Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ?

Homeday
28 กุมภาพันธ์ 2568
2 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 28/2/2568

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงต้องถ่ายพยาธิสม่ำเสมอ?

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
สัตว์เลี้ยงที่อยู่ร่วมกับเราในบ้านนั้นต้องการการดูแลในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การออกกำลังกาย การทำความสะอาด และที่หลายคนอาจมองข้ามคือ การถ่ายพยาธิ เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสัตวแพทย์จึงแนะนำให้ถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ทั้งที่ดูเหมือนสัตว์เลี้ยงยังแข็งแรงดีอยู่ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจและอธิบายถึงความสำคัญของการถ่ายพยาธิสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของทุกคนควรทราบ
1

พยาธิคืออะไร? ทำไมถึงเป็นภัยเงียบสำหรับสัตว์เลี้ยง

พยาธิ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยงและดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงได้แก่ พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด พยาธิปากขอ และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกันออกไป
พยาธิถือเป็น “ภัยเงียบ” เพราะในระยะแรกของการติดพยาธิ สัตว์เลี้ยงอาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ให้เห็น แต่เมื่อมีปริมาณมากขึ้น จะเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างช้าๆ ทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอ ขาดสารอาหาร และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ในที่สุด
สัตว์เลี้ยงที่เป็นลูกอ่อนมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากการติดพยาธิ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง ส่วนสัตว์เลี้ยงที่โตแล้วแม้จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า แต่ก็ยังสามารถติดพยาธิและแพร่พยาธิสู่สัตว์ตัวอื่นหรือแม้แต่คนในบ้านได้
2

ชนิดของพยาธิที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

พยาธิตัวกลม (Roundworms)

พยาธิตัวกลมเป็นพยาธิที่พบได้บ่อยที่สุดในสุนัขและแมว โดยเฉพาะในลูกสุนัขและลูกแมว พยาธิชนิดนี้มีลักษณะคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้สีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน ยาวประมาณ 3-18 เซนติเมตร อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กของสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงสามารถติดพยาธิตัวกลมได้หลายทาง เช่น:
• ลูกสุนัขและลูกแมวอาจติดพยาธิจากแม่ผ่านทางรกหรือน้ำนม • การกินไข่พยาธิที่ปนเปื้อนในดิน หญ้า หรืออาหาร • การกินสัตว์ที่เป็นพาหะของพยาธิ เช่น หนู นก
อันตรายจากพยาธิตัวกลม:
• ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาเจียน น้ำหนักลด ขนหยาบกร้าน • ในกรณีที่มีพยาธิจำนวนมาก อาจทำให้เกิดการอุดตันลำไส้ • ในลูกสัตว์ อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร การเจริญเติบโตช้า หรือเสียชีวิตได้ • พยาธิตัวกลมบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ทำให้เกิดการอักเสบที่ตาหรืออวัยวะภายใน

พยาธิตัวตืด (Tapeworms)

พยาธิตัวตืดมีลักษณะเป็นแผ่นแบนยาว แบ่งเป็นปล้องๆ คล้ายเทปกาว สัตว์เลี้ยงมักติดพยาธิชนิดนี้จากการกินหมัดที่มีตัวอ่อนของพยาธิ หรือจากการกินสัตว์เล็กๆ เช่น หนู กระต่าย ที่มีพยาธิตัวตืด
เจ้าของอาจสังเกตเห็นปล้องของพยาธิตัวตืดที่มีลักษณะคล้ายเมล็ดแตงหรือเมล็ดข้าวสารสีขาวตามก้นหรือขนบริเวณก้นของสัตว์เลี้ยง
อันตรายจากพยาธิตัวตืด:
• ทำให้เกิดอาการคันบริเวณก้น สัตว์เลี้ยงจะถูไถก้นกับพื้น • สัตว์เลี้ยงอาจมีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือน้ำหนักลด • ในบางกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดการอุดตันลำไส้

พยาธิปากขอ (Hookworms)

พยาธิปากขอเป็นพยาธิขนาดเล็กที่มีฟันแหลมคมที่ปากสำหรับเกาะติดผนังลำไส้และดูดเลือด สัตว์เลี้ยงสามารถติดพยาธิชนิดนี้ได้จากการเดินบนพื้นที่มีตัวอ่อนของพยาธิ หรือจากการกินตัวอ่อนของพยาธิที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
อันตรายจากพยาธิปากขอ:
• ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากพยาธิดูดเลือดจากผนังลำไส้ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการอ่อนเพลีย ซึม น้ำหนักลด • ในลูกสัตว์ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง และอาจเสียชีวิตได้ • พยาธิปากขอสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยตัวอ่อนจะไชเข้าทางผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันและผื่นแดง

พยาธิแส้ม้า (Whipworms)

พยาธิแส้ม้ามีลักษณะคล้ายแส้ โดยมีส่วนหัวเล็กและส่วนท้ายใหญ่ อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงติดพยาธิชนิดนี้จากการกินไข่พยาธิที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
อันตรายจากพยาธิแส้ม้า:
• ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่ ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง มีมูกหรือเลือดปนในอุจจาระ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการน้ำหนักลด ขนหยาบกร้าน • ในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและสารอาหาร

พยาธิหัวใจ (Heartworms)

พยาธิหัวใจเป็นพยาธิที่อันตรายมากที่สุดในบรรดาพยาธิทั้งหมด มีลักษณะเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ อาศัยอยู่ในหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ของปอด พยาธิชนิดนี้แพร่กระจายโดยยุง โดยเมื่อยุงที่มีตัวอ่อนของพยาธิกัดสัตว์เลี้ยง ตัวอ่อนจะไชเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังหัวใจ
อันตรายจากพยาธิหัวใจ:
• ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดในหัวใจและปอด ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ • สัตว์เลี้ยงจะมีอาการไอ หอบ เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง • ในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ • การรักษาพยาธิหัวใจมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง จึงควรเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา
3

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจมีพยาธิ

การสังเกตอาการผิดปกติของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของสามารถพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ได้อย่างทันท่วงที สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงอาจมีพยาธิ มีดังนี้:

อาการทั่วไป

• น้ำหนักลดลงทั้งที่กินอาหารปกติหรือกินมากกว่าปกติ • ท้องป่อง โดยเฉพาะในลูกสัตว์ • ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นมัน • ดูซึม อ่อนเพลีย ไม่มีแรง • อาการเติบโตช้าในลูกสัตว์

อาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

• อาเจียน โดยอาจพบพยาธิในอาเจียน • ท้องเสีย หรืออุจจาระผิดปกติ • มีเลือดหรือมูกปนในอุจจาระ • พบพยาธิหรือปล้องของพยาธิในอุจจาระหรือบริเวณก้น • สัตว์เลี้ยงถูไถก้นกับพื้น แสดงอาการคันบริเวณก้น

อาการที่เกี่ยวกับระบบหายใจ (กรณีพยาธิหัวใจ)

• ไอ โดยเฉพาะหลังออกกำลังกาย • หอบ หายใจลำบาก • เหนื่อยง่าย ไม่อยากออกกำลังกาย • เป็นลม หมดสติ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้ ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมาให้สัตว์เลี้ยงเองโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เนื่องจากยาแต่ละชนิดมีความเฉพาะเจาะจงกับพยาธิแต่ละประเภท และการใช้ยาผิดประเภทอาจไม่ได้ผลหรืออาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงได้
4

เหตุผลสำคัญที่ต้องถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

การถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

1. ป้องกันปัญหาสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

การติดพยาธิในระยะยาวสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างรุนแรง เช่น ภาวะโลหิตจาง การขาดสารอาหาร ปัญหาระบบทางเดินอาหาร หรือแม้แต่ความเสียหายต่ออวัยวะภายใน การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันไม่ให้พยาธิสะสมจนถึงระดับที่ก่อให้เกิดอันตราย

2. ป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิในสิ่งแวดล้อม

สัตว์เลี้ยงที่มีพยาธิจะขับไข่พยาธิออกมากับอุจจาระ ทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน หญ้า ทางเดิน ซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่พยาธิให้กับสัตว์ตัวอื่นหรือแม้แต่คนได้ การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอจะช่วยลดการปนเปื้อนของไข่พยาธิในสิ่งแวดล้อม

3. ป้องกันการติดต่อสู่มนุษย์

พยาธิบางชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง พยาธิเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง เช่น:
• พยาธิตัวกลมของสุนัขและแมว สามารถทำให้เกิดกลุ่มอาการ Larva Migrans ในคน ซึ่งตัวอ่อนของพยาธิจะไชไปตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงตา ทำให้เกิดความเสียหายต่อจอประสาทตาได้ • พยาธิปากขอ สามารถไชผ่านผิวหนังของคนและทำให้เกิดผื่นคัน • พยาธิตัวตืดบางชนิด สามารถทำให้เกิดถุงน้ำในตับหรือสมองของคนได้

4. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิสม่ำเสมอมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการรักษาโรคที่เกิดจากพยาธิ โดยเฉพาะในกรณีของพยาธิหัวใจ ซึ่งการรักษามีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง

5. ยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยง

การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และมีอายุยืนยาวขึ้น
5

วิธีการป้องกันพยาธิในสัตว์เลี้ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการถ่ายพยาธิตามกำหนดแล้ว เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังสามารถช่วยป้องกันการติดพยาธิได้ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้:

1. รักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย

• เก็บอุจจาระของสัตว์เลี้ยงทันทีและทิ้งอย่างถูกวิธี • ทำความสะอาดที่นอน ผ้าปู และของเล่นของสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ • ทำความสะอาดกรงหรือพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

2. ควบคุมแมลงและสัตว์พาหะ

• ป้องกันและกำจัดหมัด เห็บ ซึ่งเป็นพาหะของพยาธิบางชนิด • ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงจับหรือกินสัตว์เล็กๆ เช่น หนู นก กระต่าย • ลดการสัมผัสกับยุง ซึ่งเป็นพาหะของพยาธิหัวใจ โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำถึงเช้ามืด

3. การให้อาหารที่ปลอดภัย

• ให้อาหารสำเร็จรูปคุณภาพดี ไม่ให้อาหารดิบหรืออาหารที่ปรุงไม่สุก • เก็บอาหารของสัตว์เลี้ยงในภาชนะปิดสนิทเพื่อป้องกันแมลงหรือสัตว์อื่น • ล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำของสัตว์เลี้ยงทุกวัน

4. จำกัดการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง

• หลีกเลี่ยงการพาสัตว์เลี้ยงไปในพื้นที่ที่มีสัตว์จรจัดหรือสัตว์ป่าจำนวนมาก • ระมัดระวังเป็นพิเศษในสวนสาธารณะหรือพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มาใช้บริการบ่อย • ดูแลไม่ให้สัตว์เลี้ยงขุดดินหรือกินดิน ซึ่งอาจมีไข่พยาธิปนเปื้อน

5. การตรวจสุขภาพประจำปี

• พาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง • ตรวจอุจจาระเพื่อหาพยาธิเป็นประจำ โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่มีความเสี่ยงสูง • ปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับแผนการป้องกันพยาธิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

สรุป

การถ่ายพยาธิให้สัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวของสัตว์เลี้ยงและความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว
การติดพยาธิสามารถส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อย เช่น ขนไม่สวย ท้องเสีย ไปจนถึงปัญหาร้ายแรง เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะขาดสารอาหาร หรือแม้แต่เสียชีวิตในกรณีรุนแรง
นอกจากนี้ การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิสม่ำเสมอยังมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการรักษาโรคที่เกิดจากพยาธิ โดยเฉพาะในกรณีของพยาธิหัวใจ ซึ่งการรักษามีค่าใช้จ่ายสูงและมีความเสี่ยง
การถ่ายพยาธิสม่ำเสมอเปรียบเสมือนการซื้อประกันสุขภาพให้กับสัตว์เลี้ยง เป็นการลงทุนเล็กๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และอยู่กับเราไปได้อีกนาน
การดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดจากพยาธิเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบพื้นฐานของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี แต่ยังเป็นการปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวและชุมชนด้วย
อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการถ่ายพยาธิที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง สภาพแวดล้อม และการดำเนินชีวิตของสัตว์เลี้ยง เพื่อให้การป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
#สัตว์เลี้ยง #สาระ #ถ่ายพยาธิ #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #พยาธิ #สุนัข #แมว #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์
相关主题:
#สัตว์เลี้ยง
#ถ่ายพยาธิ
#พยาธิ
#สัตวแพทย์
#แมว
#สุขภาพสัตว์เลี้ยง
#การดูแลสัตว์เลี้ยง
#สุนัข
#สาระ

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?
ทั่วไป

ทำไมต้องพาสัตว์เลี้ยงตรวจสุขภาพประจำปี?

สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความรักและความอบอุ่นให้กับทุกบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ คือ พวกเขาไม่สามารถบอกเราได้อย่างชัดเจนว่ากำลังเจ็บป่วยหรือไม่สบาย เมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นมักหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี ประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะได้รับ และแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสอันดีที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสัตว์เลี้ยงมักซ่อนอาการเจ็บป่วยตามสัญชาตญาณ โดยเฉพาะแมวที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน โรคหลายชนิด เช่น โรคไตในแมว โรคเบาหวานในสุนัข หรือโรคมะเร็ง หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาหรือควบคุมได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวอีกด้วย การตรวจเลือดประจำปีสามารถเผยให้เห็นความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ให้เห็นภายนอก การป้องกันดีกว่าการรักษา แนวคิด “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ใช้ได้ดีกับสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับมนุษย์ การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้วัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกาย โรคหลายชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เช่น โรคฟันผุและเหงือกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี โรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคสามารถควบคุมได้ด้วยอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นโอกาสให้สัตวแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการดูแลสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุที่เปลี่ยนไป เช่น ลูกสุนัขและลูกแมวต้องการวัคซีนและการดูแลที่แตกต่างจากสุนัขและแมวสูงอายุ การติดตามพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ [...]

2 นาที
การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
ทั่วไป

การถ่ายพยาธิสำคัญอย่างไร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

การถ่ายพยาธิเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การให้ยาถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเรา และยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิสู่คนในครอบครัวอีกด้วย พยาธิคืออะไร และอันตรายแค่ไหน? พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิที่พบบ่อยในสุนัขและแมวมีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกัน พยาธิสามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ มากมาย เช่น: น้ำหนักลด แม้จะกินอาหารปกติ ท้องป่อง ท้องพอง อาเจียน ท้องเสีย ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นเงางาม อ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร ในกรณีรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทำไมต้องถ่ายพยาธิตามกำหนด? การถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ: ป้องกันการสะสมของพยาธิในร่างกาย พยาธิสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในร่างกายสัตว์เลี้ยง การถ่ายพยาธิตามกำหนดจะช่วยควบคุมจำนวนไม่ให้มากเกินไปจนเป็นอันตราย ลดความเสี่ยงการติดต่อสู่คน พยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิตามกำหนดมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยจากพยาธิ ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน? ความถี่ในการถ่ายพยาธิขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง: ลูกสุนัขและลูกแมว (อายุ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน) เริ่มถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่ออายุ 2 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 [...]

1 นาที
วัคซีนจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง เว้นระยะห่างเท่าไหร่?
ทั่วไป

วัคซีนจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง เว้นระยะห่างเท่าไหร่?

การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต บทความนี้จะแนะนำวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัขและแมว พร้อมคำแนะนำเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีด ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยง วัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ โดยการฉีดเชื้อโรคที่ถูกทำให้อ่อนแรงลงหรือตายแล้วเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่ต้องป่วยจริง การฉีดวัคซีนจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง สัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงสูงที่จะติดโรคร้ายแรง ซึ่งบางโรคสามารถติดต่อถึงคนได้ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้การฉีดวัคซีนยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มสัตว์เลี้ยง วัคซีนที่จำเป็นสำหรับสุนัข วัคซีนพื้นฐานที่สุนัขทุกตัวต้องได้รับ วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำหลังฉีดเข็มแรก 1 ปี หลังจากนั้นฉีดทุก 1-3 ปีตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ วัคซีนรวม (DHPP) ป้องกันโรคไข้หัดสุนัข พาร์โวไวรัส ตับอักเสบติดต่อ และไข้หวัดสุนัข เริ่มฉีดเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ฉีดกระตุ้นทุก 3-4 สัปดาห์จนอายุ 16 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 1 ปี และทุก 3 ปีหลังจากนั้น วัคซีนเสริมตามความเสี่ยง วัคซีนโรคเลปโตสไปโรซิส แนะนำสำหรับสุนัขที่อาศัยในพื้นที่ชื้นแฉะ ฉีดครั้งแรก 2 เข็มห่างกัน 2-4 [...]

1 นาที
ผักผลไม้อะไรที่สัตว์เลี้ยงกินได้และกินไม่ได้?
ทั่วไป

ผักผลไม้อะไรที่สัตว์เลี้ยงกินได้และกินไม่ได้?

การเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำผักและผลไม้ที่ปลอดภัยและอันตรายสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทำไมต้องให้ผักผลไม้กับสัตว์เลี้ยง? ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง แม้ว่าสุนัขและแมวจะเป็นสัตว์กินเนื้อเป็นหลัก แต่การเสริมผักและผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหาร และสุขภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม การให้ในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารได้ ผักที่สัตว์เลี้ยงกินได้อย่างปลอดภัย แครอท แครอทอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนัง สามารถให้ทั้งดิบและต้มสุก แต่ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อป้องกันการสำลัก ถั่วแขก เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่ดี อุดมด้วยใยอาหารและวิตามินซี ควรต้มให้สุกก่อนให้สัตว์เลี้ยงกิน ฟักทอง มีเส้นใยสูง ช่วยระบบย่อยอาหาร อุดมด้วยวิตามินเอและซี ควรต้มให้สุกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ บรอกโคลี มีวิตามินซีและแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ควรต้มให้สุกพอดีไม่เละเกินไป ผลไม้ที่สัตว์เลี้ยงกินได้อย่างปลอดภัย แอปเปิ้ล อุดมด้วยวิตามินเอและซี แต่ต้องแกะเมล็ดออกเพราะมีสารไซยาไนด์ที่เป็นพิษ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กล้วย มีโพแทสเซียมสูง ช่วยระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพลังงานเสริม แตงโม มีน้ำและวิตามินสูง ช่วยเพิ่มความสดชื่นในหน้าร้อน แต่ควรแกะเมล็ดออกและให้ในปริมาณพอเหมาะ ผักที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง หัวหอมและกระเทียม มีสารประกอบซัลเฟอร์ที่ทำลายเม็ดเลือดแดง อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เป็นอันตรายทั้งดิบและสุก มันฝรั่งดิบ มีสารโซลานิน เป็นพิษต่อระบบประสาท ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด [...]

1 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent