Kave Playground (copy)

‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ประกาศแผนปี 69 รับมือตลาดผันผวน ชูยุทธศาสตร์รุกทั่วไทย จัดตั้งบอร์ดภูมิภาค พร้อมสานวิสัยทัศน์ B-Q-O เร่งตลาดรับสร้างบ้านฟื้นตัว

‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ กางแผนปี 2569 สานต่อวิสัยทัศน์ B-Q-O : Brand Awareness – Quality – Organization เดินหน้าจัดตั้ง ‘บอร์ดภูมิภาค’ (Regional Committee) เป็นครั้งแรก นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ หัวหอกลุยจัดงานแฟร์สัญจร ขยายพื้นที่สร้างการรับรู้มาตรฐานก่อสร้างบ้านถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ เผยสรุปตัวเลขปี 2568 ตลาดบ้านสร้างเอง มีมูลค่า 190,134 ล้านบาท หดตัว 11% ชี้ ‘ต่างจังหวัด’ เติบโตแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่ง 77% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วงมาอยู่ที่ 23% เตรียมชงรัฐอัดยาแรง 3 เรื่อง 1. คนละครึ่งภาคอสังหาฯ 2. ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี ‘อีก 2 ปี’ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และ 3. เตรียมเสนอขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท มั่นใจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เร่งตลาดฟื้นตัว แนะผู้บริโภค ‘สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด’ ก่อนต้นทุนพุ่งรอบใหม่

สถานการณ์ภาพรวมตลาดบ้านสร้างเองปี 2568 คาดการณ์มูลค่ารวมปิดที่ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% ตามภาวะเศรษฐกิจ เผยข้อมูลเชิงลึก “ตลาดต่างจังหวัด” นำโดยภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดถึง 77% เมื่อเทียบกับตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

พร้อมประกาศแผนงานในปี 2569 เน้นกลยุทธ์ตั้งรับที่ดำเนินธุรกิจแบบประคองตัว (Conservative) ท่ามกลางเศรษฐกิจโดยรวมที่ค่อนข้างผันผวน ทั้งนี้ คาดว่าภายหลัง “การเลือกตั้ง” แล้วเสร็จ และดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อย ทางสมาคมฯ เตรียมนำเสนอ 3 มาตรการกระตุ้นตลาดรับสร้างบ้านให้กับคณะรัฐบาลชุดใหม่ได้พิจารณา คือ มาตรการคนละครึ่งภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือ “รัฐช่วยจ่าย” และอีกมาตรการที่นำเสนอให้ต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570 พร้อมทั้งเตรียมเสนอภาครัฐออกมาตรการขยายวงเงินลดหย่อนภาษีปลูกสร้างบ้านจาก 100,000 บาท เพิ่มเป็น 500,000 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ชี้เป็นโอกาสทองของผู้บริโภคตัดสินใจ “สร้างบ้านตอนนี้…คุ้มที่สุด” ก่อนค่าแรงและวัสดุจะปรับขึ้นราคาตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยกลยุทธ์สมาคมฯ ในปี 2569 ว่า สมาคมฯ ยังคงต่อยอดความสำเร็จจากการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้ยุทธศาสตร์ B-Q-O ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและสมาชิกสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ คือการขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 3 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (B-Q-O) ที่ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นตลอดปีที่ผ่านมา

B – Brand Awareness (การสร้างแบรนด์และการรับรู้) โดยสมาคมฯ ได้พลิกโฉมการสื่อสารครั้งใหญ่สู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ พร้อมรุกทุกแพลตฟอร์มด้วย Video Content 10 วินาทีแรก เพื่อการสื่อสารที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Gen) และทำให้เห็นถึงความแตกต่างของการใช้บริการสมาชิกสมาคมฯ เมื่อเทียบกับผู้รับเหมาทั่วไป ทั้งด้านมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ

Q – Quality (การยกระดับคุณภาพ) ที่สมาคมฯ มุ่งเน้นการพัฒนา “คน” ผ่านโมเดล “ทีมฟุตบอล” ทั้งในส่วนของ MD/CEO (Coach) การปรับทัศนคติให้มองธุรกิจระยะยาวและยั่งยืน ทีมขาย (กองหน้า) การพัฒนาสู่การเป็น “ที่ปรึกษาเรื่องบ้าน” ที่รู้ลึก รู้จริง ทีมก่อสร้าง (กองกลาง) การควบคุมคุณภาพหน้างาน (On-site) ให้ได้มาตรฐานวิศวกรรม และสุดท้าย ทีม Back Office (กองหลัง) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการ “ป้องกันการขาดทุน” เน้นการทำ BOQ (Bill of Quantities) ที่แม่นยำ และการควบคุมต้นทุน (Cost Control) เพื่อให้ธุรกิจมีกำไรและมั่นคง

O – Organization (องค์กรแห่งข้อมูลและความน่าเชื่อถือ) โดยสมาคมฯ ยกระดับบทบาทสู่การเป็น Data Center แห่งแรกของวงการ ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำของ “มูลค่าตลาดบ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศ และแยกเป็นรายภูมิภาค เพื่อให้สมาชิกใช้วางแผนกลยุทธ์ และเป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ของประเทศ

นอกจากนี้ ในปี 2569 สมาคมฯ เตรียมจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (Regional Committee) ขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยนำร่องที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานแฟร์สัญจร รวมทั้งการเตรียมจัดงานรับสร้างบ้านในภูมิภาคขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศถึงบริการที่แตกต่าง ทั้งด้านคุณภาพงานก่อสร้าง คุณภาพงานบริการที่ครบวงจรของบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกฯ เพื่อไม่ให้ที่ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านต้องพบกับปัญหาการทิ้งงานของผู้รับเหมาและบริษัทรับสร้างบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยมีการนำ “MR.HO-ME” แมสคอตของสมาคมฯ มาเป็นตัวแทนการสื่อสาร และเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศให้มากขึ้น

ปี 68 ตลาดติดลบ 11% ต่างจังหวัดมาแรงครองส่วนแบ่ง 77%

นายอนันต์กร กล่าวว่า ภาพรวมและทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากข้อมูลสถิติปี 2568 สมาคมฯ คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศ อยู่ที่ประมาณ 190,134 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีมูลค่ารวม 213,360 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักยังคงมาจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

ต่างจังหวัดแรงไม่หยุด กรุงเทพฯ ปริมณฑลชะลอตัว

นายอนันต์กร กล่าวว่า ในปี 2568 โครงสร้างตลาดบ้านสร้างเองมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นหลัก อยู่ในภาวะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ มีสัดส่วนตลาด 18% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนตลาด 17% ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัดที่ทำสร้างยอดสั่งสร้างได้มากที่สุด ได้แก่ 1.กทม. 2.เชียงใหม่ 3.ชลบุรี 4.โคราช 5.สมุทรปราการและปทุมธานี

โดยตลาดบ้านสร้างเองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 43,731 ล้านบาท ปรับตัวลดลงแรงถึง -16% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 52,060 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนตลาดลดลงเหลือเพียง 23%

ขณะที่ ตลาดบ้านสร้างเองต่างจังหวัด มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 146,403 ล้านบาท ปรับตัวลดลง -9% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 161,300 ล้านบาท ทั้งนี้แม้จะหดตัวแต่ยังน้อยกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดรวม 23% ส่วนตลาดต่างจังหวัดขยับขึ้นไปครองแชมป์ที่ 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ

ภาคใต้ – ตะวันออกเฉียงเหนือ มาแรงที่สุด

ทั้งนี้  เมื่อเจาะลึกตลาดบ้านสร้างเองแยกเป็นรายภูมิภาค นายอนันต์กร กล่าวว่า “ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล และยังคงมีฐานความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยวในภาคใต้และหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน”

  • ภาคใต้ มีมูลค่า 34,224 ล้านบาท ครองสัดส่วน 18% ถือเป็นตลาดภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุดในปี 2568
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีมูลค่า 32,323 ล้านบาท ครองสัดส่วน 17%
  • ภาคเหนือ มีมูลค่า 30,421 ล้านบาท ครองสัดส่วน 16%
  • ภาคตะวันออก มีมูลค่า 26,619 ล้านบาท ครองสัดส่วน 14%
  • ภาคตะวันตก มูลค่า 15,211 ล้านบาท ครองสัดส่วน 8%
  • ภาคกลาง มูลค่า 7,605 ล้านบาท ครองสัดส่วน 4%

เตรียมชงรัฐงัด “ยาแรง” ปลดล็อกกำลังซื้อ

นายอนันต์กร กล่าวว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจุดชนวนความเชื่อมั่นและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลับคืนมา นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้เตรียมข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐ 3 มาตรการ เพื่อกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง ปลดล็อกกำลังซื้อ และเป็นการเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเร็วขึ้น

  1. โมเดล “คนละครึ่งภาคอสังหาฯ” เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการ “รัฐช่วยจ่าย” (Co-payment) เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรือ อุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก เพื่อลดภาระคนอยากมีบ้าน
  2. สมาคมฯ ได้ทำจดหมายส่งถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้พิจารณาต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษี “ออกไปอีก 2 ปี” จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570
  3. เตรียมข้อเสนอขยายเพดาน “สร้างบ้านลดหย่อนภาษี” จากผู้ที่ต้องการสร้างบ้านสามารถนำค่าจ้างก่อสร้างบ้านมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาท ในอนาคตทางสมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขยายเพดานลดหย่อนสูงสุดเป็น 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ที่ต้องการการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง

โดยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว นำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในปัจจุบันที่ปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนตัดสินใจสร้างบ้านที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งนำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน

“สมาคมฯ ยังคงมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานคุณภาพ และเดินหน้าสร้างการเติบโตของตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ภายใต้เศรษฐกิจที่รอการฟื้นตัว โดยสมาคมฯ ประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านคุณภาพ ที่ไม่ทิ้งงาน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท” นายอนันต์กร กล่าว 

อ่านเพิ่ม
The Palm (copy)
Sidebar
บทความล่าสุด
ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ BAM จัดพิธีบำเพ็ญกุศล “ในวาระครบรอบ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสวรรคต” อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
ข่าวสาร
‘สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน’ ประกาศแผนปี 69 รับมือตลาดผันผวน ชูยุทธศาสตร์รุกทั่วไทย จัดตั้งบอร์ดภูมิภาค พร้อมสานวิสัยทัศน์ B-Q-O เร่งตลาดรับสร้างบ้านฟื้นตัว
ข่าวสาร
ชื่นมื่น! กองกูณฑ์ อรรถสารประสิทธิ์ หัวเรือใหญ่ “จระเข้” ฉลองวันเกิด 80 ปี พันธมิตร-เพื่อนพี่น้องในวงการร่วมอวยพรอบอุ่น
ข่าวสาร
Dusit Central Park ร่วมสมทบทุน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มอบรายได้ 535,939.31 บาท ภายใต้แคมเปญ “Legacy in Light เมื่อตำนานส่องแสง”
ข่าวสาร
‘ปูนซีเมนต์นครหลวง’ จับมือ ‘กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน’ มอบอินทรีปูนเขียว 20 ตัน ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
รีวิวโครงการ
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ กรุงเทพกรีฑา (The Signature Krungthepkreetha) เปิดตัวบ้านรุ่นใหม่ New Kaiteki Series เพดานสูง 3.2 เมตร ทำเลบ้านหรูใกล้โรงเรียนนานาชาติ Brighton College และ Wellington College
Review
รีวิว ไลฟ์ พหลฯ-ลาดพร้าว (Life Phahon-Ladprao) คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ยูนิตน้อย ทำเล North CBD ห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้าม The Central พหลโยธิน
Review
รีวิว เดอะ ซิกเนเจอร์ สุขุมวิท 77 (The Signature Sukhumvit 77) บ้านหรูระดับ Super Luxury บททำเลอ่อนนุช-ลาดกระบัง
Review
รีวิว เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) คอนโดใหม่ Fully Furnished ติดบดินทรเดชาฯ ส่วนกลางจัดเต็ม 60 รายการ และโซน Pet-Friendly แยกตึก
Review
รีวิว ศุภาลัย เลค วิลล์ จันทบุรี (Supalai Lake Ville Chanthaburi) บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern ใจกลางธรรมชาติริมทะเลสาบกว่า 10 ไร่ พร้อมฟังก์ชันครบครัน รองรับชีวิตระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจันทบุรี
Review
Loading..