ต้นไม้ราคาแพง หลักแสน ต้องดูแลต่างกับปกติหรือไม่

ธรรมชาติของสายพันธุ์ต้นไม้แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่ราคาค่อนข้างสูง หรือราคาปกติ ต่างก็จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงความต้องการของพันธุ์ต้นไม้นั้นๆ ให้ดีเสียก่อน อย่างเช่น ต้องการน้ำมากน้อยเท่าไหร่ ต้องใส่ปุ๋ยประมาณไหน ควรปลูกที่พื้นดิน หรือใส่กระถาง เป็นต้น เพื่อให้ปลูก และดูแลต้นไม้เป็นไปอย่างถูกวิธี เรามาดูกันค่ะว่าต้นไม้ราคาแพง หลักแสน จะต้องดูแลต่างกับต้นไม้ปกติหรือไม่ วันนี้แอดมินมีคำตอบค่ะ

การเลือกวัสดุที่ใช้ปลูก

ก่อนอื่นควรศึกษาพันธุ์ต้นไม้ที่จะปลูกก่อน ว่ามีต้นกำเนิดที่ไหน เพื่อที่จะได้เลือกใช้วัสดุปลูกให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งไม้แต่ละชนิดก็ชอบวัสดุปลูกไม่เหมือนกัน โดยวัสดุปลูกที่ใช้กันส่วนใหญ่ อย่างเช่น เพอร์ไลต์ (Perlite) เวอร์มิคูไลต์ (Vermiculite) แกลบเผา พีทมอส ใบก้ามปู เป็นต้น เนื่องจากดินถุงที่วางขายส่วนใหญ่มักมีธาตุอาหารน้อย จึงทำให้นักปลูกต้องศึกษากับเลือกซื้อวัสดุปลูกมาผสมดินเอง เพื่อเสริมธาตุอาหารให้เพียงพอ และตรงตามความต้องการของต้นไม้ที่ปลูก

การรดน้ำ

ควรรดตอนเช้า ในแสงแดดแรก เพื่อช่วยให้ต้นไม้สังเคราะห์แสงได้เต็มที่ หรือสามารถรดน้ำในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป ซึ่งเวลาที่เหมาะสม คือ 6.00 – 8.00 น. และ 17.00 ถึง 21.00 น. ไม่ควรรดน้ำในตอนกลางวันที่แดดจัด เพราะเปรียบเสมือน การเอาน้ำร้อนมารดต้นไม้นั่นเอง ส่วนจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับต้นไม้ว่าดินที่ใช้ปลูกนั้น หากยังมีความชื้นอยู่ก็ไม่ควรรดน้ำเพิ่ม เพราะอาจจะทำให้รากเน่าได้ ที่สำคัญควรใช้น้ำที่ผ่านการกรอง ไม่ก็ใช้น้ำที่ผ่านการพักเอาไว้แล้ว มารดให้ต้นไม้ เพื่อลดปริมาณคลอรีน (Chlorine) เพราะพันธุ์ต้นไม้บางชนิดไวต่อคลอรีน อาจแสดงอาการเหี่ยว หรือเกิดโรคเชื้อราได้ 

การใส่ปุ๋ย

การให้ปุ๋ยก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ควรใส่ปุ๋ยทุกๆ 2 – 3 สัปดาห์ ซึ่งธาตุอาหารที่จำเป็นแก่ต้นไม้ ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้ปุ๋ยจะเป็นในช่วงเช้าก่อน 10.00 น. เพราะต้นไม้พร้อมที่จะนำธาตุอาหารไปใช้พร้อมๆ กับการสังเคราะห์แสง หากต้องการให้ต้นไม้เจริญเติบโต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน คือ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก เพราะจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ทำให้เก็บความชื้นได้ดี อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อต้นไม้อยู่มากมายหลายชนิด 

การกำจัดศัตรูพืช

ควรหมั่นสังเกตต้นไม้ที่ปลูกเป็นประจำ เมื่อพบว่าใบมีสีกับลักษณะผิดไปจากปกติแล้ว ก็ต้องรีบให้ปุ๋ย เพื่อเพิ่มธาตุอาหารเป็นการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยทิ้งเอาไว้นานๆ อาจจะลามไปทั้งต้น ทำให้ต้นไม่โต แล้วค่อยๆ เหี่ยวเฉาได้ ถ้าเจอแมลงก็ควรหาน้ำยามาพ่น เพื่อกำจัดให้สิ้นซาก หากปล่อยเอาไว้นาน แมลงเหล่านั้นจะกัดกินใบจนแหว่งได้ โดยต้นไม้จะแสดงอาการที่แตกต่างกันออกมาตามใบ ลำต้น หรือส่วนต่างๆ ขึ้นอยู่กับธาตุอาหารชนิดที่ขาดไป ซึ่งอาการที่พบบ่อยที่สุดของการขาดสารอาหาร คือ การเจริญเติบโต และการเปลี่ยนสีของใบ 

การดูอุณหภูมิ

ในการเจริญเติบโตของต้นไม้ทุกชนิด จะหยุดชะงัก ก็ต่อเมื่อได้รับอุณหภูมิในอากาศที่สูง หรือต่ำจนเกินไป ควรอยู่ที่ประมาณ 15 – 40 องศาเซลเซียส เพราะต้นไม้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเมื่อได้รับอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมไปถึงอุณหภูมิภายในดิน ควรอยู่ที่ประมาณ 20 – 30 องศาเซลเซียส เนื่องจากมีอิทธิผลต่อการงอกงามของเมล็ด และราก การดูดซึมซับน้ำ ธาตุอาหารต่างๆ ภายในดิน โดยการเปลื่ยนแปลงอุณหภูมิในดิน ขึ้นอยู่กับรังสีของแสงแดด ที่สำคัญอุณหภูมิภายในดินนั้นยังต้องเหมาะกับต้นไม้แต่ละชนิดอีกด้วย 

การปลูกต้นไม้มีหลายเทคนิค หลายวิธีการ หากรู้หลัก และใส่ใจ แอดมินเชื่อว่าไม่ว่าจะปลูกต้นอะไรก็รอดแน่นอน เพียงแต่ว่าพันธุ์ต้นไม้ที่มีราคาสูงลิบ อาจจะต้องให้ความใส่ใจ ดูแลเป็นพิเศษกว่าพันธุ์ต้นไม้อื่นๆ  ยิ่งถ้าได้นำความรู้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ ก็จะยิ่งจะทำให้ต้นไม้ที่ปลูกเติบโตได้ดีตามที่ต้องการ แต่ไม่ว่าต้นไม้จะราคาเท่าไหร่ก็ตาม ต่างก็ต้องการวัสดุปลูกที่เหมาะสมกับการดูแลที่ดีที่สุด เหมือนกันทุกต้นเลยค่ะ 

ที่มา : wikihow

บทความที่คุณอาจสนใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด