ซอนทานา (Sontana) เดินหน้าธุรกิจบริหารที่พักแบบ Flex Rental จับกลุ่มต่างชาติกำลังซื้อสูงและ Digital Nomad ชูโมเดล Asset-Light บริหารสินทรัพย์ด้วยข้อมูล เผยอัตราเข้าพักเฉลี่ย 85–90% พร้อมขยายตลาดภูเก็ตร่วมกับแสนสิริ นำห้องชุดแบรนด์ THE BASE และ CANVAS เข้าพอร์ต วางแผน 3–4 ปีขยายสู่หัวเมืองท่องเที่ยวและเมืองรอง ตั้งเป้าบริหารห้องพักมากกว่า 500 ยูนิตภายในปี 2570 ก่อนต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต

นายชัชกร พฤกษานานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอนทานา จำกัด (Sontana) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจมาประมาณ 3 ปีครึ่ง โดยเริ่มต้นจากการมองเห็นโอกาสหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายของชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาพำนักเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งนักท่องเที่ยวตามฤดูกาล (Seasonal Traveler) และกลุ่มคนทำงานที่สามารถเดินทางและทำงานจากที่ใดก็ได้ หรือ Digital Nomad ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ยังเน้นสัญญาเช่ารายปี ทำให้ผู้เช่ากลุ่มนี้มีทางเลือกที่พักรายเดือนค่อนข้างจำกัด
จากช่องว่างดังกล่าว ประกอบกับประสบการณ์การศึกษาและเดินทางในต่างประเทศ จึงนำมาสู่การก่อตั้งซอนทานา เพื่อให้บริการบริหารจัดการที่พักอาศัยแบบครบวงจร ภายใต้โมเดล Asset-Light หรือการบริหารโดยไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง เริ่มจากคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ รองรับการเช่าตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป สำหรับชาวต่างชาติ นักธุรกิจ และกลุ่ม Digital Nomad
“เราเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของตลาดด้วยโมเดล Flex Rental ที่ยืดหยุ่นตั้งแต่สัญญารายเดือนไปจนถึงรายปี โดยคัดเลือกห้องพักที่ได้มาตรฐาน ตกแต่งพร้อมอยู่ และมีทีมงานดูแล เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่า” นายชัชกรกล่าว

การคัดเลือกโครงการเข้าสู่พอร์ต บริษัทใช้ข้อมูลออนไลน์และความต้องการเช่าในแต่ละทำเลประกอบการวิเคราะห์ ควบคู่กับข้อมูลการเข้าพักในพื้นที่ พร้อมกำหนดเกณฑ์ด้านอายุอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวก และความพร้อมของห้องพัก ส่งผลให้มีห้องชุดผ่านการคัดเลือกเข้าบริหารไม่ถึง 10% ของจำนวนที่เสนอเข้ามาทั้งหมด
ห้องพักที่บริษัทรับบริหารเน้นขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป และขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ 60–90 ตารางเมตร รวมถึงห้องขนาด 3–4 ห้องนอน โดยปัจจุบันห้องขนาด 2–3 ห้องนอนได้รับความสนใจจากลูกค้าครอบครัวมากขึ้น ขณะที่อุปทานในตลาดยังมีจำกัด ทั้งนี้ หลังจัดเตรียมห้องพักพร้อมแล้ว บริษัทสามารถหาผู้เช่าได้ภายในเวลาเฉลี่ย 10 วัน
นายชัชกรกล่าวว่า บริษัทสามารถรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของพอร์ตไว้ที่ 85–90% อย่างต่อเนื่อง โดยจากผลการบริหารของบริษัท โมเดล Flex Rental สามารถสร้างผลตอบแทนสุทธิได้ดีกว่าการปล่อยเช่าระยะยาวทั่วไป ซึ่งมักมีช่วงห้องว่างระหว่างเปลี่ยนผู้เช่าหรือปรับปรุงห้องประมาณ 2–3 เดือน

จุดแข็งของซอนทานาคือการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการที่พักโดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเตรียมและตกแต่งห้อง การกำหนดราคาเช่าด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการบริการผู้เช่าตลอด 24 ชั่วโมง และการดูแลซ่อมบำรุง ทำให้สามารถบริหารทั้งรายได้และคุณภาพการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
ฐานลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad จากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ซึ่งเลือกเข้ามาพำนักในเอเชียด้วยปัจจัยด้านค่าครองชีพที่ต่ำกว่าประเทศต้นทาง ขณะเดียวกัน เริ่มมีลูกค้าจากมาเลเซียและสิงคโปร์เพิ่มขึ้นในกลุ่มที่เช่าพักช่วงสั้นกว่า แม้ยังมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับลูกค้าชาวตะวันตก
“แม้เศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ แต่เรายังได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด เพราะลูกค้าหลักสามารถทำงานและมีรายได้ผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่ค่าครองชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้คนกลุ่มนี้ย้ายมาพำนักในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย จึงยังมีความต้องการที่พักแบบยืดหยุ่นรองรับ” นายชัชกรกล่าว

นอกจากชาวต่างชาติแล้ว บริษัทยังมีลูกค้าคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศและกลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นเวลา 3–6 เดือน รวมถึงผู้ที่ต้องการที่พักระหว่างเข้ารับการรักษาพยาบาลหรือคลอดบุตรในโรงพยาบาลชั้นนำของกรุงเทพฯ
ในด้านเจ้าของสินทรัพย์ บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้ถือครองคอนโดมิเนียมหลายยูนิตให้นำห้องชุดเข้ามาบริหารแบบครบวงจร เพื่อลดภาระการจัดเตรียมห้อง ดูแลผู้เช่า และติดตามค่าเช่า โดยใช้รูปแบบแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) ซึ่งทำให้บริษัทและเจ้าของห้องมีเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มรายได้จากสินทรัพย์
สำหรับค่าเช่าห้องพักในกรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารของซอนทานา ห้องขนาด 1 ห้องนอนเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ขนาด 2 ห้องนอนเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ส่วนห้องพักระดับลักชัวรีอยู่ที่ประมาณ 120,000–200,000 บาทต่อเดือน โดยให้บริการและอำนวยความสะดวกในลักษณะใกล้เคียงเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์

นายชัชกรกล่าวถึงทิศทางธุรกิจในปี 2569 ว่า บริษัทเริ่มขยายสู่หัวเมืองท่องเที่ยว โดยรุกตลาดภูเก็ตอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผ่านความร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ในการนำห้องชุดจากโครงการภายใต้แบรนด์ THE BASE และ CANVAS เข้ามาบริหารจัดการ
ตลาดภูเก็ตมีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ เนื่องจากความต้องการเช่าและระดับราคาผันผวนตามฤดูกาลค่อนข้างสูง โดยช่วงไฮซีซัน ค่าเช่าบางยูนิตสามารถเพิ่มขึ้น 3–4 เท่าจากช่วงโลว์ซีซัน และสูงกว่า 100,000 บาทต่อเดือน บริษัทจึงนำระบบกำหนดราคาแบบยืดหยุ่นตามความต้องการ หรือ Dynamic Pricing มาใช้วิเคราะห์และวางแผนราคาล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารรายได้
นอกจากแสนสิริแล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีกหลายราย ซึ่งมีโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เพื่อขยายพอร์ตบริหารในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ซอนทานายังมองโอกาสร่วมมือกับเจ้าของอะพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเพิ่มอัตราการเข้าพักหรือเสริมทีมบริหาร โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาด การกำหนดราคา และการบริการ เข้าไปช่วยเพิ่มศักยภาพของสินทรัพย์และรายได้จากการเช่า
สำหรับแผนในช่วง 3–4 ปีข้างหน้า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในประเทศไทย ครอบคลุมหัวเมืองหลักและเมืองรองที่มีศักยภาพและความต้องการที่พักอาศัย เช่น พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ โดยตั้งเป้ามีห้องพักภายใต้การบริหารมากกว่า 500 ยูนิตภายในปี 2570 พร้อมศึกษาการขยายธุรกิจสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต












