Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap

จีเอเบิล พร้อมเดินหน้า 3 กลยุทธ์สร้าง All Time High อย่างไม่หยุดยั้ง ปักธงต่อยอด Tech Enabler ปี 2025 เสริมความแกร่งให้ธุรกิจองค์กรไทยทุกอุตสาหกรรม

Homeday
6 มีนาคม 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 6/3/2568

มหกรรมบ้านและคอนโด
จีเอเบิล พร้อมเดินหน้า 3 กลยุทธ์สร้าง All Time High อย่างไม่หยุดยั้ง ปักธงต่อยอด Tech Enabler ปี 2025 เสริมความแกร่งให้ธุรกิจองค์กรไทยทุกอุตสาหกรรม
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไอทีที่รวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้โลกของธุรกิจองค์กรไทยในปี 2025 ต้องปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน จีเอเบิล (G-Able) ในฐานะผู้นำด้าน “Tech Enabler” ของไทย ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีที่ครบวงจรแบบ End-to-end และมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานจริงของธุรกิจองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพและแต้มต่อในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่พันธมิตรและคู่ค้าในหลายภาคอุตสาหกรรมมาตลอด 35 ปี พร้อมเดินหน้าต่อยอดความเป็น Tech Enabler ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักเร่งสร้างรายได้ All Time High อย่างต่อเนื่องในปี 2025
ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทจีเอเบิล เผยว่า “ตั้งแต่ปี 2021- 2024 รายได้ของจีเอเบิลเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาโดยตลอด และสามารถสร้างรายได้และ Backlog ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 เรื่อยมาจนถึงปี 2024 ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่เป็นกุญแจสร้างการเติบโตในปี 2024 ดังนี้
1. AI Foundation Readiness การมาของเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคธุรกิจองค์กร มีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ IT Infrastructure ของจีเอเบิลให้แข็งแรงมากขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน IT Infrastructure ของจีเอเบิลในการเข้าไปช่วยให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ มีความพร้อมตั้งแต่การเตรียมข้อมูลในองค์กรให้พร้อมใช้งานกับเทคโนโลยีได้จริง (Data Ready) เพื่อให้พร้อมสู่การเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยี AI (AI Ready) ในอนาคตอันใกล้ จากความเชี่ยวชาญของทีมงาน Cloud Migration ของจีเอเบิลที่มีความพร้อมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ได้สร้างผลลัพธ์ความสำเร็จเป็นรายได้กลุ่มธุรกิจ Cloud and Data Center ที่เติบโตมากถึง 61% ในปี 2024
2. Business Applications จีเอเบิลได้มีการขยายฐานการเติบโตทางธุรกิจผ่าน Business Application ด้าน HCM (Human Capital Management), ERP (Enterprise Resources Planning) และ CRM (Customer Relationship Management) ที่สอดคล้องกับข้อมูลทิศทางแนวโน้มการเติบโตของ Business Application ของการ์ทเนอร์ ที่ว่าธุรกิจองค์กรยังมีความต้องการที่จะลงทุนใน Software as a service ด้าน HCM, ERP และ CRM อย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีต่อจากนี้ ซึ่งในช่วงไตรมาสของปี 2024 ที่ผ่านมา จีเอเบิลสามารถสร้าง Portfolio ใหม่ด้าน ERP และ CRM ที่เกิดยอดรายได้ที่ 7.2% จากรายได้ทั้งหมดในไตรมาสที่ 4 ปี 2024
3. Strategic Acquisitions การนำเงินทุนจาก IPO มาลงทุน M&A เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งในช่วงปี 2024 จีเอเบิลได้เข้าลงทุนใน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด (Round 2 Solutions) ผู้เชี่ยวชาญในการ Implement เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ระดับโลกทั้ง SAP (ERP) และ Salesforce (CRM) และบริษัท ออพซ์ตา (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Opsta ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี DevSecOps โดยการลงทุนของ Blendata บริษัทในเครือของจีเอเบิล อันเป็นการช่วยต่อยอด IP ของ Blendata ให้แข็งแกร่งพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุค AI Transformation
ซึ่งในปี 2025 จีเอเบิล ยังคงตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการสร้างสถิติ All Time High อย่างต่อเนื่อง และมุ่งสู่ผู้นำ Smart Business Application Provider ในประเทศไทยด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. กลยุทธ์ Improve Productivity ด้วยโจทย์ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจองค์กรในทุกวันนี้ ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจองค์กรส่วนใหญ่ต่างมองหาผลลัพธ์ผลตอบแทนจากการลงทุนในเทคโนโลยีว่าได้กลับมามากน้อยแค่ไหนและคุ้มค่าหรือไม่กับการลงทุน จีเอเบิลจึงได้วางกลยุทธ์ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการครบวงจรแบบ Real End-to-end ผ่านการรวม Portfolio และเทคโนโลยีทั้งหมด รวมถึง Business Application ของจีเอเบิลและบริษัทในเครือเข้าด้วยกัน เพื่อลดต้นทุนในการให้บริการ และเพิ่มจุดแข็งด้าน IT Infrastructure ให้แข็งแกร่งและครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มบทบาทด้าน Business & Technology Consulting ที่ปรึกษาทั้งในมุมของเทคโนโลยีและธุรกิจมากขึ้น เพื่อขยายโอกาสในการต่อยอดรายได้ในอนาคต
2. กลยุทธ์ Empower Current Businesses นอกจากการสร้าง Cost Competitive เพื่อแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น จีเอเบิลยังเล็งเห็นว่าในปี 2025 แม้ว่าจะมีความท้าทายมากมาย แต่ก็มีโอกาสซ่อนอยู่ การเข้ามาของ Data Center ของ Global Vendor ที่มีแต่ Infrastructure อย่างเดียว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคลาวน์อย่างจีเอเบิล เข้าไปช่วยในการทำ Cloud Migration ในการนำข้อมูลสำคัญของธุรกิจองค์กรต่างๆ ขึ้นไปบริหารจัดการในระบบคลาวด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยจุดเด่นของระบบคลาวด์ที่ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงและตอบโจทย์การบริหารต้นทุนของธุรกิจองค์กรได้ดีเพราะเกิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง อีกทั้งจีเอเบิลยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในเทรนด์ที่ธุรกิจองค์กรต่างๆ กำลังจะย้ายข้อมูลองค์กรเข้าสู่ระบบคลาวน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเสริมดิจิทัลโซลูชันใน Portfolio ที่จีเอเบิลมีและสร้าง Value จากข้อมูลบนคลาวน์ของผู้ใช้บริการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็น Data Analytics, Business Application รวมถึงการปกป้องข้อมูลบนระบบคลาวน์ให้มีความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี Cybersecurityขั้นสูง ซึ่งสอดรับทิศทางจาก Gartner ได้คาดการณ์ว่า Infrastructure as a Service (Cloud) จะเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 33.4% ในปี 2024-2026 อีกทั้งกลุ่มธุรกิจการเงิน ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจบริการ ที่เป็นฐานลูกค้าหลักของจีเอเบิล เติบโตขึ้นอย่างมีนัยและเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มในการลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ จีเอเบิล ยังตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าไปในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ด้วยการจับมือพันธมิตรบุกตลาดเพื่อสร้าง Quick Win ผ่านการ Acquire บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด ที่มีฐานลูกค้าหลักในกลุ่ม FMCG ระดับ Enterprise และการจับมือกับพันธมิตรกับบริษัท ไทย เอ็นเอส โซลูชั่นส์ จำกัด (Thai NS Solutions) ที่มีฐานลูกค้าหลักในกลุ่มธุรกิจบริษัทญี่ปุ่น
3. กลยุทธ์ Grow New Businesses การเติบโตใน Business Application หรือ Business Software รวมถึง M&A ในปัจจุบันเทรนด์ IT Spending ที่น่าสนใจมีอยู่ 2 เทรนด์คือ 1. เทรนด์ของคลาวด์ ที่จะเข้ามาทำให้ Portfolio ของ Cloud & Data Center โตขึ้น รวมถึง 5 Portfolio ของจีเอเบิลโตขึ้นด้วย และ 2.เทรนด์ Software as a service ซึ่งเติบโตขึ้น ด้วยปัจจัยการเติบโตของเทคโนโลยีคลาวด์ และเทคโนโลยี Artificial Intelligence ที่เติบโตขึ้นเร็วมาก จาก Predictive AI สู่ Generative AI จนเป็น Agentic AI ในปัจจุบัน สอดคล้องกับข้อมูลของ Gartner ที่มีการคาดการณ์ว่า Business Applications (ERP,CRM,HCM) จะเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 14.2% ในปี 2024-2026 และภายในปี 2026 กว่า 80% ของ Global Vendor Software จะมีการใช้เทคโนโลยี AI มาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจีเอเบิลได้เดินกลยุทธ์นี้มาตั้งแต่ปี 2024 โดยการเข้าไปลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทผู้ให้บริการ Global Software อย่างบริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็น Partner หลักของ SAP และ Salesforce ซึ่งในปี 2025 Global Software ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับจีเอเบิลได้ทยอยเปิดตัว Feature Function AI ที่มีการฝัง AI Agent เข้าไปอยู่ในระบบ Operation เพื่อเพิ่ม Productivity การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งคาดว่าจีเอเบิลน่าจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าในการสร้างโอกาสการลดต้นทุน และ Competitive Advantage ได้ในทิศทางเดียวกัน ในมุมของ Strategic Acquisition มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม gross profit margin ให้สูงขึ้น อีกทั้งสร้าง Synergy กับธุรกิจปัจจุบันของจีเอเบิล ให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลากหลายขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่กว้างขึ้นให้กับจีเอเบิล”
“จากผลงานความสำเร็จในการวางกลยุทธ์และการดำเนินงานในปี 2024 ของจีเอเบิลในฐานะ Tech Enabler ผู้อยู่เบื้องหลังการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ทุกธุรกิจองค์กรในหลายภาคอุตสาหกรรมสามารถสร้างกำไรเหนือคู่แข่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกของดิจิทัล จีเอเบิลยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ทั้ง 3 ที่สอดคล้องกับทิศทางเทรนด์การเติบโตของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรที่แข็งแกร่งและหลากหลาย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่จีเอเบิลอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ดร. ชัยยุทธ กล่าวทิ้งท้าย
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#ข่าวไอที

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
เทคโนโลยีเอไอ VS ภัยพิบัติ เอไอเข้ามามีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหนในปัจจุบัน
ข่าวสาร

เทคโนโลยีเอไอ VS ภัยพิบัติ เอไอเข้ามามีบทบาทได้มากน้อยแค่ไหนในปัจจุบัน

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ตั้งแต่ไฟป่า แผ่นดินไหว น้ำท่วม ไปจนถึงพายุ ทุกเหตุการณ์ล้วนสร้างความเสียหายมหาศาลต่อชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์ภัยพิบัติ การแจ้งเตือนล่วงหน้า และการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน แต่คำถามที่สำคัญคือ AI พัฒนาไปไกลแค่ไหนแล้วในการช่วยเหลือมนุษย์รับมือกับภัยพิบัติ และยังมีข้อจำกัดอะไรที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท LIV-24 ผู้นำด้าน Smart Tech Solutions เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน AI ได้ถูกนำมาใช้บ้างแล้วในสามส่วนหลักของการจัดการภัยพิบัติ ได้แก่ การพยากรณ์ การแจ้งเตือน รวมไปถึงการกู้ภัยและบริหารจัดการหลังภัยพิบัติ เทคโนโลยีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่ามนุษย์ในบางกรณี โดยเฉพาะในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์เชิงลึก การพยากรณ์และเฝ้าระวังAI ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น ระบบ AI สำหรับการตรวจจับไฟป่าสามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ความร้อนและสภาพอากาศ เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงก่อนที่ไฟจะลุกลาม นอกจากนี้ AI ยังถูกใช้ในการวิเคราะห์แรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดินเพื่อคาดการณ์แนวโน้มของแผ่นดินไหว แม้ว่าจะยังไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าเป็นวันหรือชั่วโมงได้ แต่สามารถตรวจจับสัญญาณล่วงหน้าหลายวินาที ซึ่งช่วยให้ประชาชนมีเวลาหลบภัยสำหรับปัญหาน้ำท่วม AI ใช้ข้อมูลจากเรดาร์อากาศ ระดับน้ำในแม่น้ำ และปริมาณน้ำฝนในการสร้างแบบจำลองเพื่อคาดการณ์ว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบและเมื่อใด ระบบเหล่านี้เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศที่เผชิญกับน้ำท่วมบ่อยครั้ง เช่น [...]

1 นาที
ฟอร์ติเน็ต ชี้ องค์กร 61% กังวลเรื่องความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อบังคับ ในการใช้คลาวด์ดำเนินงานด้านไอที
ข่าวสาร

ฟอร์ติเน็ต ชี้ องค์กร 61% กังวลเรื่องความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อบังคับ ในการใช้คลาวด์ดำเนินงานด้านไอที

ในการจัดการและรักษาความปลอดภัยของศักยภาพด้านคลาวด์ 51% ขององค์กร ต้องเผชิญปัญหาด้านทรัพยากรที่จำกัด การขาดบุคลากรที่เชี่ยวชาญ และข้อจำกัดด้านงบประมาณ ฟอร์ติเน็ต เผยผลศึกษาของรายงานสถานะความปลอดภัยระบบคลาวด์ประจำปี 2025 (2025 State of Cloud Security Report) ซึ่งจัดทำโดย Cybersecurity Insiders เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มล่าสุด  ความท้าทาย และการกำหนดกลยุทธ์เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ระบบคลาวด์ ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต กล่าวถึงการนำคลาวด์มาใช้ ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการแข่งขันในตลาดปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ต้องอาศัยการพัฒนาหลายด้าน ทั้งการสร้างประสบการณ์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย การปรับใช้นโยบายเพื่อให้ทำงานได้จากทุกที่ (work-from-anywhere) อย่างจริงจัง ปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัวขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงการดำเนินงานในลักษณะกระจายศูนย์ให้เกิดประสิทธิภาพและสามารถรองรับการขยายได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าพลังของคลาวด์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ทีมรักษาความปลอดภัยต้องตระหนักและจัดการให้ได้ ซึ่งความท้าทายเหล่านี้รวมถึงการปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน การปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ ในขณะที่ยังคงสามารถมองเห็นความเป็นไปพร้อมทั้งควบคุมการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์ที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ ประเด็นที่น่าสนใจจากผลศึกษาของรายงานดังกล่าว มีการนำกลยุทธ์คลาวด์แบบไฮบริดและมัลติคลาวด์มาใช้มากขึ้น โดยกว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีการใช้บริการจากผู้ให้บริการคลาวด์สองรายขึ้นไป ซึ่งเน้นให้เห็นว่าแนวทางด้านมัลติคลาวด์มีความสำคัญมากขึ้น โดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและให้ประโยชน์ด้านความสามารถเฉพาะทาง ในขณะที่ 54% ขององค์กรนำโมเดลไฮบริดคลาวด์มาใช้ โดยผสมระหว่างการใช้พับลิคคลาวด์ ร่วมกับคลาวด์ในองค์กร เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพความยืดหยุ่นและสามารถควบคุมได้เช่นกัน [...]

1datapipe™ เปิดตัว Living Identity™ Intelligence เจเนอเรชันใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลและขยายโอกาสทางการเงิน
ข่าวสาร

1datapipe™ เปิดตัว Living Identity™ Intelligence เจเนอเรชันใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับความปลอดภัยทางดิจิทัลและขยายโอกาสทางการเงิน

ธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเร่งการพลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิทัล ทำให้มีการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้ภูมิภาคตกเป็นเป้าของการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล เราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญแก่ระบบการพิสูจน์ตัวตนและการป้องกันการฉ้อโกงที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับปัยหาดังกล่าว 1datapipe™ กำลังเปิดตัวโซลูชัน Living Identity™ ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ โดยจะช่วยให้สถาบันการเงิน ฟินเทค และแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ผ่านการตรวจสอบจากโลกแห่งความจริง โครงการนี้จะช่วยพลิกโฉมการตรวจจับการฉ้อโกง ยกระดับกระบวนออนบอร์ดดิ้งลูกค้าใหม่ และเปิดโอกาสทางการเงินให้กับกลุ่มประชากรที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน สถาบัน Tech for Good Institute (TFGI) ได้เผยแพร่รายงาน The Platform Economy: Southeast Asia’s Digital Growth Catalyst ซึ่งสำรวจสถานะของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 6 ประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และไทย พบว่าบริการทางการเงินดิจิทัล (DFS) เป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม และมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการทางการเงินในภูมิภาคนี้ แรงงานนอกระบบ ซึ่งคาดว่ามีสัดส่วนมากกว่า 70% ของแรงงานทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน คนจำนวนมากไม่มีบัญชีธนาคาร มีหนี้สิน และทำธุรกรรมส่วนใหญ่ด้วยเงินสด ทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างประวัติสินเชื่อที่จำเป็นสำหรับการเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินในระบบได้ แก้ปัญหาการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลในอินโดนีเซีย การเติบโตของธนาคารดิจิทัล พร้อมทั้งบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) และสินเชื่อฟินเทคนั้นส่งผลให้อินโดนีเซียเผชิญกับความเสี่ยงจากการฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปลอมแปลงข้อมูลส่วนบุคคล (Synthetic Identity Fraud) และการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น อาชญากรใช้การปลอมแปลงบัตรประชาชน (KTP) การยึดครองบัญชี และช่องโหว่ของระบบตรวจสอบบุคคล เพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต รายงานระบุว่าการสมัครสินเชื่อปลอมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีที่ผ่านมา [...]

Omise ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหม่และเผยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ข่าวสาร

Omise ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหม่และเผยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI

โอมิเซะ (Omise) ผู้นำด้านการชำระเงินดิจิทัล ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหม่อย่างเป็นทางการ โดยกลับมาใช้ชื่อเดิมหลังจากดำเนินงานภายใต้ชื่อ Opn เป็นเวลาสองปี ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันการชำระเงินที่ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และอัจฉริยะ ก้าวสำคัญของการพัฒนาองค์กรครั้งนี้ยังมาพร้อมกับแผนพัฒนานวัตกรรมทางการเงินล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่จะมายกระดับประสบการณ์การชำระเงินสำหรับธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา และตลาดอื่น ๆ ทั่วโลก “การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการมอบเทคโนโลยีทางการเงินที่ล้ำสมัยที่สุดเพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ” คุณ จุน ฮาเซกาวา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Omise กล่าว “Omise ให้ความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรมแก่ลูกค้ามาโดยตลอด และเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอโซลูชันที่ทำให้การชำระเงินฉลาดขึ้น รวดเร็วขึ้น และใช้งานได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น” เริ่มบทใหม่ด้วยโซลูชันการชำระเงินอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้ทิศทางใหม่ Omise เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในปี 2025 ซึ่งจะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมฟินเทค มอบประสิทธิภาพที่ล้ำสมัย อัจฉริยะ และปลอดภัยยิ่งขึ้นให้กับธุรกิจในด้านการชำระเงิน โซลูชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่สตาร์ทอัพไปจนถึงสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง โดยช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น ปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกรรม และทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น Omise AI Assistant ช่วยให้ดำเนินธุรกิจผ่านระบบแนะนำโค้ดอัจฉริยะ (Intelligent [...]

1 นาที
1 นาที
1 นาที

โครงการแนะนำ

ดูทั้งหมด
ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 2,690,000 บาท
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

เริ่ม 3,150,000 บาท
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ