Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

ภาษีมรดกคืออะไร? เราจำเป็นต้องเสียเมื่อไหร่ และวางแผนอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

Homeday
23 เมษายน 2568
3 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 23/4/2568

ภาษีมรดกคืออะไร? เราจำเป็นต้องเสียเมื่อไหร่ และวางแผนอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
ภาษีมรดกเป็นหนึ่งในภาษีที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนทางการเงินและการส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาท โดยในประเทศไทยได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 กำหนดให้ผู้ที่ได้รับมรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสียภาษีในอัตรา 5% หรือ 10% ตามประเภทของความสัมพันธ์ บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาษีมรดกอย่างละเอียด ทั้งนิยาม ผู้ที่ต้องเสีย ประเภททรัพย์สินที่เข้าข่าย วิธีการคำนวณ และเทคนิคการวางแผนเพื่อประโยชน์สูงสุดของทายาท
Article Image

ภาษีมรดกคืออะไร? และทำไมรัฐถึงต้องจัดเก็บ?

ภาษีมรดก หรือ Inheritance Tax คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากผู้รับมรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นทายาททางสายเลือดหรือบุคคลอื่นที่ได้รับการระบุในพินัยกรรม โดยตามกฎหมายไทยจะเรียกเก็บเฉพาะกรณีที่ได้รับมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป และเป็นการเก็บภาษีจากผู้รับมรดก ไม่ใช่จากกองมรดกหรือเจ้ามรดกผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ มีการออกแบบมาเพื่อกระจายความมั่งคั่งในสังคมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นการสร้างรายได้ให้กับรัฐ
ภาษีมรดกมีหลักการพื้นฐานว่า ผู้ที่ได้รับทรัพย์สินมูลค่าสูงโดยไม่ต้องลงแรงเอง ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศผ่านการจ่ายภาษี ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับระบบภาษีอากรทั่วโลกที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมทางสังคม โดยการจัดเก็บภาษีมรดกในประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558
Article Image

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก? กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร?

การพิจารณาว่าใครต้องเสียภาษีมรดกนั้น มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนตามกฎหมาย โดยครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ดังนี้:

บุคคลธรรมดา

บุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษีมรดกประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก:
1. บุคคลที่มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในหรือนอกประเทศไทย 2. บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยตามกฎหมาย 3. บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและไม่ได้อาศัยในไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
สำหรับกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง จะต้องเสียภาษีมรดกจากทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ส่วนกลุ่มที่สามจะเสียภาษีเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น

นิติบุคคล

นิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีมรดกแบ่งเป็น 2 ประเภท:
1. นิติบุคคลสัญชาติไทย ได้แก่: นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่มีคนไทยถือหุ้นมากกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน นิติบุคคลที่มีคนไทยเป็นผู้บริหารมากกว่าครึ่งหนึ่งของคณะบุคคล 2. นิติบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
สำหรับนิติบุคคลสัญชาติไทย จะต้องเสียภาษีมรดกจากทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ ส่วนนิติบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยจะเสียภาษีเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
Article Image

ทรัพย์สินประเภทใดบ้างที่ต้องเสียภาษีมรดก?

ไม่ใช่ทรัพย์สินทุกประเภทที่ต้องเสียภาษีมรดก กฎหมายได้ระบุประเภทของทรัพย์สินที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมรดกไว้อย่างชัดเจน 5 ประเภท ดังนี้:
1. อสังหาริมทรัพย์ – บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 2. หลักทรัพย์ตามกฎหมาย – หุ้น หุ้นกู้ กองทุนรวม หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ หรือตราสารอนุพันธ์ต่างๆ ที่ออกโดยนิติบุคคลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 3. เงินฝาก – เงินฝากในบัญชีธนาคาร สหกรณ์ หรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ที่เจ้าของมรดกมีสิทธิถอนคืนได้ 4. ยานพาหนะ – รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ เครื่องบิน หรือยานพาหนะอื่นๆ ที่มีการจดทะเบียน 5. ทรัพย์สินทางการเงินอื่นๆ – ตามที่กำหนดเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา
ทั้งนี้ มีทรัพย์สินบางประเภทที่ไม่ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมรดก ได้แก่:
• สิ่งของที่ไม่ระบุชื่อ – ทรัพย์สินที่ไม่มีการขึ้นทะเบียนเพื่อระบุชื่อเจ้าของ เช่น เงินสด ทองคำ เครื่องประดับ เพชรพลอย ของสะสม ภาพวาด วัตถุโบราณ รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา • เงินค่าสินไหมจากประกันชีวิต – เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังจากผู้เอาประกันเสียชีวิตแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นทรัพย์สินมรดก
Article Image

อัตราภาษีมรดกเท่าไหร่? และมีวิธีคำนวณอย่างไร?

อัตราภาษีมรดกในประเทศไทยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของมรดกและผู้รับมรดก โดยมีอัตราที่แตกต่างกันดังนี้:
1. บุพการีหรือผู้สืบสันดาน – เสียภาษีอัตรา 5% ของมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท บุพการี ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก หลาน เหลน 2. บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดาน – เสียภาษีอัตรา 10% ของมูลค่ามรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท เช่น พี่น้อง ญาติห่างๆ เพื่อน หรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับมรดกตามพินัยกรรม

วิธีการคำนวณภาษีมรดก

การคำนวณภาษีมรดกมีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน โดยใช้หลักการพื้นฐานดังนี้:
1. คำนวณมูลค่ารวมของทรัพย์สินมรดกทั้งหมดที่ได้รับ 2. หักภาระหนี้สินที่ตกทอดมาพร้อมกับมรดก 3. หักมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่ต้องเสียภาษี (ถ้ามี) 4. ตรวจสอบว่ามูลค่ามรดกสุทธิเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่ 5. ถ้าเกิน 100 ล้านบาท ให้นำส่วนที่เกินมาคูณด้วยอัตราภาษีตามความสัมพันธ์กับเจ้ามรดก

ตัวอย่างการคำนวณ

กรณีที่ 1: บุตรได้รับมรดกจากบิดามูลค่า 150 ล้านบาท
• มูลค่ามรดกส่วนที่เกิน: 150,000,000 – 100,000,000 = 50,000,000 บาท • อัตราภาษี: 5% (เนื่องจากเป็นผู้สืบสันดาน) • ภาษีที่ต้องชำระ: 50,000,000 × 5% = 2,500,000 บาท
กรณีที่ 2: เพื่อนได้รับมรดกตามพินัยกรรมมูลค่า 200 ล้านบาท
• มูลค่ามรดกส่วนที่เกิน: 200,000,000 – 100,000,000 = 100,000,000 บาท • อัตราภาษี: 10% (เนื่องจากไม่ใช่บุพการีหรือผู้สืบสันดาน) • ภาษีที่ต้องชำระ: 100,000,000 × 10% = 10,000,000 บาท
Article Image

กรณีใดบ้างที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมรดก?

นอกจากเกณฑ์มูลค่ามรดกที่ต้องเกิน 100 ล้านบาทแล้ว กฎหมายยังกำหนดกรณียกเว้นที่ไม่ต้องเสียภาษีมรดก ดังนี้:
1. มรดกที่ส่งมอบก่อนพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ – มรดกที่ผู้เสียชีวิตส่งมอบให้ผู้รับก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 2. มรดกที่ส่งมอบให้คู่สมรสตามกฎหมาย – คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายได้รับการยกเว้นภาษีมรดกทั้งหมด ไม่ว่ามูลค่าจะเท่าใด 3. มรดกที่ส่งมอบเพื่อสาธารณประโยชน์ – เช่น วัด มูลนิธิ สถาบันการศึกษา หรือองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ 4. มรดกที่ส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐ – เช่น ส่วนราชการ องค์การมหาชน หรือรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมาย 5. มรดกที่ส่งมอบให้องค์กรระหว่างประเทศ – ที่มีข้อผูกพันกับประเทศไทย เช่น องค์การสหประชาชาติ หรือสถานทูต

วิธีการยื่นภาษีมรดกและกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ

การยื่นภาษีมรดกมีขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ชัดเจน ซึ่งผู้รับมรดกควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ ดังนี้:

ขั้นตอนการยื่นภาษีมรดก

1. กรอกแบบแสดงรายการภาษีการรับมรดก (ภ.ม.60) ให้ครบถ้วนและถูกต้อง 2. แนบเอกสารประกอบการยื่นแบบ เช่น เอกสารแสดงการเป็นทายาท พินัยกรรม (ถ้ามี) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เป็นต้น 3. ยื่นแบบและชำระภาษีที่กรมสรรพากร

กำหนดเวลาในการยื่นแบบและชำระภาษี

• ผู้รับมรดกต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 150 วัน นับจากวันที่ได้รับมรดก • หากผู้รับมรดกเสียชีวิตก่อนครบกำหนดยื่นแบบ ให้ผู้จัดการมรดกยื่นแบบและชำระภาษีแทนภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ผู้รับมรดกเสียชีวิต • ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น อาจขอขยายเวลายื่นแบบออกไปได้ไม่เกิน 45 วัน

การผ่อนชำระภาษีมรดก

เนื่องจากภาษีมรดกอาจมีจำนวนเงินสูง กฎหมายจึงเปิดโอกาสให้ผู้รับมรดกสามารถผ่อนชำระได้ โดย:
• สามารถยื่นคำร้องขอผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี • หากสามารถชำระภาษีให้หมดภายใน 2 ปี จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ย
Article Image

ผลของการไม่ยื่นหรือหลีกเลี่ยงภาษีมรดก

การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีมรดกมีบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งในรูปแบบของเบี้ยปรับและโทษทางอาญา ดังนี้:

เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

1. กรณียื่นแบบล่าช้า ต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระ ต้องเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนด 2. กรณียื่นแบบไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงความจริง ต้องเสียเบี้ยปรับ 0.5 เท่าของเงินภาษีที่ต้องชำระในส่วนที่ขาดไป

โทษทางอาญา

1. กรณีไม่ยื่นแบบโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท 2. กรณีไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของเจ้าพนักงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. กรณีทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท 4. กรณีจงใจให้ข้อมูลเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Article Image

เทคนิคการวางแผนภาษีมรดกอย่างถูกกฎหมาย

การวางแผนภาษีมรดกอย่างถูกกฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อให้ผู้รับมรดกได้รับประโยชน์สูงสุด โดยมีเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้:

1. การปรับเปลี่ยนรูปแบบทรัพย์สิน

การเปลี่ยนทรัพย์สินให้อยู่ในรูปแบบที่ได้รับการยกเว้นภาษีมรดก เช่น:
• แปลงสินทรัพย์บางส่วนเป็นเงินสด ทองคำ หรือเครื่องประดับมูลค่าสูง • ลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาหรือวัตถุโบราณที่ไม่ต้องจดทะเบียน

2. การทยอยโอนทรัพย์สินขณะยังมีชีวิต

การทยอยโอนทรัพย์สินในรูปแบบของการให้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย:
• โอนทรัพย์สินให้ทายาททางสายเลือดปีละไม่เกิน 20 ล้านบาท • โอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่นปีละไม่เกิน 10 ล้านบาท
การให้แบบนี้จะเสียภาษีการให้ในอัตราที่ต่ำกว่าภาษีมรดก และสามารถกระจายการโอนทรัพย์สินได้ตลอดหลายปี

3. การทำประกันชีวิต

การซื้อประกันชีวิตที่ระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นทายาท เนื่องจาก:
• เงินสินไหมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ถือเป็นมรดกที่ต้องเสียภาษี • ยิ่งจ่ายเบี้ยประกันมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

4. การก่อตั้งองค์กรหรือมูลนิธิ

การก่อตั้งมูลนิธิ สมาคม หรือวิสาหกิจเพื่อชุมชน โดย:
• ระบุวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณประโยชน์ • จดทะเบียนกับกรมสรรพากรเพื่อขอรับการยกเว้นภาษี • กำหนดให้ทายาทมีบทบาทในการบริหารจัดการ

5. การวางแผนส่วนบุคคลอื่นๆ

• พิจารณาจดทะเบียนสมรสหากอยู่กินฉันสามีภรรยา เนื่องจากคู่สมรสตามกฎหมายได้รับการยกเว้นภาษีมรดกทั้งหมด • กระจายการถือครองทรัพย์สินในครอบครัว เพื่อให้แต่ละคนมีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกินเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี • จัดทำพินัยกรรมอย่างรอบคอบและชัดเจน เพื่อกำหนดการกระจายทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สรุป

ภาษีมรดกถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนที่มีทรัพย์สินจำนวนมากควรทำความเข้าใจและวางแผนล่วงหน้า แม้ว่าจะมีการเรียกเก็บเฉพาะมรดกที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท แต่การวางแผนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้ทายาทได้รับประโยชน์สูงสุดและลดภาระภาษีที่ต้องจ่าย
การเข้าใจหลักเกณฑ์ทั้งเรื่องประเภททรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี อัตราภาษี วิธีการคำนวณ กรณียกเว้น และขั้นตอนการยื่นแบบ จะช่วยให้สามารถวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้เทคนิคการวางแผนต่างๆ เช่น การทยอยโอนทรัพย์สิน การทำประกันชีวิต หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบทรัพย์สิน เพื่อบริหารจัดการภาษีอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การวางแผนภาษีมรดกควรดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ส่วนบุคคล เพราะการหลีกเลี่ยงภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่รุนแรงทั้งในรูปแบบของเบี้ยปรับและโทษทางอาญา
#สาระ #การเงิน #ภาษีมรดก #การวางแผนภาษี #ทรัพย์สิน #ภาษีการรับมรดก #กฎหมายภาษี #ทายาท #การวางแผนทางการเงิน #พินัยกรรม #การจัดการมรดก #ภาษีการให้
相关主题:
#ภาษีการรับมรดก
#การจัดการมรดก
#กฎหมายภาษี
#การเงิน
#การวางแผนภาษี
#ภาษีมรดก
#ทายาท
#Mehome
#ทรัพย์สิน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#พินัยกรรม
#การวางแผนทางการเงิน
#ภาษีการให้

免责声明: 本文仅为 Homeday 集团有限公司为 Homeday 网站提供一般信息而编写。本公司对内容不作任何承诺或保证,也不能证明其适用于任何特定目的。在法律允许的范围内,我们将尽最大努力确保本文中出现的信息在准备时是准确、可靠和完整的。此类信息不应立即用于财务、房地产投资或法律决策。读者不应依赖本文中的信息来替代能够分析您的具体事实和情况的受过训练的专业人员的建议。如果您选择将这些信息用于决策,本公司概不负责。

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีคอนโด” เป็นเรื่องที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะการไม่เข้าใจหรือละเลยการชำระภาษีอาจนำมาซึ่งค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและคอนโดอย่างละเอียด พร้อมอัพเดทข้อมูลล่าสุดของปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรรู้ ภาษีที่ดินและคอนโดคืออะไร? ทำไมต้องเสีย? ภาษีที่ดินและคอนโดที่เราพูดถึงกันนั้น คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่จัดเก็บเป็นรายปีตามราคาประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาท้องถิ่นและลดการเก็งกำไรที่ดิน โดยเริ่มมีการบังคับใช้ในปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2563 น่าสนใจว่าในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงถึง 90% เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับลดดังกล่าวและกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการลดหย่อนภาษีในบางกรณีก็ตาม ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีคอนโด? ผู้เช่าต้องจ่ายหรือไม่? ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคอนโด หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะครอบครองเพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่าก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเช่าคอนโดอยู่ จะต้องเสียภาษีคอนโดหรือไม่? คำตอบคือไม่ต้องเสีย เพราะหน้าที่ในการชำระภาษีเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรคำนึงไว้ด้วยว่า หากเจ้าของคอนโดมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าเช่าได้ในอนาคต อัตราภาษีคอนโดปี 2568 เปลี่ยนแปลงอย่างไร? อัตราภาษีคอนโดในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ปี [...]

2 นาที
สินทรัพย์คืออะไร? และทำไมต้องเข้าใจความแตกต่างจากทรัพย์สิน
ทั่วไป

สินทรัพย์คืออะไร? และทำไมต้องเข้าใจความแตกต่างจากทรัพย์สิน

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆ การเข้าใจพื้นฐานด้านการเงินและการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจ คำศัพท์หนึ่งที่มักพบเห็นบ่อยในการศึกษาด้านการเงินคือ “สินทรัพย์” ซึ่งหลายคนยังสับสนกับคำว่า “ทรัพย์สิน” บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภท และความแตกต่างระหว่างสินทรัพย์และทรัพย์สิน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สินทรัพย์คืออะไร และมีองค์ประกอบอะไรบ้าง? สินทรัพย์ (Asset) คือทรัพยากรที่มีมูลค่าที่บุคคลหรือกิจการมีสิทธิในการครอบครองหรือควบคุม และคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต สินทรัพย์เป็นผลจากเหตุการณ์ในอดีตที่ทำให้ได้มาซึ่งสิทธิในการควบคุมทรัพยากรนั้น สินทรัพย์สามารถเป็นได้ทั้งสิ่งที่มีตัวตน เช่น บ้าน ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร รถยนต์ และสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสินทรัพย์หรือไม่ จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการดังนี้ อยู่ในความควบคุมของบุคคลหรือกิจการ – สามารถนำสินทรัพย์นั้นไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ เช่น เจ้าของอาคารพาณิชย์สามารถตัดสินใจใช้อาคารเพื่อทำการค้า ให้เช่า หรือขายทำกำไรได้ตามที่ต้องการ ก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต – มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่นอนว่าจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคต เช่น เครื่องจักรที่สามารถนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อขายได้ หรือลูกหนี้การค้าที่จะได้รับชำระเงินเมื่อครบกำหนด สามารถวัดมูลค่าต้นทุนได้อย่างน่าเชื่อถือ – สามารถประเมินและตรวจสอบมูลค่าได้อย่างชัดเจน เช่น ลูกหนี้การค้าที่มีใบแจ้งหนี้ระบุยอดเงินที่สามารถเรียกเก็บได้ ยกตัวอย่างเช่น การเช่าที่ดินเพื่อทำธุรกิจ [...]

2 นาที
จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568
ทั่วไป

จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วถือเป็นเป้าหมายของคนที่กำลังมีภาระผ่อนบ้าน เพราะนั่นหมายถึงภาระหนี้สินที่ลดลงและการได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเต็มตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น มนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการภาระหนี้สิน บทความนี้จะแนะนำ 6 เทคนิคโปะบ้านที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง หลักการสำคัญในการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว หลักการง่ายๆ ในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วคือการชำระหนี้ให้มากกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด เพื่อให้มีเงินไปหักชำระเงินต้นมากขึ้น ลดจำนวนเงินที่ต้องเสียเป็นดอกเบี้ย โดยเมื่อดอกเบี้ยลดลง ยอดเงินต้นก็จะลดลงเร็วขึ้น ทำให้หมดหนี้ได้เร็วกว่ากำหนด วิธีการโปะบ้านนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและฐานะทางการเงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายเงินเพื่อชำระเกินในแต่ละงวด หรือการชำระเกินด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงปีละครั้ง ก็ล้วนช่วยลดระยะเวลาในการผ่อนบ้านได้ทั้งสิ้น เทคนิคที่ 1: ผ่อนเกินค่างวดทุกๆ งวด การผ่อนชำระเกินกว่าค่างวดที่กำหนดในทุกๆ เดือนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากค่างวดที่เราจ่ายให้ธนาคารในแต่ละเดือนประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย โดยในช่วงแรกของการผ่อน เงินส่วนใหญ่มักจะไปอยู่ที่ดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ดังนั้น หากเราจ่ายเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด จำนวนเงินส่วนที่เกินนั้นจะถูกนำไปตัดเงินต้นโดยตรง ส่งผลให้ฐานในการคิดดอกเบี้ยครั้งต่อไปลดลง ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปลดลงด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณมีค่างวดบ้านเดือนละ 15,000 บาท แต่สามารถจ่ายได้ 17,000 บาททุกเดือน เงินส่วนเกิน 2,000 บาทนั้นจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ยอดหนี้ลดลงเร็วขึ้น และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย เทคนิคที่ 2: ใช้เงินก้อนในการโปะบ้าน การนำเงินก้อนมาโปะบ้านเป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะสามารถลดยอดเงินต้นได้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน [...]

2 นาที
รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลายคนยังสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านดีจริงหรือไม่ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิมไปขอสินเชื่อใหม่กับอีกธนาคารหนึ่งที่ให้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นการโอนภาระหนี้จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิทธิของผู้กู้ที่สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารต้องยินยอมให้ลูกค้าไถ่ถอนจำนองเพื่อไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นได้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน 1. ลดภาระการผ่อนรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดภาระการผ่อนรายเดือนได้ผ่านหลายวิธี เช่น การได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ตัวอย่างเช่น หากมีภาระหนี้เหลือ 2 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6% ต่อปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี จะช่วยลดค่างวดจากประมาณ 14,400 บาท เหลือ 12,100 บาท ประหยัดได้ 2,300 บาทต่อเดือน 2. เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ด้วยการ: ขอวงเงินกู้เพิ่มตามมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น นำวงเงินส่วนต่างไปลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน 3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ให้เหมาะสม การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ใหม่ได้ เช่น: เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราคงที่ ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มหรือลดผู้กู้ร่วม [...]

1 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent