รมว.พม. มอบการเคหะแห่งชาติเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการพลิกโฉมเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง จากแฟลตเก่าอายุกว่า 47 ปี สู่ชุมชนเมืองติดรถไฟฟ้าสายสีแดง วางแนวทางพัฒนาอาคารพักอาศัยประมาณ 3,800 หน่วย รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมและเปิดโอกาสให้คนเริ่มต้นชีวิตเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมเติมพื้นที่พาณิชยกรรม สำนักงาน และพื้นที่สีเขียว คาดเสนอ ครม. พิจารณาในปี 2571

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ พร้อมพบปะและให้กำลังใจผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางภายในโครงการ โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ คณะผู้บริหาร และตัวแทนชุมชนให้การต้อนรับ
นายนิกรกล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตาม โครงการหลายแห่งดำเนินงานมาเป็นระยะเวลานานและอาคารเริ่มเสื่อมสภาพ จึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูให้มีความมั่นคงและปลอดภัย พร้อมทบทวนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน

สำหรับโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง แม้ในอดีตจะตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมือง แต่ปัจจุบันมีศักยภาพเพิ่มขึ้นจากทำเลที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเหมาะสำหรับพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่กำลังเริ่มต้นสร้างชีวิต
แนวทางเบื้องต้นคือการพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบอาคารสูงเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม และนำพื้นที่ที่เหลือมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้อยู่อาศัยใหม่ ควบคู่กับอาคารพาณิชยกรรม สำนักงาน ร้านค้า สวนสาธารณะ และพื้นที่ออกกำลังกาย เพื่อยกระดับพื้นที่สู่ชุมชนเมืองที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่อย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ยังสามารถนำแนวคิดการเช่าระยะยาว ซึ่งเคยศึกษาภายใต้โครงการ “บ้านเพื่อคนไทย” มาต่อยอดเป็นโมเดล “เคหะเพื่อคนไทย” เพื่อเปิดโอกาสให้คนกลุ่มใหม่เข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสในการตั้งตัว โดยได้มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเร่งศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบด้าน
ด้านนายทวีพงษ์กล่าวว่า โครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้องก่อสร้างระหว่างปี 2522–2525 บนพื้นที่กว่า 29 ไร่ ปัจจุบันมีอายุกว่า 47 ปี ประกอบด้วยอาคารแฟลตสูง 5 ชั้น จำนวน 9 อาคาร รวม 1,369 หน่วย ทั้งหน่วยพักอาศัยและพาณิชยกรรม เดิมจัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยแบบเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่ปัจจุบันอาคารมีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูและพัฒนาโครงการใหม่

ที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรจัดทำแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนทุ่งสองห้อง และจัดสัมมนาเผยแพร่ผลการศึกษาแล้ว โดยในปี 2570 เตรียมนำเสนอแผนแม่บทต่อคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็น พร้อมดำเนินการออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในปี 2571
หากผลการศึกษาเป็นไปตามแนวนโยบาย โครงการจะสามารถพัฒนาอาคารพักอาศัยได้ 9 อาคาร รวมประมาณ 3,800 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 1,327 หน่วย และผู้อยู่อาศัยใหม่ประมาณ 2,400 หน่วย พร้อมอาคารพาณิชยกรรมและสำนักงาน 1 อาคาร รวมถึงพื้นที่จอดรถประมาณ 1,900 คัน

การฟื้นฟูโครงการจะให้ความสำคัญกับการพัฒนา “คน ชุมชน และเมือง” ควบคู่กัน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยเดิมให้เป็นชุมชนเมืองที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และรองรับการอยู่อาศัยของคนทุกวัย พร้อมยกระดับเป็นต้นแบบการฟื้นฟูเมืองและที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ
“เราไม่ได้มองเพียงการสร้างอาคารใหม่ แต่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตใหม่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยเดิมและผู้สูงอายุ ทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ลดผลกระทบจากการย้ายที่อยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ” นายทวีพงษ์กล่าว


















