นวัตกรรมจากญี่ปุ่นที่เปลี่ยนโถสุขภัณฑ์แบบดั้งเดิมในชีวิตประจำวันให้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นยอดที่ช่วยยกระดับสุขอนามัยส่วนบุคคล

LIXIL Corporation (ลิกซิล คอร์พอเรชั่น) (“LIXIL” TSE: 5938) ผู้ผลิตนวัตกรรมด้านน้ำและผลิตภัณฑ์สำหรับที่อยู่อาศัยชั้นนำ ประกาศว่า “Sanitarina 61”(ซานิทารินะ 61) โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รุ่นแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเปิดตัวในปี 1967 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “IEEE Milestone” ซึ่งทำให้ Sanitarina 61 ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับนวัตกรรมสำคัญที่เปลี่ยนแปลงโลก เช่น ระบบให้แสงสว่างทางไฟฟ้าของโทมัส เอดิสัน แผ่นซีดี (Compact Disc) และเทคโนโลยี Wi-Fi
นอกจากนี้ IEEE ยังยกย่อง Toyo Toki (โทโย โทกิ - ปัจจุบันคือ TOTO Ltd.) และ Matsushita Electric Industrial Co., Ltd. (มัตสึชิตะ อิเล็กทริก อินดัสเทรียล คัมพะนี ลิมิเต็ด - ปัจจุบันคือ Panasonic Housing Solutions Co., Ltd.) จากการมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ในประเทศญี่ปุ่น การได้รับการยอมรับจาก Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ LIXIL ในการพัฒนานวัตกรรมและงานวิศวกรรมที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง พร้อมแสดงให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ห้องน้ำในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก
บุกเบิกนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ
LIXIL เริ่มต้นพัฒนาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ในปี 1964 จากความท้าทายในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสุขอนามัยส่วนบุคคลสำหรับผู้คนในญี่ปุ่น ในยุคที่ยังไม่มีข้อมูลด้านสรีรวิทยาหรือพฤติกรรมการใช้งานสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ วิศวกรของ Ina Seito (อินะ เซโตะ) หนึ่งในบริษัทที่เป็นรากฐานสำคัญของ LIXIL ได้ทำการทดลองและประเมินการใช้งานจริงอย่างละเอียดนับหลายพันครั้ง โดยใช้ดินเหนียวและปูนปลาสเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดสอบ จากการทดลองอย่างต่อเนื่อง ทีมวิศวกรสามารถกำหนดตำแหน่งหัวฉีด แรงดันน้ำ และองศาการฉีดที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยพบว่ามุมที่ประมาณ 75 องศา ช่วยสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและการรักษาความสะอาดของหัวฉีด นอกจากนี้ ทีมงานยังพัฒนาระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีกลไกความปลอดภัยหลายระดับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากน้ำร้อนลวกได้อย่างสมบูรณ์ กระบวนการพัฒนาอย่างพิถีพิถันนี้ได้เปลี่ยนสุขภัณฑ์ที่เคยเป็นเพียงอุปกรณ์พื้นฐานในห้องน้ำ ให้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความซับซ้อนสูง สะท้อนแนวคิดด้านนวัตกรรมของ LIXIL และกว่าครึ่งศตวรรษต่อมา แนวคิดดังกล่าวยังคงได้รับการต่อยอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่สุขภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบัน รวมถึงสุขภัณฑ์รุ่น “SATIS X”(แซททิส เอ็กซ์)
(จากซ้าย) ทีมพัฒนาสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ในยุคแรกเริ่ม “Sanitarina 61” ที่เปิดตัวในปี 1967 และ “SATIS X” รุ่นล่าสุด

ต่อยอดนวัตกรรมจากญี่ปุ่น สู่แบรนด์ระดับโลก
LIXIL เดินหน้าขยายเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ จากประเทศญี่ปุ่นสู่ตลาดทั่วโลก เพื่อยกระดับและสร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์การใช้ห้องน้ำในชีวิตประจำวัน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากแบรนด์ระดับโลกในเครือ อาทิ INAX (อิแน๊กซ์), GROHE (โกรเฮ่) และ American Standard (อเมริกัน สแตนดาร์ด) พร้อมนำแนวคิดด้านวิศวกรรมที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางมาปรับให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม ความต้องการ และโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ GROHE Sensia Series (โกรเฮ่ เซ็นเซีย ซีรีส์) ที่ผสานเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ จากญี่ปุ่น ซึ่งบุกเบิกโดย INAX ผสานเข้ากับการออกแบบและวิศวกรรมจากเยอรมนีอันโดดเด่นของ GROHE ซึ่งได้รับรางวัลในระดับสากล จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้วยการผสานเทคโนโลยีด้านสุขอนามัยขั้นสูง ความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และดีไซน์ร่วมสมัย สำหรับผู้ใช้ทั่วโลก
GROHE Sensia Arena (โกรเฮ่ เซ็นเซีย อารีนา)

Hiroyuki Onishi (ฮิโรยูกิ โอนิชิ) ผู้บริหารระดับสูงของ LIXIL Water Technology Japan กล่าวว่าการได้รับการยกย่องในฐานะ IEEE Milestone ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับ LIXIL และเป็นเครื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากการพัฒนา ‘Sanitarina 61’ ที่เปิดตัวในปี 1967 ของเราเพียงลำพัง แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันของอุตสาหกรรมสุขภัณฑ์ญี่ปุ่น ตั้งแต่แรกเริ่ม เป้าหมายของเราไม่เคยจำกัดอยู่เพียงแค่การสร้างสุขภัณฑ์ที่ใช้งานสะดวกเท่านั้น แต่คือการสร้างคุณค่าที่มีความหมาย ช่วยส่งเสริมสุขภาวะส่วนบุคคลและยกระดับพื้นที่ห้องน้ำให้ดียิ่งขึ้น จากนวัตกรรมที่ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น วันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวได้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีการดูแลสุขอนามัยและสุขภาวะในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ในฐานะผู้บุกเบิก LIXIL ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนทั่วโลกได้มีบ้านและคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดียิ่งขึ้น”
นวัตกรรมสำคัญที่สร้างความแตกต่างในตลาดโลก
จากความเข้าใจผู้ใช้งาน สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อทุกคน

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของนวัตกรรมที่คำนึงถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง ในปี 1981 LIXIL ได้นำความคิดเห็นจากผู้ใช้งานเพศหญิงมาพัฒนาสู่ฟังก์ชันชำระล้างสำหรับผู้หญิงเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ก่อนต่อยอดด้วยระบบหัวฉีดคู่ โดยแยกหัวฉีดสำหรับการชำระล้างด้านหลังและหัวฉีดสำหรับผู้หญิงออกจากกัน เพื่อลดความกังวลเรื่องการปนเปื้อนระหว่างการใช้งาน นอกจากนี้ LIXIL ยังพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น เช่น ฝารองนั่งหรือฝาสุขภัณฑ์แบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ ที่ช่วยลดการก้มตัว และลดภาระทางร่างกาย โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว ปัจจุบัน แนวคิด Inclusive Design (อินคลูซิฟ ดีไซน์) หรือการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้ทุกกลุ่ม ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ LIXIL ทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการและความคาดหวังด้านสุขอนามัยที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน
เทคโนโลยี Aqua Ceramic (อควา เซรามิก)
Aqua Ceramic คือเทคโนโลยีเซรามิกเอกสิทธิ์เฉพาะของ LIXIL ที่มีคุณสมบัติ Super Hydrophilic (ซูเปอร์ ไฮโดรฟิลิก) หรือคุณสมบัติที่ช่วยให้น้ำกระจายตัวบนพื้นผิวได้อย่างทั่วถึง ช่วยลดการเกาะติดของสิ่งสกปรกและคราบตะกรันบนพื้นผิวโถสุขภัณฑ์ ทำให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมคงความเงางามและความสะอาดได้อย่างยาวนาน โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์ของ LIXIL ที่วางจำหน่ายทั่วโลก
เกี่ยวกับ LIXIL
LIXIL (TSE Code 5938) คือผู้ผลิตนวัตกรรมด้านน้ำและผลิตภัณฑ์สำหรับที่อยู่อาศัยชั้นนำที่มุ่งแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณภาพบ้านและชีวิตให้ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดทั่วโลก ด้วยรากฐานจากความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมแบบญี่ปุ่น เราสร้างเทคโนโลยีระดับโลกและพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง สิ่งที่ทำให้ LIXIL แตกต่างคือแนวทางการทำงานของเรา ตั้งแต่การออกแบบที่มีความหมาย การมีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ ความมุ่งมั่นในการสร้างความเท่าเทียม ไปจนถึงการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ แนวทางนี้สะท้อนผ่านแบรนด์ชั้นนำระดับโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็น American Standard, GROHE, INAX, หรือ TOSTEM โดยเรามีพนักงานประมาณ 53,000 คน ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคน
เกี่ยวกับ IEEE
IEEE เป็นองค์กรวิชาชีพด้านเทคนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มุ่งส่งเสริมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ ด้วยผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการที่ได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง การจัดประชุมวิชาการ มาตรฐานทางเทคโนโลยี ตลอดจนกิจกรรมด้านวิชาชีพและการศึกษา IEEE ได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่มีบทบาทสำคัญและเป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือในหลากหลายสาขา ตั้งแต่มาตรฐานระดับโลก ระบบอากาศยาน คอมพิวเตอร์ และโทรคมนาคม ไปจนถึงวิศวกรรมชีวการแพทย์ ระบบไฟฟ้ากำลัง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ieee.org
ภาคผนวก: ข้อความประกาศเกียรติคุณ IEEE Milestone
ชื่อ: การบุกเบิกโถสุขภัณฑ์พร้อมระบบชำระล้างด้วยไฟฟ้า ค.ศ. 1967-1979
ในปี 1967 Ina Seito ได้เปิดตัว Sanitarina 61 โถสุขภัณฑ์พร้อมระบบชำระล้างด้วยไฟฟ้า ที่พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ใช้ชาวญี่ปุ่น โดยอาศัยข้อมูลสัดส่วนทางกายวิภาคของร่างกายมนุษย์ (Anthropometric Measurements) และแนวคิดการออกแบบที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ต่อมา ได้มีการพัฒนาโถสุขภัณฑ์พร้อมระบบชำระล้างด้วยไฟฟ้าที่สำคัญอีกหลายรุ่น ได้แก่ Wash-Air Seat ของ TOTO ซึ่งเปิดตัวในปี 1969 พร้อมเบาะนั่งทำความร้อนที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า และ DL-80 ของ Matsushita Electric ซึ่งเปิดตัวในปี 1979 พร้อมระบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ นวัตกรรมเหล่านี้ได้รับความนิยมและมีส่วนสำคัญในการยกระดับสุขอนามัยส่วนบุคคล เพิ่มคุณภาพชีวิต และพลิกโฉมเทคโนโลยีด้านสุขอนามัยในประเทศญี่ปุ่น













