BAM เสนอแนวคิด “The Missing Door” เชื่อมการแก้หนี้กับการคืนโอกาสทางการเงิน ผ่าน 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ปรับโครงสร้างหนี้ ฟื้นฟูวินัยทางการเงิน เตรียมความพร้อมกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อ ไปจนถึงสร้างความมั่นคงในชีวิต พร้อมผลักดันความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ลูกหนี้ที่ฟื้นตัวมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนตามศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีเสวนาระดับนานาชาติ FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้ธีม “Designing Capital for the Future” ในหัวข้อ “Capital for People – ทุนเพื่อผู้คน” โดยเสนอแนวคิด “The Missing Door” หรือประตูแห่งโอกาสที่ยังขาดหาย มุ่งสร้างโอกาสครั้งที่สองให้ผู้ที่เคยประสบปัญหาหนี้เสีย สามารถฟื้นฟูสถานะทางการเงิน กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ (Economic Re-entry) และเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมั่นคง
งานดังกล่าวจัดโดย BRANDi and Companies ร่วมกับ BiOST, Institute of Systematic Transformation เป็นกิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026)

ดร.รักษ์ กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญของระบบการเงินไทยครอบคลุมทั้งการแก้ไขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL และการเปิดทางให้ผู้ที่ผ่านกระบวนการฟื้นฟูหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงินอีกครั้ง แม้ลูกหนี้บางส่วนจะกลับมาชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ประวัติหนี้เสียในอดีตอาจยังเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้ผู้ที่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้และต่อยอดกิจการได้เต็มที่
ภายใต้แนวคิด “The Missing Door” BAM เสนอแนวทางฟื้นฟูชีวิตทางการเงินผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
- Resolve — แก้ไขหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระ
- Rehabilitate — ฟื้นฟูฐานะทางการเงิน สร้างวินัยทางการเงินและฟื้นฟูความสามารถในการหารายได้
- Re-enter — กลับเข้าสู่ระบบการเงิน เตรียมความพร้อมโดยใช้ประวัติการชำระหนี้ที่ดีขึ้นประกอบการพิจารณา
- Rebuild — สร้างความมั่นคงในชีวิต ต่อยอดสู่การมีบ้าน การประกอบอาชีพ และการสร้างฐานะอย่างยั่งยืน

BAM ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หรือ Re-performing Loan (RPL) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนการฟื้นตัวทางการเงิน ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือกับธนาคารและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนากลไกเชื่อมโยงผู้ที่ผ่านการฟื้นฟูหนี้ให้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อ โดยพิจารณาจากความพร้อมและความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง
แนวคิดดังกล่าวเชื่อมโยงกับภารกิจของ BAM ผ่านโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ที่ช่วยให้ลูกหนี้มีทางเลือกในการปรับโครงสร้างหนี้ตามศักยภาพ และโครงการ “ทรัพย์มหาชน” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเอง สะท้อนบทบาทของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ หรือ NPL และทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

“การสร้างโอกาสครั้งที่สองให้ลูกหนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้พ้นจากปัญหาทางการเงิน แต่ยังเป็นการนำศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เคยถูกจำกัดกลับคืนสู่ระบบ เมื่อประชาชนสามารถกลับมาประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว
ดร.รักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้หนี้ควรนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ผู้คนกลับมาตั้งหลักและสร้างอนาคต เพราะความล้มเหลวทางการเงินในอดีตไม่ได้หมายถึงการขาดศักยภาพ BAM จึงมุ่งให้การบริหารหนี้เป็นกลไกคืนโอกาส ช่วยให้ลูกหนี้กลับมายืนได้ด้วยตนเอง และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง











