Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

เศรษฐกิจโลก–ไทยถดถอย เอสซีจีไตรมาส 3 ปี 2568 กระแสเงินสดเข้มแข็งมั่นคง ดันปูนคาร์บอนต่ำ เซรามิกบุกเวียดนาม ขยายพอร์ตสินค้า Smart Value มุ่งลดต้นทุนด้วย AI–Robotics

Homeday
1 พฤศจิกายน 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 1/11/2568

เศรษฐกิจโลก–ไทยถดถอย เอสซีจีไตรมาส 3 ปี 2568 กระแสเงินสดเข้มแข็งมั่นคง ดันปูนคาร์บอนต่ำ เซรามิกบุกเวียดนาม  ขยายพอร์ตสินค้า Smart Value มุ่งลดต้นทุนด้วย AI–Robotics
มหกรรมบ้านและคอนโด
30 ตุลาคม 2568 กรุงเทพฯ :  ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกและไทยที่ถดถอยชะลอตัว ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรที่ไม่รวมการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี และรายการปรับโครงสร้างธุรกิจ 774 ล้านบาท ขณะที่มีขาดทุนสำหรับงวด 669 ล้านบาท  สำหรับช่วง 9 เดือน ปี 2568 กระแสเงินสด (EBITDA) แข็งแกร่งที่ 44,511 ล้านบาท คาดการณ์พายุเศรษฐกิจโลกและไทยจะยืดเยื้อจนถึงปี 2569 เร่งเสริมศักยภาพแข่งขันรอบด้านด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ดันปูนคาร์บอนต่ำและเซรามิกเจาะตลาดเวียดนามดีมานด์สูง ขยายพอร์ตสินค้าราคาคุ้มค่า Smart Value คว้าโอกาสจากตลาดช่วงกำลังซื้อชะลอตัว และลดต้นทุนต่อเนื่องด้วย AI-Robotics พร้อมเสริมโซลูชันเพิ่มรายได้ มั่นใจสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ
Article Image
Article Image
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกและไทยในไตรมาส 3 ปี 2568 ได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้า ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า 5% สูงสุดในรอบ 4 ปี กระทบการส่งออก การลงทุน การท่องเที่ยว และการบริโภคในประเทศอย่างต่อเนื่อง
IMF คาดการณ์ GDP โลกปี 2568-2569 ชะลอเหลือ 3.2% และ 3.1% ตามลำดับ ขณะที่ไทยมี GDP ปี 2568 เติบโตเพียง 2% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียน และปี 2569 อาจชะลอเหลือ 1.6%
“เอสซีจีประเมินว่ามรสุมเศรษฐกิจรอบนี้จะยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ จึงเร่งปรับตัวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งรักษาวินัยทางการเงิน ลดต้นทุน รวมศูนย์การผลิตเพื่อลดความซ้ำซ้อน ปรับโครงสร้างธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาสินค้า Smart Value–HVA–กรีน ตอบโจทย์ตลาดทุกระดับ และขยายตลาดใหม่ ทำให้มีกระแสเงินสดแกร่ง ผลการดำเนินงานธุรกิจมั่นคง” นายธรรมศักดิ์กล่าว
ไตรมาส 3 ปี 2568 เอสซีจีสามารถรักษากระแสเงินสด (EBITDA) แข็งแกร่งที่ 14,191 ล้านบาท มีกำไร 774 ล้านบาท ซึ่งไม่รวม 1) ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จากเอสซีจีซี (ธุรกิจเคมิคอลส์) 1,348 ล้านบาท  ส่วนใหญ่มาจาก LSP เวียดนามที่เริ่มดำเนินการผลิตในช่วงแรก จึงต้องเตรียมสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับตลาด 2) รายการปรับโครงสร้างธุรกิจ หากรวม 2 รายการดังกล่าวบริษัทฯ จะมีขาดทุนสำหรับงวด 669 ล้านบาท
รายได้จากการขายอยู่ที่ 121,793 ล้านบาท ลดลง 2% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้าง และรายได้จากการขายที่ลดลงของเอสซีจีพี
การดำเนินงานสำคัญรายธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 2568 แม้ภาคการก่อสร้างชะลอตัวตามฤดูกาล แต่ธุรกิจซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ มีกำไร 1,583 ล้านบาท ธุรกิจได้ปรับโครงสร้างลดต้นทุน ขยายตลาดปูนคาร์บอนต่ำทั้งในไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เอสซีจี เดคคอร์ กำไร 305 ล้านบาท โดยมี PRIME เวียดนามเป็นฐานการผลิตส่งออกทั่วอาเซียน จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการมุ่งพัฒนาสินค้า HVA และสินค้าเติบโตสูงที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ส่วนเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์ รีเทล กำไร 60 ล้านบาท ธุรกิจได้เร่งลดต้นทุนโดยใช้ AI -ระบบอัตโนมัติ และการจัดการใช้วัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เอสซีจีซี ขาดทุน 3,999 ล้านบาท ธุรกิจเผชิญส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง แต่ยังรักษากำลังการผลิตระดับได้ 85–90%ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เล่นในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงาน LSP ที่เวียดนามเริ่มกลับมาดำเนินงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ทำให้เครื่องจักรได้รับการบำรุงรักษาสม่ำเสมอ รักษาฐานลูกค้า บริหารต้นทุนอย่างยืดหยุ่นผ่านการปรับสัดส่วนวัตถุดิบระหว่าง โพรเพนและแนฟทาได้ทันทีตามราคาที่เหมาะสมในสถานการณ์ตลาด หากปิดโรงงานระยะยาวจะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ และแบกรับต้นทุนการเริ่มต้นใหม่ในอนาคต
เอสซีจีพี กำไร 953 ล้านบาท ซึ่งตลาดบรรจุภัณฑ์อาเซียนฟื้นตัวจากการบริโภคภายในประเทศและ ภาคการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน เสื้อผ้าและรองเท้า ได้รับแรงหนุนจากการเตรียมสินค้าล่วงหน้าสำหรับเทศกาลปลายปี ส่วนด้านราคาเยื่อและกระดาษมีการปรับตัวลง บริษัทฯ จึงเน้นขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับผู้บริโภค การบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค จัดการต้นทุนและการผลิตที่มีประสิทธิภาพโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 38.6% ของการใช้พลังงานทั้งหมด
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนปี 2568 มีกระแสเงินสด (EBITDA) 44,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไร 17,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 370,870 ล้านบาท ลดลง 3%
ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เอสซีจีเดินหน้ามาตรการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เงินทุนหมุนเวียนลดลง 21,571 ล้านบาท หนี้สินสุทธิลดลง 32,226 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 193 ล้านบาท คิดเป็น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 4.7 เท่า และมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 50,662 ล้านบาท สะท้อนผลของการบริหารจัดการที่มีวินัยและรอบคอบ
Article Image
แม้เศรษฐกิจโลกยังเปราะบางและคาดการณ์ยาก เอสซีจีเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์การปรับตัวอย่างทันท่วงทีที่ผ่านมา คือ “ภูมิคุ้มกันที่ถูกทาง” เห็นได้ผลการดำเนินงานและ EBITDA ที่แข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้า 4 กลยุทธ์หลัก เสริมแกร่งธุรกิจ รับมือเศรษฐกิจโลกยืดเยื้อ ดังนี้
กลยุทธ์ที่ 1 : รักษาวินัยทางการเงินต่อเนื่อง บริหารกระแสเงินสดที่มั่นคง ใช้เงินทุนหมุนเวียนอย่างระมัดระวัง เดินหน้าปรับโครงสร้างการดำเนินงานธุรกิจ ลดต้นทุนด้วย AI &  Robotics เช่น เอสซีจี เดคคอร์ นำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI เข้ามาช่วยตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์ ควบคุมกระบวนการผลิต และบริหารคลังสินค้า ลดต้นทุนได้ถึงกว่า 20% ต่อปี เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง ใช้ AI และระบบอัตโนมัติจัดการวัตถุดิบ
กลยุทธ์ที่ 2 : รวมศูนย์การผลิตเพื่อลดความซ้ำซ้อน เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ในธุรกิจของเอสซีจี ที่ดำเนินงานในอาเซียน บริหารต้นทุนการผลิตและส่งออก เช่น เอสซีจี สมาร์ท ลีฟวิง ควบรวบไลน์ผลิตกระเบื้องหลังคาคอนกรีตที่จังหวัดลำพูน ลดต้นทุนได้ 10 ล้านบาท/ปี
กลยุทธ์ที่ 3 : รุกตลาดเวียดนาม ฐานการผลิตใหม่เพื่อส่งออกตลาดโลก
เวียดนามเติบโตโดดเด่น GDP ขยายตัวกว่า 7% จากมาตรการรัฐและการลงทุนต่อเนื่อง เอื้อต่อธุรกิจอสังหาฯ–ก่อสร้าง–บริโภค และมีต้นทุนการผลิตแข่งขันได้ทั้งพลังงาน แรงงาน และโลจิสติกส์ เอสซีจีจึงเร่งขยายฐานในเวียดนาม โดยเพิ่มกำลังการผลิตปูนคาร์บอนต่ำ 8,000 ตันต่อวัน เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป พร้อมขยายการผลิตและส่งออกเซรามิกจากเวียดนามสู่ตลาดโลก ขณะที่โรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (LSP) ปรับแผนการผลิตเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบก๊าซโพรเพน ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันในช่วงที่สภาวะราคาวัตถุดิบผันผวน ส่วนโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตามแผน คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ ปลายปี 2570 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว
กลยุทธ์ที่ 4 : ขยายพอร์ตสินค้า บริการ ราคาคุ้มค่า Smart Value – HVA – กรีน
• ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เอสซีจีขยายกลุ่มสินค้าและบริการ  Smart Value “คุณภาพดี–ราคาคุ้มค่า” ทั้งกลุ่มสินค้างานโครงสร้างและวัสดุตกแต่ง เช่น ปูนงานโครงสร้างและปูนก่อฉาบ “ดูร่าวัน” แข็งแรง ใช้งานง่าย, กระเบื้องหลังคาเซรามิก SCG รุ่น “Celica SRA” สำหรับอาคารศาสนสถานและงานดีไซน์พิเศษ, พื้นและประตู “UNIX”, งานเหล็กสำหรับโครงผนัง ฝ้า และหลังคา “TOPSTEEL” และแพคเกจบริการมุงหลังคา “SCG Saver Roof Package” นอกจากนี้ยังมีงานบริการปรับปรุงบ้าน (Home Improvement) จากคิวช่าง อาทิ บริการติดตั้งพื้นไม้ SPC บริการทาสีภายนอก เป็นต้น คาดว่าสินค้ากลุ่มนี้จะได้รับความนิยมสูงในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง
• เร่งเพิ่มกำลังผลิตสินค้ากรีนและสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products-HVA) อาทิ
ปูนคาร์บอนต่ำ ปูนคาร์บอนต่ำ  อยู่ระหว่างพัฒนาปูนคาร์บอนต่ำรุ่นใหม่ Generation 3 ที่ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 38% โดยเตรียมปรับกำลังการผลิต 2 ล้านตัน/ปี ภายในปี 2570 ที่จ.สระบุรี และ CPAC Extra Base Layer นวัตกรรมซ่อม-สร้างถนนลดการยุบตัวและคงตัวทนนานจากการกัดเซาะน้ำ สะพาน UHPC (Ultra High Performance Concrete) สมรรถนะสูง ลดเวลาก่อสร้างได้ถึง 50% 3D Printing Mortar เทคโนโลยีการขึ้นรูปอาคารก่อสร้างที่มีดีไซน์ซับซ้อน ขยายตลาดไปญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และมาเลเซีย ยกระดับ Roof Installation บริการมุงหลังคาครบวงจรเอสซีจี ด้วย Drone AI ตรวจรอยรั่วหลังคาและวิเคราะห์โครงสร้างแบบ 3 มิติ ช่วยให้ซ่อมแซมรวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำยิ่งขึ้น SCG Comfort Tile กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้นรายแรกในไทย ที่ลดความร้อนสะสมได้ 3–7°C ด้วย HeatSync Technology ให้พื้นเย็น เดินสบาย สุขภัณฑ์ไร้ถังประหยัดน้ำ DUACT และแบบ “เคลือบจากเปลือกไข่–หอย” ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นวัตกรรมเม็ดพลาสติกจากเทคโนโลยี SMX ช่วยลดความหนาของผลิตภัณฑ์ลงโดยยังคงความแข็งแรง พัฒนาเป็นสินค้าหลากหลาย เช่น ท่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ขนาดใหญ่ ฝาขวดน้ำอัดลม ถังบรรจุสารเคมี และบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภค นวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิล ทั้งเทคโนโลยีรีไซเคิลเชิงกล และเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง ซึ่งใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ Food Grade ปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISCC PLUS ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
“ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลกที่ยังยืดเยื้อ เอสซีจีประเมินว่าความท้าทายจะยังคงต่อเนื่องถึงปีหน้า จากปัจจัย ที่ยังไม่คลี่คลาย เช่น การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้าที่ขยายตัว และค่าเงินบาทที่แข็ง กว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งยังคงกดดันการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย แม้เผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายมากขึ้น แต่เรามั่นใจว่า มาตรการที่ดำเนินมาอย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมานั้นมาถูกทางแล้ว ทั้งการเสริมวินัยทางการเงิน ปรับโครงสร้างธุรกิจ และขยายสู่ตลาดที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นฐานสำคัญให้เอสซีจียืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง ” นายธรรมศักดิ์กล่าวปิดท้าย
Article Image
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#SCG
#ข่าวไลฟ์สไตล์

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Hausty
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

โครงการแนะนำ

ดูทั้งหมด
ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
SCG จัดกิจกรรมเสวนา SCG Landscape X room ในหัวข้อ “Walkable City, Livable Economy – เมืองน่าเดิน พาเมืองเดินหน้า” ชูโครงการ “สร้างเมืองน่าเดินให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย”
ข่าวสาร

SCG จัดกิจกรรมเสวนา SCG Landscape X room ในหัวข้อ “Walkable City, Livable Economy – เมืองน่าเดิน พาเมืองเดินหน้า” ชูโครงการ “สร้างเมืองน่าเดินให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย”

SCG จัดกิจกรรมเสวนา SCG Landscape X room ในหัวข้อ “Walkable City, Livable Economy – เมืองน่าเดิน พาเมืองเดินหน้า” ชูโครงการ “สร้างเมืองน่าเดินให้เดินได้เดินดี ทุกวิถีทั่วไทย”

3 นาที
เมื่อฝุ่นแร่ใยหินอยู่ใกล้เด็ก โรงเรียน และสถานพยาบาล วัสดุก่อสร้างที่ไม่ปลอดภัย = ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม
ข่าวสาร

เมื่อฝุ่นแร่ใยหินอยู่ใกล้เด็ก โรงเรียน และสถานพยาบาล วัสดุก่อสร้างที่ไม่ปลอดภัย = ความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

ในขณะที่เรากำลังพูดถึงความก้าวหน้าในด้านวัสดุก่อสร้าง การพัฒนาเมือง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “ความปลอดภัยที่แฝงอยู่ในอาคาร” โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่ต้องมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารนั้น ไม่น่าเชื่อว่า…อาคารหลายแห่งในประเทศไทย ทั้งโรงเรียนเก่า โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ หรือแม้แต่บ้านเรือนบางส่วน ยังมีส่วนผสมของ แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งเป็นวัสดุอันตรายต่อสุขภาพของผู้สัมผัสและสูดดมเข้าไป วัสดุเหล่านี้อาจดูแข็งแรงและใช้งานได้ดีในระยะสั้น แต่กลับซ่อนภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพในระยะยาวอย่างช้า ๆ เมื่อ “พื้นที่ปลอดภัย” กลับกลายเป็นจุดเสี่ยง หลายคนอาจเข้าใจว่าอันตรายจากแร่ใยหินเกิดขึ้นเฉพาะในสถานที่ก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริง อาคารเก่าหลายแห่งยังคงใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ซึ่งรวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์เด็กเล็ก หรือแม้แต่สถานที่ราชการ หากวัสดุเหล่านี้เสื่อมสภาพโดยไม่ได้รับการตรวจสอบหรือบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ฝุ่นแร่ใยหินก็อาจฟุ้งกระจายสู่ระบบหายใจของเด็ก นักเรียน หรือผู้ป่วยที่เข้ามาใช้งานอาคารเหล่านั้นทุกวัน ลองจินตนาการถึงเด็กอนุบาลที่วิ่งเล่นอยู่ใต้หลังคาเก่าที่แตกผุ หรือผู้ป่วยโรคปอดที่นั่งรอรับการรักษาในโรงพยาบาลที่พื้นกระเบื้องเริ่มแตกร่อน ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ การหายใจเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นการรับฝุ่นพิษเข้าสู่ปอดโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเวลาผ่านไป ความเสี่ยงจะกลายเป็นความจริงที่อาจรักษาไม่ทัน แร่ใยหิน…ฆาตกรเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แร่ใยหินคือเส้นใยแร่ธรรมชาติที่ทนความร้อนสูง ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องปูพื้น แผ่นผนัง ท่อซีเมนต์ หรือวัสดุกันไฟ ด้วยต้นทุนต่ำและคุณสมบัติที่เหมาะกับงานก่อสร้าง แร่ใยหินจึงได้รับความนิยมในอดีต แต่ปัญหาเริ่มต้นเมื่อวัสดุเหล่านี้เสื่อมสภาพ แตกหัก หรือถูกกระทบกระเทือน เส้นใยขนาดเล็กของแร่ใยหินจะหลุดลอยในอากาศ กลายเป็นฝุ่นพิษที่เข้าสู่ร่างกายได้ทางการหายใจ ภัยของแร่ใยหินไม่ได้เกิดขึ้นทันที [...]

BLESS ผนึก “เบลล่า ราณี” เปิดโครงการ “BLESSING HER” จากลูกบ้านสู่พลังการให้ ขยายคุณค่าจากบ้านสู่คุณภาพชีวิต
ข่าวสาร

BLESS ผนึก “เบลล่า ราณี” เปิดโครงการ “BLESSING HER” จากลูกบ้านสู่พลังการให้ ขยายคุณค่าจากบ้านสู่คุณภาพชีวิต

บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS ประกาศเปิดตัวโครงการ “BLESSING HER” ภายใต้แนวคิด “สิ่งดีๆ ให้เธอ…ส่งต่อความมั่นใจให้สุดทาง” ร่วมกับ เบลล่า–ราณี แคมเปน นักแสดง CEO แบรนด์ Masis และคุณพลอย วีณา เมษกำเหนิดชัย ผู้จัดการส่วนตัวคุณเบลล่า  และ Co-Founder แบรนด์ Masis  โดยสนับสนุนงบประมาณจัดซื้อผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกางเกงผ้าอนามัย รวมมูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อส่งต่อให้สตรีกลุ่มเปราะบางผ่านเครือข่ายมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ที่เติบโตท่ามกลางชุมชนในโครงการบ้าน “BLESSINGTON วงแหวน–จตุโชติ” เมื่อคุณพลอย เข้ามาเป็นลูกบ้าน และก้าวสู่การเป็นสมาชิกครอบครัว BLESS ความผูกพันดังกล่าวได้ต่อยอดสู่ความร่วมมือกับคุณเบลล่าและคุณพลอย จึงได้เกิดโครงการ “BLESSING HER” ในครั้งนี้ ซึ่ง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ BLESS ที่เชื่อว่า “บ้าน” ไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย หากแต่คือ Community ที่เกื้อกูลและเติบโตไปด้วยกัน [...]

2 นาที
TOA ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืน รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition”
ข่าวสาร

TOA ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืน รับรางวัล “Sustainability Disclosure Recognition”

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีทาอาคารอันดับหนึ่งและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างของไทย รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Sustainability Disclosure Recognition” จากสถาบันไทยพัฒน์ นับเป็นบริษัทผู้ผลิตสีชั้นนำของประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมี นางสาววิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE & Quality Management and Sustainability เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “Sustainability Disclosure Recognition” จาก                      นางสาววีรญา ปรียาพันธ์ ผู้อำนวยการประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (SDC) สถาบันไทยพัฒน์ โดยมี ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ และนายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ร่วมแสดงความยินดี [...]

1 นาที
1 นาที