หากมีการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเรื่องที่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุข และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยมากที่สุดในเวลานี้ อาจไม่ใช่เทคโนโลยีหรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่คือการที่คนไทยกำลังมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าที่เคย ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในช่วงทศวรรษข้างหน้า ซึ่งหมายถึงการมีประชากรสูงอายุในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของจำนวนประชากร แต่กำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุข ตลาดแรงงาน และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยในระยะยาว

ในช่วงที่ผ่านมา สังคมไทยเริ่มมีบทสนทนาเกี่ยวกับการวางแผนสุขภาพระยะยาว การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และทางเลือกในการดูแลตนเองมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนไม่ได้มองเรื่องสุขภาพเฉพาะในวันที่เจ็บป่วย แต่เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนชีวิตตลอดทั้งเส้นทาง
อยู่ดี เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง

เมื่ออายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น การมีชีวิตที่ยืนยาวไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป สิ่งที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากขึ้นคือการมีสุขภาวะ หรือความสามารถในการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพตลอดช่วงอายุ การมีอายุยืนขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีขึ้นเสมอไป หากช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกลายเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดรูปแบบหนึ่งของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อนให้เพียงพอ หรือการดูแลสุขภาพจิต ในมุมมองทางเศรษฐกิจ การป้องกันยังเป็นวิธีบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต และช่วยให้สามารถรักษาคุณภาพชีวิตได้ในระยะยาว
รักษาดี คือการได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เคย หลายโรคสามารถตรวจพบได้เร็วขึ้น มีทางเลือกในการดูแลมากขึ้น และมีโอกาสรักษาคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมก้าวเข้าสู่ยุคอายุยืน แนวคิดเรื่องการรักษาก็กำลังเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย การรักษาที่ดีในปัจจุบันไม่ได้วัดจากผลลัพธ์ทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความเข้าใจของผู้รับบริการ ความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล การได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเอง
ในหลายกรณี การดูแลที่เหมาะสมอาจไม่ใช่แนวทางที่ซับซ้อนที่สุด หรือใช้ทรัพยากรมากที่สุด แต่เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสภาพร่างกาย วิถีชีวิต และความต้องการของแต่ละบุคคล ระบบสุขภาพทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลแบบองค์รวมมากขึ้น เพราะคุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลควบคู่ไปกับสุขภาพเสมอ
เลือกได้ดี ต้องมีข้อมูลและทางเลือก

อีกหนึ่งประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญมากขึ้น คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเอง ปัจจุบัน ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง การเลือกแนวทางดูแลสุขภาพ การวางแผนชีวิตในระยะยาว หรือแม้แต่การพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับความต้องการของตนเองในอนาคต ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมอายุยืน เพราะสิทธิในการเลือกจะเกิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่เพียงพอ มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีทางเลือกที่เหมาะสมรองรับ
วางแผนดี เพื่อชีวิตที่เลือกได้
ในอดีต หลายคนมักมองว่าสุขภาพกับการเงินเป็นคนละเรื่องกัน หนึ่งคือเรื่องการดูแลร่างกาย อีกหนึ่งคือเรื่องรายได้ การออม และการลงทุน แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป เส้นแบ่งระหว่างสองเรื่องนี้เริ่มชัดเจนน้อยลง การมีอายุยืนขึ้นหมายถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาพที่ยาวนานขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลโรคเรื้อรัง การฟื้นฟูสุขภาพ หรือการดูแลระยะยาว ข้อมูลจาก สศช. สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคมสูงวัยไทย โดยพบว่าผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังมีความเปราะบางด้านการเงิน กว่า 41% มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท และมากกว่า 78% มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความมั่นคงทางการเงินในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและการบริหารความเสี่ยงตลอดช่วงชีวิตด้วย

ในมุมของ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) Financial Well-being ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีเงินออมหรือความมั่นคงทางการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงการมีสุขภาพที่ดี การเข้าถึงข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม และความพร้อมในการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย เคทีซีจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพควบคู่กับการวางแผนทางการเงิน ผ่าน KTC Wellness Hub ซึ่งรวบรวมข้อมูลและสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่ช่วยให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น รวมถึง KTC Insure+ ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงชีวิต
การวางแผนชีวิตที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเกิดความจำเป็น แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เรายังมีโอกาสดูแลตัวเองได้ดีที่สุดในวันที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด เป้าหมายสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนยาวขึ้น แต่คือการสร้างโอกาสให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย ได้อยู่ดีในวันที่แข็งแรง ได้รับการดูแลที่เหมาะสมเมื่อต้องการ และสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางชีวิตของตนเองได้อย่างมั่นใจ

















