Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ?

Homeday
28 กุมภาพันธ์ 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 28/2/2568

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
สัตว์เลี้ยงที่อยู่ร่วมกับเราในบ้านนั้นต้องการการดูแลในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การออกกำลังกาย การทำความสะอาด และที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การถ่ายพยาธิ เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสัตวแพทย์จึงแนะนำให้ถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่ดูเหมือนสัตว์เลี้ยงยังแข็งแรงดีอยู่ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและอธิบายถึงความสำคัญของการถ่ายพยาธิสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของทุกคนควรทราบ
1

พยาธิคืออะไร? ทำไมถึงเป็นภัยเงียบสำหรับสัตว์เลี้ยง

พยาธิ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยงและดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงได้แก่ พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด พยาธิปากขอ และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกันออกไป
พยาธิถือเป็น “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรกของการติดพยาธิ สัตว์เลี้ยงอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ให้เห็น แต่เมื่อมีปริมาณมากขึ้น จะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างช้าๆ ทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอ ขาดสารอาหาร และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ในที่สุด
สัตว์เลี้ยงที่เป็นลูกอ่อนมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการติดพยาธิ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง ส่วนสัตว์เลี้ยงที่โตแล้วแม้จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า แต่ก็ยังสามารถติดพยาธิและแพร่พยาธิสู่สัตว์ตัวอื่นหรือแม้แต่คนในบ้านได้
2

ชนิดของพยาธิที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

พยาธิตัวกลม (Roundworms)

พยาธิตัวกลมเป็นพยาธิที่พบได้บ่อยที่สุดในสุนัขและแมว โดยเฉพาะในลูกสุนัขและลูกแมว พยาธิชนิดนี้มีลักษณะคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้สีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน ยาวประมาณ 3-18 เซนติเมตร อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กของสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสามารถติดพยาธิตัวกลมได้หลายทาง เช่น:
• ลูกสุนัขและลูกแมวอาจติดพยาธิจากแม่ผ่านทางรกหรือน้ำนม • การกินไข่พยาธิที่ปนเปื้อนในดิน หญ้า หรืออาหาร • การกินสัตว์ที่เป็นพาหะของพยาธิ เช่น หนู นก
อันตรายจากพยาธิตัวกลม:
• ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน น้ำหนักลด ขนหยาบกร้าน • ในกรณีที่มีพยาธิจำนวนมาก อาจทำให้เกิดการอุดตันลำไส้ • ในลูกสัตว์ อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร การเจริญเติบโตช้า หรือเสียชีวิตได้ • พยาธิตัวกลมบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ทำให้เกิดการอักเสบที่ตาหรืออวัยวะภายใน

พยาธิตัวตืด (Tapeworms)

พยาธิตัวตืดมีลักษณะเป็นแผ่นแบนยาว แบ่งเป็นปล้องๆ คล้ายเทปกาว สัตว์เลี้ยงมักติดพยาธิชนิดนี้จากการกินหมัดที่มีตัวอ่อนของพยาธิ หรือจากการกินสัตว์เล็กๆ เช่น หนู กระต่าย ที่มีพยาธิตัวตืด
เจ้าของอาจสังเกตเห็นปล้องของพยาธิตัวตืดที่มีลักษณะคล้ายเมล็ดแตงหรือเมล็ดข้าวสารสีขาวตามก้นหรือขนบริเวณก้นของสัตว์เลี้ยง
อันตรายจากพยาธิตัวตืด:
• ทำให้เกิดอาการคันบริเวณก้น สัตว์เลี้ยงจะถูไถก้นกับพื้น • สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือน้ำหนักลด • ในบางกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดการอุดตันลำไส้

พยาธิปากขอ (Hookworms)

พยาธิปากขอเป็นพยาธิขนาดเล็กที่มีฟันแหลมคมที่ปากสำหรับเกาะติดผนังลำไส้และดูดเลือด สัตว์เลี้ยงสามารถติดพยาธิชนิดนี้ได้จากการเดินบนพื้นที่มีตัวอ่อนของพยาธิ หรือจากการกินตัวอ่อนของพยาธิที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
อันตรายจากพยาธิปากขอ:
• ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากพยาธิดูดเลือดจากผนังลำไส้ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการอ่อนเพลีย ซึม น้ำหนักลด • ในลูกสัตว์ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง และอาจเสียชีวิตได้ • พยาธิปากขอสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยตัวอ่อนจะไชเข้าทางผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันและผื่นแดง

พยาธิแส้ม้า (Whipworms)

พยาธิแส้ม้ามีลักษณะคล้ายแส้ โดยมีส่วนหัวเล็กและส่วนท้ายใหญ่ อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงติดพยาธิชนิดนี้จากการกินไข่พยาธิที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
อันตรายจากพยาธิแส้ม้า:
• ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง มีมูกหรือเลือดปนในอุจจาระ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการน้ำหนักลด ขนหยาบกร้าน • ในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและสารอาหาร

พยาธิหัวใจ (Heartworms)

พยาธิหัวใจเป็นพยาธิที่อันตรายมากที่สุดในบรรดาพยาธิทั้งหมด มีลักษณะเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ อาศัยอยู่ในหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ของปอด พยาธิชนิดนี้แพร่กระจายโดยยุง โดยเมื่อยุงที่มีตัวอ่อนของพยาธิกัดสัตว์เลี้ยง ตัวอ่อนจะไชเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังหัวใจ
อันตรายจากพยาธิหัวใจ:
• ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดในหัวใจและปอด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการไอ หอบ เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง • ในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ • การรักษาพยาธิหัวใจมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง จึงควรเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา
3

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจมีพยาธิ

การสังเกตอาการผิดปกติของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของสามารถพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างทันท่วงที สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงอาจมีพยาธิ มีดังนี้:

อาการทั่วไป

• น้ำหนักลดลงทั้งที่กินอาหารปกติหรือกินมากกว่าปกติ • ท้องป่อง โดยเฉพาะในลูกสัตว์ • ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นมัน • ดูซึม อ่อนเพลีย ไม่มีแรง • อาการเติบโตช้าในลูกสัตว์

อาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

• อาเจียน โดยอาจพบพยาธิในอาเจียน • ท้องเสีย หรืออุจจาระผิดปกติ • มีเลือดหรือมูกปนในอุจจาระ • พบพยาธิหรือปล้องของพยาธิในอุจจาระหรือบริเวณก้น • สัตว์เลี้ยงถูไถก้นกับพื้น แสดงอาการคันบริเวณก้น

อาการที่เกี่ยวกับระบบหายใจ (กรณีพยาธิหัวใจ)

• ไอ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย • หอบ หายใจลำบาก • เหนื่อยง่าย ไม่อยากออกกำลังกาย • เป็นลม หมดสติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมาให้สัตว์เลี้ยงเองโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เนื่องจากยาแต่ละชนิดมีความเฉพาะเจาะจงกับพยาธิแต่ละประเภท และการใช้ยาผิดประเภทอาจไม่ได้ผลหรืออาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้
4

เหตุผลสำคัญที่ต้องถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

การถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

1. ป้องกันปัญหาสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

การติดพยาธิในระยะยาวสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างรุนแรง เช่น ภาวะโลหิตจาง การขาดสารอาหาร ปัญหาระบบทางเดินอาหาร หรือแม้แต่ความเสียหายต่ออวัยวะภายใน การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้พยาธิสะสมจนถึงระดับที่ก่อให้เกิดอันตราย

2. ป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิในสิ่งแวดล้อม

สัตว์เลี้ยงที่มีพยาธิจะขับไข่พยาธิออกมากับอุจจาระ ทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน หญ้า ทางเดิน ซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่พยาธิให้กับสัตว์ตัวอื่นหรือแม้แต่คนได้ การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอจะช่วยลดการปนเปื้อนของไข่พยาธิในสิ่งแวดล้อม

3. ป้องกันการติดต่อสู่มนุษย์

พยาธิบางชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง พยาธิเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง เช่น:
• พยาธิตัวกลมของสุนัขและแมว สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการ Larva Migrans ในคน ซึ่งตัวอ่อนของพยาธิจะไชไปตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงตา ทำให้เกิดความเสียหายต่อจอประสาทตาได้ • พยาธิปากขอ สามารถไชผ่านผิวหนังของคนและทำให้เกิดผื่นคัน • พยาธิตัวตืดบางชนิด สามารถทำให้เกิดถุงน้ำในตับหรือสมองของคนได้

4. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิสม่ำเสมอมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการรักษาโรคที่เกิดจากพยาธิ โดยเฉพาะในกรณีของพยาธิหัวใจ ซึ่งการรักษามีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง

5. ยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยง

การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และมีอายุยืนยาวขึ้น
5

วิธีการป้องกันพยาธิในสัตว์เลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการถ่ายพยาธิตามกำหนดแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังสามารถช่วยป้องกันการติดพยาธิได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้:

1. รักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย

• เก็บอุจจาระของสัตว์เลี้ยงทันทีและทิ้งอย่างถูกวิธี • ทำความสะอาดที่นอน ผ้าปู และของเล่นของสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ • ทำความสะอาดกรงหรือพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

2. ควบคุมแมลงและสัตว์พาหะ

• ป้องกันและกำจัดหมัด เห็บ ซึ่งเป็นพาหะของพยาธิบางชนิด • ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงจับหรือกินสัตว์เล็กๆ เช่น หนู นก กระต่าย • ลดการสัมผัสกับยุง ซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหัวใจ โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำถึงเช้ามืด

3. การให้อาหารที่ปลอดภัย

• ให้อาหารสำเร็จรูปคุณภาพดี ไม่ให้อาหารดิบหรืออาหารที่ปรุงไม่สุก • เก็บอาหารของสัตว์เลี้ยงในภาชนะปิดสนิทเพื่อป้องกันแมลงหรือสัตว์อื่น • ล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำของสัตว์เลี้ยงทุกวัน

4. จำกัดการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง

• หลีกเลี่ยงการพาสัตว์เลี้ยงไปในพื้นที่ที่มีสัตว์จรจัดหรือสัตว์ป่าจำนวนมาก • ระมัดระวังเป็นพิเศษในสวนสาธารณะหรือพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มาใช้บริการบ่อย • ดูแลไม่ให้สัตว์เลี้ยงขุดดินหรือกินดิน ซึ่งอาจมีไข่พยาธิปนเปื้อน

5. การตรวจสุขภาพประจำปี

• พาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง • ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิเป็นประจำ โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่มีความเสี่ยงสูง • ปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับแผนการป้องกันพยาธิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

สรุป

การถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวของสัตว์เลี้ยงและความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
การติดพยาธิสามารถส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อย เช่น ขนไม่สวย ท้องเสีย ไปจนถึงปัญหาร้ายแรง เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะขาดสารอาหาร หรือแม้แต่เสียชีวิตในกรณีรุนแรง
นอกจากนี้ การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิสม่ำเสมอยังมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาโรคที่เกิดจากพยาธิ โดยเฉพาะในกรณีของพยาธิหัวใจ ซึ่งการรักษามีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง
การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอเปรียบเสมือนการซื้อประกันสุขภาพให้กับสัตว์เลี้ยง เป็นการลงทุนเล็กๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และอยู่กับเราไปได้อีกนาน
การดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดจากพยาธิเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบพื้นฐานของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นการปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวและชุมชนด้วย
อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการถ่ายพยาธิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง สภาพแวดล้อม และการดำเนินชีวิตของสัตว์เลี้ยง เพื่อให้การป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
#สัตว์เลี้ยง #สาระ #ถ่ายพยาธิ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #พยาธิ #สุนัข #แมว #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สัตว์เลี้ยง
#ถ่ายพยาธิ
#พยาธิ
#สัตวแพทย์
#แมว
#สุขภาพสัตว์เลี้ยง
#การดูแลสัตว์เลี้ยง
#สุนัข
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?
ทั่วไป

ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?

สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความรักและความอบอุ่นให้กับทุกบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ คือ พวกเขาไม่สามารถบอกเราได้อย่างชัดเจนว่ากำลังเจ็บป่วยหรือไม่สบาย เมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นมักหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี ประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะได้รับ และแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสอันดีที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสัตว์เลี้ยงมักซ่อนอาการเจ็บป่วยตามสัญชาตญาณ โดยเฉพาะแมวที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน โรคหลายชนิด เช่น โรคไตในแมว โรคเบาหวานในสุนัข หรือโรคมะเร็ง หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาหรือควบคุมได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวอีกด้วย การตรวจเลือดประจำปีสามารถเผยให้เห็นความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ให้เห็นภายนอก การป้องกันดีกว่าการรักษา แนวคิด “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ใช้ได้ดีกับสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับมนุษย์ การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้วัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกาย โรคหลายชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เช่น โรคฟันผุและเหงือกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี โรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคสามารถควบคุมได้ด้วยอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นโอกาสให้สัตวแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการดูแลสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุที่เปลี่ยนไป เช่น ลูกสุนัขและลูกแมวต้องการวัคซีนและการดูแลที่แตกต่างจากสุนัขและแมวสูงอายุ การติดตามพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ [...]

2 นาที
การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ทั่วไป

การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

การถ่ายพยาธิเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การให้ยาถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเรา และยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิสู่คนในครอบครัวอีกด้วย พยาธิคืออะไร และอันตรายแค่ไหน? พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิที่พบบ่อยในสุนัขและแมวมีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกัน พยาธิสามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ มากมาย เช่น: น้ำหนักลด แม้จะกินอาหารปกติ ท้องป่อง ท้องพอง อาเจียน ท้องเสีย ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นเงางาม อ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร ในกรณีรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทำไมต้องถ่ายพยาธิตามกำหนด? การถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ: ป้องกันการสะสมของพยาธิในร่างกาย พยาธิสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในร่างกายสัตว์เลี้ยง การถ่ายพยาธิตามกำหนดจะช่วยควบคุมจำนวนไม่ให้มากเกินไปจนเป็นอันตราย ลดความเสี่ยงการติดต่อสู่คน พยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิตามกำหนดมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยจากพยาธิ ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน? ความถี่ในการถ่ายพยาธิขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง: ลูกสุนัขและลูกแมว (อายุ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน) เริ่มถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่ออายุ 2 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 [...]

1 นาที
วัคซีนจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง เว้นระยะห่างเท่าไหร่?
ทั่วไป

วัคซีนจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง เว้นระยะห่างเท่าไหร่?

การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะแนะนำวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัขและแมว พร้อมคำแนะนำเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีด ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง วัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ โดยการฉีดเชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงหรือตายแล้วเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องป่วยจริง การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคร้ายแรง ซึ่งบางโรคสามารถติดต่อถึงคนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้การฉีดวัคซีนยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มสัตว์เลี้ยง วัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัข วัคซีนพื้นฐานที่สุนัขทุกตัวต้องได้รับ วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำหลังฉีดเข็มแรก 1 ปี หลังจากนั้นฉีดทุก 1-3 ปีตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ วัคซีนรวม (DHPP) ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ และไข้หวัดสุนัข เริ่มฉีดเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ฉีดกระตุ้นทุก 3-4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ปี และทุก 3 ปีหลังจากนั้น วัคซีนเสริมตามความเสี่ยง วัคซีนโรคเลปโตสไปโรซิส แนะนำสำหรับสุนัขที่อาศัยในพื้นที่ชื้นแฉะ ฉีดครั้งแรก 2 เข็มห่างกัน 2-4 [...]

1 นาที
การดูแลขนสัตว์เลี้ยงในหน้าร้อนต้องทำอย่างไร?
ทั่วไป

การดูแลขนสัตว์เลี้ยงในหน้าร้อนต้องทำอย่างไร?

หน้าร้อนเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลขน การเตรียมพร้อมและเข้าใจวิธีการดูแลขนอย่างถูกต้องจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและรู้สึกสบายตัวในอากาศร้อน ขนของสัตว์เลี้ยงทำหน้าที่สำคัญมากกว่าแค่ความสวยงาม มันช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ปกป้องผิวหนัง และเป็นเกราะป้องกันสิ่งแวดล้อม แต่ละสายพันธุ์มีโครงสร้างขนที่แตกต่างกัน ประเภทของขนสัตว์เลี้ยง ขนชั้นเดียว: พบในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ชิวาวา ขนสองชั้น: พบในสุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ขนสั้น: เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อน ขนยาว: ต้องได้รับการดูแลพิเศษในหน้าร้อน เทคนิคการดูแลขนในหน้าร้อน การหวีขน หวีขนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง กำจัดขนตาย ใช้แปรงที่เหมาะสมกับประเภทขนของสัตว์เลี้ยง การหวีช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง การตัดขน ไม่ควรตัดขนสั้นเกินไป เพราะขนทำหน้าที่ป้องกันแสงแดด ปรึกษามืออาชีพในการตัดแต่งขนให้เหมาะสม ควรเว้นระยะห่างระหว่างการตัดขน การอาบน้ำ อาบน้ำด้วยแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ความถี่ขึ้นอยู่กับประเภทขนและกิจกรรม ล้างแชมพูออกให้หมดเพื่อป้องกันการระคายเคือง ปัญหาที่ต้องระวังในหน้าร้อน โรคผิวหนังจากความร้อน สังเกตผื่นแดง รอยคัน ใช้ครีมทาผิวสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง พยาธิผิวหนัง ตรวจสอบผิวหนังสม่ำเสมอ ใช้ยากันเห็บหมัดที่เหมาะสม ปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติ เคล็ดลับเพิ่มเติม อาหารและโภชนาการ เพิ่มน้ำในอาหาร เลือกอาหารที่เหมาะสมกับอากาศร้อน ระวังโรคอ้วนจากการลดกิจกรรม สภาพแวดล้อม [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent