWANON อยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งมุ่งหน้าไปแยกวงศ์สว่าง ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีแยกติวานนท์ ทางออก 1 ประมาณ 100 เมตร ใครทำงานย่านศูนย์ราชการนนทบุรีก็นั่งไปลงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับสายสีชมพูได้ ส่วนฝั่งเข้าเมืองก็เปลี่ยนเป็นสายสีน้ำเงินที่เตาปูน แล้วต่อไปบางซื่อ จตุจักร หรือลาดพร้าวได้ สำหรับผม ระยะเดินใกล้ ๆ แบบนี้ทำให้หยิบรถไฟฟ้ามาใช้ในวันทำงานได้ง่ายขึ้น
อีกทางเลือกคือเดินทางไป ท่าน้ำนนท์ แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาไปทางสาทร ใครมีที่ทำงานหรือจุดหมายตามแนวแม่น้ำก็ลองใช้เส้นทางนี้ได้ ส่วนวันหยุดจะแวะเดินตลาด หาของกินแถวท่าน้ำนนท์ แล้วซื้อกลับมานั่งกินที่ห้อง ก็เป็นอีกบรรยากาศของการอยู่ย่านนี้
ถ้าเป็นสายขับรถ ลองดูตำแหน่งบนแผนที่จะเห็นว่าโครงการอยู่ห่างจากแยกติวานนท์ประมาณ 400 เมตร* และแยกวงศ์สว่างประมาณ 2.5 กิโลเมตร* จะไปฝั่งตัวเมืองนนท์ หรือมุ่งหน้าไปวงศ์สว่าง-บางซื่อ แล้วต่อเข้าถนนรัชดาภิเษกก็ได้ ผมว่ามีทางให้เลือกตามธุระในแต่ละวัน ส่วนช่วงเวลาเร่งด่วนก็เผื่อเวลาเดินทางกันสักหน่อย
*ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามเส้นทางที่ใช้เดินทาง
จากแยกติวานนท์เชื่อมได้ทั้งถนนติวานนท์และถนนประชาราษฎร์ ฝั่งประชาราษฎร์จะไปทางตัวเมืองนนท์และท่าน้ำนนท์ ส่วนถนนติวานนท์มุ่งหน้าไปแคราย เชื่อมถนนงามวงศ์วาน หรือเดินทางต่อไปปากเกร็ดและแจ้งวัฒนะได้ ใครต้องไปทำงานหรือแวะทำธุระหลายย่าน ก็เลือกเส้นทางให้เข้ากับจุดหมายได้ง่ายขึ้น
ส่วนวันไหนต้องไปฝั่งบางใหญ่-บางบัวทอง ก็เชื่อมไปถนนรัตนาธิเบศร์ได้ หรือถ้าจะออกถนนราชพฤกษ์ก็ใช้ถนนนครอินทร์ ขณะที่การกลับรถไปอีกฝั่งของถนนกรุงเทพ-นนทบุรีจะเชื่อมต่อไปทางถนนรัชดาภิเษกสำหรับเดินทางเข้าเมือง โครงการนี้มีเส้นทางให้เลือกเยอะก็จริง แต่ถ้าบวกเวลาเข้าไปด้วยก็มีอีกเรื่องที่น่าคิดครับ
สำหรับวันที่ต้องเดินทางไกลขึ้น ใช้ชีวิตติดทางด่วน ที่นี่ก็อยู่ห่างจากทางพิเศษศรีรัช ด่านประชาชื่น ประมาณ 4.8 กิโลเมตร* และทางยกระดับอุตราภิมุขหรือดอนเมืองโทลล์เวย์ ประมาณ 5.3 กิโลเมตร* ซึ่งสองเส้นนี้เพิ่มทางเลือกให้คนใช้รถได้ดีเลยครับ
*ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามเส้นทางที่ใช้เดินทาง


มาดูเรื่องใช้ชีวิตกันบ้าง ถ้าจะซื้อของเข้าห้องหรือออกไปเดินห้าง รอบโครงการมีทั้ง Big C ติวานนท์, The Mall งามวงศ์วาน, Market Place วงศ์สว่าง, Gateway at บางซื่อ, Esplanade งามวงศ์วาน-แคราย, Lotus รัตนาธิเบศร์ และ Central Northville (เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เดิม)


ฝั่งโรงพยาบาลก็มีโรงพยาบาลศรีธัญญา โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น โรงพยาบาลนนทเวช สถาบันทรวงอก โรงพยาบาลบางโพ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ส่วนสถานศึกษาในโซนนี้มีตั้งแต่โรงเรียนโยธินบูรณะ 2 (สุวรรณสุทธาราม), โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนสตรีนนทบุรี, โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ไปจนถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ก็ไม่ไกลจากโซนนี้ ปล่อยเช่านักศึกษาก็น่าสนครับ


อีกแห่งที่อยากชวนดูเป็นพิเศษคือ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 1.8 กิโลเมตร และศูนย์ราชการนนทบุรี ซึ่งใครที่ทำงานอยู่แถวนั้นหรือเดินทางไปบ่อย ทำเลนี้น่าจะมีเหตุผลให้ปักหมุดนะครับ
ในมุมผม ทำเล STARVIEW MRT TIWANON มีทางเลือกค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งสะดวกกับคนที่ใช้รถไฟฟ้ามาก ยิ่งถ้าวันไหนไม่อยากขับรถก็เดินไป MRT เข้าเมืองง่ายสุด ส่วนวันไหนต้องใช้รถก็มีถนนหลายเส้นให้วางแผนตามปลายทาง รวมถึงทางด่วนที่อยู่ไม่ไกลอีกด้วย
Brand Story: Better Connected. Better Living.
หลายคนอาจคุ้นชื่อ STARVIEW จากโครงการ STARVIEW Rama 3 ที่เด่นเรื่องวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พอมาถึง STARVIEW MRT TIWANON เรื่องราวของแบรนด์ก็ขยับมาอยู่ที่การใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้า ภายใต้แนวคิด “Better Connected. Better Living.”
สำหรับผม คำว่า Connected ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้าน แต่รวมถึงการมีเวลาเหลือให้ชีวิตหลังเลิกงานด้วย โครงการจึงวางทั้งทำเลที่เดินทางสะดวกและพื้นที่สำหรับทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกายไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้วันธรรมดาไม่หมดไปกับการเดินทางอย่างเดียว
Eastern Star วางแนวคิด The Gem Collection Condominium ให้โครงการในย่านนี้เป็นเหมือนอัญมณีแต่ละเม็ด ก่อนหน้านี้มี Amber ติวานนท์ที่ได้รับการตอบรับดี แล้วจึงต่อยอดมาสู่ STARVIEW MRT TIWANON ภายใต้ภาพของอัญมณีสีแดง Red Phyrope
แต่การออกแบบไม่ได้เริ่มและจบที่สีแดง ตัวอาคารยังหยิบกลิ่นอายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลจากอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีมาตีความใหม่ ผสมเข้ากับเส้นสายที่เข้ากับชีวิตปัจจุบัน ในแนวทางที่โครงการเรียกว่า The Heritage Avant-Garde เมื่อสีแดง Red Phyrope มาอยู่คู่กับโทนหิน Travertine ภาพอาคารจึงดูโดดเด่น แต่ยังมีความคลาสสิกของนนทบุรีอยู่ในรายละเอียด
อีกจุดที่ผมว่าน่าสนใจคือการวางพื้นที่ส่วนกลางชั้น 35 และ 36 ให้มองออกไปเห็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่จากมุมสูง เป็นการดึงสิ่งที่มีอยู่รอบโครงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการพักผ่อนด้วย
ภาพโดรนที่เห็นได้ชัดเลยว่าผืนที่ดินของ Eastern Star จะอยู่ติดกับ MRT แยกติวานนท์เลยครับ
ภาพมุมสูงจาก Google Eath ด้านหน้าติดถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้ MRT แยกติวานนท์ แล้วแนวที่ดินทอดลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ โดยระแวกก็มีโครงการเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้อีกด้วยครับ
ภาพโดรนฝั่งวิวเมืองและสวนสาธารณะขนาดใหญ่
ชมวิวโครงการแบบ 360 องศา
รายละเอียดโครงการ
ก่อนดูห้อง ผมอยากพาไล่แปลนอาคารกันก่อน STARVIEW MRT TIWANON เป็นคอนโด High Rise สูง 36 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 894 ยูนิต และร้านค้าอีก 1 ยูนิต ห้องพักเริ่มตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป ส่วนพื้นที่ส่วนกลางกระจายอยู่ที่ชั้น 1, 3, 8, 35, 36 และ Roof Top
ส่วนการใช้งานอาคาร มีลิฟต์โดยสาร 5 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว และที่จอดรถประมาณ 335 คัน หรือ 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและระบบ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง
Master Plan โครงการ มีทางเข้า-ออกทางเดียวผ่านถนนกรุงเทพ-นนทบรุี จากหน้าถนนมีระยะ Setback เข้ามาพอสมควร ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ตรงเข้าไปจะเจอกับ Drop-Off เชื่อมต่อกับ Lobby, Shop, Waiting Area, Mail Room, สำนักงานนิติบุคคล, Welcome Garden และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เป็นทั้งทางผ่านเวลาออกจากบ้านและพื้นที่รับแขกก่อนขึ้นไปยังห้องพัก


ภาพจำลองบรรยากาศ Welcome Garden ที่วางพื้นที่สีเขียวไว้ตามแนวทางเข้า มีทั้งต้นไม้ใหญ่ พุ่มไม้ และแปลงดอกไม้ ช่วยให้ทางเข้าโครงการดูร่มรื่นขึ้นตั้งแต่เลี้ยวเข้ามา
ซึ่งมุมนี้ยังเห็นตัวอาคารได้ค่อนข้างชัดประกอบกับภาพโมเดลอาคารนี้ด้วยแล้ว ออกแบบให้ฐานอาคารสีอ่อนและช่องโค้งตัดกับอาคารพักอาศัยสีเข้มด้านบน ส่วนถนนภายในโค้งผ่านสวนไปยังทางเข้าอาคาร ภาพรวมจึงให้ความรู้สึกว่าถึงบ้านแล้ว ก่อนจะเดินต่อเข้าไปที่ Lobby
ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby และ Rest Area ออกแบบมาในโทนสีครีมตัดกับสีแดงเข้มของกรอบซุ้มโค้ง ให้ความรู้สึกเรียบหรูแต่ไม่เคร่งเกินไป เพดานที่ดูสูงกับซุ้มโค้งเรียงต่อกันช่วยพาสายตาเข้าไปถึงบันไดวนด้านใน ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่หลายคนหยุดมองตั้งแต่เดินเข้ามา
ระหว่างทางมีมุมนั่งพักวางกระจายอยู่ทั้งสองฝั่ง จะนั่งรอเพื่อนหรือพักสักครู่ก่อนขึ้นห้องก็ได้ ปลายโถงเปิดรับแสงและมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านนอก ทำให้บรรยากาศในภาพดูสว่างและไม่อึดอัด ส่วนงานตกแต่งและขนาดพื้นที่จริง คงต้องรอชมเมื่อโครงการสร้างเสร็จ
จากโมเดลเราจะเห็นพื้นที่จอดรถจะมีตั้งแต่ชั้น 1 - ชั้น 7
แปลนอาคารชั้น 2 จัดเป็นพื้นที่จอดรถต่อจากชั้นล่าง ยังไม่มีห้องพักอาศัยหรือส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรม
แปลนอาคารชั้น 3 ชั้นนี้มีทั้งที่จอดรถและส่วนกลางสำหรับวันทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Co-working Space, Meeting Room, Working Pod, Multipurpose Room และ Laundry Room ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งทำงานในห้อง ก็มีพื้นที่ให้ลงมาใช้งาน โดยชั้น 3 ยังไม่มีห้องพักอาศัย
ภาพจำลองบรรยากาศส่วนกลางชั้น 3 เป็นโซนที่ผมน่าจะได้ใช้งานบ่อยถ้าอยู่ที่นี่ เพราะรวมพื้นที่สำหรับทำงานไว้หลายแบบ ทั้ง Co-working Space, Meeting Room และ Working Pod วันไหนอยากเปลี่ยนจากการนั่งทำงานในห้อง ก็ลงมาหามุมที่เหมาะกับงานวันนั้นได้
ในภาพตีฟจะเห็นทั้งโต๊ะยาวริมหน้าต่างสำหรับนั่งทำงาน และมุมโซฟาที่ดูสบายขึ้น ถัดเข้าไปมีห้องกระจกแยกเป็นสัดส่วน ส่วนชั้นนี้ยังมี Laundry Room กับ Multi-Purpose Room ตามแปลนโครงการด้วย ภาพรวมใช้โทนสว่าง ซุ้มโค้ง และช่องเปิดรับวิวต้นไม้ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย แม้จะเป็นพื้นที่สำหรับทำงาน
แปลนอาคารชั้น 4 ห้องพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 4 โดยอยู่ในปีกอาคารที่แยกจากพื้นที่จอดรถ มีทั้งหมด 24 ยูนิต จากแปลนจะเห็นห้อง Studio ขนาด 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. ใครกำลังดูห้องชั้นต้น ๆ ลองสังเกตตำแหน่งห้องเทียบกับฝั่งที่จอดรถประกอบด้วย
แปลนอาคารชั้น 5 ยังคงวางที่จอดรถคู่กับห้องพักอาศัย 24 ยูนิต รูปแบบห้องประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. โดยห้องขนาด 34 ตร.ม. เรียงอยู่ตามแนวปีกอาคารด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านเป็นห้อง Studio และ 1 Bedroom หลายขนาด
แปลนอาคารชั้น 6 ขึ้นมาอีกชั้น ผังโดยรวมยังคล้ายชั้น 5 คือมีที่จอดรถและห้องพักอาศัย 24 ยูนิต แบบห้องที่มีให้เลือกคือ Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. จึงเลือกได้ทั้งห้องเริ่มต้นขนาดกะทัดรัดและห้องที่มีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้น
แปลนอาคารชั้น 7 เป็นชั้นสุดท้ายของส่วนที่จอดรถในอาคาร และยังมีห้องพักอาศัย 24 ยูนิต แบบห้องเป็น Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ผังห้องพักยังต่อเนื่องจากชั้น 4-6 ก่อนที่ชั้นถัดไปจะเปลี่ยนพื้นที่จอดรถเป็นสวนส่วนกลาง
จุดเปลี่ยนของแปลนอาคารอยู่ที่ชั้น 8 พื้นที่ฝั่งที่เคยเป็นที่จอดรถกลายเป็น Sky Garden และ Sky Pavilion ให้ลูกบ้านออกมานั่งพักหรือเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน ชั้นนี้มีห้องพักอาศัย 38 ยูนิต ประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. บางห้องอยู่ติดแนวสวนส่วนกลาง จึงควรดูตำแหน่งห้องและทิศทางเปิดรับวิวจากแปลนควบคู่กัน
แปลนอาคารชั้น 9 ซึ่งตั้งแต่ชั้น 9 ผังอาคารขยายเป็นพื้นที่พักอาศัยเต็มรูปแบบ มี 39 ยูนิต โดยมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ห้องขนาด 34 ตร.ม. วางเรียงอยู่ตามแนวปีกอาคาร ขณะที่ห้อง Studio และ 1 Bedroom กระจายอยู่ในอีกหลายตำแหน่ง
แปลนอาคารชั้น 10 ยังคงเป็นชั้นพักอาศัย ผังแบ่งห้องไปตามแนวปีกอาคารทั้งสองด้าน แบบห้องมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ใครเลือกระหว่างห้องขนาดใกล้กัน ชั้นนี้ควรดูตำแหน่งห้องด้วย เพราะแต่ละยูนิตหันออกคนละด้านของอาคาร
แปลนอาคารชั้น 11 มีรูปแบบใกล้กับชั้น 10 โดยยังมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ห้อง 1 Bedroom Plus อยู่ต่อเนื่องตามแนวปีกอาคาร ส่วน Studio และ 1 Bedroom มีทั้งตำแหน่งใกล้โถงลิฟต์และบริเวณปลายปีกให้เปรียบเทียบ
แปลนอาคารชั้น 12 มีห้องพักอาศัย 38 ยูนิต แบบห้องยังครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ที่ปลายปีกด้านหนึ่งของแปลนจะเห็นพื้นที่เปิดโล่งแทนห้องพักบางส่วน ทำให้รูปทรงผังต่างจากชั้นก่อนหน้าเล็กน้อย
ในโบรชัวร์เรียกชั้นนี้ว่า 12A โดยมีห้องพักอาศัย 38 ยูนิต และกลับมาจัดห้องต่อเนื่องจนถึงปลายปีกอาคาร แบบห้องประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. หากกำลังเทียบชั้น 12 กับ 12A จุดที่เห็นต่างกันได้ชัดคือบริเวณปลายปีกนี้
แปลนอาคารชั้น 14 มีห้องพักอาศัย 38 ยูนิต ประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ผังยังให้ตัวเลือกทั้งห้องขนาดเริ่มต้นและห้องที่มีพื้นที่แยกใช้งานมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ชั้นที่เริ่มมีห้อง 2 Bedroom
แปลนอาคารชั้น 15 มี 37 ยูนิต และเป็นชั้นแรกในชุดแปลนนี้ที่เห็น 2 Bedroom ขนาด 44 ตร.ม. อยู่บริเวณปลายปีกอาคาร ส่วนแบบห้องอื่นยังมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ถ้าอยากได้ห้องแยกสองห้องนอน ก็เริ่มดูตำแหน่งจากชั้นนี้ได้เลย
แปลนอาคารชั้น 16 ลดจำนวนห้องลงมาเหลือ 35 ยูนิต โดยมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom อยู่ทางปลายปีกอาคาร ขณะที่ห้องขนาดเล็กและขนาดกลางกระจายอยู่ตามแนวทางเดินหลัก
แปลนอาคารชั้น 17 มีห้องพักอาศัย 35 ยูนิตเช่นกัน และยังมีแบบห้องครบทั้ง Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ขนาด 23-44 ตร.ม. จากแปลน ห้อง 2 Bedroom อยู่บริเวณปลายปีก ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus วางต่อเนื่องตามอีกแนวหนึ่งของอาคาร
แปลนอาคารชั้น 18 ใกล้เคียงกับชั้น 17 มีทั้งหมด 35 ยูนิต และมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ใครสนใจช่วงชั้นนี้สามารถเทียบตำแหน่งห้องเดียวกันระหว่างชั้น 16-18 เพื่อเลือกชั้นและมุมมองที่ชอบ
แปลนอาคารชั้น 19 ลดจำนวนลงเหลือ 31 ยูนิต มีแบบห้องครบทั้ง Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom ขนาด 23-44 ตร.ม. ความต่างที่สังเกตได้คือพื้นที่บริเวณปลายปีกอาคารบางส่วนเปิดเป็นพื้นที่ภายนอก แทนการวางห้องต่อเนื่องไปจนสุดเหมือนบางชั้นก่อนหน้า
แปลนอาคารชั้น 20 มีห้องพักอาศัย 32 ยูนิต โดยยังเลือกได้ตั้งแต่ Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-33 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom อยู่บริเวณปลายปีกอาคารเช่นเดียวกับชั้น 19 แต่รูปทรงปลายอาคารในแปลนชั้นนี้จัดวางต่างกันเล็กน้อย เลือกห้องจริงจึงควรเทียบแปลนสองชั้นนี้แยกกัน
จากแปลนอาคารชั้น 21 ขึ้นไป ผังอาคารจะค่อย ๆ ลดจำนวนห้องพักต่อชั้นลง ก่อนเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนเป็นส่วนกลางบนชั้นสูง ผมจะพาไล่ดูตามแปลนทีละชั้น โดยบอกแบบห้องที่ปรากฏในแต่ละภาพไว้ด้วย ซึ่งชั้นนี้มีห้องพัก 31 ยูนิต รูปแบบห้องยังครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom อยู่บริเวณปลายปีกอาคาร ส่วนอีกปีกหนึ่งจะเห็นพื้นที่ที่เว้นจากการจัดห้องพัก ทำให้ผังชั้นนี้ต่างจากชั้น 20 อยู่พอสมควร
แปลนอาคารชั้น 22 จำนวนห้องลดลงมาเหลือ 28 ยูนิต มี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. จุดที่สังเกตได้คือพื้นที่เปิดโล่งตรงปลายปีกอาคารทั้งสองด้าน ขณะที่ห้องพักยังเรียงตามแนวทางเดินหลัก
แปลนอาคารชั้น 23 มี 28 ยูนิต และยังเลือกได้ครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom วางอยู่ด้านปลายปีก ส่วน Studio และ 1 Bedroom จะอยู่กระจายตามแนวอาคารอีกด้าน
แปลนอาคารชั้น 24 ชั้นนี้มี 28 ยูนิต รูปแบบห้องประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ผังใกล้เคียงกับชั้น 23 ใครชอบตำแหน่งห้องเดิมแต่ต้องการขยับระดับชั้น ก็ลองเทียบสองแปลนนี้ต่อกันได้
แปลนอาคารชั้น 25 ยังมีห้องพัก 28 ยูนิต และมีแบบห้องครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom อยู่ช่วงปลายปีกอาคารเช่นเดียวกับชั้น 23-24 ส่วนห้องขนาดอื่นยังอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน
ขึ้นมาถึงแปลนอาคารชั้น 26 จำนวนห้องลดเหลือ 24 ยูนิต เพราะแนวปีกอาคารสั้นลงจากชั้นก่อนหน้า แบบห้องยังมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. โดยห้อง 2 Bedroom ยังคงอยู่ช่วงปลายปีกอาคาร
แปลนอาคารชั้น 27 มี 24 ยูนิตเช่นกัน มี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ผังย่อขนาดจากช่วงชั้น 22-25 แต่ยังมีทางเลือกครบทั้งสี่ประเภท เหมาะกับการเทียบตำแหน่งห้องหลายขนาดในระดับชั้นเดียวกัน
แปลนอาคารชั้น 28 มีห้องพัก 24 ยูนิต แบบห้องประกอบด้วย Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. รูปแบบโดยรวมใกล้เคียงชั้น 27 จึงดูตำแหน่งห้องและระดับชั้นที่ต้องการประกอบกันได้
แปลนอาคารชั้น 29 ลดลงมาเหลือ 22 ยูนิต โดยยังมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้องพักบริเวณปลายปีกอาคารลดลงอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชั้น 28 แต่ยังคงมีห้อง 2 Bedroom อยู่ในแปลน
แปลนอาคารชั้น 30 ตั้งแต่ชั้น 30 รูปทรงพื้นที่พักอาศัยจะกระชับขึ้นชัดเจน ชั้นนี้มี 19 ยูนิต และยังมีแบบห้องครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. อีกด้านหนึ่งของอาคารเป็นพื้นที่เปิดโล่งตามที่เห็นในแปลน
แปลนอาคารชั้น 31 มีห้องพัก 19 ยูนิต รูปแบบใกล้เคียงกับชั้น 30 โดยมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom อยู่ช่วงปลายปีก ส่วนห้องขนาดเล็กและขนาดกลางเรียงอยู่ตามแนวทางเดินอีกด้าน
แปลนอาคารชั้น 32 ยังมี 19 ยูนิต และมีแบบห้องครบทั้ง Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม., 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 44 ตร.ม. หากกำลังดูห้องช่วงชั้น 30-32 สามารถเทียบตำแหน่งยูนิตที่ใกล้เคียงกันในสามแปลนนี้ได้เลย
แปลนอาคารชั้น 33 ลดลงเหลือ 17 ยูนิต และมี Studio 23-25 ตร.ม., 1 Bedroom 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. ไม่มีห้อง 2 Bedroom ในแปลนชั้นนี้ พื้นที่บริเวณปลายปีกอาคารส่วนหนึ่งเปิดโล่ง ทำให้ห้องพักไม่เรียงต่อเนื่องไปจนสุดเหมือนชั้น 32
แปลนอาคารชั้น 34 เหลือห้องพักเพียง 7 ยูนิต อยู่รวมกันในปีกอาคารด้านเดียว แบบห้องที่เห็นคือ 1 Bedroom ขนาด 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. โดยชั้นนี้ไม่มี Studio หรือ 2 Bedroom พื้นที่อีกด้านของอาคารไม่ได้จัดเป็นห้องพักแล้ว
แปลนอาคารชั้น 35 มีห้องพัก 7 ยูนิตเช่นเดียวกับชั้น 34 ได้แก่ 1 Bedroom ขนาด 29-30 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. ความพิเศษของชั้นนี้คือปีกอาคารอีกด้านกลายเป็นส่วนกลางสระว่ายน้ำ Star Lap Pool ขนาด 5 × 20 เมตร พร้อมสระเด็ก 3.5 × 4 เมตร และพื้นที่นั่งพักริมสระ จากแปลนจะเห็นชัดว่าห้องพักกับส่วนกลางอยู่คนละฝั่งของโถงลิฟต์
มุมนี้ของโมเดลจะเห็นส่วนกลาง ชั้น 35-36 และ Rooftop อยู่ต่อกัน ด้านล่างเป็น STAR LAB-POOL ชั้น 35 มีสระว่ายน้ำทอดยาวริมอาคาร พร้อมมุมนั่งพักและพื้นที่สีเขียว ถัดขึ้นไปชั้น 36 เป็น STAR FITNESS และ STAR LOUNGE ส่วนบน Rooftop มีสวนและทางเดินหรือวิ่ง Track to the Star ให้ขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศกัน
ผมว่าพอดูผ่านโมเดลแล้วเห็นภาพง่ายขึ้นว่าแต่ละโซนอยู่ตรงไหน วันไหนอยากว่ายน้ำ ออกกำลังกาย หรือขึ้นมาเดินรับลม ก็เลือกใช้พื้นที่ได้ตามอารมณ์ เป็นอีกมุมที่น่ารอเห็นของจริงตอนโครงการเสร็จเลย
ภาพจำลองบรรยากาศ STAR LAB-POOL ที่ชั้น 35 ในช่วงพระอาทิตย์ตก สระว่ายน้ำวางอยู่ริมขอบอาคาร เปิดมุมมองออกไปเห็นเส้นขอบฟ้าและเมืองด้านล่าง ส่วนอีกฝั่งมีมุมนั่งพักเก้าอี้สีแดงอยู่ใต้ตัวอาคาร พอแสงเย็นสะท้อนผิวน้ำ ภาพนี้เลยชวนให้นึกถึงการขึ้นมาว่ายน้ำหรือแวะนั่งพักหลังเลิกงาน แล้วค่อย ๆ ดูเมืองเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน
แปลนอาคารชั้น 36 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ไม่มีห้องพักอาศัย จากแปลนจะเห็นพื้นที่นั่งพักผ่อนและพื้นที่ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นอีกจุดที่โครงการตั้งใจเปิดมุมมองจากชั้นสูงให้ลูกบ้านได้มาใช้เวลา นอกจากสวนชั้น 8 และสระว่ายน้ำชั้น 35
และแปลนชั้น Rooftop ปิดท้ายที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งไม่มีห้องพักอาศัย พื้นที่หลักเป็นทางเดินและลู่วิ่ง Track to the Star ระยะทางประมาณ 150 เมตร เชื่อมไปตามรูปทรงอาคาร พร้อมพื้นที่สีเขียวบางส่วน เป็นอีกมุมสำหรับออกมาขยับตัวและรับบรรยากาศด้านบนของโครงการ
มุมนี้ของโมเดลจะเห็น ชั้น 36 ที่มี STAR FITNESS และ STAR LOUNGE อยู่เหนือโซนสระว่ายน้ำ ตัวห้องใช้กระจกบานใหญ่เปิดรับมุมมองภายนอก ผมว่าน่าจะเป็นอีกชั้นที่ได้ใช้บ่อย วันไหนอยากออกกำลังกายก็แวะฟิตเนส หรืออยากเปลี่ยนจากนั่งอยู่ในห้องก็ขึ้นมาพักที่เลานจ์ ได้สลับบรรยากาศพร้อมชมวิวจากชั้นสูงไปด้วย
ภาพจำลองบรรยากาศ STAR FITNESS มีลู่วิ่งเรียงตามแนวกระจกบานสูง มองออกไปเห็นวิวเมืองระหว่างออกกำลังกาย ตรงกลางเป็นทางเดินสีแดงที่มีตัวเลขและเส้นกำกับระยะ ช่วยให้ห้องดูมีพลังขึ้นมาอีกหน่อย ส่วนเพดานสูงกับแสงไฟตามแนวซุ้มโค้งก็ทำให้พื้นที่ดูโปร่งและมีจังหวะ ไม่ใช่แค่ห้องวางเครื่องออกกำลังกายเรียงกันเฉย ๆ
ภาพจำลองบรรยากาศ STAR LOUNGE ห้องนี้ตกแต่งไปในโทนสีแดงเข้มบนเพดานกับโคมไฟวงกลมก่อนเลย ส่วนซุ้มโค้งที่เรียงต่อกันช่วยพาสายตาเข้าไปด้านใน ระหว่างทางมีชุดโซฟาแยกเป็นมุมนั่งหลายจุด จะมานั่งคุยกันหรือนั่งพักเงียบ ๆ ก็เลือกมุมได้ตามชอบ ที่ผมชอบคือกระจกบานสูงทั้งสองฝั่ง ทำให้นั่งอยู่ข้างในก็ยังมองเห็นวิวเมืองได้เต็มตา
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
ส่วนกลางชั้น 1
- LOBBY
- WAITING AREA
- EVCHARGER
- MAIL ROOM
- WELCOME GARDEN
- JURISTIC
ส่วนกลางชั้น 3
- CO-WORKING SPACE
- MEETING ROOM
- WORKING POD
- LAUNDRY ROOM
- MULTIPURPOSE ROOM
ส่วนกลางชั้น 8
- SKY GARDEN
- SKY PAVILION
ส่วนกลางชั้น 16, ชั้น 19, ชั้น 22, ชั้น 26, ชั้น 30 และ ชั้น 33
- Pocket Garden
ส่วนกลางชั้น 35
- STAR LAB-POOL (5x20 เมตร) WITH KID POOL (3.5 x 4 เมตร)
ส่วนกลางชั้น 36
- STAR FITNESS
- STAR LOUNGE
Rooftop
- TRACK TO THE STAR (ประมาณ 150 เมตร)
อื่น ๆ
- ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว
- ที่จอดรถคิดเป็น 37% หรือประมาณ 335 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV 24 ชั่วโมง


ห้องพักของโครงการมี 4 แบบ ไล่ตั้งแต่ห้องสำหรับอยู่คนเดียวไปจนถึงห้องที่ต้องการพื้นที่แยกเป็นสัดส่วนมากขึ้น
- Studio ขนาด 23-25 ตร.ม. จำนวน 188 ยูนิต
- 1 Bedroom ขนาด 29-33 ตร.ม. จำนวน 420 ยูนิต
- 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. จำนวน 250 ยูนิต
- 2 Bedroom ขนาด 44 ตร.ม. จำนวน 36 ยูนิต
ถ้าดูจากจำนวนยูนิต ห้อง 1 Bedroom เป็นแบบที่มีให้เลือกมากที่สุด ส่วน 1 Bedroom Plus น่าดูสำหรับคนที่อยากมีพื้นที่เพิ่มสำหรับทำงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ ขณะที่ 2 Bedroom มีเพียง 36 ยูนิต ใครสนใจแบบนี้อาจต้องดูตำแหน่งห้องควบคู่ไปด้วย คาดว่าทางโครงการจะมีห้องตัวอย่างมาให้ดู 2 แบบครับ คือ Studio ขนาด 23 ตร.ม. และ 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม.
UNIT LAYOUT





STUDIO พื้นที่ใช้สอย 23 ตร.ม. (Type A1)
Studio Type A1 กันก่อน ห้องนี้จัดพื้นที่เป็นแนวยาวจากประตูทางเข้า โดยมีห้องน้ำอยู่ใกล้ทางเข้า ถัดเข้าไปเป็นมุมนั่งเล่น ส่วนครัววางชิดผนังด้านหนึ่ง และพื้นที่วางเตียงขนาด 5 ฟุตอยู่ด้านในสุดใกล้หน้าต่าง แม้แปลนจะเขียนแยก Living Area กับ Bedroom แต่ทั้งสองส่วนยังเปิดถึงกัน ไม่มีผนังกั้นเป็นห้องนอนปิด เหมาะกับคนที่ชอบห้องแบบเดินถึงทุกมุมได้ง่าย
Studio Type A1.1 จัดฟังก์ชันแบบเดียวกัน แต่สลับฝั่งตำแหน่งครัวและห้องน้ำไปอยู่อีกด้าน จุดที่อยากให้ดูเวลาเลือกห้องจึงเป็นทั้งตำแหน่งยูนิตบนชั้นและทิศทางการจัดห้องว่าแบบไหนเข้ากับการวางเฟอร์นิเจอร์ของเรา



STUDIO พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม. (Type A2)
Studio Type A2 ขนาด 24 ตร.ม. แปลนนี้เปิดประตูเข้ามาเจอมุมนั่งเล่นก่อน โดยมีห้องน้ำอยู่ใกล้ทางเข้า เดินลึกเข้าไปจะเป็นพื้นที่วางเตียงขนาด 5 ฟุตกับตู้เสื้อผ้า ส่วนครัววางเป็นแนวยาวชิดผนังอีกฝั่ง ใกล้หน้าต่างด้านในสุดของห้อง
จากแปลน ผมว่าจุดที่น่าดูคือการแยกมุมนั่งเล่นกับมุมเตียงออกจากกันด้วยตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์และผนังบางส่วน แม้จะยังเป็นห้อง Studio ที่พื้นที่ทั้งสองส่วนเชื่อมถึงกันอยู่ ใครอยากได้ห้องขนาดกะทัดรัด แต่มีมุมนั่งพักและมุมนอนที่เป็นสัดส่วนขึ้นอีกนิด แบบนี้ก็น่าลองเทียบกับ Type A1 ขนาด 23 ตร.ม. ก่อนเลือกยูนิต



STUDIO พื้นที่ใช้สอย 25 ตร.ม. (Type A3)
มาถึง Studio Type A3 ขนาด 25 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่สุดในกลุ่ม Studio ของโครงการ แปลนนี้เปิดประตูเข้ามาเป็นมุมนั่งเล่น มีห้องน้ำอยู่ด้านข้าง จากนั้นจึงเดินต่อไปยังพื้นที่วางเตียง 5 ฟุตและตู้เสื้อผ้า โดยมีครัววางเป็นแนวยาวอยู่อีกฝั่งของห้อง
เมื่อเทียบกับ Studio 24 ตร.ม. คือ รูปทรงห้องที่ขยับเป็นช่วง ๆ ทำให้มุมนั่งเล่นกับมุมเตียงดูแยกกันชัดขึ้นจากแนวผนังและตำแหน่งตู้เสื้อผ้า แต่ยังเปิดถึงกันตามลักษณะห้อง Studio ถ้าใครอยากอยู่คนเดียวและให้ความสำคัญกับพื้นที่นั่งเล่นที่ไม่ชิดเตียงจนเกินไป Type A3 ก็น่าเอามาเทียบกับอีกสองขนาดก่อนตัดสินใจ










1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 29 ตร.ม. (Type B1)
ถ้าอยากได้ห้องนอนที่แยกจากมุมนั่งเล่นชัดขึ้น มาดู 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. กัน แปลนวางมุมนั่งเล่นไว้ใกล้ประตูทางเข้า มีห้องน้ำอยู่ด้านข้าง เดินต่อเข้าไปจะเจอครัวและห้องนอนที่จัดไว้ด้านใน โดยมีผนังแบ่งพื้นที่นอนออกจากส่วนใช้งานหลัก เตียงในแปลนวางขนาด 5 ฟุตชิดฝั่งหน้าต่าง ส่วนครัวเป็นเคาน์เตอร์แนวตรง พร้อมพื้นที่ตามแบบสำหรับเครื่องซักผ้าบริเวณปลายครัว
ในชุดนี้มี Type B1, B1.1, B1.2 และ B1.3 ซึ่งใช้พื้นที่ 29 ตร.ม. เท่ากัน แต่ตำแหน่งยูนิตและรายละเอียดการจัดผังต่างกันเล็กน้อย บางแบบสลับฝั่งครัวกับห้องนอน ขณะที่ตำแหน่งตู้เสื้อผ้าก็ต่างกัน ใครกำลังเทียบห้องขนาดนี้ ผมแนะนำให้ดูแปลนของ ยูนิตที่จะเลือกจริง ควบคู่กับภาพจำลอง เพราะแม้ชื่อแบบห้องและขนาดจะเหมือนกัน จังหวะการเดินและตำแหน่งวางเฟอร์นิเจอร์อาจไม่เหมือนกันทั้งหมด













1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม. (Type B2)
ถัดจากห้อง 29 ตร.ม. มาดู 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. กัน แปลนหลักยังวางมุมนั่งเล่นไว้ใกล้ประตูทางเข้า มีห้องน้ำอยู่ด้านข้าง ส่วนครัวเป็นเคาน์เตอร์แนวตรงที่อยู่ถัดเข้าไป โดยมีพื้นที่ตามแบบสำหรับเครื่องซักผ้าที่ปลายครัว ห้องนอนอยู่ด้านในสุด วางเตียง 5 ฟุตใกล้หน้าต่าง และมีผนังแบ่งจากส่วนอื่นของห้อง
ชุดแปลนนี้มีตั้งแต่ Type B2 ถึง B2.7 ซึ่งหน้าตาการจัดห้องใกล้เคียงกัน แต่มีทั้งผังที่สลับซ้าย-ขวา และรายละเอียดตำแหน่งตู้เสื้อผ้าหรือแนวผนังที่ต่างกันเล็กน้อย ผมว่าเวลาจะเทียบกับห้อง 29 ตร.ม. ควรดูมากกว่าแค่พื้นที่ที่เพิ่มมา 1 ตร.ม. ลองดูตำแหน่งยูนิตและแปลนของห้องที่จะเลือกจริงด้วย ว่าฝั่งครัว ห้องนอน และทางเดินเข้ากับการใช้งานของเราแบบไหน


1 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. (Type B3)
แบบนี้เปิดประตูเข้ามาเจอมุมนั่งเล่นก่อน โดยมีพื้นที่วางโซฟาและโต๊ะเล็ก ๆ ส่วนครัวอยู่ถัดเข้าไปด้านใน พร้อมเคาน์เตอร์และพื้นที่สำหรับโต๊ะกินข้าว ห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน วางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ใกล้หน้าต่าง และมีแนวตู้เสื้อผ้าคั่นระหว่างห้องนอนกับมุมนั่งเล่น ขณะที่ห้องน้ำอยู่ติดกับห้องนอน
เมื่อเทียบกับห้อง 1 Bedroom ขนาดเล็กกว่าที่ดูมาก่อน ผมว่าจุดที่น่าสนใจของ Type B3 คือมีพื้นที่ให้จัดมุมกินข้าวและมุมนั่งเล่นได้ชัดขึ้น ใครที่ใช้เวลาอยู่ในห้องบ่อย หรืออยากแยกกิจกรรมแต่ละอย่างให้เป็นสัดส่วน ลองดูแปลนนี้ประกอบการเลือกห้องได้เลย ตัวอย่างที่ให้มาพบตำแหน่งห้องตั้งแต่ชั้น 8 ถึงชั้น 20 โดยภาพที่สองแสดงแปลนของชั้น 20








1 BEDROOM PLUS พื้นที่ใช้สอย 34 ตร.ม. (Type C)
ห้องกลุ่มนี้แบ่งพื้นที่หลักเป็นมุมนั่งเล่น ห้องนอน ครัว และห้องน้ำ จากแปลนจะเห็นว่ามีที่วางโต๊ะกินข้าวแยกจากมุมโซฟา ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้า และมีประตูกั้นจากพื้นที่นั่งเล่น จุดที่ผมว่าน่าสนใจคือได้พื้นที่ใช้ชีวิตหลายมุมในห้องขนาด 34 ตร.ม. ทั้งนั่งพัก กินข้าว และใช้งานครัว โดยไม่ต้องใช้มุมเดียวกันทั้งหมด
แปลนที่ส่งมามี Type C1, C1.1 และ C2 ขนาดเท่ากัน แต่จัดตำแหน่งห้องต่างกันพอสมควร: C1 และ C2 เปิดประตูมาเจอครัวก่อน แล้วจึงเป็นโต๊ะกินข้าวกับมุมนั่งเล่น ส่วน C1.1 วางห้องนอนและครัวสลับฝั่งกับ C1 เวลาดูแปลนเพื่อเลือกห้อง ผมแนะนำให้ดูตำแหน่งห้องบนชั้นควบคู่กับทางเดินภายในห้อง เพราะแม้พื้นที่ใช้สอยเท่ากัน จังหวะการใช้งานของแต่ละ Type ก็ไม่เหมือนกัน


2 BEDROOM พื้นที่ใช้สอย 44 ตร.ม. (Type D)
ห้องนี้เป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จากแปลน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอมุมครัวและโต๊ะกินข้าวก่อน ถัดเข้าไปเป็นมุมนั่งเล่นที่อยู่ตรงกลางห้อง โดยมีห้องนอนแยกอยู่คนละฝั่ง ห้องนอนฝั่งหนึ่งวางเตียงขนาด 6 ฟุต อีกฝั่งเป็นเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมพื้นที่ตู้เสื้อผ้าในแต่ละห้อง และมีห้องน้ำอยู่ใกล้ห้องนอนทั้งสองฝั่ง
ผมว่าการวางห้องนอนแยกซ้ายขวาแบบนี้เหมาะกับคนที่อยู่ด้วยกันแล้วอยากมีพื้นที่ส่วนตัว จะใช้เป็นห้องนอนทั้งคู่ หรือปรับห้องหนึ่งเป็นห้องทำงานก็ได้ โดยยังมีมุมนั่งเล่นกับโต๊ะกินข้าวไว้ใช้ร่วมกันตรงกลาง จากผังที่ให้มา Type D มีตำแหน่งห้องให้ดูตั้งแต่ชั้น 15 ถึงชั้น 32 ครับ
ดูแปลนกันครบแล้ว ทั้ง Studio ไปจนถึง 2 Bedroom คราวนี้มาดูกันต่อว่าห้องที่ซื้อจะได้อะไรบ้าง โครงการขายแบบ Fully Furnished* มีโซฟา ชั้นวางทีวี ตู้เสื้อผ้า ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต และแอร์เริ่มต้น 1 ตัว* พร้อมชุดครัวที่มีเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และซิงค์แบรนด์ TEKA ส่วนห้องน้ำใช้โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าแบรนด์ American Standard
เงินจองเริ่มต้น 2,999 บาท* ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. และโครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573 เดี๋ยวผมพาเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันต่อ จะได้เห็นทั้งการจัดพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้ชัดขึ้น โดยเริ่มจากห้อง Studio ขนาด 23 ตร.ม. กันก่อน
*รายการเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ และเงื่อนไขการจองเป็นไปตามที่โครงการกำหนด
ห้องตัวอย่าง
แบบห้อง : STUDIO
- พื้นที่ใช้สอย : 23 ตร.ม.
- ครัวเป็นสัดส่วน ติดระเบียง
เริ่มกันที่ ห้อง Studio พื้นที่ใช้สอย 23 ตร.ม. Type A1 จากแปลนจะเห็นว่ามุมนั่งเล่นอยู่ด้านหน้าห้อง ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นอนใกล้หน้าต่าง โดยทั้งสองโซนเชื่อมต่อกัน ส่วนครัวแยกอยู่ด้านข้างและต่อกับระเบียง มีห้องน้ำอยู่ใกล้ทางเข้า ทำให้แบ่งพื้นที่ใช้งานได้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนในขนาดห้องได้กำลังดี
พอเข้ามา จะเห็นมุมนั่งเล่นต่อเนื่องไปถึงเตียงด้านใน โทนสีเทาอ่อนกับพื้นลายไม้ให้บรรยากาศอบอุ่น ส่วนกระจกที่ใช้ตกแต่งช่วยให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น ห้องนี้ขายแบบ Fully Furnished* แบบในห้อง Studio นี้เลยครับที่โครงการให้มา พร้อมไอเดียการแต่งห้องให้ใช้งานได้ลงตัว
โซนนั่งเล่น
เริ่มจาก โซนนั่งเล่น มีโซฟาขนาด 2 ที่นั่งวางชิดผนัง ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีพร้อมลิ้นชักเก็บของ ในห้องตัวอย่างเลือกแขวนทีวีบนผนัง จึงเหลือพื้นที่บนตู้ไว้ใช้งานได้อีก และตู้เก็บรองเท้าก็ได้ไซซ์นี้เลยครับ สำหรับฝั่งโซฟามีโต๊ะเล็กที่ขยับมาวางอาหารหรือเครื่องดื่มได้


ผมว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับใช้ได้หลายอย่างแบบนี้ช่วยให้ห้องขนาด 23 ตร.ม. ใช้งานได้คล่องตัว และยังเหลือทางเดินเชื่อมไปยังพื้นที่นอนด้านในด้วย
โซนห้องนอน


ถัดจากมุมนั่งเล่นเข้ามาเป็น โซนห้องนอน ได้ตู้เสื้อผ้าบานสไลด์พร้อมกระจกเงาที่หน้าบาน 1 ด้าน ใช้ส่องดูความเรียบร้อยเวลาแต่งตัวและช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้น ตัวตู้สูงถึงเพดาน มีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าและของใช้ได้กำลังดี ส่วนบานสไลด์ก็เปิดใช้งานได้โดยไม่กินพื้นที่ทางเดิน
โครงการให้ ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตพร้อมลิ้นชักเก็บของ ตามภาพ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของอีกจุด โดยยังมีระยะข้างเตียงและปลายเตียงให้เดินใช้งานได้ ฝั่งหัวเตียงมีปลั๊กไฟ ช่อง USB และสวิตช์ของ Schneider Electric จะชาร์จมือถือก่อนนอนก็สะดวก สำหรับห้อง Studio ไทป์นี้ได้ เครื่องปรับอากาศ Daikin ขนาด 12,000 BTU จำนวน 1 เครื่อง


ด้านในสุดเป็นหน้าต่างกระจกช่วยรับแสงธรรมชาติ พร้อมบานกระทุ้งที่เปิดรับลมได้ ผมว่าสัดส่วนโซนนี้ลงตัวสำหรับคนที่อยู่คนเดียว ได้ทั้งพื้นที่นอนและที่เก็บของในห้องขนาดกะทัดรัด เดี๋ยวไปดูโซนครัวที่อยู่ด้านข้างกันต่อ
โซนครัว


มาดู โซนครัว ที่แยกอยู่ด้านข้างพื้นที่นอนกันต่อ โซนนี้เชื่อมกับห้องน้ำและระเบียง โดยห้องมาตรฐานไม่มีประตูกั้นครัวมาให้ หากอยากแยกพื้นที่ให้ชัดขึ้น ก็สามารถติดตั้งประตูบานสไลด์เพิ่มเติมได้


ชุดครัวที่โครงการให้มามี เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และซิงค์แบรนด์ TEKA พร้อมท็อปหินสังเคราะห์และตู้เก็บของด้านล่าง มีพื้นที่บนเคาน์เตอร์ระหว่างเตากับซิงค์ไว้เตรียมอาหาร ส่วนผนังกันเปื้อนหลังเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของด้านบนที่เห็นในห้องตัวอย่างเป็นการตกแต่งเพิ่มเติม ใครอยากเพิ่มที่เก็บจานชามหรือช่องวางไมโครเวฟ ก็บิลต์อินเพิ่มได้ตามการใช้งาน
พื้นที่ยืนทำครัวเหมาะกับใช้งานทีละ 1 คน มีช่องวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ หยิบของมาเตรียมอาหารได้สะดวก ส่วนเครื่องซักผ้า ผมว่าเลือกวางที่ระเบียงจะลงตัวกว่า ช่วยให้พื้นที่ในครัวเหลือไว้เดินและทำอาหารได้คล่องขึ้น
ระเบียง
ถัดจากครัวออกมาเป็น ระเบียง ขนาดกำลังดี มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าได้ ใครอยากใช้ทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้า ผมว่ามุมนี้น่าจะจัดวางแบบซ้อนกันได้ โดยเลือกขนาดเครื่องและชุดยึดให้เหมาะกับพื้นที่
ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์แขวนอยู่ด้านบนแบบนี้เลยครับ ทำให้เหลือพื้นที่พื้นระเบียงไว้ใช้งานได้มากขึ้น
ห้องน้ำ
ปิดท้ายห้อง Studio กันที่ ห้องน้ำ ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำเป็นสัดส่วน โดยมีฉากกระจกกั้นช่วยลดน้ำกระเด็นออกมา บรรยากาศใช้กระเบื้องโทนสีอ่อน ทำให้ห้องดูสว่างและสบายตา



สุขภัณฑ์ที่โครงการให้มาเป็น โถสุขภัณฑ์แบบ One Piece และอ่างล้างหน้าแบรนด์ American Standard พร้อมพัดลมดูดอากาศตามมาตรฐานโครงการ ช่วยระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำ ผมว่าขนาดพื้นที่กำลังพอดีกับการใช้งาน ได้ฟังก์ชันหลักครบสำหรับห้อง Studio ขนาด 23 ตร.ม. ยิ่งเหมาะกับ First Jobs หรือเปล่าเช่าให้นักศึกษาก็ราคาดีครับ ไปกันต่อที่ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ครับ
แบบห้อง : 1 BEDROOM
- พื้นที่ใช้สอย : 29 ตร.ม.
- ห้องนอนเป็นสัดส่วน
- ครัวติดระเบียง


ห้องถัดมาพาไปดู 1 Bedroom Type B1 พื้นที่ใช้สอย 29 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอ โซนนั่งเล่นก่อน มีโซฟา โต๊ะกลม และชั้นวางทีวี โดยพื้นที่ส่วนนี้เปิดโล่งเชื่อมต่อกับ ครัวเปิดที่อยู่ด้านในติดระเบียง ทำให้เดินใช้งานระหว่างสองโซนได้ต่อเนื่อง เชื่อมต่อด้วยมุมนั่งทำงานหรือวางของกับโซนห้องนั่งเล่น


ห้องตัวอย่างตกแต่งสไตล์โมเดิร์นด้วยโทนเทา ขาว และแดงเข้ม ผมว่าคู่สีนี้ช่วยให้ห้องดูมีบุคลิกขึ้น ด้านในมีประตูกระจกบานใหญ่เชื่อมออกไปยังระเบียง ช่วยรับแสงเข้ามาถึงพื้นที่ครัวและมุมนั่งเล่น เมื่อเปิดประตูก็รับลมจากภายนอกได้ด้วย
จุดต่างจาก Studio คือ ห้องนอนแยกเป็นสัดส่วนพร้อมประตูปิด จึงแยกพื้นที่พักผ่อนออกจากมุมนั่งเล่นและครัวได้ ส่วนห้องน้ำเข้าจากห้องนอนด้านใน ห้องนี้ขายแบบ Fully Furnished* ให้เฟอร์นิเจอร์สเปกเดียวกับ Studio พร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ขนาด 9,000 และ 12,000 BTU* เดี๋ยวผมพาดูแต่ละโซนกันต่อ
*รายละเอียดเครื่องปรับอากาศและรายการเฟอร์นิเจอร์เป็นไปตามมาตรฐานที่โครงการกำหนด
โซนนั่งเล่น
สำหรับ โซนนั่งเล่น ผมว่ามีพื้นที่พอรับเพื่อนมาเที่ยวสัก 1-2 คนได้ มีโซฟาวางตรงข้ามชั้นวางทีวี พร้อมโต๊ะกลมข้างโซฟาที่ใช้วางขนมหรือปรับเป็นมุมกินข้าวเล็ก ๆ ได้ แบบในห้องตัวอย่างเพิ่มเก้าอี้ไว้อีกตัว ก็นั่งคุยกันได้ลงตัว โดยยังเหลือทางเดินเชื่อมไปครัวและระเบียงด้านใน ส่วนห้องนอนมีประตูแยกปิดได้ เวลามีแขกมาจึงยังเก็บพื้นที่พักผ่อนไว้เป็นส่วนตัวได้
ครัวและระเบียง


ถัดเข้ามาเป็น ครัวเปิดติดระเบียง พื้นที่กว้างกว่าห้อง Studio มีระยะให้ยืนเตรียมอาหารและขยับตัวได้คล่องขึ้น ได้ชุดครัวตามมาตรฐานโครงการ ส่วนฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่วางตู้เย็นขนาดกลาง โดยยังเหลือทางเดินออกไประเบียงได้สะดวก
ส่วนด้านบนเคาน์เตอร์สามารถบิลต์อินตู้หรือชั้นลอยเพิ่มเติมได้ ไว้เก็บจาน ชาม และของใช้ในครัว จะได้เหลือพื้นที่บนเคาน์เตอร์ไว้เตรียมอาหารมากขึ้น
ใครอยากแยกโซนครัวกับมุมนั่งเล่นให้เป็นสัดส่วนขึ้น ก็เพิ่มฉากกั้นแบบในห้องตัวอย่างได้ เป็นอีกไอเดียที่ช่วยแบ่งพื้นที่ โดยยังมองเห็นกันได้และห้องดูโปร่งอยู่ครับ
ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ช่วยรับแสงเข้ามาในครัว ทำให้มุมนี้ดูโปร่งขึ้น เปิดออกไปรับลมได้สะดวก ระเบียงมีพื้นที่มากกว่าห้อง Studio สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ทางโครงการจะแขวนไว้ด้านบน จึงเหลือพื้นที่พื้นไว้ใช้งานได้มากขึ้น


ผมว่าสเปซห้องนี้เหมาะกับคนที่ชอบใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน จะนั่งดูซีรีส์ รับเพื่อนมาเที่ยว หรือทำอาหารง่าย ๆ ก็ใช้งานต่อเนื่องกันได้ เพราะโซนนั่งเล่นกับครัวเป็นสเปซเปิดโล่ง มีระเบียงอยู่ใกล้ ๆ ช่วยรับแสงให้ห้องดูโปร่ง ส่วนเวลาที่อยากพักผ่อนเป็นส่วนตัวก็ปิดประตูแยกห้องนอนได้ เดี๋ยวพาเข้าไปดูห้องนอนในกันต่อ
ห้องนอน



ห้องนอนจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะมีประตูแยกจากโซนนั่งเล่นชัดเจน ชุดเฟอร์นิเจอร์ให้ตามมาตรฐานโครงการเหมือนห้อง Studio ทั้งฐานเตียงขนาด 5 ฟุตและตู้เสื้อผ้า แต่สเปซห้องนี้กว้างขึ้น มีระยะเดินรอบเตียงได้สะดวก พร้อมปลั๊ก USB บริเวณหัวเตียง ส่วนหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ช่วยรับแสง ทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น การตกแต่งมุมโต๊ะและกระจกในห้องตัวอย่างก็เป็นไอเดียสำหรับคนที่อยากเพิ่มพื้นที่แต่งตัวหรือนั่งทำงานในห้องนอน
ปลั๊กเต้าเสียบที่มีช่อง USB ติดตั้งบริเวณหัวเตียงครับ
ทางซ้ายมือจะเชื่อมไปยังโซนแต่งตัวและห้องน้ำ ผมว่าข้อดีคือใช้งานสะดวก ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวได้ต่อเนื่องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวเลย แต่มีข้อสังเกตนิดหนึ่งคือ ถ้ามีเพื่อนมาเที่ยวแล้วต้องการใช้ห้องน้ำ ก็ต้องเดินผ่านเข้ามาในห้องนอนด้วย
มุมแต่งตัว


มุมแต่งตัวอยู่ติดกับทางเข้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาเลือกเสื้อผ้า แต่งตัว แล้วพร้อมออกไปทำงานได้เลย ห้องตัวอย่างแต่งมุมนี้ด้วยโต๊ะหน้ากระจกและตู้บานกระจกสีแดง ผมว่าดูน่ารักดี เหมือนมีมุมเตรียมหล่อเตรียมสวยเล็ก ๆ อยู่ในห้อง ใครชอบสะสมน้ำหอมหรือเครื่องประดับก็น่าจะสนุกกับการจัดมุมนี้ ส่วนงานตกแต่งเพิ่มเติมใช้ดูเป็นไอเดียแยกจากชุดเฟอร์นิเจอร์มาตรฐานโครงการ
ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำใช้กระเบื้องโทนสีอ่อน มีอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์แบรนด์ American Standard พร้อมพัดลมดูดอากาศตามมาตรฐานโครงการ มุมข้างโซนอาบน้ำมีช่องวางของไว้เก็บทิชชู่สำรองหรือของใช้ในห้องน้ำ ส่วนขอบผนังหลังอ่างล้างหน้าก็วางสบู่ล้างมือหรือแก้วใส่แปรงสีฟันได้ ผมว่ามุมเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้หยิบของใช้ได้สะดวก ไม่ต้องวางทุกอย่างเบียดกันบนอ่าง
ส่วนตัวผมชอบที่ห้องน้ำอยู่ใกล้มุมแต่งตัว อาบน้ำเสร็จก็เลือกเสื้อผ้าแต่งตัวต่อได้เลย แต่วันไหนเพื่อนมาเที่ยวก็อาจต้องเก็บห้องนอนให้เรียบร้อยนิดหนึ่ง เพราะเพื่อนต้องเดินผ่านเข้ามาใช้ห้องน้ำด้วย ถือว่ามีแรงกระตุ้นให้เก็บห้องไปในตัว ฮ่า ๆ
ดูครบทั้งสองห้องแล้ว ผมว่าเลือกได้ตามจังหวะชีวิตเลย Studio 23 ตร.ม. เหมาะกับคนอยู่คนเดียวที่อยากได้ห้องขนาดกะทัดรัด ดูแลง่าย มีทั้งมุมนั่งเล่น พื้นที่นอน และครัวไว้ใช้งานครบ ส่วน 1 Bedroom 29 ตร.ม. จะได้พื้นที่ขยับตัวมากขึ้น และมีประตูแยกห้องนอนเป็นส่วนตัว เหมาะกับคนที่อยากแยกมุมพักผ่อนออกจากกิจกรรมระหว่างวัน หรืออยู่กันสองคนแล้วคนหนึ่งอยากนอน แต่อีกคนยังติดซีรีส์อยู่ ก็ใช้งานสะดวกขึ้น ทั้งสองแบบขาย Fully Furnished* เลือกให้ตรงกับการใช้งานและงบที่สบายใจได้เลย
ที่พามาดูวันนี้เป็นแค่สองห้องตัวอย่าง โครงการยังมีอีกหลายไทป์ให้เลือก ใครอยากลองเดินดูสเปซจริงว่าแบบไหนเข้ากับชีวิต แวะไปที่สำนักงานขายได้เลย เปิดทุกวัน และอย่าลืมคลิกลิงก์ลงทะเบียนท้ายบทความไว้ก่อน เพื่อลุ้นรับสิทธิพิเศษ* เผื่อได้เจอห้องที่ถูกใจ พร้อมข้อเสนอที่ช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้นครับ
*สิทธิพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
สรุปทำเลที่ตั้ง
STARVIEW MRT TIWANON อยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งมุ่งหน้าแยกวงศ์สว่าง ห่างจาก MRT แยกติวานนท์ ทางออก 1 ประมาณ 100 เมตร วันไหนไม่อยากขับรถก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ ส่วนคนใช้รถก็เชื่อมต่อถนนติวานนท์ ถนนประชาราษฎร์ และถนนรัชดาภิเษกได้ โดยโครงการอยู่ห่างจากทางพิเศษศรีรัชประมาณ 4.8 กิโลเมตร* และทางยกระดับอุตราภิมุขประมาณ 5.3 กิโลเมตร*
รอบโครงการมีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ห่างประมาณ 1.8 กิโลเมตร* ผมว่าทำเลนี้น่าสนใจสำหรับคนที่ทำงานแถวบางซื่อ เตาปูน วงศ์สว่าง หรือพระราม 7 รวมถึงคนที่ต้องเดินทางมาย่านกระทรวงสาธารณสุขบ่อย ๆ เพราะมีทั้งรถไฟฟ้าและถนนหลายเส้นให้เลือกใช้ในแต่ละวัน
*ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ อาจแตกต่างกันตามเส้นทางที่ใช้เดินทาง
สรุป
หลังจากได้ดูทั้งแปลน ส่วนกลาง และเดินชมห้องตัวอย่าง ผมว่า STARVIEW MRT TIWANON น่าสนใจตรงที่ได้ทำเลใกล้รถไฟฟ้าในราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท หรือเริ่ม 77,900 บาท/ตร.ม.* ห่างจาก MRT แยกติวานนท์ ทางออก 1 ประมาณ 100 เมตร เหมาะกับคนที่ใช้รถไฟฟ้าไปทำงานเป็นประจำ รวมถึงบุคลากรโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ต้องเข้ากะ และข้าราชการที่ทำงานย่านศูนย์ราชการนนทบุรี จะเลือกห้อง Studio สำหรับอยู่คนเดียว หรือขยับเป็น 1 Bedroom ไปจนถึง 2 Bedroom ก็มีให้เลือกตามการใช้งาน พร้อมการขายแบบ Fully Furnished* ช่วยลดภาระการซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักเพิ่ม
อีกจุดที่ผมชอบคือส่วนกลางกระจายอยู่ 6 ชั้น มีพื้นที่ให้เปลี่ยนบรรยากาศทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน ตั้งแต่ Co-Working Space สวน ไปจนถึง STAR FITNESS, STAR LOUNGE และสระว่ายน้ำชั้นสูง สำหรับคนมองหาคอนโดหลังแรก หรือครอบครัวที่อยากซื้อที่พักให้ลูก โครงการนี้เป็นอีกตัวเลือกที่น่าเข้ามาดู โดยโครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573
ตอนนี้สำนักงานขายเปิดทุกวันแล้ว แวะมาลองเดินห้องตัวอย่างทั้ง Studio 23 ตร.ม. และ 1 Bedroom 29 ตร.ม. เพื่อดูว่าแบบไหนเข้ากับชีวิตมากที่สุด ก่อนตัดสินใจอย่าลืม ลงทะเบียนรับสิทธิ์กลุ่มแรกที่นี่ รับส่วนลดเพิ่ม 50,000 บาท* พร้อมของแถมพิเศษ 10 รายการ* ครอบคลุมชุดครัวและเครื่องใช้ ตู้เก็บของ ฉากกั้นอาบน้ำ Digital Door Lock และแอร์ Daikin ช่วยให้เริ่มต้นมีคอนโดใกล้ MRT ได้คุ้มขึ้นอีก
*ราคา ส่วนลด ของแถม และสิทธิพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด กำหนดแล้วเสร็จเป็นการคาดการณ์ของโครงการ



























































































