บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าลงทุน Data Center ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ ตั้งเป้าขนาดรวมกว่า 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมศึกษาขยายโครงการใหม่ใน 5 ประเทศ ด้าน “ดร.ฮาราลด์ ลิงค์” แสดงวิสัยทัศน์บนเวที Forbes Global CEO Conference 2026 ย้ำการเชื่อมโยงพลังงานสะอาดกับระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ เป็นกุญแจรองรับการเติบโตของ AI และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า และการย้ายฐานการผลิต กำลังเปลี่ยนโฉมความต้องการพลังงานทั่วโลก โดยความท้าทายสำคัญคือการเชื่อมโยงแหล่งพลังงานและระบบโครงข่ายให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจัดหาพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ดร.ฮาราลด์ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ดังกล่าวในเวทีเสวนาหัวข้อ “Power Play” ภายในงาน Forbes Global CEO Conference 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 ตุลาคม 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้ธีม “Speed of Change” โดยมีผู้นำและผู้บริหารระดับสูงกว่า 450 คนจากทั่วโลก ร่วมหารือถึงการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
“วันนี้ความท้าทายที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่เรื่องของความขาดแคลน แต่คือการผสานองค์ประกอบต่างๆ ให้ทำงานร่วมกันได้” ดร.ฮาราลด์กล่าว
ทั้งนี้ แม้ทั่วโลกมีแหล่งพลังงานหมุนเวียนอยู่มาก แต่การนำพลังงานเหล่านั้นมาใช้ให้ตอบโจทย์ทั้งความสะอาดและความมั่นคง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับบี.กริม เพาเวอร์ บริษัทมุ่งนำประสบการณ์การผลิตไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart Microgrid) และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ มาสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ผ่านความร่วมมือทางธุรกิจที่ช่วยเสริมศักยภาพเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรไทย
วางเป้า Data Center กว่า 300 เมกะวัตต์ ศึกษาขยายลงทุน 5 ประเทศ

เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บี.กริม เพาเวอร์ ตั้งเป้าลงทุนโครงการศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ขนาดรวมกว่า 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ร่วมกับพันธมิตรจากต่างประเทศ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการใหม่ หรือ Greenfield Project ในตลาดที่มีศักยภาพ ได้แก่ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอิตาลี เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคดังกล่าว
แผนลงทุนนี้สอดรับกับการขยายตัวของธุรกิจ Data Center และคลาวด์ ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ที่เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ประเทศไทยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของภูมิภาค
เพิ่มพลังงานหมุนเวียนเกิน 50% ควบคู่เป้ากำลังผลิต 10,000 เมกะวัตต์
ควบคู่กับการลงทุนด้านดิจิทัล บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 50% ภายในปี 2573 เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว
บริษัทยังมุ่งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสู่ 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2573 และก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2593 ภายใต้ปรัชญา “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” (Empowering the World Compassionately)












