ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ชี้แรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มกำลังซื้อแบบ “Real Demand ที่มีคุณภาพ” เผยปัจจุบันผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบนพื้นฐานการอยู่อาศัยได้จริง และให้ความสำคัญกับบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว ทั้งด้านค่าใช้จ่าย ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้บ้านถูกมองเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต ครอบครัว และการทำงานในอนาคต” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า “ทิศทางการตัดสินใจของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในปัจจุบัน สะท้อนการมองที่อยู่อาศัยในฐานะพื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว มากกว่าการพิจารณาเพียงราคา หรือสิทธิประโยชน์ในช่วงเวลาสั้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับบ้านที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตจริง ทั้งด้านการใช้งาน ความคุ้มค่า ค่าใช้จ่ายที่สามารถบริหารจัดการได้ และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ส่งผลให้แนวคิดเรื่องบ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิต และสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ในยุคปัจจุบัน”
ผลสำรวจพบว่า ผู้ซื้อโฟกัส “ต้นทุนตลอดอายุการอยู่อาศัย (Total Cost of Living)” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น ขณะเดียวกันความผันผวนด้านสภาพอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาบ้านที่ช่วยลดการใช้พลังงาน อยู่สบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้าน “พลังงานแพงและความเสี่ยงด้านพลังงาน (Energy Volatility)” ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่าไฟระยะยาวมากกว่าต้นทุนเริ่มต้น และบ้านที่มีประสิทธิภาพพลังงานหรือผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ (Solar Home) กลายเป็นปัจจัยขายสำคัญของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า บ้านประหยัดพลังงานและรักษ์โลกกำลังเปลี่ยนบทบาทจากทางเลือกไปสู่มาตรฐานพื้นฐานของตลาดที่อยู่อาศัยยุคใหม่ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยครบทั้งด้านการบริหารค่าใช้จ่ายพลังงานในระยะยาว การส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และการสอดรับกับทิศทางโลกด้านความยั่งยืน เมื่อผู้บริโภคเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน แนวคิดดังกล่าวจึงกลายเป็นความคาดหวังหลักของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้รับลมและแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม การเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างที่ช่วยลดความร้อน ระบบจัดการพลังงานภายในบ้าน ตลอดจนพื้นที่สีเขียวที่เอื้อต่อสุขภาวะและการใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาว
จากเทรนด์ดังกล่าว ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยยึดแนวคิด “การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” เป็นแกนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบ้าน การเลือกใช้วัสดุ การวางผังโครงการ ไปจนถึงการบริหารจัดการชุมชน เพื่อให้บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นมาตรฐานของทุกโครงการ พร้อมตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงของผู้บริโภคในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มองว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับบทบาทจากการนำเสนอเพียงตัวบ้านไปสู่การส่งมอบคุณค่าในการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการลงทุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการออกแบบที่สอดคล้องแนวคิดความยั่งยืน ควบคู่การสื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์เชิงรูปธรรมเพื่อรองรับความต้องการของผู้ซื้อบ้านกลุ่ม Real Demand รุ่นใหม่ และสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต
“นับจากนี้ไปจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นมาตรฐานหลักของกลุ่ม Real Demand ขณะที่ผู้ประกอบการที่มองภาพระยะยาว พัฒนาโครงการอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับผู้บริโภค จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป