Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ฝากบ้านไว้กับตำรวจอย่างไร ให้ปลอดภัยและอุ่นใจเมื่อไม่อยู่บ้าน?

Homeday
15 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 15/4/2568

ฝากบ้านไว้กับตำรวจอย่างไร ให้ปลอดภัยและอุ่นใจเมื่อไม่อยู่บ้าน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การเดินทางออกจากบ้านในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลสำคัญมักนำมาซึ่งความกังวลเรื่องความปลอดภัยของบ้านเรือน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีใครอยู่ดูแล การฝากบ้านไว้กับตำรวจจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้เจ้าของบ้านระหว่างไม่อยู่ โครงการนี้เป็นบริการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ช่วยสอดส่องดูแลบ้านเรือนประชาชน ครอบคลุมทั่วประเทศ และสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
Article Image

โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจคืออะไร?

โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ หรือชื่อเต็มคือ “โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ” เป็นบริการสาธารณะที่ริเริ่มโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับบ้านเรือนของประชาชนในช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่
โครงการนี้เป็นการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะออกตรวจตราบ้านเรือนที่ลงทะเบียนไว้เป็นระยะๆ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม โจรกรรม หรือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างสบายใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดยาวต่างๆ

ตัวอย่างสถานการณ์ที่เหมาะกับการฝากบ้านไว้กับตำรวจ

• เมื่อต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาล • ระหว่างออกเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ • เมื่อต้องย้ายไปพักอาศัยที่อื่นชั่วคราวเป็นเวลานาน • ในช่วงที่บ้านอยู่ระหว่างการปรับปรุงซ่อมแซมและไม่มีคนอยู่
Article Image

ทำไมควรฝากบ้านไว้กับตำรวจ?

การฝากบ้านไว้กับตำรวจมีประโยชน์หลายประการที่ช่วยให้เจ้าของบ้านอุ่นใจระหว่างไม่อยู่บ้าน ดังนี้

เพิ่มความปลอดภัยให้บ้านเรือน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจตราบริเวณบ้านอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดโอกาสเกิดการโจรกรรมหรือบุกรุก เนื่องจากคนร้ายมักเลี่ยงบ้านที่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจตราเป็นประจำ

ตอบสนองเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที

หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การงัดแงะ ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจพบและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน

ได้รับบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นบริการสาธารณะที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนและตำรวจ

การฝากบ้านไว้กับตำรวจช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของบ้านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของชุมชน
Article Image

วิธีลงทะเบียนฝากบ้านไว้กับตำรวจ

การลงทะเบียนฝากบ้านไว้กับตำรวจสามารถทำได้ 2 ช่องทางหลัก ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุด ดังนี้

1. การลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน 4.0”

แอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน 4.0” เป็นช่องทางการลงทะเบียนที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน 4.0” จาก App Store สำหรับระบบ iOS หรือ Google Play Store สำหรับระบบ Android 2. สร้างบัญชีผู้ใช้งานในแอปพลิเคชัน โดยลงทะเบียนและกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน 3. เลือกสถานีตำรวจที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ที่บ้านของคุณตั้งอยู่ 4. เลือกเมนู “ฝากบ้าน” และกดเลือก “ฝากบ้านของฉัน” 5. กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านที่ต้องการฝาก เช่น ที่อยู่ ตำแหน่งที่ตั้ง และอัปโหลดภาพถ่ายของบ้าน 6. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และยืนยันการลงทะเบียน 7. ติดตามสถานะและประวัติการตรวจบ้านได้ผ่านเมนู “ประวัติการตรวจบ้าน” ในแอปพลิเคชัน

2. การลงทะเบียนโดยยื่นแบบฟอร์มที่สถานีตำรวจ

สำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่สะดวกในการใช้แอปพลิเคชัน สามารถเลือกวิธีการลงทะเบียนแบบดั้งเดิมโดยการเดินทางไปยื่นแบบฟอร์มที่สถานีตำรวจโดยตรง โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนการลงทะเบียนที่สถานีตำรวจ

1. เดินทางไปยังสถานีตำรวจที่ดูแลรับผิดชอบเขตพื้นที่ที่บ้านของคุณตั้งอยู่ 2. แสดงบัตรประชาชนของผู้ขอเข้าร่วมโครงการฝากบ้าน 3. กรอกแบบฟอร์มการเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ 4. แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบ้าน เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง ระยะเวลาที่ไม่อยู่บ้าน 5. แนบภาพถ่ายของบ้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบ้านได้อย่างถูกต้อง
เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดกำลังพลออกตรวจตรา สอดส่องดูแลความเรียบร้อยเป็นระยะ และพร้อมตอบสนองทันทีหากพบเหตุการณ์ผิดปกติ
Article Image

สิ่งที่ควรทำก่อนฝากบ้านไว้กับตำรวจ

นอกจากการลงทะเบียนฝากบ้านไว้กับตำรวจแล้ว เจ้าของบ้านควรเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อให้บ้านมีความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้

การสำรวจและตรวจสอบความเรียบร้อยภายในบ้าน

ก่อนออกจากบ้าน ควรตรวจสอบระบบต่างๆ ภายในบ้านให้เรียบร้อย เช่น:
• ปิดวาล์วแก๊สและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น • ตรวจสอบก๊อกน้ำและท่อน้ำทั้งหมดว่าไม่มีการรั่วซึม • ดับธูปเทียนหรือเครื่องหอมที่ต้องจุดไฟให้หมด • ปิดและล็อคประตู หน้าต่างทุกบานให้แน่นหนา

การเก็บทรัพย์สินมีค่า

ทรัพย์สินมีค่าควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ:
• เก็บเงินสด เครื่องประดับ และทรัพย์สินมีค่าไว้ในตู้นิรภัยหรือฝากธนาคาร • จัดเก็บเอกสารสำคัญในที่ปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงได้ยาก • ถอดและนำบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มที่ไม่ได้ใช้ไปด้วย

การเตรียมระบบรักษาความปลอดภัย

เพิ่มประสิทธิภาพระบบรักษาความปลอดภัยของบ้าน:
• ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ • ตั้งค่าไฟอัตโนมัติให้เปิด-ปิดตามเวลาเพื่อให้ดูเหมือนมีคนอยู่ • ตรวจสอบระบบสัญญาณเตือนภัยให้พร้อมใช้งาน

ข้อควรปฏิบัติระหว่างเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ

เมื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจแล้ว เจ้าของบ้านควรปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้เพื่อให้การดูแลบ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ:
1. ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ – ติดตามรายงานการตรวจบ้านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ 2. แจ้งการเปลี่ยนแปลงเวลา – หากมีเหตุจำเป็นต้องกลับบ้านล่าช้ากว่ากำหนด ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที 3. แจ้งเมื่อกลับมาถึงบ้าน – เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านแล้ว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยกเลิกการเข้าร่วมโครงการและตรวจสอบทรัพย์สิน 4. ร่วมมือกับเพื่อนบ้าน – ขอความร่วมมือจากเพื่อนบ้านในการช่วยสอดส่องดูแลบ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบเหตุการณ์ผิดปกติ 5. รายงานทรัพย์สินหายทันที – หากกลับมาพบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย ควรแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
Article Image

เทคโนโลยีเสริมเพื่อความปลอดภัยของบ้านเมื่อไม่อยู่

นอกจากการฝากบ้านไว้กับตำรวจแล้ว การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ก็สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านได้อีกระดับ ดังนี้

ระบบกล้องวงจรปิดแบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

กล้องวงจรปิดที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตทำให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบสถานการณ์ภายในบ้านได้ตลอดเวลาผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจเช่น:
• การแจ้งเตือนเมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวผิดปกติ • การบันทึกวิดีโอแบบต่อเนื่องและจัดเก็บบนคลาวด์ • ความสามารถในการสื่อสารสองทางผ่านลำโพงและไมโครโฟนในตัวกล้อง

ระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home)

เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะให้ความสามารถในการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านได้จากระยะไกล เช่น:
• การตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเพื่อให้ดูเหมือนมีคนอยู่ • การควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน • การตั้งค่าระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุกหรือเหตุฉุกเฉิน

ระบบล็อคประตูอัจฉริยะ

ล็อคประตูอัจฉริยะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับทางเข้าบ้าน โดยมีคุณสมบัติดังนี้:
• การล็อคและปลดล็อคผ่านสมาร์ทโฟน • การสร้างรหัสผ่านชั่วคราวสำหรับผู้มาติดต่อเป็นครั้งคราว • การบันทึกประวัติการเข้า-ออกเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

สรุป

โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจเป็นบริการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลและไม่มีคนดูแลบ้าน โดยสามารถลงทะเบียนได้ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน 4.0” หรือยื่นแบบฟอร์มที่สถานีตำรวจโดยตรง ซึ่งเป็นบริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เช่น การตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้าน การเก็บทรัพย์สินมีค่า และการเสริมระบบรักษาความปลอดภัย ร่วมกับการเข้าร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ จะช่วยให้บ้านมีความปลอดภัยสูงสุด และทำให้เจ้าของบ้านสามารถใช้เวลาเดินทางหรือทำกิจกรรมนอกบ้านได้อย่างอุ่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าบ้านจะเกิดเหตุร้ายในระหว่างที่ไม่อยู่
#ฝากบ้านไว้กับตำรวจ #ความปลอดภัยบ้าน #แอปพลิเคชันฝากบ้าน4.0 #เทศกาลวันหยุด #ระบบรักษาความปลอดภัย #การเดินทางท่องเที่ยว
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#เทศกาลวันหยุด
#แอปพลิเคชันฝากบ้าน4.0
#การเดินทางท่องเที่ยว
#อสังหาริมทรัพย์
#Mehome
#มีบ้านต้องมีโฮม
#ระบบรักษาความปลอดภัย
#ฝากบ้านไว้กับตำรวจ
#สาระ
#ความปลอดภัยบ้าน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
วิธีตรวจสอบระบบ Motion Sensor อย่างไรให้ปลอดภัย?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบระบบ Motion Sensor อย่างไรให้ปลอดภัย?

ความสำคัญของระบบ Motion Sensor ในยุคปัจจุบัน ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือ Motion Sensor กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านและอาคารสมัยใหม่ เทคโนโลยีนี้ทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในพื้นที่ที่กำหนด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับผู้พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย สำนักงาน หรือสถานประกอบการต่างๆ หลักการทำงานของ Motion Sensor Motion Sensor ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีการตรวจจับที่หลากหลาย แต่หลักการสำคัญคือการจับสัญญาณการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่ติดตั้ง เซ็นเซอร์เหล่านี้มีความแม่นยำสูงและสามารถแยกแยะการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันได้ ประเภทหลักของ Motion Sensor ประกอบด้วย: Passive Infrared (PIR) Sensor: ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของวัตถุที่เคลื่อนไหวในบริเวณที่ตรวจจับ Microwave Sensor: ส่งคลื่นไมโครเวฟเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหว Dual Technology Sensor: ผสมผสานเทคโนโลยี PIR และไมโครเวฟเพื่อความแม่นยำสูงสุด วิธีการตรวจสอบประสิทธิภาพของ Motion Sensor 1. การทดสอบระยะตรวจจับ การประเมินระยะการทำงานของเซ็นเซอร์เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ควรดำเนินการดังนี้: วัดระยะการตรวจจับจริงเทียบกับข้อมูลจำเพาะของผู้ผลิต ทดสอบการทำงานในสภาพแสงและอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ตรวจสอบมุมการตรวจจับว่าครอบคลุมพื้นที่ตามต้องการหรือไม่ 2. การทดสอบความไวและความแม่นยำ เดินผ่านบริเวณที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ช้าและเร็ว สังเกตการตอบสนองของระบบ ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์สามารถแยกแยะการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันได้อย่างถูกต้อง [...]

1 นาที
วิธีตรวจสอบระบบสปริงเกลอร์ อย่างไรให้มั่นใจ?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบระบบสปริงเกลอร์ อย่างไรให้มั่นใจ?

ความสำคัญของระบบสปริงเกลอร์ในอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ ระบบสปริงเกลอร์ถือเป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอาคารพักอาศัยและอาคารสาธารณะ เป็นระบบป้องกันอัคคีภัยที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับและระงับเหตุเพลิงไหม้ในระยะเริ่มแรก ทำให้สามารถลดความเสียหายและปกป้องชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและดูแลรักษาระบบสปริงเกลอร์อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของอาคารและผู้พักอาศัยไม่ควรมองข้าม การตรวจสอบระบบสปริงเกลอร์อย่างมืออาชีพ 1. การตรวจสอบด้วยสายตา การตรวจสอบเบื้องต้นเริ่มจากการสังเกตสภาพทั่วไปของหัวกระจายน้ำ (สปริงเกลอร์เฮด) ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ฝุ่นละออง หยดน้ำ หรือสิ่งสกปรกที่อาจขัดขวางการทำงาน ตรวจสอบความเรียบร้อยของการติดตั้ง ความสมบูรณ์ของท่อน้ำ และการยึดติดที่แน่นหนา หากพบรอยรั่ว สนิม หรือความเสียหายใดๆ ควรดำเนินการแก้ไขทันที 2. การทดสอบความดันน้ำ ความดันน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของระบบสปริงเกลอร์ ใช้เกจวัดความดันเพื่อตรวจสอบว่าอยู่ในช่วงที่เหมาะสม โดยทั่วไปความดันน้ำควรอยู่ระหว่าง 10-12 บาร์ หากความดันต่ำหรือสูงเกินไป อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ 3. การตรวจสอบวาล์วควบคุม วาล์วควบคุมเป็นหัวใจสำคัญของระบบสปริงเกลอร์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาล์วทุกตัวสามารถเปิด-ปิดได้อย่างคล่องตัว ไม่มีการติดขัด สนิม หรือรอยรั่ว ควรมีการหล่อลื่นและบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด 4. การทดสอบการทำงานของระบบ ดำเนินการทดสอบการทำงานของระบบสปริงเกลอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบประกอบด้วย การตรวจสอบระบบแจ้งเตือน การทดสอบการไหลของน้ำ การตรวจสอบสถานะของปั๊มน้ำดับเพลิง การประเมินสภาพอุปกรณ์โดยรวม 5. บันทึกและเอกสาร จัดทำบันทึกการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ เก็บรายละเอียดทุกครั้งที่มีการตรวจสอบ ซ่อมแซม [...]

1 นาที
ทำไมต้องดูระบบรักษาความปลอดภัย? ผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและการอยู่อาศัย
ทั่วไป

ทำไมต้องดูระบบรักษาความปลอดภัย? ผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและการอยู่อาศัย

การเลือกที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีปัจจัยให้พิจารณามากมาย แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยในการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต บทความนี้จะพาผู้อ่านทุกท่านสำรวจความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่มีต่อค่าใช้จ่ายและการอยู่อาศัยในระยะยาว ความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย ระบบรักษาความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยเปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นแรกที่ปกป้องทรัพย์สินและผู้อยู่อาศัย ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า ระบบรักษาความปลอดภัยได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจากแค่กุญแจและรั้วธรรมดา สู่ระบบที่มีความซับซ้อนและอัจฉริยะมากขึ้น การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากการโจรกรรมหรือบุกรุก แต่ยังสร้างความอุ่นใจให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง หรือบริเวณที่มีสถิติอาชญากรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมักมีมูลค่าสูงกว่าและขายได้เร็วกว่าที่อยู่อาศัยที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว การพิจารณาระบบรักษาความปลอดภัยควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย โดยสิ่งที่ควรพิจารณามีตั้งแต่ความแข็งแรงของประตู หน้าต่าง ระบบกล้องวงจรปิด ระบบแจ้งเตือน ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัยในระดับชุมชนหรือโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่าในการลงทุน ผลกระทบของระบบรักษาความปลอดภัยต่อค่าใช้จ่าย การลงทุนเริ่มต้นและค่าบำรุงรักษา การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยนับเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามประเภทและความซับซ้อนของระบบ ตั้งแต่ระบบพื้นฐานอย่างกลอนประตูคุณภาพสูง ไปจนถึงระบบที่ซับซ้อนอย่างกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือระบบสแกนลายนิ้วมือ สำหรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐานอาจมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท ขณะที่ระบบที่ซับซ้อนและครอบคลุมทั้งบ้านอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาท นอกจากนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาที่ต้องคำนึงถึง เช่น การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การอัพเดทซอฟต์แวร์ หรือการซ่อมบำรุงเมื่อระบบเกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม การลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียทรัพย์สินเนื่องจากการโจรกรรม และยังอาจช่วยลดค่าเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย โดยบริษัทประกันภัยหลายแห่งมักให้ส่วนลดสำหรับบ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคควรพิจารณาระบบรักษาความปลอดภัยเป็นการลงทุนระยะยาว โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับในแง่ของความปลอดภัยและความอุ่นใจ มากกว่าจะมองเพียงค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเท่านั้น นอกจากนี้ การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบและเลือกระบบที่เหมาะสมกับความต้องการจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด ผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่า ระบบรักษาความปลอดภัยมีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาพบว่าที่อยู่อาศัยที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3-5% [...]

1 นาที
ทำไมต้องดูระบบ Smart Security? จุดสำคัญในบ้านยุคดิจิทัล
ทั่วไป

ทำไมต้องดูระบบ Smart Security? จุดสำคัญในบ้านยุคดิจิทัล

การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบันไม่ได้มีแค่ความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยที่ทันสมัยและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ระบบ Smart Security กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันให้ความสนใจ เพราะมันไม่เพียงแต่ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ความเป็นมาของระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากอดีตที่เคยมีเพียงกุญแจและประตูทั่วไป ปัจจุบันระบบ Smart Security ได้รวมเอาเทคโนโลยีดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เข้ามาช่วยในการควบคุมและดูแลความปลอดภัย ระบบสมัยใหม่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยของบ้านได้ทุกที่ทุกเวลา องค์ประกอบหลักของระบบ Smart Security กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ กล้องวงจรปิดสมัยใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บันทึกภาพเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการตรวจจับความเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันโดยทันที ด้วยเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าและการวิเคราะห์ภาพขั้นสูง ทำให้สามารถแยกแยะระหว่างบุคคลที่รู้จักและบุคคลแปลกหน้าได้อย่างแม่นยำ กล้องบางรุ่นยังสามารถบันทึกภาพความคมชัดสูงแม้ในเวลากลางคืน และส่งภาพแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบ้านได้ทันที ระบบล็อคอัจฉริยะ กุญแจและประตูสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นกุญแจโลหะอีกต่อไป ระบบล็อคอัจฉริยะสามารถใช้การสแกนลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า หรือรหัสผ่านพิเศษ ทำให้การเข้าถึงบ้านมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงให้กับสมาชิกในครอบครัวหรือแขกพิเศษได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถบันทึกประวัติการเข้า-ออกบ้านได้อีกด้วย เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวและแก๊ส เซ็นเซอร์สมัยใหม่ไม่เพียงแต่ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจจับควันไฟ แก๊สรั่ว และภัยพิบัติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในบ้าน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้และหน่วยกู้ภัยที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ประโยชน์ของระบบ Smart Security ความปลอดภัยที่ครอบคลุม ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะให้ความคุ้มครองแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งภัยจากบุคคลภายนอก อุบัติเหตุ และภัยธรรมชาติ ด้วยการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ต่างๆ [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent