Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

สตรอว์เบอร์รีปลูกเองที่บ้านได้อย่างไร? เคล็ดลับการปลูกแบบง่ายๆ ให้ผลดีตลอดปี

Homeday
26 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/5/2568

สตรอว์เบอร์รีปลูกเองที่บ้านได้อย่างไร? เคล็ดลับการปลูกแบบง่ายๆ ให้ผลดีตลอดปี

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าการปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านเป็นไปได้หรือไม่ ความจริงแล้วการปลูกสตรอว์เบอร์รีไม่ได้ยากอย่างที่คิด และไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเท่านั้น ด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม คุณสามารถมีสตรอว์เบอร์รีสดใหม่ปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านได้ตลอดปี การปลูกสตรอว์เบอร์รีสามารถทำได้ทั้งในแปลงผักข้างบ้านและในกระถาง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมดินที่เหมาะสม การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้
Article Image

การเตรียมดินและวัสดุปลูกที่เหมาะสม

การเตรียมดินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการปลูกสตรอว์เบอร์รี เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี มีความอุดมสมบูรณ์ และมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม สำหรับการปลูกในกระถาง ส่วนผสมของดินที่แนะนำคือดินกับแกลบดิบในอัตราส่วน 1:1 โดยสามารถเพิ่มขุยมะพร้าวประมาณ 1/4 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพดิน วัสดุเหล่านี้จะช่วยให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี ไม่อ่างน้ำ และมีความพรุนที่เหมาะสมสำหรับการแพร่กระจายของรากพืช
สำหรับการปลูกในแปลงดิน การเตรียมแปลงจะต้องเริ่มจากการกำจัดวัชพืชให้หมด และพรวนดินให้ร่วนซุยก่อน จากนั้นจึงเพิ่มปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วลงไปในดิน โดยปุ๋ยหมักจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น การใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เท่ากันกับหน้าดินและดินร่วน พร้อมเพิ่มแกลบดิบและขุยมะพร้าว จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการปลูกสตรอว์เบอร์รี การเตรียมดินที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ต้นสตรอว์เบอร์รีเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตที่คุณภาพดี
ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 6.0-6.8 ซึ่งเป็นค่าที่ออกไปทางกรดเล็กน้อย การควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงนี้จะช่วยให้ต้นสตรอว์เบอร์รีสามารถดูดซับธาตุอาหารจากดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากค่า pH สูงเกินไป ต้นพืชจะไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารบางชนิดได้ดี ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ที่เหมาะสมสำหรับสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 1800-2000 µS/cm ซึ่งบ่งชี้ถึงความเข้มข้นของธาตุอาหารในดินที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต
Article Image

เทคนิคการปลูกและการจัดวางต้นกล้า

การเลือกต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีที่มีคุณภาพดีเป็นสิ่งสำคัญ ต้นกล้าที่ดีควรมีลำต้นและรากสมบูรณ์แข็งแรง รากมีสีขาวหรือสีฟางข้าว และควรมีใบไม่น้อยกว่า 3-4 ใบต่อต้น เมื่อได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพแล้ว ขั้นตอนการปลูกจะเริ่มจากการเตรียมหลุมสำหรับแต่ละต้น โดยนำปุ๋ยหมักมารองก้นหลุมเล็กน้อยเพื่อให้รากได้รับสารอาหารได้ง่ายขึ้น การปลูกควรทำโดยให้ระดับรอยต่อรากและลำต้นของต้นไหลพอดีกับระดับผิวดิน ไม่ตื้นเกินไปเพราะรากจะแห้งเร็ว และไม่ลึกเกินไปเพราะรากจะเน่า
สำหรับการปลูกในกระถาง การวางตำแหน่งต้นกล้ามีความสำคัญเป็นพิเศษ ต้องปลูกชิดขอบกระถางเป็นสำคัญ และต้องปลูกทุกกระถางไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือห้ามเอาดินกลบโคนไหลเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการเน่าได้ หลังจากปลูกแล้วควรพักไว้เป็นเวลา 10-15 วัน โดยอย่าพึ่งนำออกแดด ให้ตั้งไว้ในร่มก่อนนำไปตั้งรับแดดตามปกติ ระยะเวลานี้จะเป็นช่วงที่ต้นกล้าปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่และสร้างระบบรากให้แข็งแรง
การจัดระยะปลูกในแปลงผักควรใช้ระยะระหว่างต้น 25-30 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 30-50 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ การปลูกแบบสลับฟันปลาจะช่วยให้ต้นสตรอว์เบอร์รีได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอและลดการแข่งขันกันของต้นพืช สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการหันขั้วไหลด้านที่เจริญจากต้นแม่เข้าหาแปลง เพื่อให้ผลของสตรอว์เบอร์รีออกมาอยู่ด้านนอกของแปลงซึ่งผลได้จะรับแสงแดดเต็มที่ ทำให้รสชาติดี และสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว
Article Image

การดูแลรักษาและการให้น้ำ

การรดน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสตรอว์เบอร์รี โดยเฉพาะในเมืองที่มีอากาศร้อน แนะนำให้รดน้ำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนเย็น การรดน้ำตอนเช้าจะช่วยล้างน้ำค้างไปในตัว ทำให้ไม่เกิดโรคใบจุดและราน้ำค้าง สำหรับผู้ที่ใช้น้ำประปา ควรพักน้ำใส่ถังไว้ 2 คืนก่อนนำมาใช้ เนื่องจากสตรอว์เบอร์รีไม่ชอบน้ำที่มีคลอรีน การรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่ท่วมขังจะช่วยให้รากพืชได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
การคลุมหน้าดินด้วยฟางเป็นเทคนิคสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การคลุมฟางจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของหน้าดิน ควบคุมวัชพืช และปกป้องผลไม่ให้สัมผัสกับดินโดยตรง นอกจากนี้ การคลุมฟางยังช่วยลดการระเหยของน้ำจากดิน ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยเกินไป และช่วยรักษาอุณหภูมิของดินให้คงที่ การเลือกใช้ฟางที่แห้งและสะอาด ไม่มีเชื้อโรคจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ความหนาของการคลุมฟางควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่หนาจนเกินไปจนขวางการระบายอากาศ
การใส่ปุ๋ยเป็นอีกส่วนสำคัญของการดูแลรักษา หลังจากปลูกครบ 45 วัน ควรทำการเลาะใบแก่ชั้นล่างสุดออกทั้งกาบใบ อย่างน้อย 3-4 ใบต่อต้น เพื่อให้ต้นสามารถแตกเป็นกอใหญ่ได้ดี การให้ปุ๋ยทางดิน เช่น ปุ๋ย 15-15-15 ครั้งละไม่เกิน 10 เม็ดทุก 10 วัน สลับกับการพ่นปุ๋ยทางใบ ปุ๋ย 25-5-5 ในอัตรา 1 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร จะช่วยให้ต้นพืชได้รับธาตุอาหารอย่างสมดุล เวลาที่เหมาะสมสำหรับการพ่นปุ๋ยทางใบคือตอนเช้า เมื่อพืชเปิดปากใบรับปุ๋ยได้อย่างเต็มที่
Article Image

การป้องกันและควบคุมโรคแมลง

การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกสตรอว์เบอร์รี โดยเฉพาะการควบคุมแมลงพาหะของเชื้อไวรัส เช่น เพลี้ยอ่อน และเพลี้ยไฟ การใช้สารสกัดสะเดาเป็นวิธีการป้องกันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสะเดาจะช่วยขับไล่และยับยั้งการกินอาหารและการเจริญเติบโตของแมลงเหล่านี้ การฉีดพ่นสะเดาควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของแมลงศัตรูพืช
การใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลืองเป็นอีกวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืช วิธีการนี้สามารถดักจับตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ และผีเสื้อต่างๆ ทำให้ลดปริมาณศัตรูพืชลงได้ การวางกับดักกาวเหนียวสีเหลืองควรวางให้อยู่ระดับสูงเหนือยอดต้นสตรอว์เบอร์รีประมาณ 1 ฟุต ในฤดูหนาวซึ่งมีการระบาดของแมลงน้อย อาจวางกับดัก 15-20 กับดัก/ไร่ แต่ในฤดูร้อนและฤดูฝน ควรวางกับดัก 60-80 กับดัก/ไร่
การใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาเป็นวิธีการป้องกันเชื้อราที่ได้ผลดี โดยสามารถผสมลงในดินตั้งแต่เริ่มปลูก หรือราดลงในดินระหว่างการปลูก เชื้อราชนิดนี้จะช่วยต่อสู้กับเชื้อราที่เป็นโรคในดิน และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับรากพืช การป้องกันโรคจึงดีกว่าการรักษา และการใช้วิธีการทางชีวภาพจะปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมี นอกจากนี้ การรดน้ำให้ถูกวิธี ไม่ให้น้ำขังและมีการระบายอากาศที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Image

ระยะเวลาและการเก็บเกี่ยวผลผลิต

สตรอว์เบอร์รีจะเริ่มออกดอกหลังจากปลูกไปแล้วประมาณ 60 วัน โดยช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่สตรอว์เบอร์รีเริ่มทยอยออกดอก ไม่เกิน 3 อาทิตย์หลังจากออกดอก ก็จะเริ่มให้ผล และจะออกผลไปเรื่อยๆ ระยะเวลาที่ผ่านไปประมาณ 2 เดือนหลังจากปลูก ผลสตรอว์เบอร์รีจะเริ่มออกและค่อยๆ สุก โดยจะออกผลประมาณ 2-3 รุ่น สามารถเก็บกินได้นานอยู่ การให้ผลของสตรอว์เบอร์รีจะมีความต่อเนื่อง ทำให้สามารถเก็บผลไปรับประทานได้เกือบทุกวัน
เมื่อเข้าหน้าร้อนเดือนเมษายน ต้นสตรอว์เบอร์รีจะลดปริมาณผลลง ลูกจะเล็กลงไปเรื่อยๆ และไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่ยังคงต้องรดน้ำไปเรื่อยๆ เพราะในช่วงนี้ต้นสตรอว์เบอร์รีจะเริ่มมีไหลหรือหน่อที่แตกจากต้นแม่ ซึ่งสามารถเด็ดแยกชำเพื่อขยายพันธุ์ต่อไปได้อีก การเก็บเกี่ยวผลควรทำในตอนเช้าหรือตอนเย็น เมื่ออากาศไม่ร้อนจัด เพื่อให้ได้ผลที่มีคุณภาพดีและสดใหม่ การเก็บผลที่สุกแล้วอย่างสม่ำเสมอจะกระตุ้นให้ต้นพืชออกผลใหม่ต่อเนื่อง
การรู้จักเลือกเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเป็นศิลปะที่ต้องฝึกฝน ผลสตรอว์เบอร์รีที่สุกแล้วจะมีสีแดงสด มีกลิ่นหอมหวาน และเมื่อสัมผัสจะรู้สึกนิ่มเล็กน้อย แต่ไม่เละ หากเก็บเร็วเกินไป ผลจะยังไม่หวาน หากเก็บช้าเกินไป ผลอาจเปื่อยเสียหรือถูกแมลงกินเสียก่อน ผลสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกเองโดยไม่ใช้สารเคมีเร่งหรือบำรุง ผลอาจออกไม่เยอะและไม่ใหญ่โตเท่าที่วางจำหน่ายในตลาด แต่จะมีรสชาติเป็นธรรมชาติมาก ออกเปรี้ยวอมหวานนิด รสชาติดีทีเดียว
Article Image

การขยายพันธุ์และการปลูกต่อเนื่อง

การขยายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีทำได้โดยการแยกไหลหรือหน่อที่แตกจากต้นแม่ ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อต้นสตรอว์เบอร์รีเริ่มแก่ตัวลง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน จะเริ่มแตกไหลออกมา การเด็ดแยกชำไหลเหล่านี้ควรทำในช่วงหน้าฝน หลังจากได้ไหลใหม่แล้ว ให้รดน้ำไหลให้ชุ่มพักไว้ 1 คืนให้ปรับตัวก่อน วันรุ่งขึ้นจึงลงปลูก การปลูกไหลใหม่ควรให้ดินอยู่ระดับเดียวกันกับดินที่มากับต้นไหล และอย่าให้ดินกลบยอดเพราะจะทำให้ยอดเน่า
การไม่แนะนำให้ปลูกสตรอว์เบอร์รีในหน้าฝน เนื่องจากจะเกิดโรคได้ง่าย แต่ให้เด็ดแยกชำขยายพันธุ์ต่อในช่วงนั้น แล้วทำการรื้อต้นเก่าปลูกใหม่ในช่วงหมดหน้าฝนจะดีกว่า วิธีการนี้จะช่วยให้ได้ต้นสตรอว์เบอร์รีที่สดใหม่และแข็งแรง พร้อมให้ผลผลิตที่ดีในฤดูกาลใหม่ การวางแผนการปลูกแบบหมุนเวียนจะช่วยให้มีผลผลิตอย่างต่อเนื่องตลอดปี และลดปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชที่อาจสะสมในดิน
การเก็บรักษาต้นพันธุ์ในช่วงที่ไม่เหมาะสมกับการให้ผลเป็นเทคนิคที่สำคัญ ในช่วงหน้าฝนที่ไม่เหมาะสมกับการให้ผล การดูแลต้นแม่พันธุ์ให้แข็งแรงและการเก็บรวบรวมไหลที่เกิดขึ้นใหม่จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกครั้งต่อไป การใช้วิธีการนี้จะทำให้สามารถมีต้นกล้าสตรอว์เบอร์รีไว้ปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องซื้อต้นกล้าใหม่ทุกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการปลูกและสร้างความยั่งยืนให้กับการเพาะปลูก

สรุป

การปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความสุขและผลผลิตที่มีคุณภาพ ด้วยการเตรียมดินที่เหมาะสม การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และการป้องกันโรคแมลงอย่างเป็นระบบ จะทำให้ได้สตรอว์เบอร์รีสดใหม่ปลอดสารพิษไว้รับประทานตลอดปี การลงทุนในการปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผลไม้ แต่ยังให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของอาหารและสร้างความภาคภูมิใจจากการได้รับประทานผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นปลูกสตรอว์เบอร์รี แนะนำให้เริ่มจากการปลูกในกระถางเพื่อทดลองเทคนิคต่างๆ ก่อนขยายไปสู่การปลูกในแปลงใหญ่
#สาระ #สตรอว์เบอร์รี #ปลูกผักที่บ้าน #เกษตรเมือง #ผักปลอดสาร #ปลูกผลไม้ #สวนครัว #เกษตรอินทรีย์ #ปลูกพืชเอง #ผลไม้ในบ้าน #การเกษตร
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สวนครัว
#ปลูกผักที่บ้าน
#สตรอว์เบอร์รี
#ปลูกผลไม้
#ผักปลอดสาร
#ผลไม้ในบ้าน
#ต้นไม้และสวน
#เกษตรอินทรีย์
#ปลูกพืชเอง
#เกษตรเมือง
#สาระ
#การเกษตร

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?
ทั่วไป

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?

การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2 นาที
ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด?
ทั่วไป

ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด?

การเลือกดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ ดินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับพืชต่างชนิดกัน หากเลือกดินได้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดินประเภทต่างๆ พร้อมแนะนำการเลือกใช้ดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัสของดิน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมต่อพืชที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้ดินต้องคำนึงถึงชนิดของพืชที่ต้องการปลูกเป็นสำคัญ ดินร่วน (Loam Soil) ดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืช ดินร่วนถือเป็นดินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดินเหนียว ทราย ตะกอน และอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น ฮิวมัส ดินร่วนมีเนื้อค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ เมื่อแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ แต่เมื่อชื้นจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง หากสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือแต่อาจรู้สึกสากมืออยู่บ้างเล็กน้อย ดินร่วนมีโครงสร้างที่ดี ช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี มีการระบายน้ำในระดับที่เหมาะสม ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป และสามารถกักเก็บความชื้นได้ในระดับที่พอดี ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับดินประเภทอื่นๆ ข้อดีของดินร่วน มีโครงสร้างดินที่ดี ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม มีความแข็งแรง ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชมากมาย ช่วยป้องกันดินไม่ให้เกิดการพังทลาย ช่วยป้องกันรากพืชไม่ให้เสียหายจากแรงลม เพราะรากพืชสามารถแทรกตัวและยึดเกาะกับดินได้ดี ข้อควรระวังของดินร่วน มีความเป็นกรดเล็กน้อย หากปลูกพืชที่ไม่ชอบดินกรด อาจต้องเติมวัสดุปรับสภาพดิน เช่น ปูนขาว หรือขี้เถ้า การระบายน้ำที่ดีอาจทำให้สารอาหารถูกชะล้างออกไปได้ง่าย [...]

3 นาที
ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้

การปลูกผักในขวดพลาสติกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการลดขยะพลาสติก แต่ที่น่าสนใจคือเทคนิคนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังให้ผลผลิตที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าผักหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในขวดพลาสติก โดยเฉพาะผักใบเขียวและพืชสมุนไพรที่มีอายุสั้น การปลูกผักในขวดพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นการรีไซเคิลที่สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองหรือมีพื้นที่จำกัด ข้อดีของการปลูกผักในขวดพลาสติกที่คุณควรรู้ การใช้ขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกผักมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน ประการแรกคือการช่วยลดขยะและส่งเสริมการรีไซเคิล เนื่องจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก เพราะไม่ต้องซื้อกระถางหรือภาชนะปลูกใหม่ แค่ใช้ขวดน้ำพลาสติกที่มีอยู่แทนก็เพียงพอแล้ว ข้อดีสำคัญอีกประการคือการประหยัดพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขวดพลาสติกสามารถแขวนหรือวางในแนวตั้งได้ ทำให้สามารถปลูกพืชได้ในพื้นที่จำกัด เช่น ริมระเบียงหรือกำแพง การดูแลก็ง่ายและสะดวกเพราะขวดพลาสติกมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และทำความสะอาดง่าย ที่สำคัญคือสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ตัดและดัดแปลงขวดให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก เช่น ตัดขวดครึ่งหนึ่งสำหรับปลูกพืชเล็ก หรือใช้ทั้งขวดสำหรับพืชรากยาว การเตรียมขวดพลาสติกให้เหมาะสมกับการปลูกผัก การเตรียมขวดพลาสติกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผัก ขั้นแรกให้เลือกขวดพลาสติกที่เหมาะสม โดยใช้ขวดน้ำพลาสติกทั่วไป เช่น ขวดขนาด 1 ลิตร หรือ 1.5 ลิตร ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่จะปลูก จากนั้นล้างทำความสะอาดขวดให้สะอาดสนิท เพื่อกำจัดเชื้อโรคและสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อพืช สำหรับการตัดขวดมีหลายวิธีให้เลือก ถ้าเป็นการตัดขวาง เหมาะสำหรับปลูกพืชใบหรือพืชรากสั้น โดยตัดขวดเป็นสองท่อน ใช้ท่อนล่างเป็นกระถาง ต้องตัดให้มีความสูงเหมาะสม หากเป็นการตัดแนวตั้ง เหมาะสำหรับการแขวนเป็นแถวในการปลูกพืชแนวตั้ง สามารถใช้ขวดขนาด 6 ลิตร วางในแนวนอนและตัดช่องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขั้นตอนสำคัญคือการเจาะรูระบายน้ำที่ก้นขวดหรือด้านข้าง 2-6 [...]

2 นาที
ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?
ทั่วไป

ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?

ประโยชน์ของการทำแปลงผักอิฐบล็อกในบ้าน การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเองที่บ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และประหยัดงบประมาณ4 นอกจากนี้ยังช่วยให้มีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานทุกวัน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด การทำแปลงผักอิฐบล็อกมีข้อดีหลายประการ ได้แก่: ช่วยเพิ่มหน้าดินให้ลึกขึ้นและป้องกันการไหลของปุ๋ย มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้นานถึง 3-5 ปีขึ้นไป ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าชอนไชเข้ามาในแปลงผัก สร้างความเป็นระเบียบและสวยงามให้กับพื้นที่ วัสดุและงบประมาณในการทำแปลงผักอิฐบล็อก การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง จากตัวอย่างการทำแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จำนวน 6 แปลง ใช้งบประมาณเพียง 1,164 บาท4 โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้: อิฐบล็อก 144 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวม 864 บาท4 ก้อนหินสำหรับโรยรอบๆ แปลง 300 บาท4 สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด สามารถเลือกใช้อิฐประสานซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยแปลงขนาด 40 ซม. x 272 ซม. สูง 20 ซม. ใช้งบประมาณเพียง [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent