Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

10 วิธีป้องกันบ้านจากภัยน้ำท่วมที่คุณต้องรู้

Homeday
3 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 3/4/2568

10 วิธีป้องกันบ้านจากภัยน้ำท่วมที่คุณต้องรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับฤดูมรสุมและพายุหลายลูกต่อปี การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับน้ำท่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านทุกคน บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีป้องกันบ้านจากภัยน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสียหายและรักษาทรัพย์สินมีค่าของคุณ ตั้งแต่การวางแผนก่อนสร้างบ้าน ไปจนถึงมาตรการฉุกเฉินที่ควรดำเนินการเมื่อน้ำกำลังจะมา
Article Image

1. การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านให้เหมาะสม

การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภัยน้ำท่วม ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินหรือบ้าน ควรตรวจสอบประวัติการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่นั้นย้อนหลังอย่างน้อย 10-20 ปี โดยสามารถสอบถามจากคนในท้องถิ่น หน่วยงานราชการ หรือค้นหาข้อมูลออนไลน์จากกรมชลประทานหรือกรมอุตุนิยมวิทยา
พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อน้ำท่วม ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ พื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือพื้นที่ที่มีการระบายน้ำไม่ดี หากจำเป็นต้องสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยง ควรคำนึงถึงการยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต นอกจากนี้ ควรตรวจสอบแผนพัฒนาเมืองในอนาคต เช่น การสร้างถนน หรือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการไหลของน้ำและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมได้
การเลือกทำเลที่ตั้งบ้านบนที่สูง หรือพื้นที่ที่มีความลาดเอียงเพียงพอให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก จะช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างมาก เป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า แม้อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในตอนแรก แต่จะประหยัดค่าซ่อมแซมและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

2. การออกแบบและก่อสร้างบ้านแบบป้องกันน้ำท่วม

การออกแบบและก่อสร้างบ้านโดยคำนึงถึงภัยน้ำท่วมตั้งแต่เริ่มต้นเป็นวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่หรือปรับปรุงบ้านเก่า ควรพิจารณาแนวทางต่อไปนี้
หนึ่งในวิธีการป้องกันน้ำท่วมที่ได้รับความนิยมคือการยกระดับพื้นบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมที่คาดการณ์ไว้อย่างน้อย 50-100 เซนติเมตร โดยอาจสร้างบ้านแบบใต้ถุนสูง หรือการถมดินให้สูงขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงด้วย
การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ทนน้ำเป็นอีกปัจจัยสำคัญ วัสดุที่เหมาะสม เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก อิฐ หรือบล็อกคอนกรีต ที่มีการเคลือบหรือทาด้วยสารกันซึม สำหรับพื้นบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไม้หรือวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะในชั้นล่างของบ้าน
ระบบไฟฟ้าควรได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วม เช่น การติดตั้งเต้ารับและสวิตช์ไฟให้สูงจากพื้นอย่างน้อย 1.5 เมตร การแยกวงจรไฟฟ้าระหว่างชั้นบนและชั้นล่าง เพื่อให้สามารถตัดไฟเฉพาะส่วนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยยังคงใช้ไฟฟ้าในส่วนอื่นได้
นอกจากนี้ ควรออกแบบระบบระบายน้ำรอบบ้านให้มีประสิทธิภาพ เช่น การทำรางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ หรือบ่อดักน้ำ ที่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักได้ และมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการอุดตัน
Article Image

3. การติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วมเฉพาะจุด

การติดตั้งระบบป้องกันน้ำท่วมเฉพาะจุดเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง หรือบ้านที่สร้างเสร็จแล้วแต่ต้องการเพิ่มการป้องกัน ระบบเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเข้าสู่บ้านหรือช่วยในการระบายน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว
แผงกั้นน้ำแบบเคลื่อนย้ายได้เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ปิดกั้นประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดอื่นๆ ของบ้านเมื่อเกิดน้ำท่วม มีหลายรูปแบบตั้งแต่แผงอลูมิเนียมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ไปจนถึงกระสอบทรายที่หาซื้อได้ง่าย แผงกั้นน้ำเหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้ทันทีเมื่อมีความเสี่ยงน้ำท่วม และเก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน
ระบบตรวจจับน้ำรั่วซึมอัตโนมัติเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ระบบนี้ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ที่จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบน้ำในบ้าน ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ความเสียหายจะลุกลาม
เครื่องสูบน้ำแบบจุ่มหรือแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทุกบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เครื่องสูบน้ำเหล่านี้จะช่วยระบายน้ำออกจากบ้านหรือบริเวณรอบบ้านได้อย่างรวดเร็ว โดยควรเลือกขนาดและกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และปริมาณน้ำที่คาดว่าจะต้องจัดการ
ระบบวาล์วกันน้ำย้อนกลับเป็นอีกอุปกรณ์ที่สำคัญ ติดตั้งในระบบท่อระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลย้อนกลับเข้าสู่บ้านผ่านทางท่อระบาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำท่วมภายในบ้านแม้ว่าระดับน้ำภายนอกจะไม่สูงมากก็ตาม

4. การปรับปรุงระบบระบายน้ำรอบบ้าน

ระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพเป็นด่านแรกในการป้องกันน้ำท่วมบ้าน โดยเฉพาะในกรณีฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขังเฉพาะจุด การปรับปรุงระบบระบายน้ำรอบบ้านจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
การสร้างรางระบายน้ำรอบบ้านเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยนำน้ำออกจากบริเวณบ้านได้อย่างรวดเร็ว รางระบายน้ำควรมีขนาดเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนในช่วงที่ตกหนักที่สุด และควรมีความลาดเอียงเพียงพอให้น้ำไหลได้สะดวก นอกจากนี้ควรมีตะแกรงกรองเศษใบไม้หรือขยะเพื่อป้องกันการอุดตัน
บ่อซึมหรือบ่อดักน้ำเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยระบายน้ำจากผิวดินลงสู่ชั้นดินใต้ดิน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถต่อเชื่อมกับระบบระบายน้ำสาธารณะได้ บ่อซึมควรออกแบบให้มีขนาดเพียงพอกับพื้นที่รับน้ำและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ และต้องมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาประสิทธิภาพการซึม
การปรับระดับพื้นดินรอบบ้านให้มีความลาดเอียงห่างจากตัวบ้านอย่างน้อย 5 เมตรด้วยความลาดเอียงประมาณ 2-5% จะช่วยให้น้ำไหลออกจากบริเวณฐานรากของบ้านได้โดยธรรมชาติ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังที่จะกัดเซาะฐานรากหรือซึมเข้าบ้าน
นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดท่อระบายน้ำ รางน้ำฝน และรางระบายน้ำรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูฝน เพื่อกำจัดเศษใบไม้ ขยะ หรือสิ่งอุดตันอื่นๆ ที่อาจทำให้น้ำระบายไม่ทัน การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอนี้เป็นวิธีการป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายต่ำ
Article Image

5. การใช้วัสดุกันน้ำและการซีลรอยรั่ว

ในกรณีที่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม การปรับปรุงบ้านให้มีความทนทานต่อน้ำมากขึ้นโดยใช้วัสดุกันน้ำและการซีลรอยรั่วเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดความเสียหาย
การทาซีลผนังด้านนอกและฐานรากของบ้านด้วยสารกันซึมเป็นขั้นตอนพื้นฐานในการป้องกันน้ำซึมผ่านผนังและฐานราก สารกันซึมมีหลายประเภท เช่น อะครีลิก โพลียูรีเทน หรือซิลิโคน แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความเหมาะสมกับพื้นผิวที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้าน นอกจากนี้ ควรตรวจสอบและทาซีลใหม่ทุก 3-5 ปี หรือเมื่อพบว่าประสิทธิภาพในการกันน้ำลดลง
สำหรับซีลรอยรั่วรอบประตูและหน้าต่าง ควรตรวจสอบและเปลี่ยนซีลยางหรือวัสดุกันน้ำที่เสื่อมสภาพ โดยเฉพาะในช่วงก่อนฤดูฝน นอกจากนี้ ควรตรวจสอบรอยแตกร้าวบนผนังหรือพื้นบ้าน และซ่อมแซมด้วยวัสดุอุดรอยแตกที่เหมาะสม เช่น ซีเมนต์ผสมสารกันซึม หรือวัสดุอุดรอยแตกสำเร็จรูป
การเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่ทนน้ำสำหรับชั้นล่างของบ้าน เช่น กระเบื้อง หิน หรือไวนิล แทนพรมหรือไม้ จะช่วยลดความเสียหายในกรณีที่น้ำเข้าบ้าน และทำความสะอาดได้ง่ายหลังน้ำลด การทาสีผนังด้วยสีที่ทนน้ำหรือทนเชื้อรา จะช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม
การพิจารณาติดตั้งฉนวนกันน้ำเพิ่มเติมสำหรับช่องว่างใต้หลังคาหรือผนังด้านนอกของบ้าน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำซึมผ่านหลังคาหรือผนังในกรณีฝนตกหนัก วัสดุฉนวนกันน้ำที่นิยมใช้ เช่น แผ่นกันน้ำ EPDM หรือแผ่นกันน้ำ TPO ซึ่งมีอายุการใช้งานยาวนานและทนต่อสภาพอากาศได้ดี

6. การเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมและการอพยพ

การมีแผนรับมือน้ำท่วมที่ชัดเจนและการเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและป้องกันอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำท่วมขนาดใหญ่
การจัดทำแผนอพยพครอบครัวเป็นสิ่งแรกที่ควรดำเนินการ แผนนี้ควรระบุเส้นทางอพยพหลักและเส้นทางสำรอง จุดนัดพบในกรณีที่สมาชิกครอบครัวแยกย้ายกัน และสถานที่ปลอดภัยที่จะไปพักพิงชั่วคราว ทุกคนในครอบครัวควรรู้และเข้าใจแผนนี้ และควรมีการซักซ้อมอย่างน้อยปีละครั้ง
การจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินสำหรับน้ำท่วมเป็นอีกสิ่งที่จำเป็น กระเป๋านี้ควรประกอบด้วยสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่มสะอาด อาหารแห้ง ยาประจำตัว เอกสารสำคัญที่เก็บในซองกันน้ำ ไฟฉาย วิทยุแบบใช้ถ่าน ชุดปฐมพยาบาล เงินสด และเสื้อผ้าเปลี่ยน กระเป๋าฉุกเฉินนี้ควรเก็บไว้ในที่ที่หยิบใช้ได้ง่ายและควรตรวจสอบความพร้อมอย่างน้อยทุก 6 เดือน
การติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มีเวลาเตรียมตัวรับมือหรืออพยพได้ทันท่วงที ปัจจุบันมีแอพพลิเคชันหลายตัวที่ให้ข้อมูลและแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมแบบเรียลไทม์ ซึ่งควรติดตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนี้ ควรจัดทำรายการทรัพย์สินมีค่าในบ้านพร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยในกรณีที่เกิดความเสียหาย และควรเก็บเอกสารสำคัญ เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย กรมธรรม์ประกันภัย ไว้ในตู้เซฟกันน้ำหรือฝากไว้ในตู้นิรภัยของธนาคาร
Article Image

7. การใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมในการป้องกันน้ำท่วม

ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการป้องกันและจัดการกับภัยน้ำท่วม อุปกรณ์และระบบอัจฉริยะหลายชนิดสามารถช่วยเตือนภัยล่วงหน้า ป้องกันความเสียหาย และจัดการกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่
เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดตั้งในจุดเสี่ยง เช่น ห้องใต้ดิน ห้องน้ำ หรือบริเวณรอบๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้น้ำ เมื่อตรวจพบน้ำรั่วซึมหรือน้ำท่วมขัง เซ็นเซอร์จะส่งการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนทันที ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็วก่อนที่ความเสียหายจะลุกลาม เซ็นเซอร์บางรุ่นยังสามารถตรวจวัดระดับความชื้นและอุณหภูมิ ช่วยเตือนภัยการเกิดเชื้อราและความเสียหายจากความชื้นได้อีกด้วย
ระบบวาล์วน้ำอัจฉริยะเป็นอีกเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ระบบนี้สามารถปิดวาล์วน้ำหลักโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการรั่วไหลหรือสามารถควบคุมผ่านแอพพลิเคชันจากระยะไกล ช่วยป้องกันความเสียหายจากน้ำรั่วในกรณีที่ท่อแตกหรือเกิดการรั่วซึมภายในบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีคนอยู่บ้าน
เครื่องสูบน้ำอัตโนมัติแบบติดตั้งเซ็นเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อระดับน้ำสูงถึงจุดที่กำหนด และหยุดทำงานเมื่อสูบน้ำออกจนถึงระดับที่ปลอดภัย บางรุ่นสามารถเชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทโฮมและควบคุมผ่านแอพพลิเคชัน ทำให้สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานและรับการแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหาได้
กล้องวงจรปิดกันน้ำที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมรอบบ้านได้แบบเรียลไทม์

8. การจัดการระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าในภาวะน้ำท่วม

การจัดการระบบไฟฟ้าอย่างเหมาะสมในช่วงน้ำท่วมมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไฟฟ้าและน้ำเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้และอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหากไม่มีการจัดการที่ดี
การติดตั้งเบรกเกอร์แยกโซนเป็นมาตรการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหาย โดยแยกวงจรไฟฟ้าระหว่างชั้นบนและชั้นล่างของบ้าน หรือระหว่างส่วนต่างๆ ของบ้าน ทำให้สามารถตัดไฟเฉพาะส่วนที่มีความเสี่ยงจากน้ำท่วม โดยยังคงใช้ไฟฟ้าในส่วนอื่นได้ตามปกติ นอกจากนี้ ควรติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่วหรือเบรกเกอร์กันไฟดูด (RCD/ELCB) เพื่อตัดไฟโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบกระแสไฟฟ้ารั่ว
ก่อนน้ำท่วมถึงบ้าน ควรย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคลื่อนย้ายได้ขึ้นไปไว้บนชั้นสอง หรือวางบนที่สูง เช่น โต๊ะ หรือชั้นวางของ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือเครื่องปรับอากาศ ควรปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟออกก่อนที่น้ำจะท่วมถึง หากพอมีเวลา อาจยกให้สูงขึ้นโดยใช้บล็อกคอนกรีตหรือพาเลทไม้รองไว้
เมื่อน้ำเริ่มท่วมถึงบ้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดไฟฟ้าหลักที่เมนสวิตช์หรือเบรกเกอร์ เพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดและไฟไหม้ ไม่ควรเปิดไฟฟ้าใหม่จนกว่าระบบไฟฟ้าจะได้รับการตรวจสอบโดยช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญ หลังน้ำลด ควรตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แช่น้ำอย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าแห้งสนิทและได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว
การเตรียมแหล่งพลังงานสำรองไว้ล่วงหน้า เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบพกพา แบตเตอรี่สำรอง หรือพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้ยังมีไฟฟ้าใช้ในยามฉุกเฉิน โดยเฉพาะสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร ไฟฉาย หรือปั๊มน้ำ
Article Image

9. การเตรียมประกันภัยและการรู้สิทธิการช่วยเหลือจากภาครัฐ

การทำประกันภัยน้ำท่วมเป็นหนึ่งในวิธีการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับเจ้าของบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันความเสียหายทางกายภาพได้ แต่ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม
ในประเทศไทย กรมธรรม์ประกันภัยบ้านทั่วไปมักไม่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมโดยอัตโนมัติ จำเป็นต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือเลือกกรมธรรม์ที่ครอบคลุมภัยพิบัติธรรมชาติโดยเฉพาะ ก่อนตัดสินใจซื้อประกัน ควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น วงเงินคุ้มครอง ประเภทของความเสียหายที่ครอบคลุม ระยะเวลารอคอยก่อนเริ่มความคุ้มครอง และข้อยกเว้นต่างๆ นอกจากนี้ ควรเก็บหลักฐานสภาพบ้านก่อนน้ำท่วม เช่น รูปถ่าย วิดีโอ หรือรายการทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
นอกจากการทำประกันภัย การรู้สิทธิการช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม รัฐบาลไทยมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติผ่านหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ความช่วยเหลือมีทั้งในรูปแบบเงินชดเชย ถุงยังชีพ วัสดุก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมบ้าน หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับฟื้นฟูที่อยู่อาศัย
ผู้ประสบภัยควรติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่ เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เพื่อสอบถามข้อมูลและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือ โดยเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหลักฐานความเสียหาย การรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านเพื่อแจ้งความเสียหายและขอความช่วยเหลือร่วมกันอาจช่วยให้ได้รับการพิจารณาที่รวดเร็วขึ้น

10. การฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

หลังจากน้ำลด การฟื้นฟูบ้านอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายระยะยาว ป้องกันปัญหาเชื้อราและโครงสร้างเสื่อมสภาพ รวมถึงทำให้บ้านกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและน่าอยู่โดยเร็วที่สุด
ขั้นตอนแรกในการฟื้นฟูบ้านคือการระบายน้ำออกให้หมด โดยใช้เครื่องสูบน้ำหรือตักน้ำออกจากบริเวณที่ยังมีน้ำขัง จากนั้นทำความสะอาดโคลนและสิ่งสกปรกออกจากบ้านทั้งหมด ใช้น้ำสะอาดฉีดล้างและทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำท่วม
การเปิดประตู หน้าต่าง และใช้พัดลมหรือเครื่องเป่าลมเพื่อเร่งการระเหยของความชื้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากความชื้นที่สะสมอาจนำไปสู่การเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ในกรณีที่มีฝ้าเพดานและผนังที่เปียกชื้นมาก อาจจำเป็นต้องเจาะรูระบายความชื้นหรือรื้อถอนบางส่วนเพื่อให้อากาศถ่ายเทและป้องกันการเกิดเชื้อรา
• การตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างบ้านเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ควรตรวจสอบรอยแตกร้าวของฐานราก เสา คาน หรือผนังรับน้ำหนัก ซึ่งอาจเกิดจากการกัดเซาะของน้ำหรือการทรุดตัวของดิน หากพบความเสียหายที่รุนแรง ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพและวางแผนซ่อมแซม เฟอร์นิเจอร์และวัสดุตกแต่งบ้านที่เปียกน้ำควรได้รับการตากแดดให้แห้งสนิท ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อ อย่างไรก็ตาม เฟอร์นิเจอร์บางชนิด เช่น ที่ทำจากไม้อัด หรือเฟอร์นิเจอร์บุนวม อาจเสียหายไม่สามารถซ่อมแซมได้และควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับในระยะยาว การเปลี่ยนวัสดุปูพื้นที่เสียหาย เช่น พรม ปาร์เกต์ หรือลามิเนต และอาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นวัสดุที่ทนน้ำมากขึ้น เช่น กระเบื้อง เพื่อลดความเสียหายในกรณีที่เกิดน้ำท่วมซ้ำ • ระบบไฟฟ้าที่แช่น้ำต้องได้รับการตรวจสอบโดยช่างไฟฟ้าที่มีความเชี่ยวชาญก่อนเปิดใช้งาน อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนสายไฟ สวิตช์ เต้ารับ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายจากความชื้น นอกจากนี้ ระบบประปา ท่อน้ำ และเครื่องสุขภัณฑ์ควรได้รับการตรวจสอบการรั่วซึมและความเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อต่างๆ ที่อาจเกิดการเสียหายจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้างบ้านในช่วงน้ำท่วม หลังการซ่อมแซมเสร็จสิ้น ควรพิจารณาปรับปรุงบ้านให้มีความทนทานต่อน้ำท่วมมากขึ้น เช่น การยกระดับปลั๊กไฟและสวิตช์ให้สูงขึ้น การใช้วัสดุก่อสร้างที่ทนน้ำ หรือการปรับปรุงระบบระบายน้ำรอบบ้าน เพื่อลดความเสียหายในกรณีที่เกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต • การดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวหลังน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฟื้นฟูบ้าน น้ำท่วมอาจนำมาซึ่งเชื้อโรคและสารพิษต่างๆ ควรสวมถุงมือ รองเท้าบูท และหน้ากากอนามัยเมื่อทำความสะอาดบ้าน ล้างมือให้สะอาดเสมอก่อนรับประทานอาหาร และหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีบาดแผลติดเชื้อ ท้องเสีย หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ควรรีบพบแพทย์ทันที
Article Image

สรุป

การป้องกันบ้านจากภัยน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนและเตรียมการล่วงหน้า ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบและก่อสร้างบ้าน ไปจนถึงการติดตั้งระบบป้องกันเฉพาะจุดและการปรับปรุงระบบระบายน้ำ นอกจากนี้ การใช้วัสดุกันน้ำ การเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม การใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม การจัดการระบบไฟฟ้า การทำประกันภัย และการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมอย่างถูกวิธี ล้วนเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสียหายและปกป้องบ้านและทรัพย์สินของคุณได้
แม้ว่าการลงทุนในมาตรการป้องกันน้ำท่วมอาจมีค่าใช้จ่ายสูงในระยะแรก แต่จะคุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วม การป้องกันไว้ก่อนดีกว่าการแก้ไขภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่าและเป็นที่พักพิงของครอบครัว
#น้ำท่วม #ป้องกันน้ำท่วม #บ้านปลอดภัย #การระบายน้ำ #วัสดุกันน้ำ #การอพยพ #เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม #ระบบไฟฟ้า #ประกันภัย #การฟื้นฟูบ้าน #สาระ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม
#บ้านปลอดภัย
#น้ำท่วม
#การอพยพ
#การฟื้นฟูบ้าน
#ระบบไฟฟ้า
#ป้องกันน้ำท่วม
#การระบายน้ำ
#วัสดุกันน้ำ
#ประกันภัย
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ซาวิลส์เผยคอนโดฯ กรุงเทพฯ ไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวช้า เลื่อนเปิด 3 โครงการ
ข่าวสาร

ซาวิลส์เผยคอนโดฯ กรุงเทพฯ ไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวช้า เลื่อนเปิด 3 โครงการ

ซาวิลส์เผยตลาดคอนโดฯ กรุงเทพฯ ไตรมาส 3/2569 ฟื้นตัวช้า ผู้ประกอบการเลื่อนเปิด 3 โครงการรวมกว่า 1,000 ยูนิต โดยบางส่วนอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่กำลังซื้อและสินเชื่อยังเป็นข้อจำกัด หลายรายเร่งระบายสต็อก บางโครงการลดราคามากกว่า 50% ส่วนตลาดหรูยังมีแรงซื้อ คาดทั้งปีเปิดใหม่ประมาณ 20,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

2 นาที
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” แนะเช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย
ข่าวสาร

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แชร์องค์ความรู้ “บ้านหลังน้ำท่วม” แนะเช็ก 7 จุดสำคัญ ก่อนทำความสะอาด – ซ่อมแซม – กลับเข้าอยู่อาศัย

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) แนะนำเจ้าของบ้านตรวจสอบความปลอดภัย 7 จุดสำคัญหลังน้ำลด ก่อนทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้าน พร้อมย้ำว่า “น้ำลด ไม่ได้หมายความว่าบ้านปลอดภัยแล้ว”

1 นาที
“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ข่าวสาร

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ผ่านทีม ERT ตั้งแต่ระยะป้องกัน รับมือสถานการณ์จริง ไปจนถึงฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน

1 นาที
วิธีทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?

สัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าภายในบ้านของเรามีอันตรายซ่อนอยู่มากมายสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีพฤติกรรมเฉพาะตัว: สุนัข มักสำรวจโลกด้วยปากและจมูก ชอบเคี้ยวสิ่งของและอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย แมว มีความคล่องแคล่ว ชอบปีนป่าย กระโดด และเข้าถึงพื้นที่สูง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ต้องกัดแทะอยู่เสมอเพื่อสึกฟันที่งอกตลอดเวลา เมื่อเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์และป้องกันอันตรายได้ดีขึ้น จุดอันตรายหลักในบ้านและวิธีป้องกัน 1. ห้องครัว: แหล่งรวมอันตรายอันดับหนึ่ง ห้องครัวเต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากอาหารและสารเคมี: อาหารต้องห้าม ที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง: ช็อกโกแลต กาแฟ (มีสารเทโอโบรมีนและคาเฟอีน) หัวหอม กระเทียม ต้นหอม (ทำลายเม็ดเลือดแดง) องุ่นและลูกเกด (ทำให้ไตวายในสุนัข) ไซลิทอลและสารให้ความหวานเทียม (ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กระทบตับและสมอง) วิธีป้องกัน: เก็บอาหารในตู้ที่ปิดสนิท ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนา เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ติดตั้งที่ครอบปุ่มเตาเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ 2. ห้องน้ำ: ระวังยาและสารเคมี ห้องน้ำมีทั้งยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent