การเคหะแห่งชาติร่วมกับ พม. และกรุงเทพมหานคร ขับเคลื่อน “บ้านอิ่มใจ” เตรียมพัฒนาอาคารสำนักงานประปาแม้นศรี 6 ชั้น พื้นที่ประมาณ 9,000 ตารางเมตร เป็นโครงการนำร่อง เชื่อมที่พักอาศัยกับบริการสุขภาพ สวัสดิการ และการฝึกอาชีพ มุ่งสร้างโอกาสให้คนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และกลุ่มเปราะบางกลับไปใช้ชีวิตได้ด้วยตนเอง

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติได้รับนโยบายจากนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เร่งขับเคลื่อนภารกิจด้านที่อยู่อาศัยเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนำความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการบริหารชุมชนมาร่วมพัฒนา “บ้านอิ่มใจ” สำหรับคนไร้บ้าน คนไร้ที่พึ่ง และกลุ่มเปราะบาง
แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับบ้านอิ่มใจจากพื้นที่พักพิงไปสู่ระบบดูแลและเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้ารับบริการกลับไปดำรงชีวิตด้วยตนเอง หรือ Transition to Independent Living ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรุงเทพมหานคร และการเคหะแห่งชาติ ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย สุขภาพ สวัสดิการ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการเชื่อมโยงงานเพื่อสร้างรายได้
นำร่องอาคารประปาแม้นศรี 9,000 ตารางเมตร
การเคหะแห่งชาติได้มอบหมายให้นายมงคล จันทษี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนและประสานงานกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดพื้นที่สำนักงานประปาแม้นศรี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการนำร่อง
การพัฒนาจะใช้แนวคิด Adaptive Reuse หรือการปรับใช้อาคารเดิมให้เหมาะกับประโยชน์ใช้สอยใหม่ โดยวางแนวทางพัฒนาอาคารสูง 6 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,000 ตารางเมตร ให้รองรับทั้งการพักอาศัยและบริการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เข้ารับบริการ

เชื่อมที่พัก สุขภาพ และอาชีพ สู่การพึ่งพาตนเอง
แผนการใช้พื้นที่ภายในอาคารครอบคลุมพื้นที่บริการประชาชนและชุมชน พื้นที่กิจกรรมและการเรียนรู้ ห้องเรียน พื้นที่ฝึกอาชีพ และพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-Working Space) รวมถึงศูนย์สุขภาพและสังคมสงเคราะห์ ห้องให้คำปรึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือรายบุคคล (Case Management)
นอกจากนี้ ยังจัดให้มีพื้นที่พักอาศัยสำหรับกลุ่มเปราะบาง และที่พักในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition Housing) สำหรับผู้ที่มีความพร้อม เพื่อเตรียมตัวก่อนกลับไปใช้ชีวิตด้วยตนเองกระบวนการดูแลจะเริ่มตั้งแต่การรับเข้าและคัดกรองรายบุคคล การจัดที่พักที่ปลอดภัย การดูแลสุขภาพและสวัสดิการ ไปจนถึงการวางแผนชีวิต พัฒนาทักษะ ฝึกอาชีพ และเชื่อมโยงงานกับรายได้ ภายใต้แนวคิด “Housing First – Opportunity – Independent Living” ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นฐานสร้างความมั่นคง ก่อนต่อยอดโอกาสในการพึ่งพาตนเองและกลับคืนสู่สังคม
“การเคหะแห่งชาติพร้อมนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. มาขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยและการบริหารชุมชนเป็นกลไกสำคัญ บ้านอิ่มใจจึงไม่ใช่เพียงการปรับปรุงอาคาร แต่เป็นการสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ให้ผู้ที่กำลังเผชิญความเปราะบางได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ได้พัฒนาทักษะ มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถกลับมายืนได้ด้วยตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี” นายทวีพงษ์ กล่าว
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่าง พม. กรุงเทพมหานคร และการเคหะแห่งชาติ เป็นการเชื่อมโยงนโยบาย การบริหารเมือง และความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับการช่วยเหลือจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยมุ่งให้ “บ้านอิ่มใจ” เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่สร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
















