Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ข้อดีของ Work From Home รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่

Homeday
9 สิงหาคม 2566
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 9/8/2566

ข้อดีของ Work From Home รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
Article Image
ในช่วงสถานการณ์ไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดการทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์กฟรอมโฮม (Work From Home, WFH) เป็นรูปแบบการทำงานที่ถูกนำมาใช้จริง จนทำให้บริษัทหลายๆ มองเห็นถึงข้อดีและหันมาใช้การทำงานรูปแบบนี้กันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นการทำงานแบบ Work From Home ที่มีความจำเป็นต้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ดวงตาเหนื่อยล้า และมีผลเสียต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว บทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูว่าเหตุผลที่ทำให้บริษัทและพนักงานหลายๆ คนอยากทำงานแบบ Work From Home นั้นมีอะไรบ้าง แล้วทำไมวิตามินบำรุงสายตาถึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่คนวัยทำงานไม่ควรมองข้าม

ข้อดีของการ Work From Home

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่สำคัญของการทำงานรูปแบบเดิมๆ คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่ารถโดยสาร หรือค่าที่จอดรถ แน่นอนว่าการทำงานแบบ Work From Home เราไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ นอกจากจะประหยัดค่าเดินทางแล้วยังมีอีกหนึ่งปัจจัยหลักคือค่าอาหารนั่นเอง ทั้งค่าข้าวกลางวัน เครื่องดื่ม และขนมระหว่างวัน นอกจากการ Work From Home จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้แล้ว ในมุมของบริษัท ยังช่วยประหยัดในส่วนของค่าไฟ ค่าสถานที่ และค่าสาธารณูปโภคอีกด้วย

2. ประหยัดเวลาเดินทาง

ถึงบางคนจะมองว่าการเดินทางเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จากสถิติของ INRIX บริษัทเกี่ยวกับข้อมูลด้านการจราจรแล้ว คนกรุงเทพฯ เสียเวลาบนท้องถนนมากเป็นอันดับ 17 ของโลกเลยทีเดียว ถึงจะเดินทางด้วยรถส่วนตัว แต่ถ้าในช่วงเวลาเร่งรีบอย่างช่วงเวลาเข้างานและหลังเลิกงาน ก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางอยู่ดี และถ้าเป็นระบบขนส่งสาธารณะ นอกจากจะต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นเท่าตัวแล้ว ยังต้องเจอกับความแออัด เบียดเสียดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เห็นแบบนี้แล้วหนุ่มสาวที่เข้าออฟฟิศคงอยาก Work From Home กันบ้างแล้วล่ะสิ

3. ผลลัพธ์การทำงานดีขึ้น

จากงานวิจัยหลายๆ ที่พบว่า การทำงานแบบ Work From Home ช่วยให้ศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศโดยรอบที่ส่งผลให้ไม่มีสมาธิ หรือการเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เป็นต้น อีกทั้งคนที่ทำงาน Work From Home ยังรู้สึกว่าการทำงานรูปแบบนี้ยังสามารถยืดหยุ่นเวลาในการทำงานได้ ถ้าช่วงไหนรู้สึกไม่มีสมาธิหรือคิดงานไม่ออก ก็สามารถปรับเวลาไปทำช่วงเวลาอื่นแทน ทำให้ผลลัพธ์งานที่ออกมามีประสิทธิมากกว่านั่นเอง เป็นประโยชน์ทั้งต่อคนทำงานและยังดีต่อผู้ประกอบการเองด้วย

4. ปรับบาลานซ์ชีวิตได้ดีขึ้น

เพราะการทำงานแบบ Work From Home ทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางบนท้องถนน ทำให้เรามีเวลาในช่วงเช้าและช่วงเย็นมากขึ้น 1 -2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งเวลาส่วนนี้เราสามารถทำกิจกรรมเพิ่มเติมได้มากมาย ไม่ว่าจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ ช่วยให้เราปรับบาลานซ์ในการใช้ชีวิตและมีเวลาบริหารจัดการส่วนตัวได้เยอะขึ้น และยังทำให้คนที่ Work From Home ส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขกับการทำงานมากกว่าการทำงานในรูปแบบเดิมนั่นเอง

วิตามินบำรุงสายตา ตัวช่วยสำคัญของคน Work From Home

เพราะการทำงานที่จับจ้องอยู่กับหน้าจอตลอดหลายชั่วโมง อาจทำร้ายดวงตาของเราโดยไม่รู้ตัว สังเกตุจากหลายๆ ครั้ง เวลาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะเริ่มมีอาการเมื่อยล้า ตาพล่ามัว และมีอาการปวดตา ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าดวงตาของคุณทำงานหนักเกินไป และควรได้รับการบำรุงและดูแลอย่างจริงจัง ตัวช่วยสำคัญที่จะมากอบกู้สุขภาพของดวงตา คือการทานวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชนต์ต่อดวงตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และลูทีนและซีแซนทีน เป็นต้น ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก และช่วยรักษาการมองเห็นแม้อยู่ในที่แสงน้อย
แม้ว่าวิตามินและสารอาหารเหล่านี้จะสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท แต่ก็ใช่ว่าร่างกายจะสามารถรับและดูดซึมได้อย่างเพียงพอต่อวัน ใครที่ทำงาน Work From Home ทำงานไม่เป็นเวลา หรือมีความจำเป็นต้องใช้สายตาในช่วงกลางคืนบ่อยๆ การเลือกทานอาหารเสริมเป็นวิตามินบำรุงสายตาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินกลุ่มนี้ได้อย่างเพียงพอ และช่วยให้สุขภาพของดวงตาแข็งแรง แม้ว่าจะทำงานและใช้สายตาหนักติดต่อกันเป็นเวลานานก็ตาม
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#Work from home
#รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
10 ไอเดีย สร้างห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน แบบ Outdoor
ทั่วไป

10 ไอเดีย สร้างห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน แบบ Outdoor

10. ห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน แบบเรียบง่าย สไตล์โมเดิร์น เหมาะสำหรับใครที่อยากทำห้องครัวเล็ก ๆ หลังบ้าน แต่ยังคงต้องการความเรียบหรู สวยงามเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับภายในตัวบ้านด้วยขอบคุณรูปภาพจาก : SuNatRo

2 นาที
7 จุดในบ้านที่ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม รู้แล้วหรือยัง?
ทั่วไป

7 จุดในบ้านที่ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม รู้แล้วหรือยัง?

การอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดไม่เพียงแต่ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้อาศัย การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีหลายจุดในบ้านที่มักถูกมองข้ามในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม พร้อมเทคนิคการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการปฏิบัติตาม 1. รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่อย รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน จากการศึกษาพบว่า บนรีโมทคอนโทรลทีวีเพียงชิ้นเดียวอาจมีแบคทีเรียมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่พบบนฝารองนั่งชักโครกถึง 3 เท่า! สาเหตุหลักมาจากการที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกัน และมักใช้มือสัมผัสหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน การทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ทำได้ง่ายๆ โดยใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ชุบลงบนสำลีหรือผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณปุ่มที่ใช้บ่อย ควรระวังไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องต่างๆ ของอุปกรณ์ การทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อีกด้วย เพราะคราบสกปรกและความชื้นที่สะสมอาจทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 2. มือจับประตูและสวิตช์ไฟ มือจับประตูและสวิตช์ไฟเป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่มักถูกลืมในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ จากการวิจัยพบว่า บนมือจับประตูบ้านโดยเฉลี่ยมีแบคทีเรียมากถึง 121 ตัวต่อตารางนิ้ว! เชื้อโรคที่พบบ่อยบนพื้นผิวเหล่านี้ได้แก่ แบคทีเรียอี. [...]

2 นาที
ฮวงจุ้ย: ปีชงเกี่ยวกับการซื้อบ้านไหม
Reels

ฮวงจุ้ย: ปีชงเกี่ยวกับการซื้อบ้านไหม

ประเด็นนี้ชวนผู้ชมบันทึกไว้เพื่อเช็กบ้านของตนเอง และเปิดให้คอมเมนต์คำถามเพิ่มเติมได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อบ้านควรตรวจสอบเนื้อหาเต็ม…

1 นาที
ปลูกผักใบสวยในกระถางได้ไหม? ทั้งกินได้และประดับบ้านให้สวยงาม
ทั่วไป

ปลูกผักใบสวยในกระถางได้ไหม? ทั้งกินได้และประดับบ้านให้สวยงาม

การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านได้อีกด้วย ผักหลายชนิดมีใบที่สวยงามไม่แพ้ต้นไม้ประดับทั่วไป ทำให้เราสามารถปลูกเพื่อประโยชน์ทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน บทความนี้จะแนะนำผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง พร้อมวิธีปลูกและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทำไมต้องปลูกผักใบสวยในกระถาง? การปลูกผักในกระถางมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด นอกจากจะได้ผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาด ที่สำคัญ ผักหลายชนิดมีใบและดอกที่สวยงาม สามารถนำมาประดับตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว การปลูกผักในกระถางยังง่ายต่อการดูแล เคลื่อนย้าย และจัดวางในพื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้ตามต้องการ 7 ผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง 1. ผักชี ผักชีเป็นพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงหน้าหนาว ลักษณะของต้นผักชีมีลำต้นตั้งตรง ภายในกลวง มีกิ่งเล็ก ไม่มีขน สูงประมาณ 8-15 นิ้ว ใบแผ่ออกเป็นรูปพัด ขอบใบคล้ายขนนก ดอกมีขนาดเล็ก มีทั้งสีขาวและชมพูอ่อน ออกเป็นช่อนิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ซึ่งทำได้ง่ายและเหมาะสำหรับปลูกในกระถางเพื่อหยิบรับประทานได้สะดวก 2. ผักชีลาว ผักชีลาวเป็นผักพื้นบ้านที่อยู่ในกลุ่มพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี มีอายุไม่ถึง 1 ปี ความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ลำต้นกลม เล็ก สีเขียวเข้ม เนื้ออ่อน หักงอง่าย ใบมีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก ปลายเรียวแหลม ความยาวไม่เกิน 2 [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent