กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับล้างแอร์ จำนวน 4 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
การดูแลแอร์เบื้องต้นตามเงื่อนไขที่ประกาศ คือควรเช็กให้ไวและล้างให้บ่อย เพื่อช่วยให้บ้านเย็นโดยไม่เปลือง การดูแลอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นแนวทางสำคัญที่ควรใส่ใจเมื่อใช้งานแอร์ในบ้าน
ในบ้านของเรา เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานหนักและถูกละเลยมากที่สุดคือ “เครื่องปรับอากาศ” และ “พัดลมดูดอากาศ” เพราะเราใช้งานทุกวัน แต่กลับไม่ค่อยนึกถึงการดูแลจนกว่าจะ “เสีย” หรือ “มีกลิ่นแปลก ๆ” ทำไมการล้างแอร์จึงสำคัญ? แอร์ที่ไม่ได้ล้างนาน จะมีฝุ่นสะสมที่แผงคอยล์และแผ่นกรอง ทำให้ระบบทำความเย็นทำงานหนักขึ้น เย็นช้าลง และที่สำคัญคือ “กินไฟมากขึ้น” แถมยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียที่ปลิวมากับลมเย็นโดยที่เรามองไม่เห็น ล้างแอร์บ่อยแค่ไหนดี? เปิดแอร์ทุกวัน (กลางคืน): ล้างทุก 6 เดือน เปิดแอร์ทั้งวันทุกวัน: ล้างทุก 3-4 เดือน เปิดนาน ๆ ครั้ง: ปีละครั้งพอได้ แต่ถ้ามีเด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นภูมิแพ้ในบ้าน ควรล้างถี่ขึ้น วิธีสังเกตว่าแอร์ควรล้างแล้ว แอร์เย็นช้ากว่าปกติ มีกลิ่นอับหรือกลิ่นฝุ่น มีน้ำหยดจากตัวเครื่อง เสียงเครื่องดังผิดปกติ แล้วพัดลมดูดอากาศล่ะ? พัดลมดูดอากาศมักอยู่ในห้องน้ำ ห้องครัว ซึ่งมีทั้ง “ความชื้น” และ “คราบมัน” หากไม่ดูแลจะอุดตันเร็ว มีกลิ่นอับ และดูดอากาศไม่ได้จริง วิธีดูแลพัดลมดูดอากาศ ถอดหน้ากากออกมาล้างคราบมันและฝุ่น เช็ดใบพัดด้วยแปรงหรือผ้าแห้ง [...]
เมื่ออากาศร้อนจัดของเมืองไทยทำให้การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งจำเป็น แต่หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาแอร์ไม่เย็นทั้งที่เพิ่งซื้อมาใหม่หรือใช้งานมาระยะหนึ่ง ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความอึดอัดในการอยู่อาศัย แต่ยังอาจส่งผลให้สิ้นเปลืองค่าไฟโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาสาเหตุของการเกิดปัญหาแอร์ไม่เย็นและวิธีแก้ไขที่ทำได้ด้วยตัวเองหรือเมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่างมืออาชีพมาช่วย 7 สาเหตุหลักที่ทำให้แอร์ไม่เย็น ที่คุณควรตรวจสอบก่อนเรียกช่าง 1. การละเลยการล้างทำความสะอาดแอร์ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน เมื่อเครื่องปรับอากาศทำงานมันจะดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมในระบบ ทำให้เกิดการอุดตันที่คอยล์เย็นและคอยล์ร้อน ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนความร้อนไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากทำให้แอร์ไม่เย็นแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ 2. การเลือกขนาด BTU ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่มี BTU (British Thermal Unit) ไม่เหมาะสมกับขนาดห้องเป็นอีกสาเหตุสำคัญ หากเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU น้อยเกินไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาแต่ไม่สามารถทำความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน หากเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU มากเกินไป แอร์จะทำความเย็นเร็วแต่จะปิดการทำงานเร็วเกินไป ทำให้ความชื้นในห้องไม่ถูกกำจัดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ห้องเย็นไม่สบาย 3. น้ำยาแอร์น้อยหรือรั่วไหล น้ำยาแอร์เป็นตัวกลางสำคัญในการแลกเปลี่ยนความร้อน เมื่อน้ำยาแอร์น้อยลงหรือหมดไป ประสิทธิภาพในการทำความเย็นก็จะลดลงตามไปด้วย สังเกตได้จากลมที่ออกมาจากแอร์จะไม่เย็นหรือเย็นเพียงเล็กน้อย สาเหตุที่ทำให้น้ำยาแอร์ลดลงอาจเกิดจากการรั่วของท่อทองแดง การเชื่อมต่อที่ไม่แน่นหนา หรือการใช้งานมาเป็นเวลานานทำให้น้ำยาแอร์ค่อยๆ ระเหยออกไป 4. แผ่นกรองอากาศสกปรกและอุดตัน แผ่นกรองอากาศที่สกปรกและอุดตันเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและแก้ไขได้ง่ายที่สุด แผ่นกรองที่อุดตันจะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ ทำให้อากาศเย็นไม่สามารถกระจายออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำให้คอยล์เย็นทำงานหนักขึ้นและอาจเกิดน้ำแข็งเกาะที่คอยล์ได้ ซึ่งจะยิ่งลดประสิทธิภาพการทำความเย็นมากขึ้นไปอีก [...]
ปัจจุบันมลภาวะทางอากาศในประเทศไทย ยังคงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ตาม ซึ่งเป็นเหตุทำให้แอร์ในบ้านสกปรก ซึ่งแน่นอนว่