Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว คุณรู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร? คำแนะนำที่อาจช่วยชีวิตของคุณได้

Homeday
15 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 15/4/2568

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว คุณรู้หรือไม่ว่าต้องทำอย่างไร? คำแนะนำที่อาจช่วยชีวิตของคุณได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาได้ล่วงหน้า และสามารถสร้างความเสียหายมหาศาลภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การเตรียมความพร้อมและเข้าใจถึงวิธีรับมืออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยรักษาชีวิตของคุณและคนที่คุณรักได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.7 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทย ทำให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติดังกล่าว บทความนี้จะแนะนำข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ตั้งแต่สาเหตุการเกิด ผลกระทบ ไปจนถึงวิธีการรับมืออย่างเหมาะสมในทุกขั้นตอน
Article Image

แผ่นดินไหวคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

แผ่นดินไหว (Earthquake) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการปรับสมดุลของแผ่นเปลือกโลก ทำให้ชั้นหินขนาดใหญ่เกิดการเคลื่อนที่ แตกหัก และส่งแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินเป็นวงกว้าง แผ่นดินไหวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์

สาเหตุจากธรรมชาติ

แผ่นดินไหวส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันของเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อน เมื่อแผ่นเปลือกโลกสะสมพลังงานจากการเคลื่อนที่ของแมกมาใต้พื้นผิวโลกเป็นเวลานาน จะเกิดการปลดปล่อยพลังงานอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ หรือการตกกระทบของอุกกาบาตขนาดใหญ่

สาเหตุจากมนุษย์

กิจกรรมของมนุษย์บางอย่างสามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้เช่นกัน เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน การทำเหมืองแร่ในบริเวณใกล้รอยเลื่อน หรือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมหาศาลกดทับผิวโลก ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก
Article Image

ทำไมแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ ถึงรุนแรง?

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ด้วยความรุนแรง 7.7 ริกเตอร์ ซึ่งมีพลังงานมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงที่เมืองฮิโรชิมาในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่ากรุงเทพฯ จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางถึงกว่า 1,000 กิโลเมตร แต่ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน
สาเหตุที่แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงในกรุงเทพฯ มีหลายปัจจัย:
1. ลักษณะของรอยเลื่อนที่เกิดแผ่นดินไหว: รอยเลื่อนมีลักษณะตรงและอยู่ที่ความลึกเพียง 10 กิโลเมตรจากผิวโลก ซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงมากขึ้น 2. การส่งผ่านพลังงาน: พลังงานมหาศาลได้ส่งผ่านไปตามความยาวของรอยเลื่อนสะกายที่ทอดยาวถึง 1,200 กิโลเมตร ไปทางใต้จนถึงประเทศไทย 3. ลักษณะพื้นที่ของกรุงเทพฯ: กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ทำให้คลื่นแผ่นดินไหวชะลอความเร็วลง แต่กลับสะสมพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนมีความรุนแรงมากขึ้น 4. ความไวต่อแรงสั่นสะเทือนของอาคารสูง: อาคารสูงในกรุงเทพฯ มีความไวต่อแรงสั่นสะเทือนในช่วงความถี่ต่ำ ทำให้ได้รับผลกระทบมากกว่าอาคารทั่วไป
Article Image

ผลกระทบของแผ่นดินไหวมีอะไรบ้าง?

แผ่นดินไหวสามารถก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงและกว้างขวางในหลายมิติ ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม

ผลกระทบทางกายภาพ

แผ่นดินไหวสามารถทำให้อาคารบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพังทลาย ก่อให้เกิดแผ่นดินถล่มในพื้นที่ลาดชัน พื้นดินแตกแยก และในกรณีที่เกิดใต้ทะเล อาจก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซึ่งสามารถทำลายล้างพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างรุนแรง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

แผ่นดินไหวสามารถสร้างความเสียหายให้กับระบบสาธารณูปโภค ทำให้ระบบสื่อสารขัดข้อง การคมนาคมหยุดชะงัก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ นอกจากนี้ ยังต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการบูรณะฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

ผลกระทบทางสังคมและมนุษย์

แผ่นดินไหวอาจทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ศูนย์กลาง ผู้รอดชีวิตอาจได้รับบาดเจ็บหรือต้องพลัดถิ่น และยังอาจส่งผลกระทบทางจิตใจ เช่น ความเครียด วิตกกังวล และอาการทางจิตอื่นๆ ตามมา
Article Image

วิธีเตรียมพร้อมรับมือก่อนเกิดแผ่นดินไหว

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับแผ่นดินไหว เนื่องจากเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

ติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนแผ่นดินไหว

ในยุคดิจิทัล แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยพิบัติเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมาก แม้จะได้รับการแจ้งเตือนเพียงไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุ แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้อาจมีค่ามากพอที่จะช่วยให้คุณหาที่หลบภัยได้ทัน
“Earthquake TMD” เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ซึ่งสามารถแจ้งเตือนเหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมข้อมูลรายละเอียด เช่น ตำแหน่ง วันเวลา ระยะห่าง ระดับความรุนแรง และความลึกจากใต้พื้นดิน นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำวิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และช่องทางติดต่อหน่วยงานฉุกเฉินที่สามารถเข้าถึงได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต

ตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้าน

บ้านควรเป็นสถานที่ปลอดภัยแม้ในยามเกิดภัยพิบัติ ดังนั้นการตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น ควรสำรวจโครงสร้างบ้านว่ามีรอยแตกร้าวหรือจุดเสียหายที่ต้องซ่อมแซมหรือไม่ โดยเฉพาะส่วนรับน้ำหนักอย่างเสาและคาน
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ก็มีความสำคัญ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ ตู้หนังสือ ควรยึดติดกับผนังอย่างแน่นหนา หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากหรือแตกหักง่ายบนที่สูง เพื่อป้องกันอันตรายจากการตกหล่นขณะเกิดแผ่นดินไหว

จัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน

กระเป๋าฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องอพยพเร่งด่วน ควรเก็บไว้ในจุดที่หยิบง่ายและควรประกอบด้วยสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ได้แก่:
• น้ำดื่มและอาหารแห้งที่เก็บได้นาน • ชุดปฐมพยาบาลและยาสามัญประจำบ้าน • ยาประจำตัวสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว • ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง • เงินสดจำนวนหนึ่ง สำหรับกรณีที่ระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถใช้งานได้ • เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน พาสปอร์ต เอกสารประกันภัย

กำหนดจุดรวมพลและวางแผนอพยพ

การกำหนดจุดรวมพลและวางแผนการอพยพล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมีการฝึกซ้อมเป็นประจำ จุดรวมพลควรเป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ปลอดภัยจากสิ่งที่อาจล้มทับได้ และควรมีจุดรวมพลสำรองเพื่อรองรับกรณีที่เส้นทางหลักอาจถูกปิดกั้น
Article Image

วิธีรับมือขณะเกิดแผ่นดินไหว

สิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือขณะเกิดแผ่นดินไหวคือ การไม่ตื่นตกใจและพยายามควบคุมสติ เพื่อให้สามารถตัดสินใจและปฏิบัติตัวได้อย่างปลอดภัย

กรณีอยู่ในอาคาร

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขณะอยู่ในอาคาร ควรปฏิบัติดังนี้:
1. เปิดประตูหรือหน้าต่างไว้ เพื่อให้มีทางหนีออกเมื่อต้องอพยพ 2. ปิดแก๊สและระบบไฟฟ้า หากเป็นไปได้ให้ปิดวาล์วแก๊สและสวิตช์ไฟฟ้าทันที 3. หาที่กำบัง มุดใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรงแล้วเกาะยึดไว้ให้มั่น เพื่อป้องกันศีรษะ 4. หลีกเลี่ยงพื้นที่อันตราย อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง กระจก และวัตถุที่อาจตกหล่น 5. อย่าวิ่งออกจากอาคารทันที เพราะอาจเกิดอันตรายจากวัสดุที่หล่นกระแทก ให้อยู่ในจุดปลอดภัยจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุดลง 6. งดใช้ลิฟต์ ให้ใช้บันไดหนีไฟหากจำเป็นต้องอพยพจากอาคาร

กรณีอยู่นอกอาคาร

หากอยู่ภายนอกอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรปฏิบัติดังนี้:
1. หาพื้นที่โล่ง อยู่ห่างจากอาคาร เสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา ต้นไม้ และสิ่งที่อาจล้มทับได้ 2. หากอยู่ในรถ ให้จอดรถในที่ปลอดภัย โดยอยู่ห่างจากอาคาร เสาไฟฟ้า สะพานลอย และทางด่วน 3. อยู่ห่างจากชายหาด หากอยู่บริเวณชายฝั่ง ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงโดยเร็ว เพราะมีความเสี่ยงที่อาจเกิดสึนามิตามมา 4. หากติดอยู่ใต้ซากอาคาร ให้ใช้ผ้าปิดจมูก และขอความช่วยเหลือด้วยการเคาะวัตถุแข็ง
Article Image

สิ่งที่ควรทำหลังเกิดแผ่นดินไหว

หลังจากแรงสั่นสะเทือนสงบลง ยังมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ตรวจสอบอาการบาดเจ็บ

สำรวจตนเองและคนรอบข้างว่ามีใครบาดเจ็บหรือไม่ หากพบผู้บาดเจ็บ ให้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบผู้บาดเจ็บสาหัสหรือมีอาการรุนแรง

สำรวจความเสียหายของอาคาร

หากยังอยู่ภายในอาคาร ควรสวมรองเท้าหุ้มส้นก่อนเดินสำรวจ เพื่อป้องกันอันตรายจากเศษแก้ว วัสดุแหลมคม หรือสิ่งของที่ตกกระจายจากแรงสั่นสะเทือน

อพยพออกจากพื้นที่เสียหาย

หากพบว่าอาคารได้รับความเสียหาย เช่น มีรอยร้าวที่ผนัง เสาหลัก หรือโครงสร้างดูไม่มั่นคง โดยเฉพาะหากมีอาฟเตอร์ช็อก (Aftershock) เกิดขึ้น ควรรีบอพยพออกจากอาคารไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ตรวจสอบก่อนกลับเข้าใช้อาคาร

ก่อนกลับเข้าใช้อาคารตามปกติ ควรตรวจสอบระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ท่อน้ำ แก๊ส รวมถึงสภาพโครงสร้างโดยรอบว่ามีความเสียหายหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานและติดต่อผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อน

ติดตามข่าวสาร

ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อรับทราบสถานการณ์และคำแนะนำในการปฏิบัติตัว รวมถึงเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ

ไม่เผยแพร่ข่าวลือ

หลีกเลี่ยงการแชร์ข่าวหรือข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพราะอาจทำให้ผู้อื่นแตกตื่นและทำให้สถานการณ์แย่ลง

สรุป

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่อาจคาดเดาได้ แต่เราสามารถเตรียมพร้อมรับมือได้ด้วยความรู้และการวางแผนล่วงหน้า การติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัย การตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้าน การจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน การกำหนดจุดรวมพล และการรู้จักวิธีปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดแผ่นดินไหว ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสความปลอดภัยให้กับคุณและคนที่คุณรัก
เพราะแม้เราจะไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ แต่เราสามารถควบคุมการเตรียมความพร้อมของเราเองได้ และการเตรียมพร้อมที่ดีอาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตของคุณในยามวิกฤต
#สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #แผ่นดินไหว #วิธีรับมือแผ่นดินไหว #ภัยธรรมชาติ #ความปลอดภัย #กระเป๋าฉุกเฉิน #แอปเตือนภัย #พร้อมรับภัยพิบัติ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ความปลอดภัย
#วิธีรับมือแผ่นดินไหว
#อสังหาริมทรัพย์
#Mehome
#พร้อมรับภัยพิบัติ
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำไมต้องดูระยะห่างระหว่างบ้าน? กฎหมายที่ควรรู้
ทั่วไป

ทำไมต้องดูระยะห่างระหว่างบ้าน? กฎหมายที่ควรรู้

ความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน การเลือกทำเลและการวางผังบ้านอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ระยะห่างระหว่างบ้านไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอีกด้วย การเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้านจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการก่อสร้างหรือเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยระยะห่างระหว่างอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย การระบายอากาศ และการป้องกันอัคคีภัย โดยมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ควรทราบดังนี้ ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินตามข้อกำหนดผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทและความสูงของอาคาร โดยทั่วไปแล้ว มีหลักเกณฑ์ดังนี้: อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 1-2 เมตร อาคารสูงเกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคาร กรณีติดถนนสาธารณะ ระยะถอยร่นจะแตกต่างกันไปตามความกว้างของถนน ระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยและการระบายอากาศที่ดี กฎหมายกำหนดระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียงไว้อย่างชัดเจน: อาคารที่มีหน้าต่างช่องแสง ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 3-4 เมตร อาคารที่ไม่มีหน้าต่าง สามารถอยู่ใกล้กันได้มากกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร คำนึงถึงความสูงของอาคาร ยิ่งอาคารสูง ระยะห่างจะต้องมากขึ้นตามสัดส่วน เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการกำหนดระยะห่าง การระบายอากาศและแสงธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการระบายอากาศและแสงธรรมชาติ การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมจะช่วย: เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา [...]

1 นาที
วิธีตรวจสอบระบบ Fire Escape อย่างไรให้ปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบระบบ Fire Escape อย่างไรให้ปลอดภัย?

ระบบ Fire Escape เป็นองค์ประกอบสำคัญของความปลอดภัยในอาคารที่พักอาศัยและอาคารสาธารณะ การเข้าใจและตรวจสอบระบบนี้อย่างถูกต้องสามารถช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉินได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการตรวจสอบระบบ Fire Escape อย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ความสำคัญของระบบ Fire Escape ระบบ Fire Escape ไม่ใช่เพียงแค่โครงสร้างทางกายภาพ แต่เป็นเส้นทางชีวิตสำคัญยามฉุกเฉิน การออกแบบที่ดีและการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระบบที่สมบูรณ์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ องค์ประกอบหลักของระบบ Fire Escape เส้นทางหนีไฟหลัก เส้นทางหนีไฟหลักต้องมีความชัดเจน ปราศจากสิ่งกีดขวาง และสามารถเข้าถึงได้ง่าย การตรวจสอบควรครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้: ความกว้างของทางออกฉุกเฉิน ความสว่างของเส้นทาง ป้ายบอกทิศทางที่ชัดเจน การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ บันไดหนีไฟ บันไดหนีไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในระบบ Fire Escape การตรวจสอบควรให้ความสนใจกับ: สภาพโครงสร้างทางกายภาพ ความแข็งแรงของราวบันได การยึดติดกับโครงสร้างอาคาร การป้องกันสนิมและการชำรุด ความสะอาดและปราศจากสิ่งกีดขวาง ประตูฉุกเฉิน ประตูฉุกเฉินต้องสามารถเปิดใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย การตรวจสอบควรประเมิน: กลไกการล็อกและการเปิด ความกว้างของประตู การหล่อลื่นบานพับ ป้ายบอกทิศทางและคำแนะนำ วิธีการตรวจสอบระบบ Fire Escape อย่างละเอียด การตรวจสอบด้วยตนเอง สำรวจเส้นทางหนีไฟทั้งหมดในอาคาร [...]

1 นาที
ทำไมต้องดูระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง? จุดสำคัญในโครงการหรู
ทั่วไป

ทำไมต้องดูระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง? จุดสำคัญในโครงการหรู

การเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่เพียงแค่ความสวยงามหรือทำเลที่ตั้งอีกต่อไป ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยหลักที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมงไม่เพียงแต่ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้พักอาศัย ความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 24 ชั่วโมงในโครงการหรูไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งกล้องวงจรปิดหรือยามเฝ้าประตู แต่เป็นระบบที่ครอบคลุมและซับซ้อนมากกว่านั้น การรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ประกอบด้วยเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ความปลอดภัยที่ครอบคลุมและทันสมัย เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เทคโนโลยีเป็นหัวใจหลักของระบบรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ กล้องวงจรปิดความละเอียดสูง ระบบตรวจจับการบุกรุก และเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่มีความแม่นยำสูง ช่วยให้สามารถตรวจจับและป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ระบบสแกนใบหน้า การรู้จำยานพาหนะ และเทคโนโลยีการตรวจสอบตัวตนแบบหลายชั้น ทำให้การเข้าออกโครงการเป็นไปอย่างปลอดภัยและควบคุมได้ บุคลากรมืออาชีพ นอกเหนือจากเทคโนโลยี บุคลากรรักษาความปลอดภัยที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวดถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะได้รับการอบรมทั้งในด้านการสังเกตการณ์ การตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและบุคลากรทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด การออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุม จุดควบคุมความปลอดภัยที่สำคัญ โครงการหรูจะมีจุดควบคุมความปลอดภัยหลายระดับ เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าโครงการ พื้นที่สาธารณะ จนถึงพื้นที่ส่วนตัวของผู้พักอาศัย ระบบควบคุมการเข้าออกที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต และการบันทึกข้อมูลการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญของการรักษาความปลอดภัย การแจ้งเตือนและการตอบสนองฉุกเฉิน ระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน การแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจหรือหน่วยกู้ภัย การตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ความคุ้มค่าของระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง มูลค่าเพิ่มให้กับอสังหาริมทรัพย์ [...]

1 นาที
ซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาลดีอย่างไร? ข้อดีที่มากกว่าความสะดวก
ทั่วไป

ซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาลดีอย่างไร? ข้อดีที่มากกว่าความสะดวก

การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน ทำเลที่ตั้งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเลือกซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาลอาจเป็นทางเลือกที่หลายคนมองข้าม แต่กลับมีประโยชน์มากกว่าที่คิด นอกเหนือจากความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ควรพิจารณา บทความนี้จะพาทุกท่านสำรวจข้อดีของการเลือกซื้อบ้านใกล้โรงพยาบาล ซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว ความปลอดภัยทางสุขภาพและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่รวดเร็ว การมีที่อยู่อาศัยใกล้โรงพยาบาลมอบความอุ่นใจด้านสุขภาพอย่างเหนือชั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทุกวินาทีมีความสำคัญ ระยะทางที่สั้นลงหมายถึงเวลาในการเดินทางที่น้อยลง ส่งผลให้ได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ได้อย่างทันท่วงที การอยู่ใกล้โรงพยาบาลช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนในกรณีฉุกเฉินอย่างโรคหัวใจ อุบัติเหตุรุนแรง หรือภาวะหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่ต้องการความเร่งด่วนในการรักษา นอกจากนี้ ยังสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องพบแพทย์เป็นประจำ การอยู่ใกล้โรงพยาบาลยังหมายถึงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่หลากหลายครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี การรับวัคซีน หรือการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง โดยไม่ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้าหรือเสียเวลาเดินทางนาน อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและความเครียดจากการจราจรติดขัด นอกเหนือจากบริการทางการแพทย์แล้ว บริเวณใกล้โรงพยาบาลมักมีร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำปรึกษา คลินิกเฉพาะทาง และศูนย์ดูแลสุขภาพอื่นๆ ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้ครอบครัวมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ครบถ้วนและเข้าถึงได้ง่าย การเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และโอกาสการลงทุนในระยะยาว อสังหาริมทรัพย์ใกล้โรงพยาบาลมีแนวโน้มรักษามูลค่าและเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นและมีแนวโน้มขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ ทำให้อสังหาริมทรัพย์บริเวณใกล้เคียงได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์พบว่า บ้านที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือศูนย์การแพทย์ครบวงจรมักมีราคาซื้อขายและค่าเช่าสูงกว่าบ้านในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ความต้องการที่อยู่อาศัยในบริเวณนี้มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นประจำ รวมถึงญาติผู้ป่วยที่ต้องการที่พักระหว่างการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ พื้นที่รอบโรงพยาบาลมักได้รับการพัฒนาให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ทำให้มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งโรงพยาบาลยังถือเป็นหน่วยงานที่มีความมั่นคง ไม่มีความเสี่ยงในการย้ายหรือปิดกิจการเหมือนธุรกิจอื่น ส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์มีความมั่นคงในระยะยาว สำหรับนักลงทุน บ้านหรือคอนโดใกล้โรงพยาบาลมีศักยภาพในการปล่อยเช่าสูง [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent