Top Origin

“LWS” ชี้ 6X6 แนวทางการพัฒนาโครงการและบริการในคอนโดฯ เพื่อสัตว์เลี้ยง

       “แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น” ระบุ 6 แนวทางที่ต้องมีในการพัฒนาและ 6 บริการที่ควรมีสำหรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมเพื่อสัตว์เลี้ยง ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป

       นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส  วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS)  บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ระบุถึงแนวโน้มการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมในปัจจุบันว่า ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ (Pet Friendly Condominium) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจของ “LWS” พบว่าในปี 2565 มีโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ทั้งสิ้น 5,663 ยูนิต เพิ่มขึ้น 4,394% จากจำนวน 157 ยูนิต ในปี 2561 สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในแบบ “pet humanization” หรือที่เรียกว่า พฤติกรรมที่เจ้าของเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก หรือเป็นสมาชิกของครอบครัว จากการคาดการณ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2569

        จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้การพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป จากผลการสำรวจของ “LWS” ระหว่างวันที่ 1-20 สิงหาคม 2566 โดยมีจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 180 คน เกี่ยวกับอาคารชุดพักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ พบว่า ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับรูปแบบของโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการใน 6 ประเด็นได้แก่

1.โครงการควรมีพื้นที่เดินเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง: ภายในโครงการควรมีพื้นที่เดินเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่เพียงพอให้สัตว์เลี้ยงที่อาศัยในโครงการสามารถเดินเล่น หรือเดินออกกำลังกายได้อย่างสะดวก พื้นที่นี้ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากภัยคุกคามจากภายนอก เช่น รั้วกั้นสัตว์ภายนอกเข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ

2.ระบบระบายอากาศ : การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอาจส่งผลให้มีกลิ่นได้ ตัวอาคารเองควรมีระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาภาพอากาศในห้องชุดพักอาศัย และห้องส่วนกลาง

3.การจัดการของเสียที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง : การเลี้ยงสัตว์อาจส่งผลให้มีขยะเพิ่มขึ้น โครงการควรมีระบบจัดการสิ่งของเสียที่เหมาะสม เช่น ถังขยะที่มีล็อคให้สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้าถึงได้ มีรอบการจัดเก็บขยะในห้องพักขยะที่ถี่ขึ้น

4.การใช้สารพิษในการกำจัดปลวก/แมลง : การใช้สารเคมีในโครงการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สร้างความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง แนะนำให้ใช้วิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องการความสะอาดและการดูแลสุขาภิบาลในคอนโด

5.การควบคุมเสียง: การควบคุมเสียงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้สัตว์เลี้ยงทำเสียงรบกวนผู้อยู่อาศัยอื่น ๆ เช่น การติดตั้งแผ่นซับเสียงในห้องชุด / พื้นที่ส่วนกลาง เป็นต้น

6.การศึกษาผู้อยู่อาศัย: ควรมีการสร้างความเข้าใจและการศึกษาผู้อยู่อาศัยเกี่ยวกับความสำคัญของการเลี้ยงสัตว์และกฎระเบียบเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในอาคารชุด เพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมมือกันในการรักษาความสงบสุขและการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้ รวมถึงการบริหารจัดการค่าส่วนกลางสำหรับโครงการที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ จากผลการสำรวจพบว่า 97% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับเงื่อนไข/กฎระเบียบ/ข้อบังคับ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสัตว์ที่สูงกว่าโครงการที่ไม่ให้เลี้ยงสัตว์ได้

       นอกจากรูปแบบ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการและกฏกติกาในการอยู่อาศัยที่แตกต่างจากโครงการอาคารชุดทั่วไปแล้ว จากผลการสำรวจของ “LWS” พบว่า ถ้าภายในโครงการสามารถเพิ่มงานบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงได้ จะทำให้โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น โดยการจัดการพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ของโครงการให้มีงานบริการที่ตอบโจทย์กับผู้ซื้อที่มีสัตว์เลี้ยง จากผลการสำรวจพบว่ามี 6 งานบริการที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของผู้ซื้ออาคารชุดพักอาศัยที่เข้ามาพักอาศัยพร้อมกับสัตว์เลี้ยงได้แก่  

1.บริการฝากดูแล / พาสัตว์เลี้ยงเดินเล่น : จากการสำรวจของ LWS พบว่า 16% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสนใจที่จะได้รับบริการฝากดูแล/พาสัตว์เลี้ยงเดินเล่น เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องไปทำงานข้างนอก หรือไปธุระที่ไม่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ และกว่า 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความต้องการพื้นที่สวนสำหรับสัตว์เลี้ยงในโครงการ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้เดินเล่น และออกกำลังกาย ลดความเครียดจากการอยู่แต่ในห้อง 

2.บริการทำความสะอาดห้องชุดที่มีสัตว์เลี้ยง : เป็นบริการที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีให้บริการในคอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ โดยอาจมีการให้บริการทำความสะอาดห้อง / ทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น กระบะทรายแมว ซักเบาะรองนอน ฆ่าเชื้อภายในห้องชุด เป็นต้น

3.บริการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องชุด : จากผลการสำรวจของ LWS พบว่า 52% จากผู้ตอบแบบสอบถามเลี้ยงแมว ซึ่งเป็นสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาคือสุนัขที่ 29% ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ จะออกแบบเฉพาะสัตว์เลี้ยงโดยตรง เช่น ชั้นสำหรับปีน เสาสำหรับฝนเล็บ ตาข่าย/กระจกกันสัตว์เลี้ยงจากตกระเบียง จะเป็นธุรกิจซึ่งมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกันกับคอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้เช่นเดียวกัน 

4.ร้านขายอาหารสัตว์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง : เนื่องจากอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุกวัน และผู้ตอบแบบสอบถามต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องออกไปซื้อทุกครั้งเมื่ออาหารหมดลง ถ้าภายในโครงการมีร้านขายอาหารสัตว์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงจะสามารถตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อได้มากยิ่งขึ้น

5.บริการสปา / อาบน้ำ / แต่งขนสัตว์เลี้ยง : สัตว์เลี้ยงก็ควรได้รับการผ่อนคลายและการดูแล บ่อยครั้งการอาบน้ำสัตว์เลี้ยงเองเป็นเรื่องที่ยากของเจ้าของ บริการสปา / อาบน้ำ / แต่งขนสัตว์เลี้ยง จะเป็นหนึ่งในบริการที่ทำให้ผู้พักอาศัยเองได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งผู้พัฒนาโครงการเองก็ได้ประโยชน์จากบริการนี้เช่นเดียวกัน เช่น ลดกลิ่น ลดการเกิดโรคติดต่อในสัตว์เลี้ยง

6.บริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง : คอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ควรมีบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เช่น คลีนิคสัตว์ หรือโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็กในพื้นที่ เนื่องจากบ่อยครั้งที่สถานที่รักษาสัตว์ภายนอกโครงการเปิดให้บริการไม่เป็นเวลา หากเกิดเหตุฉุกเฉินก็อาจจะทำให้สัตว์เลี้ยงอาจไม่ได้รับบริการที่ทันท่วงที หรือหากภายในโครงการไม่มีคลีนิคสัตว์เลี้ยงอยู่ภายในโครงการ ก็สามารถติดต่อเพื่อสร้างเครือข่ายกับโรงพยาบาลสัตว์ / คลีนิคใกล้เคียงในพื้นที่ได้เช่นเดียวกัน หรือผู้พัฒนาโครงการอาจจัดบริการเสริมเช่น บริการรถรับ-ส่งพาสัตว์เลี้ยงไปหาหมอ/คลีนิค เป็นต้น

        “พฤติกรรมของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับตัวพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาคารชุดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อ” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว

อ่านเพิ่ม
The Palm (copy)
Sidebar
บทความล่าสุด
“อินโน พรีคาสท์” ส่งตราสัญลักษณ์ “Power of Quality” การันตีความแกร่ง-ปลอดภัย-ยั่งยืน สร้างมาตรฐานใหม่ เพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภค
ข่าวสาร
ดี–แลนด์ กรุ๊ป เปิดตัว “ESSENTIA RAMA 2” บ้านเดี่ยวพรีเมียม มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ชูแนวคิด “The Essence of Life” ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ขับเคลื่อน “Holistic Wellbeing” บนทำเลพระราม 2 ศักยภาพ Growth Corridor ใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
ข่าวสาร
“JOE WINGS” ไก่ทอดทางเลือกเพื่อสุขภาพ เปิดแล้ววันนี้ ที่เมกาบางนา สมัครสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส รับฟรี! CLASSIC FRIES* ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มี.ค. 69
ข่าวสาร
สถาพร เอสเตท เดินเกมจัด Agent Day ตอกย้ำศักยภาพ โครงการ “เดอะ คราวน์ เรสซิเดนท์เซส” (THE CROWN Residences) ลักชัวรีคอนโดฯ Freehold พร้อมอยู่ หนึ่งเดียวติดถนนพระราม 4
ข่าวสาร
“แสนสิริ” กางแผนคอนโดปี 69 ปูพรม 16 โครงการใหม่ มูลค่า 2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในอุตสาหกรรม ย้ำเบอร์ 1 ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ข่าวสาร
รีวิวโครงการ
รีวิว เดอะ แพลนท์ นครปฐม (The Plant Nakornpathom) บ้านเดี่ยว บ้านแฝดสไตล์ Modern Barn House หนึ่งเดียวในนครปฐม เพียง 5 นาที* ถึงเซ็นทรัล นครปฐม
Review
รีวิว บ้านพฤกษา มหิดล-ศาลายา (Baan Pruksa Mahidol-Salaya) โครงการสไตล์ใหม่ Wize Minimal ใกล้ม.มหิดล ใจกลางศาลายา ทาวน์โฮมพื้นที่กว้าง ใหญ่กว่าคอนโด 3 เท่า* จอดรถในบ้านเป็นส่วนตัวไม่ต้องแย่งใคร พร้อมเข้าอยู่ ครบทุกความต้องการ
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) เปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ New Kaiteki Series เพดานสูง 3.2 เมตร ทำเลบ้านหรูใกล้โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และ Wellington College
Review
รีวิว ไลฟ์ พหลฯ-ลาดพร้าว (Life Phahon-Ladprao) คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ยูนิตน้อย ทำเล North CBD ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้าม The Central พหลโยธิน
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ สุขุมวิท 77 (The Signature Sukhumvit 77) บ้านหรูระดับ Super Luxury บททำเลอ่อนนุช-ลาดกระบัง
Review
Loading..