ภาคการท่องเที่ยวในปี 68 ยังคงน่าจับตามอง เนื่องจากมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเตรียมกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนช่วงโควิด-19 เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างชาติและภายในประเทศกลับมามีความเชื่อมั่นในการเดินทาง ซึ่งการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวนี้ มีผลโดยตรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาโครงการใหม่ และความต้องการพื้นที่สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

การท่องเที่ยว: ปัจจัยสำคัญในเศรษฐกิจไทย
จากการคาดการณ์ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2025 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้กว่า 3 ล้านล้านบาท โตจากปี 67 ราว 7.5% ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วและน่าจับตามอง ด้วยการที่ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และ สมุย
การเติบโตนี้เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่กระตุ้นความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว ทั้ง โรงแรม ที่พักระยะยาว บ้านพักตากอากาศ และ คอนโดมิเนียม การขยายตัวของตลาดท่องเที่ยวจึงกลายเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว
การท่องเที่ยวหนุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย
หนึ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลบวกจากการเติบโตของการท่องเที่ยวคือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย โดยเฉพาะ คอนโดมิเนียม และ บ้านพักตากอากาศ ที่รองรับทั้งนักท่องเที่ยวระยะสั้นและนักท่องเที่ยวระยะยาว การที่หลายคนเริ่มปรับวิธีการทำงานให้เป็น Remote Work หรือ Workation ทำให้ความต้องการที่พักที่สามารถรองรับการทำงานและการพักผ่อนได้ในเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวและคนทำงานที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่จึงหันมามองพื้นที่พักอาศัยที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลในแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น
ด้วยการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การพัฒนา โครงการบ้านพักตากอากาศ และ โครงการคอนโดมิเนียมใกล้แหล่งท่องเที่ยว มีความน่าสนใจสูง การเลือกทำเลที่เหมาะสมใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความนิยมสูงสามารถสร้างผลตอบแทนจากการเช่าได้เป็นอย่างดี
การท่องเที่ยวหนุนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
อีกหนึ่งส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการท่องเที่ยว คือ อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะพื้นที่ ร้านค้า และ ศูนย์การค้า ที่รองรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเปิดตัว ห้างสรรพสินค้าใหม่ และ คอมเพล็กซ์สำหรับการค้าปลีก ในพื้นที่ท่องเที่ยวจึงถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนควรจับตามอง
การเติบโตของการท่องเที่ยวมีผลให้ความต้องการพื้นที่ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านค้าท้องถิ่น รวมถึง ศูนย์บริการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีการเดินทางท่องเที่ยวสูง ซึ่งจะมีผลดีต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่มุ่งไปในทิศทางนี้
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
การเติบโตของการท่องเที่ยวยังได้รับการสนับสนุนจาก นโยบายภาครัฐ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการปรับปรุง สถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนด้านการสร้าง Smart Tourism ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
การมีนโยบายที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวให้ครบวงจร ทำให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและที่พักในพื้นที่เหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตของการท่องเที่ยวในปี 68 ไม่เพียงแค่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่ยังช่วยสนับสนุนการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านที่พักอาศัย พาณิชยกรรม และโครงการที่รองรับนักท่องเที่ยว การที่การท่องเที่ยวมีบทบาทเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในภาคอสังหาริมทรัพย์ทำให้นักลงทุนสามารถมองเห็นโอกาสในการลงทุนที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว ดังนั้นโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการขยายตัวในพื้นที่ที่มีศักยภาพในอนาคตก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนในยุคนี้