ภูเก็ตกำลังก้าวขึ้นเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่ได้รับแรงผลักดันจากเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ขนาดใหญ่จำนวนมาก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพของจังหวัดในทุกมิติ ตั้งแต่การท่องเที่ยวระดับโลก การดึงดูดการลงทุน ไปจนถึงการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติของฝั่งอันดามัน กระแสการลงทุนที่หลั่งไหลเข้าสู่ภูเก็ตกำลังทวีความเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการแลนด์มาร์กระดับประเทศอย่าง ICONSIAM PHUKET หรือการพัฒนาโครงการ Branded Residence จากแบรนด์ระดับโลก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อศักยภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ด้วยแรงขับเคลื่อนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และการลงทุนระดับพรีเมียมเหล่านี้ อาจส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตในปี 2569 อาจปรับตัวขึ้นสู่ระดับที่ใกล้เคียงกับกรุงเทพมหานครและมหานครชั้นนำในระดับสากล กลายเป็นหนึ่งในทำเลอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและน่าจับตามองมากที่สุดในภูมิภาค
ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และนักลงทุนจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ หันไปมองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต ทั้งในแง่ของดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว (Long-stay demand) และดีมานด์เพื่อการลงทุน (Investment demand) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภูเก็ตจึงยังคงเป็นเสมือนหมุดหมายที่ทั้งผู้พัฒนาและนักลงทุนต่างมองว่ายังคงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ
ดังนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ภูเก็ตยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจและยังคงเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจับตามองอย่างต่อเนื่องในปี 2569 ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในพื้นที่ภูเก็ตมากถึง 45,066 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมที่มากถึง 469,720 ล้านบาทและพบว่าเม็ดเงินการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหลั่งไหล่เข้าสู่เกาะภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง
ณ สิ้นปีพ.ศ. 2568 ที่ผ่านมาแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในพื้นที่ภูเก็ต มีโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรและบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 72 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 81,643 ล้านบาท ด้วยอุปทานรวมกว่า 10,312 ยูนิต พบว่าโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรและบ้านพักตากอากาศหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างคึกคัก ผู้พัฒนารายใหญ่บางรายสามารถปิดการขายบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมทั้งโครงการได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั้งผู้พัฒนาบางรายสามารถปิดการขายได้มากกว่า 50-70% ของทั้งโครงการในระยะเวลาหลังจากการเปิดการขายได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ
แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ท่าวมกลางภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัว ทำให้เหล่านักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเริ่มหันมาสนใจโอกาสการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างภูเก็ตขึ้น โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนหรืออยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและมูลค่าทรัพย์สินในพื้นที่เหล่านี้ ที่นักลงทุนเห็นว่าเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตสูงถึง 10,470,261 ล้านคน ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.38 จากปีก่อนหน้า สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 545,867.6 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันประมาณร้อยละ 4.49 นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้าสู่เกาะภูเก็ตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย จีนคาซัคสถาน เป็นต้น ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่มียังคงมีแนวโน้นเติบโตแบบมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกลายเป็นทำเลทองที่ร้อนแรงและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่าผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์จากกรุงเทพมหานครยังคงเดินหน้าประกาศแผนการพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างคึกคักในปีพ.ศ. 2569 โดยเฉพาะผู้พัฒนารายใหญ่ เช่ม บมจ. แสนสิริ ที่ยังคงประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่องด้วยโครงการคอนโดมิเนียมอีกมากกว่า 2 โครงการ และบมจ. แอสเซทไวส์ ที่ยังคงมองหาที่ดินศักยภาพอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับแผนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง นอกจากผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แล้วยังพบว่ามีผู้พัฒนารายใหญ่ในพื้นที่อีกหลายรายที่ยังรอจังหวะและเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น บจ. โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต เป็นต้น
มูลค่าการลงทุนรวมของตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในช่วงปี 2564-2569F

แผนกวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้นประมาณ 45,066 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 469,720 ล้านบาท สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ปี. 2567 ถือเป็นปีที่มีจำนวนอุปทานที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่สูงที่สุด โดยมีจำนวนถึง 18,515 ยูนิต และยังเป็นปีที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดเช่นเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 190,112 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาโครงการต่อศักยภาพของตลาดภูเก็ต
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนระยะยาว ความนิยมในตลาดบ้านพักตากอากาศ (Second Home) รวมถึงแนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาวจากต่างประเทศ ส่งผลให้ภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในทำเลอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงสุดในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า การเพิ่มขึ้นของอุปทานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในบางเซกเมนต์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงระดับบน ผู้พัฒนาโครงการจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งสินค้า (Product Positioning) คุณภาพโครงการ และการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
อุปทานเปิดขายใหม่คอนโดมิเนียมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจำแนกรายปีในปีพ.ศ. 2551-2569F

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2568 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาปรับตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่หลังจากที่อุปทานเป็นจำนวนมากถูกเปิดตัวในช่วง 2 ปีก่อนหน้า ซึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ทั้งบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมบางโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างคึกคัก โดยพบว่าผู้พัฒนารายใหญ่บางรายสามารถปิดการขายบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมทั้งโครงการในระยะเวลาอันรวดเร็วหรือแม้กระทั้งผู้พัฒนาบางรายสามารถปิดการขายได้มากกว่าร้อยละ 50-70 ของทั้งโครงการในระยะเวลาหลังจากการเปิดการขายได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ ปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของตลาดในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในภูเก็ต ซึ่งทำให้ทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนมองหาทรัพย์สินที่สามารถใช้พักอาศัยระยะยาวหรือให้เช่าระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านพักตากอากาศที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการที่พักในทำเลท่องเที่ยวระดับโลก
สำหรับภาพรวมอุปทานการเปิดขายใหม่ของตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในปีที่ผ่านมาพบว่า มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมากถึง 8,372 ยูนิต จากโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมดมากถึง 23 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมมากถึง 47,349 ล้านบาท และแน่นอนว่าทำเลย่านบางเทา เชิงทำเล กะตะ กะรน ราไวย์ และในพื้นที่ใจกลางเมืองภูเก็ต ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้พัฒนาแทบทุกรายมองเห็นถึงโอกาสการพัฒนา ซึ่งคาดการณ์ว่ายังมีโครงการคอนโดมิเนียมรอเปิดขายใหม่อีกกว่า 6,000 ยูนิตในปี 2569 และส่วนใหญ่ยังคงเป็นการพัฒนาของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาด
แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่าสำหรับปีพ.ศ. 2569 ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในจังหวัดภูเก็ตจะยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง แต่อุปทานเปิดขายใหม่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 6,000 -8,000 ยูนิต เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีอุปทานเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดมากถึงเกือบ 25,000 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง สำหรับทำเลที่ยังคงได้รับความนิยมคาดการณ์ว่ายังคงเป็นทำเล บางเทา เชิงทะเล ราไวย์ กะตะ กะรน และในพื้นที่เมืองภูเก็ต และแน่นอนว่าผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงมองว่าภูเก็ตยังคงเป้าหมายที่สำคัญอีกพื้นที่ที่ต้องช่วงชิงส่วนแบ่งของตลาดให้มากที่สุดทั้งจากกำลังซื้อไทย และกำลังซื้อต่างชาติโดยเฉพาะกำลังซื้อรัสเซีย ซึ่งแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่าจะยังคงมีผู้พัฒนารายใหม่จากกรุงเทพฯ เข้าลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ภูเก็ตอย่างต่อเนื่องในปีหน้า
อุปทานบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่จำแนกรายปีและพื้นที่ ณ สิ้นปีพ.ศ. 2569F

สำหรับภาพรวมของบ้านพักตากอากาศในเมืองไทยที่ผ่านมาค่อนข้างได้รับความสนใจจากกลุ่มเศรษฐีชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะทำเลที่ดีในจังหวัดภูเก็ตซึ่งถือได้ว่ามีบ้านพักตากอากาศราคาค่อนข้างสูง และได้รับความสนใจที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดบ้านพักตาอากาศเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจซื้อสำหรับกลุ่มนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ณ สิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา มีโครงการบ้านพักตากอากาศเปิดขายในในพื้นที่เกาะภูเก็ตมากถึง 1,100 ยูนิต จากโครงการบ้านพักตากอากาศทั้งหมดถึง 40 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงถึง 27,215 ล้านบาท และพบว่าอุปทานเปิดขายใหม่ของตลาดบ้านพักตากอาศในปีนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านเชิงทะเล เป็นส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 58.40 ทำเลดังกล่าวได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกำลังซื้อชาวรัสเซียเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับพื้นที่จังหวัดภูเก็ตปัจจุบันทำเลหลักของการลงทุนบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณตามแนวชายหาดและในพื้นที่ใกล้แนวชายหาด ซึ่งโครงการบ้านพักตากอากาศส่วนใหญ่มีทำเลที่เปิดขายและได้รับความสนใจส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอถลางมากที่สุด ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ย่านหาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดลายัน เชิงทะเล รองลงมาคือ หาดในทอน บริเวณอ่าวฉลอง หาดราไวย์ หาดกมลา ป่าตอง สำหรับแนวโน้มในอนาคต คาดการณ์ว่าผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงนิยมพัฒนาบ้านพักตากอากาศในช่วงระดับราคา 30,000,000 – 50,000,000 บาท เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ค่อนข้างได้รับความสนใจจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ และส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างจากชายหาดมากขึ้น เพราะต้นทุนราคาที่ดินไม่สูง และมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินริมทะเลเริ่มหายากและมีราคาที่สูงมาก บวกกับการปรับตัวของราคาที่ดินในพื้นที่เกาะภูเก็ตในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่าตลาดบ้านพักตากอากาศในพื้นที่เกาะภูเก็ตจะยังคงได้รับความสนใจจากกำลังซื้อและผู้พัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงมีผู้พัฒนารายใหญ่จากกรุงเทพมหานคร เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่เกาะภูเก็ตทั้งในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านพักตากอากาศอีกเป็นจำนวนมาก และอาจมีผู้พัฒนารายใหม่ให้ความสนใจเข้าลงทุนในจังหวัดภูเก็ตอีกเป็นจำนวนมาก





