Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living

Homeday
1 เมษายน 2569
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 1/4/2569

เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพของครัวเรือนไทยเร่งตัวสูงขึ้น ภาครัฐจึงเดินหน้ามาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ซึ่งเป็นภาระต้นทุนของประเทศที่สูงถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี การสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในครัวเรือนจึงเป็นทั้ง “เกราะป้องกันความเสี่ยงด้านพลังงาน” และ “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่” ที่ช่วยบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน และเสริมเสถียรภาพพลังงานในภาพรวม “เคทีซี” ในฐานะสถาบันการเงินของคนไทยจึงผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองและไขความเข้าใจในหัวข้อ “Solar Rooftop: มาตรการใหม่คืนภาษี 200,000 บาท พลิกเกมพลังงานบ้านไทย” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต้นทุน–ผลตอบแทนของการติดตั้ง และผลเชิงเศรษฐกิจทั้งต่อครัวเรือนและประเทศ โดยตอกย้ำว่า Solar Roof คือการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า  ลดค่าไฟเฉลี่ย 30–60% ต่อปี และเป็นก้าวแรกสู่ Smarter Living ที่ช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน
Article Image
นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (พพ.) เผยว่า “มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท ออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้รับประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะครัวเรือนที่ต้องการลดค่าไฟในระยะยาวและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระดับครอบครัว โดยผู้มีสิทธิต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid บนหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่อยู่อาศัยจริง กำลังการผลิตไม่เกิน 10 kWp และต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่ออก e‑Tax Invoice พร้อมทั้งต้องเชื่อมต่อระบบกับโครงข่ายไฟฟ้า (MEA หรือ PEA) ให้เสร็จและต้องยื่นขอใช้สิทธิ์ในปีภาษีที่ได้รับเชื่อมต่อเท่านั้น มาตรการนี้จำกัดหนึ่งหลัง–หนึ่งสิทธิ และใช้ได้ครั้งเดียวตลอดโครงการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028 จึงถือเป็นทั้งมาตรการช่วยลดภาระภาษีและลดค่าใช้จ่ายการลงทุนติดตั้งระบบฯ หากติดตั้งขนาด 5kW จะสามารถช่วยะประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 2,000-2,500 บาท/เดือน ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า และลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรศึกษาหลักเกณฑ์การใช้สิทธิให้ครบถ้วนตามที่ภาครัฐกำหนด เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และร่วมกันสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว”
Article Image
นายเอกภัทร ปัญญาแก้ว ประธานบริหาร บริษัท เอโซลาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เผยว่า “หลังภาครัฐประกาศมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop วงเงินสูงสุด 200,000 บาท เราเห็นแรงกระเพื่อมด้านดีมานด์อย่างชัดเจน ยอดติดตั้งเพิ่มขึ้นราว 30–40% โดยมีทั้งปัจจัยฤดูร้อนซึ่งเป็นไฮซีซันของโซลาร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้ครอบครัวไทยมองเห็นภาพ ‘ผลิตไฟเอง–ชาร์จเอง–ประหยัดจริง’ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ข้อกำหนดด้านมาตรฐานอุปกรณ์ระดับสูงไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรม เพราะผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานอยู่แล้วกลับได้รับประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของตลาดในระยะยาว โดยคำถามที่ลูกค้ามักสอบถามแตกต่างกันไปตาม
ประสบการณ์ของแต่ละราย ผู้เริ่มต้นติดตั้ง Solar Rooftop มักกังวลเรื่องระยะคืนทุน ส่วนลูกค้าที่มีความรู้เบื้องต้นจะโฟกัสเรื่องความปลอดภัยของการติดตั้ง ทีมงาน A Solar จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนสนใจติดโซลาร์รูฟท็อปไว้วางใจ อีกทั้งยังให้บริการครบวงจร ทั้งประเมินระยะคืนทุนตามหน้างาน อธิบายมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย ดูแลเอกสาร e‑Tax Invoice รวมถึงขั้นตอนการขออนุญาตเชื่อมต่อไฟฟ้าเพื่อให้ใช้สิทธิ์ภาษีได้อย่างมั่นใจ สำหรับกำลังการผลิตที่เหมาะสมกับบ้านส่วนใหญ่ในไทยคือระบบ On‑grid ขนาดไม่เกิน 10 kWp ซึ่งครอบคลุมพฤติกรรมการใช้ไฟประมาณ 50–60% ของครัวเรือน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าช่วงกลางวัน และยังสามารถต่อยอดสู่ระบบ Smart Home หรือการชาร์จรถยนต์ EV ได้ตามความต้องการของผู้บริโภคจริง”
Article Image
นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของสมาชิกมาโดยตลอด โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน (SD) มาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้ง Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท ถือเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้พลังงานทางเลือกกลายเป็นการลงทุนที่เข้าถึงได้จริง และช่วยให้สมาชิกวางแผนบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างไม่กระทบรายได้หลัก จากอินไซต์การใช้จ่ายของสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop เติบโตต่อเนื่อง  โดยในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ก่อนมาตรการลดหย่อนภาษี เมื่อนำข้อมูลก่อนและหลังการออกมาตรการมาเปรียบเทียบกัน พบว่า การใช้จ่ายเฉลี่ยผ่านบัตรเคทีซีในหมวด Solar Roof เพิ่มขึ้น 110% และจำนวนธุรกรรมเติบโตขึ้น 40% สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคต่อ Solar Roof ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นชัดว่าผู้บริโภคเริ่มมองพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะ ‘เครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาว’ เคทีซีจึงทำหน้าที่เป็น Financial Enabler ที่ช่วยเปลี่ยนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้เป็นรายเดือนที่จัดการได้ง่ายขึ้น ผ่านสิทธิพิเศษร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการ Solar กว่า 21 รายทั่วประเทศ และตั้งเป้าจะขยายร้านค้าเพิ่มเป็นกว่า 35 รายภายในสิ้นปีนี้  ซึ่งทุกรายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันและการติดตั้ง Solar Roof ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว เพื่อให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” รวมกว่า 3 ล้านบัตร มั่นใจว่าจะได้รับทั้งเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพการติดตั้ง และความคุ้มค่าในระยะยาว โดยสมาชิกสามารถรับสิทธิผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน และยังสามารถใช้แลกคะแนน KTC FOREVER รับเครดิตเงินคืน 13% ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2569 – 30 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระการติดตั้ง Solar Rooftop ได้จริง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นการช่วยให้สมาชิกเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และขยับจาก Smart Living ไปสู่ Smarter Living ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนกว่าเดิม”
Article Image
นางสาวอัจฉรา ปู่มี ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการโซลูชั่นด้าน Energy Efficiency มายาวนาน เราเห็นการเปลี่ยนผ่านของบ้านไทยจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย ไปสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อนวัตกรรมในบ้านเริ่มเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานสะอาด เช่น เครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องปรับอุณหภูมิสระว่ายน้ำของ PAC Regenerating Energy ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้ครัวเรือนบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืน และยกระดับ Smart Living ให้กลายเป็น Smarter Living อย่างแท้จริง สำหรับวันนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของพลังความร่วมมือที่ทำให้การใช้โซลาร์เกิดขึ้นได้จริง—ภาครัฐออกมาตรการและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานและเทคโนโลยีให้เท่าทันยุคสมัย เคทีซีทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ผู้บริโภคเข้าถึงโซลูชันได้ง่ายขึ้น และสื่อมวลชนช่วยสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่ประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ความเข้าใจที่ถูกต้อง’ เมื่อประชาชนรู้ว่าต้องเตรียมอะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร และควรเริ่มต้นตรงไหน มาตรการนี้จะกลายเป็นแรงขับที่ทำให้บ้านไทยก้าวสู่ Smarter Living ได้จริงในอนาคตอันใกล้”
เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living
เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living
เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living
เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living
เคทีซีจับมือภาครัฐ–เอกชน เปิดเวทีไขความเข้าใจมาตรการลดหย่อนภาษี Solar Rooftop พลิกเกมพลังงานบ้านไทยสู่ Smarter Living
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ktc.promo/solar-roof หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี ทั้งนี้     ผู้ถือบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 20%-25% ต่อปี
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#KTC
#ข่าวไลฟ์สไตล์

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ข่าวสาร
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
Pet Expo Thailand 2026 เปิดพื้นที่คนรักสัตว์ เคทีซีชวนดูแลน้องให้แข็งแรงยาว ๆ กับเทรนด์ Pet Longevity พร้อมเติมความคุ้มค่า ให้การเปย์เป็นเรื่องสบายใจ
ข่าวสาร

Pet Expo Thailand 2026 เปิดพื้นที่คนรักสัตว์ เคทีซีชวนดูแลน้องให้แข็งแรงยาว ๆ กับเทรนด์ Pet Longevity พร้อมเติมความคุ้มค่า ให้การเปย์เป็นเรื่องสบายใจ

Pet Expo Thailand 2026 เปิดพื้นที่คนรักสัตว์ เคทีซีชวนดูแลน้องให้แข็งแรงยาว ๆ กับเทรนด์ Pet Longevity พร้อมเติมความคุ้มค่า ให้การเปย์เป็นเรื่องสบายใจ

3 นาที
Food Economy: เมื่อ “อาหาร” เชื่อมกำลังซื้อ เอสเอ็มอี และท่องเที่ยว หนุนเศรษฐกิจไทย
ข่าวสาร

Food Economy: เมื่อ “อาหาร” เชื่อมกำลังซื้อ เอสเอ็มอี และท่องเที่ยว หนุนเศรษฐกิจไทย

Food Economy: เมื่อ “อาหาร” เชื่อมกำลังซื้อ เอสเอ็มอี และท่องเที่ยว หนุนเศรษฐกิจไทย

3 นาที
เคทีซี–TTAA ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ไม่หยุดการเดินทาง คนไทยปรับปลายทางเอเชีย–ทริปสั้นโต
ข่าวสาร

เคทีซี–TTAA ชี้ภูมิรัฐศาสตร์ไม่หยุดการเดินทาง คนไทยปรับปลายทางเอเชีย–ทริปสั้นโต

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) มองว่า แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะยังสร้างความไม่แน่นอนต่อบรรยากาศการเดินทางในระยะสั้น แต่ความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้หายไป เพียงแต่เริ่มปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง งบประมาณ และความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศยังมีโอกาสเติบโต หากสามารถออกแบบประสบการณ์และความคุ้มค่าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง นายโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักเดินทางบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางฝั่งตะวันตก ซึ่งบางรายเริ่มพิจารณาทางเลือก เช่น การเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีเที่ยวบินตรง ขณะที่นักเดินทางรายใหม่มีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเพื่อประเมินสถานการณ์ หรือเปลี่ยนจุดหมายไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียแทน ทั้งนี้มองว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวปัจจัยที่ต้องติดตามมากกว่าคือ ราคาน้ำมัน ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน ทั้งต้นทุนการเดินทาง ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งล้วนส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว สำหรับภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 ซึ่งมีประมาณ 35 ล้านคน โดยปัจจัยหนึ่งมาจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ [...]

2 นาที
เคทีซีปลุกกระแส “เปลี่ยนคะแนนเป็นอุปกรณ์แพทย์” ขับเคลื่อนการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในโรงพยาบาลรัฐ
ข่าวสาร

เคทีซีปลุกกระแส “เปลี่ยนคะแนนเป็นอุปกรณ์แพทย์” ขับเคลื่อนการรักษาผู้ป่วยระยะยาวในโรงพยาบาลรัฐ

โรงพยาบาลรัฐยังคงเป็นด่านหน้าที่รองรับผู้ป่วยกว่า 70% ของประเทศ ขณะที่ต้นทุนการรักษาและความต้องการเครื่องมือแพทย์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปกรณ์วินิจฉัย เครื่องช่วยชีวิต และเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับโรคซับซ้อนกลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการสนับสนุน เคทีซีจึงผลักดันการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบใหม่ผ่าน “การบริจาคด้วยคะแนนสะสม” เพื่อนำไปแปรเปลี่ยนเป็นงบประมาณจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้โรงพยาบาลรัฐดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสมาชิกบัตรเครดิตกับมูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดีฯ ผ่านโครงการบริจาคคะแนน KTC FOREVER โดยทุก 1,000 คะแนน สามารถแทนเงินบริจาค 100 บาท พร้อมรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร ทั้งนี้ ในปี 2568 สมาชิกเคทีซีได้ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ผ่านการบริจาคคะแนน คิดเป็นมูลค่ารวม 47,061,500.75 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ให้ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดีฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการระดมทุนเพื่อจัดหาเครื่องมือแพทย์และสนับสนุนงานรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งให้บริการผู้ป่วยนอกมากกว่า 2.4 ล้านรายต่อปี และผู้ป่วยในกว่า 44,000 รายต่อปี ทำให้ความพร้อมของเครื่องมือแพทย์เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึงและยั่งยืน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคคะแนน https://www.ktc.co.th/promotion/donation/hospitals-and-patients/ramathibodi-foundation การเติมเต็มช่องว่างด้านงบประมาณด้วยพลังจากประชาชนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยให้โรงพยาบาลรัฐสามารถก้าวทันความต้องการด้านการรักษาที่เพิ่มขึ้น ทั้งในเชิงจำนวนผู้ป่วยและความซับซ้อนของโรคภัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent