

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ตั้งแต่ไฟป่า แผ่นดินไหว น้ำท่วม ไปจนถึงพายุ ทุกเหตุการณ์ล้วนสร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์ภัยพิบัติ การแจ้งเตือนล่วงหน้า และการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน แต่คำถามที่สำคัญคือ AI พัฒนาไปไกลแค่ไหนแล้วในการช่วยเหลือมนุษย์รับมือกับภัยพิบัติ และยังมีข้อจำกัดอะไรที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท LIV-24 ผู้นำด้าน Smart Tech Solutions เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน AI ได้ถูกนำมาใช้บ้างแล้วในสามส่วนหลักของการจัดการภัยพิบัติ ได้แก่ การพยากรณ์ การแจ้งเตือน รวมไปถึงการกู้ภัยและบริหารจัดการหลังภัยพิบัติ เทคโนโลยีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่ามนุษย์ในบางกรณี โดยเฉพาะในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์เชิงลึก การพยากรณ์และเฝ้าระวังAI ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ระบบ AI สำหรับการตรวจจับไฟป่าสามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ความร้อนและสภาพอากาศ เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อนที่ไฟจะลุกลาม นอกจากนี้ AI ยังถูกใช้ในการวิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดินเพื่อคาดการณ์แนวโน้มของแผ่นดินไหว แม้ว่าจะยังไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าเป็นวันหรือชั่วโมงได้ แต่สามารถตรวจจับสัญญาณล่วงหน้าหลายวินาที ซึ่งช่วยให้ประชาชนมีเวลาหลบภัยสำหรับปัญหาน้ำท่วม AI ใช้ข้อมูลจากเรดาร์อากาศ ระดับน้ำในแม่น้ำ และปริมาณน้ำฝนในการสร้างแบบจำลองเพื่อคาดการณ์ว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบและเมื่อใด ระบบเหล่านี้เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศที่เผชิญกับน้ำท่วมบ่อยครั้ง เช่น [...]

ในการจัดการและรักษาความปลอดภัยของศักยภาพด้านคลาวด์ 51% ขององค์กร ต้องเผชิญปัญหาด้านทรัพยากรที่จำกัด การขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญ และข้อจำกัดด้านงบประมาณ ฟอร์ติเน็ต เผยผลศึกษาของรายงานสถานะความปลอดภัยระบบคลาวด์ประจำปี 2025 (2025 State of Cloud Security Report) ซึ่งจัดทำโดย Cybersecurity Insiders เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มล่าสุด ความท้าทาย และการกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ระบบคลาวด์ ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวถึงการนำคลาวด์มาใช้ ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการแข่งขันในตลาดปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องอาศัยการพัฒนาหลายด้าน ทั้งการสร้างประสบการณ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย การปรับใช้นโยบายเพื่อให้ทำงานได้จากทุกที่ (work-from-anywhere) อย่างจริงจัง ปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัวขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการดำเนินงานในลักษณะกระจายศูนย์ให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถรองรับการขยายได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าพลังของคลาวด์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ทีมรักษาความปลอดภัยต้องตระหนักและจัดการให้ได้ ซึ่งความท้าทายเหล่านี้รวมถึงการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ ในขณะที่ยังคงสามารถมองเห็นความเป็นไปพร้อมทั้งควบคุมการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ ประเด็นที่น่าสนใจจากผลศึกษาของรายงานดังกล่าว มีการนำกลยุทธ์คลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์มาใช้มากขึ้น โดยกว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้บริการจากผู้ให้บริการคลาวด์สองรายขึ้นไป ซึ่งเน้นให้เห็นว่าแนวทางด้านมัลติคลาวด์มีความสำคัญมากขึ้น โดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและให้ประโยชน์ด้านความสามารถเฉพาะทาง ในขณะที่ 54% ขององค์กรนำโมเดลไฮบริดคลาวด์มาใช้ โดยผสมระหว่างการใช้พับลิคคลาวด์ ร่วมกับคลาวด์ในองค์กร เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพความยืดหยุ่นและสามารถควบคุมได้เช่นกัน [...]

ธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัล ทำให้มีการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้ภูมิภาคตกเป็นเป้าของการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญแก่ระบบการพิสูจน์ตัวตนและการป้องกันการฉ้อโกงที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับปัยหาดังกล่าว 1datapipe™ กำลังเปิดตัวโซลูชัน Living Identity™ ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ โดยจะช่วยให้สถาบันการเงิน ฟินเทค และแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบจากโลกแห่งความจริง โครงการนี้จะช่วยพลิกโฉมการตรวจจับการฉ้อโกง ยกระดับกระบวนออนบอร์ดดิ้งลูกค้าใหม่ และเปิดโอกาสทางการเงินให้กับกลุ่มประชากรที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน สถาบัน Tech for Good Institute (TFGI) ได้เผยแพร่รายงาน The Platform Economy: Southeast Asia’s Digital Growth Catalyst ซึ่งสำรวจสถานะของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 6 ประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย พบว่าบริการทางการเงินดิจิทัล (DFS) เป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการทางการเงินในภูมิภาคนี้ แรงงานนอกระบบ ซึ่งคาดว่ามีสัดส่วนมากกว่า 70% ของแรงงานทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน คนจำนวนมากไม่มีบัญชีธนาคาร มีหนี้สิน และทำธุรกรรมส่วนใหญ่ด้วยเงินสด ทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างประวัติสินเชื่อที่จำเป็นสำหรับการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินในระบบได้ แก้ปัญหาการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลในอินโดนีเซีย การเติบโตของธนาคารดิจิทัล พร้อมทั้งบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) และสินเชื่อฟินเทคนั้นส่งผลให้อินโดนีเซียเผชิญกับความเสี่ยงจากการฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปลอมแปลงข้อมูลส่วนบุคคล (Synthetic Identity Fraud) และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น อาชญากรใช้การปลอมแปลงบัตรประชาชน (KTP) การยึดครองบัญชี และช่องโหว่ของระบบตรวจสอบบุคคล เพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต รายงานระบุว่าการสมัครสินเชื่อปลอมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีที่ผ่านมา [...]

โอมิเซะ (Omise) ผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัล ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ โดยกลับมาใช้ชื่อเดิมหลังจากดำเนินงานภายใต้ชื่อ Opn เป็นเวลาสองปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และอัจฉริยะ ก้าวสำคัญของการพัฒนาองค์กรครั้งนี้ยังมาพร้อมกับแผนพัฒนานวัตกรรมทางการเงินล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่จะมายกระดับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา และตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก “การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการมอบเทคโนโลยีทางการเงินที่ล้ำสมัยที่สุดเพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ” คุณ จุน ฮาเซกาวา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Omise กล่าว “Omise ให้ความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรมแก่ลูกค้ามาโดยตลอด และเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอโซลูชันที่ทำให้การชำระเงินฉลาดขึ้น รวดเร็วขึ้น และใช้งานได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น” เริ่มบทใหม่ด้วยโซลูชันการชำระเงินอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้ทิศทางใหม่ Omise เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในปี 2025 ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมฟินเทค มอบประสิทธิภาพที่ล้ำสมัย อัจฉริยะ และปลอดภัยยิ่งขึ้นให้กับธุรกิจในด้านการชำระเงิน โซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพไปจนถึงสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง โดยช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น ปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกรรม และทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น Omise AI Assistant ช่วยให้ดำเนินธุรกิจผ่านระบบแนะนำโค้ดอัจฉริยะ (Intelligent [...]


ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก


ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก


ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass


ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ