Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทำไมมดถึงชอบทำรังในต้นไม้และจะกำจัดอย่างไรให้ปลอดภัยต่อพืช?

Homeday
29 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 29/5/2568

ทำไมมดถึงชอบทำรังในต้นไม้และจะกำจัดอย่างไรให้ปลอดภัยต่อพืช?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การพบมดทำรังในต้นไม้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสวนบ้าน แม้ว่าหลายคนจะมองข้ามปัญหานี้ไป แต่ความจริงแล้วมดที่ทำรังในต้นไม้สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อระบบรากและผลผลิตได้ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดของเพลี้ยต่างๆ ที่ทำลายต้นไม้ การเข้าใจสาเหตุที่มดเลือกทำรังในต้นไม้และการใช้วิธีธรรมชาติในการกำจัดจะช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อทั้งต้นไม้และสิ่งแวดล้อม
Article Image

เหตุใดมดจึงชอบทำรังในต้นไม้

มดเลือกทำรังในต้นไม้ด้วยเหตุผลหลายประการ โดยส่วนใหญ่มักมาเพื่อหาอาหารและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ต้นไม้มีโครงสร้างที่แข็งแรงและมีพื้นที่ซ่อนตัวที่ดี ทำให้เป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการสร้างรังและเลี้ยงดูลูกอ่อน
นอกจากนี้ต้นไม้ยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมดสามารถหาอาหารได้จากแหล่งต่างๆ เช่น น้ำตาล ซากพืชซากแมลง รวมไปถึงเศษอาหารที่ตกหล่นมาจากภายนอก ที่สำคัญคือมดยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ผลประโยชน์ร่วมกันกับเพลี้ยได้ โดยการปกป้องเพลี้ยเพื่อแลกกับน้ำหวานที่เพลี้ยหลั่งออกมา
การที่ต้นไม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือมีการรดน้ำเป็นประจำ ก็ทำให้เป็นแหล่งน้ำที่ดีสำหรับมดด้วย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือหลังจากการรดน้ำ มดมักจะออกมาเดินเป็นจำนวนมากเพื่อหาอาหารและน้ำ
Article Image

อันตรายของมดต่อสุขภาพของต้นไม้

การที่มดทำรังในต้นไม้ไม่ใช่เรื่องปกติและสามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงได้หลายประการ1 อันตรายหลักที่เกิดขึ้นคือการทำให้เนื้อไม้ผุพัง เนื่องจากมดจะขุดอุโมงค์และสร้างห้องต่างๆ ภายในลำต้น ซึ่งทำลายโครงสร้างภายในของต้นไม้และลดความแข็งแรงลง
ระบบรากของต้นไม้ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เมื่อมดขุดรังใต้ดินรอบโคนต้นไม้ จะทำให้รากหลวมและอาจเสียหายได้1 สิ่งนี้ส่งผลต่อการดูดซึมน้ำและธาตุอาหารของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้เติบโตช้าลงและอาจเหี่ยวแห้งได้
ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือการแพร่ระบาดของเพลี้ย มดจะทำหน้าที่ลำเลียงเพลี้ยแป้งและเพลี้ยไฟไปยังยอดไม้หรือใบอ่อน1 เพลี้ยเหล่านี้จะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นไม้และหลั่งน้ำหวานให้มดกิน การมีเพลี้ยจำนวนมากจะทำให้ต้นไม้อ่อนแอและอาจตายได้ในที่สุด
Article Image

วิธีกำจัดมดในต้นไม้ด้วยวิธีธรรมชาติ

การใช้น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันเปเปอร์มินต์เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการไล่มด สามารถทำสเปรย์ได้โดยผสมน้ำมันเปเปอร์มินต์ 30 หยด กับน้ำ 1 แกลลอน จากนั้นนำไปพ่นบริเวณรังและตามทางที่มดเดิน กลิ่นของเปเปอร์มินต์จะรบกวนระบบประสาทของมดและทำให้พวกมันหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้น
น้ำมันหอมระเหยอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพในการไล่มด ได้แก่ น้ำมันซินนามอน น้ำมันยูคาลิปตัส และน้ำมันทีทรี สำหรับน้ำมันซินนามอน สามารถใช้โดยการผสม 1 ช้อนชากับน้ำ 1 ถ้วย แล้วใช้ผ้าชุบมาเช็ดบริเวณที่มีมด หรือวางแท่งซินนามอนตามซอกมุมและเส้นทางเดินของมด

การใช้วัสดุธรรมชาติจากครัวเรือน

น้ำส้มสายชูเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดี สามารถผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำในอัตราส่วน 1:1 แล้วใส่ขวดสเปรย์ฉีดบริเวณที่มีมด กรดในน้ำส้มสายชูจะทำลายกลิ่นรอยที่มดใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ทำให้มดสับสนและไม่สามารถหาทางกลับรังได้
น้ำมะนาวก็ใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน โดยผสมน้ำมะนาว 1 ส่วนกับน้ำ 3 ส่วน หรือนำเปลือกมะนาวที่ใช้แล้วมาวางไว้บริเวณที่มดผ่าน กลิ่นเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยไล่มดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กากกาแฟที่เหลือจากการชงกาแฟสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยโรยที่ใต้โคนต้นไม้ วิธีนี้ไม่เพียงทำให้มดอพยพหนีไป แต่ยังช่วยป้องกันแมลงและศัตรูพืชอื่นๆ อีกทั้งกากกาแฟยังมีประโยชน์ในการบำรุงดินให้กับต้นไม้ด้วย

การสร้างเครื่องกีดขวาง

การใช้เทปกาวเป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง โดยพันเทปกาวรอบลำต้นโดยให้ด้านเหนียวหันออกด้านนอก จากนั้นติดเทปชิ้นที่สองด้านเหนียวหันขึ้นทับอีกชั้นหนึ่ง วิธีนี้จะสร้างกำแพงที่มดไม่สามารถข้ามผ่านได้
วัสดุอื่นๆ ที่สามารถใช้สกัดทางเดินได้ เช่น การโรยเกลือรอบโคนต้นไม้ ชอล์ก พริกไทยดำ หรือแป้งเด็ก วัสดุเหล่านี้จะสร้างสิ่งกีดขวางทางกายภาพและทางเคมีที่มดไม่ชอบ

การกำจัดรังมดโดยตรง

เมื่อพบรังมดขนาดเล็กสามารถใช้วิธีง่ายๆ คือการฉีดน้ำแรงๆ ใส่รังอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์1 วิธีนี้จะทำให้มดเครียดและต้องย้ายรังไปที่อื่น นอกจากนี้ยังสามารถราดน้ำร้อนผสมน้ำยาล้างจาน ¼ ถ้วยตวง ลงบนรังมดอย่างช้าๆ
สำหรับรังมดที่อยู่ในลำต้น ต้องใช้วิธีที่ระมัดระวังมากขึ้น1 โดยเจาะรูเล็กๆ ขนาดประมาณ ¼-½ นิ้ว แล้วเทน้ำร้อนหรือสารกำจัดแมลงที่ปลอดภัยลงไป หากเป็นรังขนาดใหญ่อาจต้องทำซ้ำหลังจากครั้งแรก 2 สัปดาห์

การใช้เหยื่อล่อ

การวางเหยื่อล่อเป็นวิธีที่ใช้เวลานานแต่มีประสิทธิภาพในการกำจัดมดทั้งรัง1 โดยผสมของหวาน เช่น น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง กับบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำไปวางบริเวณที่มดเดินผ่านหรือใกล้รัง มดจะขนเหยื่อกลับไปในรังและเมื่อกินบอแร็กซ์จะทำให้มดตาย
อย่างไรก็ตาม การใช้บอแร็กซ์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงในบ้าน เนื่องจากสารนี้เป็นพิษหากกินเข้าไป ควรวางในที่ที่เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าไม่ถึง
Article Image

วิธีป้องกันมดไม่ให้กลับมาทำรังใหม่

การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการควบคุมปัญหามด การรักษาความสะอาดรอบต้นไม้เป็นขั้นตอนแรก ต้องเก็บเศษอาหารและผลไม้ที่หล่นลงมาทันที เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะดึงดูดมดให้เข้ามาหาอาหาร
การตัดแต่งกิ่งไม้เป็นประจำก็สำคัญเช่นเดียวกัน ต้องทำให้แน่ใจว่ากิ่งก้านของต้นไม้ไม่ได้สัมผัสกับรั้ว กำแพง หรือต้นไม้ต้นอื่น เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสะพานให้มดเดินทางมายังต้นไม้ได้ นอกจากนี้ยังต้องตัดกิ่งไม้ที่แตะพื้นเพื่อป้องกันทางเดินของมด

การปรับปรุงสภาพแวดล้อม

การจัดการความชื้นรอบต้นไม้มีส่วนสำคัญในการป้องกันมด9 ต้องทำให้แน่ใจว่ามีการระบายอากาศที่ดีและไม่มีน้ำขังบริเวณโคนต้นไม้ การรดน้ำควรทำในช่วงเช้าเพื่อให้ดินแห้งก่อนค่ำคืน
การปลูกพืชไล่มดรอบต้นไม้ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพ5 พืชที่ช่วยไล่มดได้แก่ โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์ สะระแหน่ ใบกานพลู ไทม์ และกระเทียม กลิ่นของพืชเหล่านี้จะรบกวนการสื่อสารของมดและทำให้พวกมันหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้น
การปิดรอยแตกและช่องว่างรอบโคนต้นไม้ก็สำคัญ9 หากมีรอยแตกในดินหรือบริเวณโคนต้นไม้ ต้องอุดเพื่อไม่ให้มดสร้างรังใหม่ การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ดินเหนียวหรือปูนขาว สามารถช่วยปิดช่องว่างเหล่านี้ได้

เมื่อไหร่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญ

แม้ว่าวิธีธรรมชาติจะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ1 หากพบว่ารังมดมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะจัดการได้ หรือมีมดจำนวนมากเกินไป การพยายามกำจัดเองอาจไม่ได้ผล
อีกกรณีหนึ่งคือเมื่อต้นไม้เริ่มแสดงอาการเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง เช่น ใบเหลือง ผลร่วง หรือมีเพลี้ยระบาดหนัก การปล่อยไว้นานอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ ในกรณีนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาติด้านการกำจัดศัตรูพืชหรือนักวิทยาศาสตร์ด้านพืช
เมื่อตัดสินใจใช้บริการผู้เชี่ยวชาญ ควรเลือกบริษัทที่เน้นการใช้วิธีธรรมชาติและสารเคมีน้อยที่สุด1 เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับต้นไม้และสิ่งแวดล้อม การสอบถามเกี่ยวกับวิธีการและสารที่ใช้ก่อนเริ่มงานจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมา

สรุป

การกำจัดมดในต้นไม้ด้วยวิธีธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาสุขภาพของต้นไม้และสิ่งแวดล้อม การเข้าใจสาเหตุที่มดมาทำรังในต้นไม้และอันตรายที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เราสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีธรรมชาติต่างๆ เช่น การใช้น้ำมันหอมระเหย น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กากกาแฟ และการสร้างเครื่องกีดขวาง ล้วนมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย การรวมหลายวิธีเข้าด้วยกันจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ที่สำคัญคือการป้องกันมิให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำ โดยการรักษาความสะอาด ปรับปรุงสภาพแวดล้อม และปลูกพืชไล่มด การดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ต้นไม้มีสุขภาพดีและปราศจากการรบกวนของมด หากพบปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถจัดการได้ การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญที่ใช้วิธีธรรมชาติจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
#สาระ #กำจัดมดในต้นไม้ #วิธีไล่มดธรรมชาติ #ปัญหามดในสวน #การดูแลต้นไม้ #ศัตรูพืช #น้ำมันเปเปอร์มินต์ #น้ำส้มสายชู #การป้องกันมด #สวนปลอดสารเคมี #เกษตรอินทรีย์
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สวนปลอดสารเคมี
#กำจัดมดในต้นไม้
#ปัญหามดในสวน
#วิธีไล่มดธรรมชาติ
#น้ำส้มสายชู
#น้ำมันเปเปอร์มินต์
#การดูแลต้นไม้
#ศัตรูพืช
#ต้นไม้และสวน
#เกษตรอินทรีย์
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่
ทั่วไป

เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่

การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

2 นาที
ไม้อวบน้ำชนิดไหนเลี้ยงง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่?
ทั่วไป

ไม้อวบน้ำชนิดไหนเลี้ยงง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่?

เมื่อเทรนด์การใช้ชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น หลายคนเริ่มสนใจการปลูกต้นไม้เพื่อตกแต่งบ้านและช่วยปรับสภาพอากาศภายในให้ดีขึ้น แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือการขาดเวลาดูแลและความไม่มั่นใจในทักษะการเลี้ยงต้นไม้ ไม้อวบน้ำจึงกลายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากมีความทนทานสูง ต้องการการดูแลน้อย และมีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสีสันที่สวยงาม ทำให้เป็นพืชตกแต่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำไมไม้อวบน้ำถึงเหมาะกับผู้เริ่มต้น? ไม้อวบน้ำมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เลี้ยงง่ายกว่าพืชชนิดอื่น เนื่องจากมีการปรับตัวมาจากสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง ทำให้สามารถเก็บน้ำไว้ในเนื้อเยื่อได้เป็นเวลานาน การดูแลที่ไม่ซับซ้อนทำให้เหมาะกับคนที่ไม่มีประสบการณ์หรือเวลามากนักในการดูแลต้นไม้ แต่ยังคงต้องการความสวยงามจากธรรมชาติในบ้าน ความหลากหลายของไม้อวบน้ำที่มีกระจายอยู่ทั่วโลก ยกเว้นเพียงขั้วโลกเหนือ-ใต้ที่มีหิมะหนาวจัดตลอดปี ทำให้เราสามารถเลือกปลูกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศในประเทศไทยได้หลากหลาย ข้อดีหลักของไม้อวบน้ำคือความสามารถในการทนแล้งและการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันเหมือนพืชทั่วไป แค่เตรียมดินปลูกที่โปร่งร่วนและระบายน้ำดี เลือกใช้ภาชนะปลูกที่เหมาะกับขนาดต้น และจัดวางในที่มีแสงแดดส่องถึงเกือบตลอดวันก็สามารถเลี้ยงได้สำเร็จแล้ว การให้ปุ๋ยเดือนละครั้งและการถ่ายเทอากาศที่ดีจะช่วยให้ไม้อวบน้ำเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ สายพันธุ์ไม้อวบน้ำยอดนิยมสำหรับมือใหม่ อากาเวและว่านหางจระเข้ อากาเวเป็นไม้อวบน้ำในตระกูลลิ้นมังกรและว่านหางจระเข้ที่มีลักษณะเด่นคือใบหนาและขึ้นซ้อนกันเป็นทรงกลม พันธุ์ที่มีขนาดเล็กอย่างว่านหางจระเข้อเมริกันสามารถนำมาเลี้ยงในบ้านได้ง่าย แค่ดูแลด้วยการนำออกไปตากแดดตากลมบ้าง เพราะเป็นไม้อวบน้ำที่ชอบอากาศอุ่นและจะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี อากาเวส่วนใหญ่ปลูกเลี้ยงได้ในที่ที่มีแสงแดด แต่มีบางชนิดที่ต้องปลูกในโรงเรือนกันฝน การดูแลไม่ยุ่งยากและสามารถทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี คลาสซูล่าหรือต้นไม้สวรรค์ คลาสซูล่าหรือที่รู้จักกันในชื่อต้นไม้สวรรค์และต้นใบเงิน เป็นไม้อวบน้ำทรงพุ่มที่มีใบกลมและผิวมันเงา ขอบใบมีสีแดงและออกดอกสีขาวอมชมพูในช่วงที่อากาศหนาว แม้จะเลี้ยงง่ายและทนแล้งได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ควรนำไปตากแดดจัดเพราะจะทำให้ใบไหม้และเน่าตายได้ การดูแลเพียงรดน้ำสัปดาห์ละครั้งหรือเมื่อดินแห้งก็พอ และการเติมกาบมะพร้าวลงเพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดีขึ้น การปลูกคลาสซูล่าต้องใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดีและหลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการเน่าของราก ต้นนี้สามารถปลูกทั้งในกระถางและกลางแจ้ง โดยชอบแสงแดดอ่อนๆ และอากาศที่มีการถ่ายเทดี เอชชิวาเลียหรือกุหลาบหิน เอชชิวาเลียที่ถูกขนานนามว่า “กุหลาบหิน” เป็นไม้อวบน้ำที่มีลักษณะใบหนาขึ้นซ้อนและเรียงสลับกันเป็นทรงกลมคล้ายกลีบดอกกุหลาบ บางสายพันธุ์มีสีสันที่แตกต่างกันออกไปและเจริญเติบโตด้วยการแตกหน่อ การดูแลรักษาง่าย รดแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ ชอบแดดในช่วงเช้า แต่อย่าให้มีน้ำขังที่ใบเด็ดขาดเพราะอาจเกิดเชื้อราได้ และต้องหมั่นตัดแต่งใบที่ตายแล้วทิ้งไปเพื่อช่วยป้องกันปัญหาแมลงกัดกิน [...]

2 นาที
ทำไมต้นกวักมรกตถึงเป็นที่นิยมและมีวิธีขยายพันธุ์อย่างไร?
ทั่วไป

ทำไมต้นกวักมรกตถึงเป็นที่นิยมและมีวิธีขยายพันธุ์อย่างไร?

ต้นกวักมรกตเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักต้นไม้ทั้งใน และนอกประเทศ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟอกอากาศ นำพาความมงคล และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม การขยายพันธุ์ต้นกวักมรกตสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการชำกิ่ง การชำใบ และการแยกหน่อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน กวักมรกตคืออะไรและมีลักษณะพิเศษอย่างไร? ต้นกวักมรกต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia และมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ZZ Plant หรือ Zanzibar Gem เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในวงศ์ Araceae และมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ปี ลักษณะเด่นของต้นกวักมรกตคือมีหัวใต้ดินสีน้ำตาลอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมน้ำและสารอาหาร ใบจะเรียงตัวแบบขนนกประมาณ 6-8 คู่ หรือราว 12-18 ใบต่อกิ่ง ใบมีลักษณะหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันวาว ทรงรูปไข่ปลายเรียว โคนมน และขอบใบเรียบ ความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร และสามารถผลิใบได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ในช่วงกลางฤดูร้อนต้นกวักมรกตจะออกดอกสีเหลืองนวล ที่มีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัว เหตุใดต้นกวักมรกตจึงถือเป็นต้นไม้มงคล? ในด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ต้นกวักมรกตถือเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายพิเศษในหลายแง่มุม ตามหลักฮวงจุ้ยและวาสตุศาสตร์ [...]

2 นาที
กุหลาบหินมีประโยชน์อย่างไร? จัดวางอย่างไรเสริมโชคลาภการเงิน และดูแลอย่างไรให้เติบโตสวยงาม
ทั่วไป

กุหลาบหินมีประโยชน์อย่างไร? จัดวางอย่างไรเสริมโชคลาภการเงิน และดูแลอย่างไรให้เติบโตสวยงาม

กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent