Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

จะปรับโฉมห้องนั่งเล่นอย่างไรให้ทั้งสวยและน่าอยู่? เคล็ดลับการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่คุณห้ามพลาด

Homeday
1 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 1/5/2568

จะปรับโฉมห้องนั่งเล่นอย่างไรให้ทั้งสวยและน่าอยู่? เคล็ดลับการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่คุณห้ามพลาด

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ห้องนั่งเล่นถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้านที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุด ทั้งพักผ่อน รับแขก หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว การปรับโฉมห้องนั่งเล่นให้สวยงามและน่าอยู่จึงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร ควรเลือกสไตล์ไหน หรือมีวิธีการตกแต่งอย่างไรให้ห้องนั่งเล่นมีเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่เข้ามาใช้งาน บทความนี้จะพาคุณไปค้นพบเคล็ดลับการตกแต่งห้องนั่งเล่นที่จะช่วยเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นในฝันที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง
Article Image

การเลือกสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นที่ใช่สำหรับคุณ

การเริ่มต้นปรับโฉมห้องนั่งเล่น สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือการเลือกสไตล์การตกแต่งที่สะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณ การเลือกสไตล์ที่ใช่จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นมีเอกลักษณ์และสร้างบรรยากาศที่ต้องการได้อย่างลงตัว

สไตล์โมเดิร์น: ความเรียบง่ายที่ทันสมัย

สไตล์โมเดิร์นโดดเด่นด้วยความเรียบง่าย ใช้เส้นสายที่ชัดเจน เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบแต่มีเอกลักษณ์ โทนสีที่นิยมใช้มักเป็นโทนสีขาว เทา และดำ เพื่อสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายแต่ดูทันสมัย
ตัวอย่างการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์นที่น่าสนใจ:
• ใช้พรมขนาดใหญ่ที่มีขนาดเหมาะสม โดยอย่างน้อยขาหน้าของเฟอร์นิเจอร์ควรวางอยู่บนพรม • จัดให้มีที่นั่งเพียงพอ ไม่เพียงแค่โซฟาหรือเก้าอี้ แต่อาจเพิ่มเก้าอี้ 1-2 ตัวเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการสนทนา • ใช้ผ้าม่านขนาดใหญ่จากเพดานจรดพื้นเพื่อเพิ่มความสูงและความโอ่อ่าให้กับห้อง

สไตล์มินิมอล: น้อยแต่มาก

สไตล์มินิมอลยึดหลัก “น้อยแต่มาก” ใช้เฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น เน้นฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก สีที่นิยมใช้มักเป็นโทนสีอ่อน ไม่ฉูดฉาด สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย
เทคนิคในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล:
• คุมโทนสีของห้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น โทนสีเทา สีเบจ หรือสีพาสเทล • ใช้ชั้นวางของแบบเปิดโล่งเพื่อจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบและเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง • เพิ่มความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือวัสดุธรรมชาติ เพื่อให้ห้องไม่ดูแข็งหรือเย็นชาจนเกินไป

สไตล์ลักซ์ชัวรี: หรูหราน่าประทับใจ

สไตล์ลักซ์ชัวรีเน้นความหรูหรา โอ่อ่า ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดี พื้นผิวที่มีมิติ และลวดลายที่มีเอกลักษณ์ วัสดุยอดนิยมสำหรับสไตล์นี้คือหินอ่อน ผ้ากำมะหยี่ และโลหะสีทอง
เทคนิคในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ลักซ์ชัวรี:
• ตกแต่งผนังด้วยคิ้วบัวที่มีดีไซน์หรูหรา อาจเสริมด้วยโลหะสีทองเพื่อเพิ่มความหรูหรา • ใช้โคมไฟระย้า (Chandelier) เป็นจุดเด่นของห้องที่ดึงดูดสายตา • เลือกใช้พรมขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพดี เช่น พรมขนสั้นหรือขนยาวสีขาว เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและความหรูหรา
การเลือกใช้วัสดุหรูอย่างหินอ่อนได้รับความนิยมมากในห้องนั่งเล่นสไตล์ลักซ์ชัวรี ด้วยลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำแบบใคร หินอ่อนสามารถนำมาใช้ได้ทั้งพื้น ผนัง เตาผิง หรือโต๊ะกลาง นอกจากนี้ยังมีหินอื่นๆ อย่างทราเวอร์ทีนและออนิกซ์ที่สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้เช่นกัน

สไตล์ลอฟท์: ดิบเท่มีเสน่ห์

สไตล์ลอฟท์เน้นความดิบ การโชว์โครงสร้างและวัสดุธรรมชาติ เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐบล็อก และเฟอร์นิเจอร์โครงเหล็ก สร้างบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์และน่าค้นหา
เทคนิคในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ลอฟท์:
• ใช้ผนังปูนเปลือยหรืออิฐบล็อกเพื่อสร้างความดิบ เท่ และเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้อง • เลือกเฟอร์นิเจอร์โครงเหล็กสีดำด้านที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงและทันสมัย • ติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อรับแสงธรรมชาติและทำให้ห้องดูโปร่งมากขึ้น
การตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์ลอฟท์ไม่จำเป็นต้องใช้โทนสีเทาหรือดำเสมอไป คุณสามารถเพิ่มสีสันด้วยโซฟาสีฟ้าเอิร์ธโทน หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

สไตล์วินเทจ: ย้อนยุคอย่างมีเสน่ห์

สไตล์วินเทจเน้นความคลาสสิก ย้อนยุค ด้วยการใช้สีและเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอายของอดีต สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีเรื่องราว
เทคนิคในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจ:
• ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายคลาสสิกหรือมีประวัติความเป็นมา เช่น เฟอร์นิเจอร์หวายหรืองานไม้แกะสลัก • ตกแต่งผนังด้วยกรอบรูปสไตล์วินเทจ เช่น กรอบรูปแผ่นเสียงไวนิล หรือภาพถ่ายขาวดำใส่กรอบไม้เก่า • เลือกใช้สีที่สื่อถึงยุคสมัยที่ต้องการ เช่น สีเอิร์ธโทนสำหรับความคลาสสิก หรือสีสันสดใสแบบยุค 80s
Article Image

การจัดแสงสว่างที่ลงตัวเพื่อสร้างบรรยากาศในห้องนั่งเล่น

แสงสว่างเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้กับห้องนั่งเล่น การจัดแสงที่ดีจะช่วยให้ห้องดูสว่าง มีมิติ และน่าอยู่มากขึ้น

การใช้แสงธรรมชาติให้เต็มประสิทธิภาพ

แสงธรรมชาติเป็นแสงที่ดีที่สุดสำหรับห้องนั่งเล่น ช่วยให้ห้องดูสว่าง โปร่ง และมีชีวิตชีวา การออกแบบให้ห้องได้รับแสงธรรมชาติมากที่สุดจะช่วยประหยัดพลังงานและส่งผลดีต่อสุขภาพ
เทคนิคในการใช้แสงธรรมชาติ:
• ติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่หรือหน้าต่างบานสูงเพื่อรับแสงธรรมชาติให้มากที่สุด • ใช้ผ้าม่านโปร่งแสงเพื่อกรองแสงให้นุ่มนวลและป้องกันความร้อน • ติดตั้งกระจกเพื่อช่วยสะท้อนแสงและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

การวางแผนแสงประดิษฐ์อย่างเป็นระบบ

แสงประดิษฐ์ช่วยเติมเต็มในส่วนที่แสงธรรมชาติเข้าไม่ถึง และสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันตามความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
ประเภทของแสงที่ควรมีในห้องนั่งเล่น:
• แสงหลัก: ให้ความสว่างทั่วทั้งห้อง เช่น โคมไฟเพดาน หรือไฟดาวน์ไลท์ • แสงเฉพาะจุด: สำหรับกิจกรรมเฉพาะ เช่น โคมไฟอ่านหนังสือ ไฟตั้งโต๊ะ • แสงตกแต่ง: เน้นจุดเด่นหรือสร้างบรรยากาศ เช่น ไฟส่องภาพ ไฟติดผนัง
เทคนิคเพิ่มเติมในการจัดแสง:
• ติดตั้งสวิตช์หรี่ไฟเพื่อปรับระดับแสงตามความต้องการและสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกัน • เลือกโทนแสงให้เหมาะสม โดยแสงสีขาวนวล (Warm White) จะให้บรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย • ใช้ไฟอัจฉริยะ (Smart Lighting) ที่สามารถปรับสีและความสว่างได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟน
Article Image

เฟอร์นิเจอร์ประหยัดพื้นที่ ตอบโจทย์การใช้งานในพื้นที่จำกัด

สำหรับห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ประหยัดพื้นที่และมีฟังก์ชันหลากหลายจะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ลดทอนความสวยงามและความสะดวกสบาย

เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่ควรมี

เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์หรือมัลติฟังก์ชันช่วยประหยัดพื้นที่และตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย:
• โซฟาเบด: ใช้เป็นที่นั่งในตอนกลางวันและเปลี่ยนเป็นเตียงนอนในตอนกลางคืน เหมาะสำหรับห้องที่ต้องรองรับแขกพักค้างคืน • โต๊ะกลางแบบมีที่เก็บของ: เพิ่มพื้นที่จัดเก็บสำหรับของใช้จำเป็น หนังสือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ • เก้าอี้หรือโอตโตมานแบบเก็บของได้: ใช้เป็นที่นั่งเสริมหรือวางเท้า พร้อมกับเป็นที่เก็บผ้าห่ม หมอน

ชั้นวางของติดผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ชั้นวางของติดผนังช่วยประหยัดพื้นที่พื้นและเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง:
• ชั้นลอย: ติดผนังโดยไม่มีขา ใช้วางของตกแต่ง หนังสือ หรือต้นไม้ขนาดเล็ก • ตู้ติดผนัง: สำหรับเก็บของที่ไม่ต้องการโชว์ ทำให้ห้องดูเป็นระเบียบและโปร่งมากขึ้น
เทคนิคเพิ่มเติมเพื่อประหยัดพื้นที่:
• เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขา ช่วยให้มองเห็นพื้นใต้เฟอร์นิเจอร์และทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น • ใช้กระจกหรือวัสดุโปร่งใสเพื่อลดความรู้สึกอึดอัด ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น • จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้มีทางเดินสะดวก ไม่กีดขวางการสัญจร
Article Image

ต้นไม้ฟอกอากาศ เพิ่มความสดชื่นและสุขภาพดีให้ห้องนั่งเล่น

ต้นไม้นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับห้องนั่งเล่นแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศที่สดชื่นเป็นธรรมชาติ

ต้นไม้ฟอกอากาศที่เหมาะกับห้องนั่งเล่น

ต้นไม้ฟอกอากาศหลายชนิดเหมาะสำหรับปลูกในห้องนั่งเล่น:
• เศรษฐีเรือนใน (Spider Plant): ดูแลง่าย ทนทาน ดูดสารพิษได้ดี ปลอดภัยต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง • ต้นเดหลี (Peace Lily): มีดอกสีขาวสวยงาม ดูดซับสารพิษได้ดี แต่ควรระวังเพราะอาจเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง • ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera): ดูดสารพิษจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและสารเคมีในอากาศได้ดี พร้อมทั้งมีประโยชน์ทางการแพทย์
การศึกษาพบว่าต้นไม้ฟอกอากาศสามารถกำจัดสารพิษที่มาจากเฟอร์นิเจอร์ พรม และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านได้ ช่วยทำให้คุณภาพอากาศภายในบ้านดีขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

การจัดวางต้นไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่

การจัดวางต้นไม้อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟอกอากาศและความสวยงาม:
• วางต้นไม้ที่ต้องการแสงมากใกล้หน้าต่าง เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติเพียงพอ • ใช้ต้นไม้ขนาดใหญ่ตามมุมห้องเพื่อสร้างจุดเด่นและความสมดุล • วางต้นไม้เล็กๆ บนโต๊ะ ชั้นวางของ หรือใช้ต้นไม้แขวนเพื่อประหยัดพื้นที่
Article Image

การสร้างกลิ่นหอมให้ห้องนั่งเล่นน่าอยู่มากขึ้น

กลิ่นหอมมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก การเลือกใช้กลิ่นหอมที่เหมาะสมจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและน่าอยู่ให้กับห้องนั่งเล่น

เทียนหอมและประโยชน์ที่ไม่คาดคิด

เทียนหอมไม่เพียงให้กลิ่นหอม แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงนวลตา:
• ลดความเครียด: เทียนหอมกลิ่นซิตรัส เช่น ส้มหรือมะนาว ช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความสดชื่น • กระตุ้นการทำงานของสมอง: กลิ่นอบเชย อัลมอนด์ และเปปเปอร์มินต์ช่วยกระตุ้นสมาธิและความจำ • สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย: กลิ่นลาเวนเดอร์หรือวานิลาช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบาย

น้ำมันหอมระเหยเพื่อสุขภาพและจิตใจที่ดี

น้ำมันหอมระเหยให้กลิ่นหอมที่เป็นธรรมชาติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ:
• น้ำมันตะไคร้หอม: มีสรรพคุณฆ่าเชื้อและต้านแบคทีเรีย ให้ความสดชื่น • น้ำมันยูคาลิปตัส: ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและหวัด ให้ความรู้สึกโล่งโปร่ง • น้ำมันลาเวนเดอร์: ช่วยผ่อนคลายและสงบ ลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับสบาย
วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยในห้องนั่งเล่นมีหลายรูปแบบ เช่น ใช้เครื่องพ่นไอน้ำ ก้านไม้หอม หรือสเปรย์ปรับอากาศ โดยควรเลือกกลิ่นให้เหมาะกับฤดูกาลและกิจกรรม เช่น กลิ่นซิตรัสสดชื่นในฤดูร้อน หรือกลิ่นอบเชยอบอุ่นในฤดูหนาว
Article Image

เคล็ดลับการรักษาความสะอาดห้องนั่งเล่นให้น่าอยู่เสมอ

การรักษาความสะอาดห้องนั่งเล่นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ห้องดูสวยงาม น่าอยู่ และยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่ง

ตารางทำความสะอาดที่ช่วยให้ห้องนั่งเล่นสะอาดตลอดเวลา

การแบ่งการทำความสะอาดเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนจะช่วยให้การดูแลรักษาห้องนั่งเล่นเป็นเรื่องง่าย:
การทำความสะอาดประจำวัน:
• จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ เช่น หนังสือ รีโมท • จัดหมอนอิงและผ้าคลุมโซฟาให้เรียบร้อย • ทิ้งขยะและสิ่งที่ไม่ใช้แล้ว
การทำความสะอาดประจำสัปดาห์:
• ดูดฝุ่นพรมและพื้น รวมถึงใต้เฟอร์นิเจอร์ • เช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ • ทำความสะอาดกระจกและหน้าต่าง
การทำความสะอาดประจำเดือน:
• กำจัดใยแมงมุมตามมุมห้องและเพดาน • ทำความสะอาดพัดลมเพดานหรือเครื่องปรับอากาศ • ซักผ้าม่าน ปลอกหมอนอิง หรือผ้าคลุมโซฟาที่ถอดซักได้
การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ทำให้ห้องนั่งเล่นสวยงาม แต่ยังช่วยลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้และฝุ่นละออง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ

สรุป

การปรับโฉมห้องนั่งเล่นให้สวยและน่าอยู่เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ยากหากมีการวางแผนที่ดี เริ่มต้นจากการเลือกสไตล์ที่เหมาะกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์น มินิมอล ลักซ์ชัวรี ลอฟท์ หรือวินเทจ
การจัดแสงที่เหมาะสมทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้อง เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและประหยัดพื้นที่ โดยเฉพาะในห้องที่มีขนาดจำกัด เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้ฟอกอากาศที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนและกำจัดสารพิษ
การสร้างกลิ่นหอมด้วยเทียนหอมหรือน้ำมันหอมระเหยจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและน่าอยู่มากขึ้น และอย่าลืมรักษาความสะอาดห้องนั่งเล่นอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ห้องน่าอยู่ตลอดเวลา
ด้วยการผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้อย่างลงตัว คุณจะได้ห้องนั่งเล่นที่ไม่เพียงแต่สวยงามตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ให้ความสุข ความสบาย และความผ่อนคลายกับทุกคนในครอบครัวและผู้มาเยือน
#สาระ #การตกแต่งห้องนั่งเล่น #สไตล์การตกแต่ง #เฟอร์นิเจอร์ประหยัดพื้นที่ #ต้นไม้ฟอกอากาศ #การจัดแสงในห้องนั่งเล่น #เทียนหอม #ทิปส์แต่งบ้าน #ไอเดียตกแต่งบ้าน #ห้องนั่งเล่นสวยๆ #การทำความสะอาดบ้าน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ห้องนั่งเล่นสวยๆ
#เทียนหอม
#ไอเดียตกแต่งบ้าน
#แต่งบ้าน
#สไตล์การตกแต่ง
#สาระ
#การทำความสะอาดบ้าน
#ต้นไม้ฟอกอากาศ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ระเบียงคอนโดพื้นที่จำกัด จัดสวนอย่างไรให้ได้ทั้งความสวยงามและอากาศบริสุทธิ์?
ทั่วไป

ระเบียงคอนโดพื้นที่จำกัด จัดสวนอย่างไรให้ได้ทั้งความสวยงามและอากาศบริสุทธิ์?

ระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดมักถูกปล่อยให้โล่งและดูน่าเบื่อ ทั้งที่จริงแล้วพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมุมสีเขียวที่ทั้งสวยงามและมีประโยชน์ได้ การจัดสวนบนระเบียงคอนโดนอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้น่าอยู่ ยังช่วยบำบัดความเครียด ฟอกอากาศ และอาจกลายเป็นแหล่งผลิตผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้อีกด้วย แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่จำกัดเหล่านี้กลายเป็นสวนสวยที่ทั้งประหยัดพื้นที่และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศไปพร้อมกัน? บทความนี้รวบรวมเทคนิคและไอเดียการจัดสวนระเบียงคอนโดที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เตรียมความพร้อมก่อนจัดสวนระเบียงคอนโด ก่อนที่จะเริ่มจัดสวนบนระเบียงคอนโด สิ่งแรกที่ควรทำคือเช็กกฎระเบียบของคอนโดให้ชัดเจน เพราะแต่ละที่มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องการเจาะผนัง การวางวัสดุที่มีน้ำหนักมาก หรือความสูงของสิ่งของที่จะวางบนระเบียง การทำความเข้าใจกฎระเบียบตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้ คุณควรพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่น ๆ เช่น ทิศทางแสงแดด ความแรงของลม ระบบระบายน้ำ และน้ำหนักที่ระเบียงรับได้ การเข้าใจสภาพแวดล้อมของระเบียงจะช่วยให้คุณเลือกต้นไม้และวิธีจัดสวนที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น สวนแนวตั้ง: ทางออกสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแนวตั้งหรือ Vertical Garden เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เทคนิคนี้ช่วยประหยัดพื้นที่โดยการใช้ผนังหรือพื้นที่แนวตั้งแทนการวางกระถางบนพื้น มีหลายวิธีในการสร้างสวนแนวตั้ง เช่น: ชั้นวางต้นไม้ติดผนัง – เหมาะสำหรับต้นไม้ขนาดเล็กและไม่หนักมาก กระเป๋าผ้าแขวนผนัง – สามารถปลูกได้ทั้งไม้ประดับและผักสวนครัว ระแนงไม้หรือตะแกรงเหล็ก – ใช้สำหรับไม้เลื้อยหรือแขวนกระถางต้นไม้ พาเลทไม้ – ดัดแปลงเป็นที่วางหรือแขวนกระถางต้นไม้ได้ ชั้นวางหนังสือเก่า – สามารถนำมาประยุกต์เป็นที่วางต้นไม้ได้อย่างสร้างสรรค์ วิธีการจัดสวนแนวตั้งที่นิยมอีกวิธีคือการใช้โมดูลสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งมีระบบให้น้ำในตัว ทำให้ดูแลรักษาง่ายและประหยัดเวลา อย่างไรก็ตาม [...]

2 นาที
10 วิธีเปลี่ยนคำคมชีวิตให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้าน
ทั่วไป

10 วิธีเปลี่ยนคำคมชีวิตให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้าน

การตกแต่งบ้านไม่เพียงแต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนตัวตน ความคิด และแรงบันดาลใจของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือการนำคำคมหรือวลีที่สร้างแรงบันดาลใจมาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งบ้าน คำคมเหล่านี้ไม่เพียงทำให้พื้นที่มีเสน่ห์ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจและสร้างพลังบวกในทุกๆ วัน บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเปลี่ยนคำคมชีวิตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านอย่างมีศิลปะและความหมาย 1. แผ่นป้ายไม้จารึกคำคมสร้างแรงบันดาลใจ แผ่นป้ายไม้เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำคำคมมาตกแต่งบ้าน ความงามของแผ่นป้ายไม้อยู่ที่ความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติ ซึ่งสามารถเข้ากับการตกแต่งได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ร่วมสมัย สไตล์ชนบท หรือแม้แต่สไตล์อุตสาหกรรม การเลือกไม้สำหรับทำแผ่นป้ายควรพิจารณาถึงโทนสีและบรรยากาศโดยรวมของห้อง ไม้สนให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ในขณะที่ไม้โอ๊คให้ความรู้สึกหรูหราและคลาสสิก สำหรับบ้านสไตล์โมเดิร์น อาจเลือกใช้ไม้สีเข้มอย่างไม้วอลนัทเพื่อสร้างความตัดกันกับผนังสีอ่อน เทคนิคการเขียนหรือพิมพ์คำคมลงบนแผ่นไม้มีหลากหลาย ตั้งแต่การใช้สีอะคริลิคเพ้นท์ด้วยมือ การใช้เทคนิคสเตนซิล ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ทันสมัยอย่างการพิมพ์ระบบดิจิทัลลงบนไม้โดยตรง หรือเทคนิค wood transfer ที่ช่วยให้ภาพและข้อความดูเป็นธรรมชาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อไม้ การติดตั้งแผ่นป้ายไม้ควรคำนึงถึงตำแหน่งที่ผู้อยู่อาศัยจะมองเห็นได้บ่อย เช่น บริเวณทางเข้าบ้าน ห้องนั่งเล่น หรือบริเวณที่มักใช้เวลาอยู่นาน ๆ เช่น โต๊ะทำงาน เพื่อให้คำคมเหล่านั้นได้ทำหน้าที่เตือนสติและสร้างแรงบันดาลใจอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างมุมรวบรวมแผ่นป้ายไม้หลาย ๆ ชิ้นที่มีคำคมแตกต่างกันแต่มีธีมที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับผนังและสื่อความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น 2. นาฬิกาผนังพร้อมข้อความที่มีความหมาย นาฬิกาเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในทุกบ้าน แต่นอกเหนือจากการบอกเวลาแล้ว นาฬิกายังสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับแสดงคำคมที่เกี่ยวกับคุณค่าของเวลาได้อย่างลงตัว การผสมผสานระหว่างการบอกเวลาและข้อความที่มีความหมายจะช่วยเตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของทุกวินาทีในชีวิต นาฬิกาที่มีข้อความสร้างแรงบันดาลใจมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่นาฬิกาที่มีคำคมล้อมรอบหน้าปัด นาฬิกาที่มีข้อความเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลขบอกเวลา [...]

3 นาที
7 จุดในบ้านที่ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม รู้แล้วหรือยัง?
ทั่วไป

7 จุดในบ้านที่ต้องทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม รู้แล้วหรือยัง?

การอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดไม่เพียงแต่ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้อาศัย การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีหลายจุดในบ้านที่มักถูกมองข้ามในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม พร้อมเทคนิคการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการปฏิบัติตาม 1. รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่อย รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน จากการศึกษาพบว่า บนรีโมทคอนโทรลทีวีเพียงชิ้นเดียวอาจมีแบคทีเรียมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่พบบนฝารองนั่งชักโครกถึง 3 เท่า! สาเหตุหลักมาจากการที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกัน และมักใช้มือสัมผัสหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน การทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ทำได้ง่ายๆ โดยใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ชุบลงบนสำลีหรือผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณปุ่มที่ใช้บ่อย ควรระวังไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องต่างๆ ของอุปกรณ์ การทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อีกด้วย เพราะคราบสกปรกและความชื้นที่สะสมอาจทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 2. มือจับประตูและสวิตช์ไฟ มือจับประตูและสวิตช์ไฟเป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่มักถูกลืมในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ จากการวิจัยพบว่า บนมือจับประตูบ้านโดยเฉลี่ยมีแบคทีเรียมากถึง 121 ตัวต่อตารางนิ้ว! เชื้อโรคที่พบบ่อยบนพื้นผิวเหล่านี้ได้แก่ แบคทีเรียอี. [...]

2 นาที
จะจัดห้องนอนอย่างไรให้เรียบง่าย แต่งดงามด้วยแนวคิด Less is More?
ทั่วไป

จะจัดห้องนอนอย่างไรให้เรียบง่าย แต่งดงามด้วยแนวคิด Less is More?

เทรนด์การออกแบบและตกแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอลกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะสร้างความรู้สึกสงบ เรียบง่าย และสบายตาแล้ว ยังช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง แนวคิด “Less is More” หรือ “น้อยแต่มาก” ที่เริ่มต้นจากลุดวิค มิส ฟานเดอโรห์ สถาปนิกผู้เป็นบิดาแห่งความเรียบง่าย (Minimalism) สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการจัดห้องนอนได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจแนวทางการสร้างห้องนอนมินิมอลที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง ด้วยหลักการที่เข้าใจง่ายและทำตามได้ไม่ยาก ทำความเข้าใจแนวคิด Less is More ในการออกแบบห้องนอน แนวคิด Less is More ไม่ใช่เพียงการลดทอนสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการกลั่นกรองให้เหลือแต่สิ่งที่มีความหมายและจำเป็นอย่างแท้จริง การทำให้น้อยลงกลับสร้างคุณค่าที่มากขึ้น ในการออกแบบห้องนอน หลักการนี้หมายถึงการคัดสรรเฉพาะสิ่งที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อการพักผ่อน โดยตัดสิ่งฟุ่มเฟือยหรือไม่จำเป็นออกไป ความเรียบง่ายที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงความขี้เกียจหรือการลดทอนแบบง่ายๆ แต่เป็นการวางแผนและออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพราะกว่าจะทำให้บางสิ่งดูน้อยลงแต่มากด้วยคุณค่า ต้องผ่านการคิดวิเคราะห์และใส่ใจในรายละเอียด พื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นในห้องนอนมินิมอลไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจให้ช่วยเสริมความโดดเด่นและสร้างความรู้สึกโปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญสำหรับห้องนอนมินิมอล เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์? การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอนมินิมอลควรเริ่มต้นด้วยการพิจารณาเตียงนอนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดในห้อง เตียงนอนที่ดีสำหรับสไตล์มินิมอลควรมีรูปทรงเรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งที่ซับซ้อน โดยมีตัวเลือกที่น่าสนใจคือ: เตียงญี่ปุ่นมินิมอล ความเรียบง่ายที่กลมกลืนธรรมชาติ เตียงญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับห้องนอนมินิมอล ด้วยคุณสมบัติเด่นคือมีความสูงน้อยกว่าเตียงทั่วไป ทำให้เพดานห้องดูสูงขึ้น และห้องโดยรวมดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้มักเป็นไม้ธรรมชาติซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent