Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

วิธีทำแปลงผักสวนครัวและปุ๋ยหมักที่บ้านได้ด้วยตัวเอง

Homeday
26 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/5/2568

วิธีทำแปลงผักสวนครัวและปุ๋ยหมักที่บ้านได้ด้วยตัวเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนต้องการผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และปลอดภัยต่อครอบครัว การสร้างแปลงผักและผลิตปุ๋ยหมักใช้เองจึงเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักและปุ๋ย แต่ยังเป็นการลดขยะในครัวเรือนและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Article Image

ทำไมควรสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้าน

การสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้านให้ประโยชน์หลายประการที่สำคัญ ประการแรกคือความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่รับประทาน เมื่อเราปลูกผักเองจะสามารถควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี หรือการหลีกเลี่ยงสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประการที่สองคือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาดได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียวที่มีราคาแพงและเสื่อมเสียง่าย
การปลูกผักสวนครัวยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากช่วยลดการใช้พลาสติกบรรจุภัณฑ์จากการซื้อผักจากตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งผัก นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและสร้างความสุขให้กับผู้ปลูก การได้เห็นผักที่ปลูกเองเติบโตและเก็บเกี่ยวมากินเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน
Article Image

แปลงผักไม้ไผ่เหมาะสำหรับมือใหม่หรือไม่

แปลงผักจากไม้ไผ่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก เนื่องจากมีความง่ายในการทำและต้นทุนต่ำ ไม้ไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศไทย มีราคาไม่แพง และสามารถย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน ขั้นตอนการทำแปลงผักด้วยไม้ไผ่เริ่มต้นจากการกำจัดวัชพืชออกให้เกลี้ยงและปรับระดับดินให้เท่ากัน จากนั้นใช้จอบพรวนดินขึ้นมาเป็นแปลง1
การปักไม้ไผ่ล้อมรอบแปลงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกำหนดขอบเขตและป้องกันดินไหลออก หากมีไม้ไผ่ลำยาวจะทำได้ง่ายมาก แต่ถ้ามีแต่ไม้ไผ่สั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ค่อยๆ ทำไปทีละส่วน หลังจากนั้นใส่ดินและมูลวัวหรือมูลควายลงไปให้ทั่ว เท่านี้ก็พร้อมสำหรับหว่านเมล็ดผักลงปลูกแล้ว ข้อดีของแปลงไม้ไผ่คือสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่นาน และหากต้องการขยายแปลงหรือเปลี่ยนตำแหน่งก็สามารถทำได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม แปลงไม้ไผ่มีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน ไม้ไผ่จะเริ่มผุเปื่อยภายใน 2-3 ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นระยะ นอกจากนี้การล้อมด้วยไม้ไผ่อาจไม่สามารถป้องกันหอยทากหรือแมลงศัตรูพืชได้เท่าที่ควร จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกผักด้วยงบประมาณน้อยและไม่คาดหวังการใช้งานระยะยาว
Article Image

อิฐบล็อกช่วยให้แปลงผักแข็งแรงได้อย่างไร

แปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแปลงผักที่มีความแข็งแรงและมาตรฐานสูงกว่าแปลงไม้ไผ่ แม้ว่าจะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว เนื่องจากมีความทนทานและสวยงามกว่า การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเริ่มต้นจากการขุดดินให้เป็นร่องลึกประมาณหนึ่งคืบ เพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงและป้องกันหญ้าชอนไช
ข้อดีหลักของอิฐบล็อกคือความทนทานและความมั่นคงของโครงสร้าง อิฐบล็อกไม่เน่าเปื่อยเหมือนไม้ไผ่ สามารถทนต่อสภาพอากาศและการใช้งานได้นานหลายปี การวางอิฐบล็อกตามร่องที่ขุดไว้ช่วยให้แปลงมีความมั่นคงไม่ล้ม และสามารถโรยก้อนหินรอบๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความสวยงาม สำหรับแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จะใช้อิฐบล็อกประมาณ 24 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 144 บาทต่อแปลง
การเตรียมดินในแปลงอิฐบล็อกทำได้โดยพรวนดินให้ร่วนซุยและเรียบ จากนั้นใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน หากต้องการป้องกันหอยทาก เพลี้ย และแมลงบางชนิด สามารถโรยปูนขาวรอบๆ แปลงได้ ข้อดีเพิ่มเติมคือแปลงอิฐบล็อกมีรูปทรงสวยงาม เป็นระเบียบ และสามารถจัดเรียงได้หลายแปลงให้ดูเป็นระบบ
Article Image

ไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC ยากไหม

การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC เป็นเทคโนโลยีการปลูกผักที่ใช้น้ำแทนดิน โดยละลายแร่ธาตุและสารอาหารในน้ำเพื่อให้รากพืชดูดซึม ประเทศไทยได้พัฒนาระบบไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC ทำให้มีต้นทุนต่ำกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศมาก ระบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการควบคุมสภาพแวดล้อมการปลูกอย่างแม่นยำ
การทำรางปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ด้วยท่อ PVC เริ่มต้นจากการออกแบบระบบไหลเวียนของน้ำและเลือกขนาดปั๊มน้ำที่เหมาะสม สำหรับโต๊ะใหญ่ควรใช้ท่อขนาด 3 นิ้ว และมัดท่อให้แน่นก่อนเจาะ การวัดระยะห่างระหว่างรูที่จะเจาะเป็นช่องปลูกโดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างประมาณ 20 เซนติเมตร1 หากโต๊ะยาวเกิน 2 เมตร ควรเจาะช่องระบายอากาศด้วยโฮลซอ 22 มิลลิเมตรตรงกลางระหว่างช่อง เว้น 4 ช่อง
การทำฝาครอบท้ายรางเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยใช้ฝาครอบ PVC เจาะด้วยโฮลซอขนาด 22 มิลลิเมตร วัดจากฝาครอบลง 6 เซนติเมตร แล้วใส่ข้องอ PVC ½ นิ้วเกลียวนอกที่ทากาวแล้ว1 ระบบน้ำจะทำให้น้ำไหลจากถังผ่านหัวรางไปยังท้ายรางแล้วกลับสู่ถังอีกครั้ง การต่อปั๊มน้ำเข้ากับระบบจะทำให้น้ำหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้รากพืช
ข้อดีของระบบไฮโดรโปนิกส์คือประหยัดน้ำ ปลอดสารพิษ เจริญเติบโตเร็ว และสามารถควบคุมสารอาหารได้แม่นยำ อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ต้องการความรู้เรื่องสารอาหารและการดูแลที่ละเอียดกว่าการปลูกในดิน ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าแปลงปกติ และต้องมีไฟฟ้าสำหรับปั๊มน้ำอย่างต่อเนื่อง
Article Image

สูตรปุ๋ยหมักพระราชทานทำได้จริงไหม

ปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานเป็นสูตรที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานไว้ เป็นวิธีการทำปุ๋ยหมักที่ง่าย มีประสิทธิภาพ และใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ประกอบด้วยดิน ปุ๋ยคอก และซากพืช เช่น เศษใบไม้และหญ้าแห้ง การทำปุ๋ยหมักตามสูตรนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ โดยไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพง
ขั้นตอนการทำเริ่มต้นจากการขุดหลุมขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ลึก 1 เมตร จากนั้นนำซากพืชมากองเกลี่ยในหลุมให้สูงประมาณ 30 เซนติเมตร เหยียบขอบให้แน่นและรดน้ำให้ชุ่ม ตามด้วยการโรยปุ๋ยคอกทับให้ทั่วสูงประมาณ 5 เซนติเมตร หากมีปุ๋ยเคมีก็สามารถโรยได้สูงประมาณ 2.5 เซนติเมตร การสลับกองด้วยซากพืชและรดน้ำทำเป็นชั้นๆ ไปเรื่อยๆ จนเต็มหลุม
ความสำคัญของสูตรนี้อยู่ที่การรอกลับปุ๋ยหมักทุก 30 วัน จนกระทั่งซากพืชเปื่อยหมดและมีความร้อนใกล้เคียงกับอากาศ น้ำที่ใช้รดสามารถผสมด้วยปัสสาวะคนหรือสัตว์เพื่อเพิ่มไนโตรเจนได้ ปุ๋ยหมักที่ได้จะมีคุณภาพดี ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินและเพิ่มสารอินทรีย์ในดิน การใช้สูตรพระราชทานนี้แสดงให้เห็นว่าการทำปุ๋ยหมักไม่ใช่เรื่องยาก และสามารถทำได้ด้วยวัสดุธรรมดาที่มีอยู่รอบตัว
Article Image

การทำปุ๋ยจากเศษอาหารลดขยะได้มากแค่ไหน

การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารเป็นวิธีการลดขยะที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากขยะอินทรีย์มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของขยะทั้งหมดในครัวเรือน การนำเศษอาหารมาหมักให้เป็นปุ๋ยจึงเป็นการเปลี่ยนภาระให้เป็นมูลค่า ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ วิธีการง่ายๆ คือทำบ่อขยะเปียกขึ้นมา 2 บ่อ จะใช้เป็นถังดำหรือบ่อซีเมนต์ก็ได้ โดยเจาะรูด้านล่างและหาฝาปิดด้านบน
การใส่ขยะอินทรีย์หรือเศษอาหารลงในบ่อ ตามด้วย EM และกากน้ำตาลจะช่วยให้ขยะย่อยสลายและไม่เหม็น เคล็ดลับคือทำให้เสร็จไปเป็นบ่อๆ โดยใส่ขยะที่บ่อใดบ่อหนึ่งจนเต็มแล้วปล่อยทิ้งไว้รอย่อยสลาย จากนั้นสลับมาใส่ขยะลงไปในอีกบ่อ เมื่อบ่อที่ 2 เต็ม บ่อแรกก็กลายเป็นปุ๋ยพร้อมใช้งาน วิธีนี้ช่วยให้มีปุ๋ยหมักใช้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ลดขยะเศษอาหารในครัวเรือนได้อย่างมาก
สำหรับครัวเรือนที่มีเศษอาหาร 4-5 ลิตรต่อวัน การใช้ถังหมักขนาดเล็ก 185 ลิตรสามารถรองรับได้เป็นอย่างดี ระยะเวลาการหมัก 60 วัน จะทำให้วัสดุหมักมีปริมาณสารอินทรีย์ลดลงร้อยละ 75 และได้ปุ๋ยหมักที่มีปริมาณธาตุอาหารครบถ้วนตามมาตรฐาน การทำปุ๋ยจากเศษอาหารไม่เพียงแต่ลดขยะ แต่ยังได้ปุ๋ยคุณภาพดีสำหรับปลูกผักอีกด้วย
Article Image

ปุ๋ยหมักไม่กลับกองทำได้ง่ายกว่าไหม

ปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกองเป็นเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่อาศัยหลักการพาความร้อนและการย่อยสลายของจุลินทรีย์แบบใช้อากาศ ทำให้ไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ยในระหว่างการหมัก วิธีนี้ง่ายกว่าการทำปุ๋ยหมักแบบดั้งเดิมมาก เพราะลดการใช้แรงงานและเวลาในการดูแล สูตร “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” เป็นตัวอย่างที่ดีของเทคโนโลยีนี้
การทำปุ๋ยหมักไม่กลับกองใช้เศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร วางสลับกันเป็นชั้นบางๆ สูงไม่เกินชั้นละ 10 เซนติเมตร จำนวน 15-17 ชั้น การขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ช่วยให้เกิดการพาความร้อนที่เหมาะสม ความสำคัญของการทำเป็นชั้นบางๆ หลายชั้นคือเพื่อให้จุลินทรีย์สามารถใช้ทั้งคาร์บอนจากเศษพืชและไนโตรเจนจากมูลสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาความชื้นทำได้โดยรดน้ำภายนอกกองปุ๋ยทุกเช้า และใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกเพื่อกรอกน้ำลงไป ระยะห่างของรูประมาณ 40 เซนติเมตร ทำ 5 ครั้ง ห่างกัน 10 วัน ภายใน 5 วันแรกกองปุ๋ยจะมีอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เมื่อครบ 60 วัน อุณหภูมิจะกลับสู่ปกติและปุ๋ยพร้อมใช้งาน ข้อดีของวิธีนี้คือไม่ต้องกลับกอง ประหยัดแรงงาน และให้ปุ๋ยหมักคุณภาพดี

สรุป

การสร้างแปลงผักสวนครัวและผลิตปุ๋ยหมักที่บ้านเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างมากในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเลือกทำแปลงผักด้วยไม้ไผ่ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ แปลงอิฐบล็อกที่ทนทานสวยงาม หรือระบบไฮโดรโปนิกส์ที่ทันสมัย ล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไป การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับงบประมาณ พื้นที่ และความต้องการใช้งาน
การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะในครัวเรือน แต่ยังได้ปุ๋ยคุณภาพดีสำหรับบำรุงผัก ไม่ว่าจะใช้สูตรพระราชทาน วิธีบ่อขยะเปียก หรือการทำปุ๋ยไม่กลับกอง ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดีหากปฏิบัติอย่างถูกต้อง การใช้น้ำ EM ช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายและปรับปรุงคุณภาพดิน ทำให้การปลูกผักให้ผลดียิ่งขึ้น
การรวมทั้งการสร้างแปลงผักและการทำปุ๋ยหมักเข้าด้วยกันจะสร้างระบบเกษตรแบบหมุนเวียนที่ยั่งยืน ช่วยให้ครอบครัวมีผักสดปลอดสารพิษไว้บริโภค ลดค่าใช้จ่าย และมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยวัสดุและพื้นที่ที่มีอยู่
#สาระ #ปลูกผักสวนครัว #แปลงผักบ้าน #ปุ๋ยหมักเศษอาหาร #ไฮโดรโปนิกส์ #เกษตรอินทรีย์ #ผักปลอดสารพิษ #ทำปุ๋ยเอง #น้ำEM #ลดขยะอินทรีย์ #เกษตรยั่งยืน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ผักปลอดสารพิษ
#เกษตรยั่งยืน
#น้ำEM
#ลดขยะอินทรีย์
#ปุ๋ยหมักเศษอาหาร
#ไฮโดรโปนิกส์
#ต้นไม้และสวน
#เกษตรอินทรีย์
#ทำปุ๋ยเอง
#แปลงผักบ้าน
#สาระ
#ปลูกผักสวนครัว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?
ทั่วไป

ทำอย่างไรให้ปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่ได้ง่ายและประหยัด?

การปลูกผักสวนครัวด้วยไม้ไผ่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคในครอบครัว วิธีการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ที่หาได้ง่ายและราคาไม่แพง ทำให้การสร้างแปลงผักเป็นเรื่องที่ทำได้จริงสำหรับทุกครัวเรือน เหตุผลที่ควรเลือกปลูกผักสวนครัวเองที่บ้าน การปลูกผักสวนครัวเองมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารพิษและยาฆ่าแมลงเจือปนอยู่เสมอ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว การปลูกผักเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการได้รับประทานผักที่สด สะอาด และปลอดภัย ผักที่ปลูกเองจะมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอร่อยกว่าผักที่ซื้อจากภายนอก เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งที่ยาวนาน ทำให้ยังคงความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารไว้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า ลดรายจ่ายค่าผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว การมีสวนผักที่บ้านยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับเด็กๆ ในครอบครัว ช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืช เข้าใจถึงที่มาของอาหาร และสร้างนิสัยการกินผักให้เป็นเรื่องธรรมชาติ ข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการทำแปลงผัก ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการทำแปลงปลูกผัก เนื่องจากมีหลายประโยชน์ที่โดดเด่น ราคาของไม้ไผ่ถูกมากเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุอื่นๆ โดยลำไผ่ยาวๆ หนึ่งลำมีราคาประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น ทำให้สามารถสร้างแปลงผักได้อย่างประหยัด ไม้ไผ่มีลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม เมื่อนำมาทำแปลงผักจะทำให้สวนดูมีเสน่ห์และกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม้ไผ่ยังมีความทนทานพอสมควร สามารถใช้งานได้นานหลายฤดูกาล และเมื่อเก่าแล้วก็สามารถย่อยสลายกลับสู่ธรรมชาติได้ นอกจากลำไผ่แล้ว ใบไผ่ยังมีประโยชน์อย่างมากในการปลูกผัก ใบไผ่อุดมไปด้วยสารประกอบต่างๆ ที่ช่วยบำรุงดิน สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุคลุมดินได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันวัชพืชและรักษาความชื้นในดิน ขั้นตอนการเตรียมพื้นที่สำหรับทำแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้องเริ่มจากการถางหญ้าและกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณที่จะทำแปลง การใช้มือถอนจะดีกว่าการตัด เพราะจะได้ถอนรากถอนโคนออกไปด้วย แม้ว่าหญ้าจะงอกขึ้นมาใหม่อีก แต่การถอนรากจะช่วยลดปริมาณการขึ้นซ้ำ หลังจากถางหญ้าแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับระดับดินให้เท่าๆ กัน เพื่อให้แปลงที่จะสร้างขึ้นมีความเรียบร้อยและสวยงาม การปรับระดับดินจะช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม [...]

2 นาที
ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้

การปลูกผักในขวดพลาสติกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการลดขยะพลาสติก แต่ที่น่าสนใจคือเทคนิคนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังให้ผลผลิตที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าผักหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในขวดพลาสติก โดยเฉพาะผักใบเขียวและพืชสมุนไพรที่มีอายุสั้น การปลูกผักในขวดพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นการรีไซเคิลที่สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองหรือมีพื้นที่จำกัด ข้อดีของการปลูกผักในขวดพลาสติกที่คุณควรรู้ การใช้ขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกผักมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน ประการแรกคือการช่วยลดขยะและส่งเสริมการรีไซเคิล เนื่องจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก เพราะไม่ต้องซื้อกระถางหรือภาชนะปลูกใหม่ แค่ใช้ขวดน้ำพลาสติกที่มีอยู่แทนก็เพียงพอแล้ว ข้อดีสำคัญอีกประการคือการประหยัดพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขวดพลาสติกสามารถแขวนหรือวางในแนวตั้งได้ ทำให้สามารถปลูกพืชได้ในพื้นที่จำกัด เช่น ริมระเบียงหรือกำแพง การดูแลก็ง่ายและสะดวกเพราะขวดพลาสติกมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และทำความสะอาดง่าย ที่สำคัญคือสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ตัดและดัดแปลงขวดให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก เช่น ตัดขวดครึ่งหนึ่งสำหรับปลูกพืชเล็ก หรือใช้ทั้งขวดสำหรับพืชรากยาว การเตรียมขวดพลาสติกให้เหมาะสมกับการปลูกผัก การเตรียมขวดพลาสติกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผัก ขั้นแรกให้เลือกขวดพลาสติกที่เหมาะสม โดยใช้ขวดน้ำพลาสติกทั่วไป เช่น ขวดขนาด 1 ลิตร หรือ 1.5 ลิตร ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่จะปลูก จากนั้นล้างทำความสะอาดขวดให้สะอาดสนิท เพื่อกำจัดเชื้อโรคและสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อพืช สำหรับการตัดขวดมีหลายวิธีให้เลือก ถ้าเป็นการตัดขวาง เหมาะสำหรับปลูกพืชใบหรือพืชรากสั้น โดยตัดขวดเป็นสองท่อน ใช้ท่อนล่างเป็นกระถาง ต้องตัดให้มีความสูงเหมาะสม หากเป็นการตัดแนวตั้ง เหมาะสำหรับการแขวนเป็นแถวในการปลูกพืชแนวตั้ง สามารถใช้ขวดขนาด 6 ลิตร วางในแนวนอนและตัดช่องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขั้นตอนสำคัญคือการเจาะรูระบายน้ำที่ก้นขวดหรือด้านข้าง 2-6 [...]

2 นาที
ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?
ทั่วไป

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?

การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]

2 นาที
วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?
ทั่วไป

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?

การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent