Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

เทคนิคเตรียมตัว ตรวจรับคอนโดก่อนโอน

Homeday
13 สิงหาคม 2564
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 13/8/2564

เทคนิคเตรียมตัว ตรวจรับคอนโดก่อนโอน

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
Homeday
Article Image
เมื่อเราได้ตัดสินใจเลือกคอนโดจากโครงการที่ถูกใจแล้ว และสินเชื่อก็อนุมัติผ่าน ขั้นตอนต่อไปก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ก็คือ การตรวจรับห้อง ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เราจะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องการตรวจรับห้องก่อนที่จะโอน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งหากพบจุดผิดพลาดจะได้ให้ทางโครงการแก้ไขให้เรียบร้อย วันนี้แอดมิน จึงอยากมาแนะนำเทคนิคการตรวจรับห้อง ให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

1. ตลับเมตร 2. กล้องถ่ายรูป อาจจะใช้กล้องมือถือถ่ายได้ 3. Post it เวลาเจอจุดที่ผิดพลาดให้แปะไว้ตรงจุดนั้น 4. เหรียญ 5 หรือเหรียญ 10 พกติดกระเป๋าไว้ด้วยสำหรับเคาะกระเบื้อง 5. สายชาร์จโทรศัพท์สำหรับลองปลั๊กไฟ หรือตัววัดแรงดันไฟก็ได้ ถ้ามี 6. ลูกแก้ว หรือลูกปิงปอง ถังน้ำ เพื่อเช็คสโลปของพื้น

การตรวจเช็คตามจุดต่างๆ

ผนัง
• ต้องไม่มีจุดแตกร้าว ผิวผนังต้องเรียบ โดยเราสามารถเอามือลูบไล่ไปตามผนังได้ • หากผนังติดวอลล์เปเปอร์ วอลล์เปเปอร์ต้องเรียบ ไม่นูน และไม่มีสูญญากาศอยู่ข้างในให้เราเห็น • หากผนังปูกระเบื้อง กระเบื้องต้องไม่กลวงอยู่ด้านใน ต้องปูเต็มแผ่น โดยเราจะใช้เหรียญที่เราเตรียมมาเคาะที่กระเบื้อง เพื่อฟังเสียงความแข็งของปูนที่อยู่หลังกระเบื้อง เมื่อเราลองฟังดูเราก็จะรู้ได้ทันทีว่ากระเบื้องกลวง หรือแน่นเต็มแผ่น
เพดานฝ้า
• เราควรตรวจสอบความสูงจากพื้นถึงเพดานว่าสูงตรงกับโครงการระบุในสัญญาหรือไม่ โดยเราจะใช้ตลับเมตรในการวัด ดึงสายตลับเมตรขึ้นให้สูงถึงเพดาน นอกจากนั้นระดับฝ้าเพดาน ต้องระนาบเสมอกัน ไม่มีรอยแตกร้าว ไม่มีสีด่างให้มองเห็นชัด และไม่มีคราบน้ำจากการรั่วซึมของฝ้า
เช็คงานพื้น
• หากเป็นไม้เทียม พื้นลามิเนต ควรดูเรื่องของรอยต่อระหว่างแผ่นว่าต่อกันสนิทหรือไม่ ให้เราใส่ถุงเท้าลองลากเท้าไปตามพื้นได้เลยเราก็จะรู้สึกได้ถ้าเกิดเจอกับรอยต่อที่ปูไม่สนิท จากนั้นลองทิ้งน้ำหนักตัวลงไป พื้นต้องไม่ควรยวบลงไปเกิน 3 มิลลิเมตร และต้องไม่มีเสียงดัง หากเจอจุดไหนพลาดให้แปะ Post it ไว้ได้เลยกันลืม ถ้าพื้นที่เป็นกระเบื้องก็ให้เช็ครอยต่อ การเก็บยาแนว รวมไปถึงการเช็คว่าปูเต็มแผ่นหรือเปล่า ต่อมาให้ดูบัวเชิงผนัง ว่ามีความต่อเนื่องกันไหม รอยต่อตรงบริเวณมุมต้องไม่เผยอออกมา และเส้นบัวต้องไม่เป็นคลื่น
หน้าต่าง และประตู
• สีที่ทาต้องเรียบร้อย ไม่มีรอยถลอก • วงกบ และบานประตู สันต้องไม่บิ่น เข้าฉากกันสนิท • รอยต่อของไม้ ที่ถูกใช้ตามวงกบ ต้องเรียบร้อย • ประตูบานเลื่อนให้ลองเลื่อนดู จะต้องไม่มีเสียงดัง และไม่มีการแกว่งที่ดูเหมือนไม่แข็งแรง • บานพับประตูให้ดูว่าเฉียงตกร่อง ตกขอบหรือไม่ • มือจับ ตัวล็อก ลูกบิด อุปกรณ์กันกระแทกต่างๆ ให้ดูว่าการใช้งานสมบูรณ์หรือไม่
ห้องน้ำ
เป็นจุดที่มีความอ่อนไหวมากที่สุด เพราะความชื้น และเชื้อราที่อาจเกิดขึ้น เราจึงต้องเช็คความเรียบร้อยให้ดีตั้งแต่ครั้งแรก
• กระเบื้องผนังที่ปูในห้องน้ำให้เช็คว่ากลวงหรือไม่ ให้ใช้เหรียญไล่เคาะตามมุมของกระเบื้อง หากกระเบื้องกลวงจะส่งผลถึงการหลุดร่อนในอนาคตได้ • ในพื้นที่อาบน้ำให้ตรวจสอบสโลปทิศทางไหลของน้ำ โดยใช้ลูกแก้ว หรือลูกปิงปองที่เตรียมมา และดูการกลิ้งว่ากลิ้งไปในจุดที่ระบายน้ำหรือเปล่า • ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้งาน ฝักบัว ก็อกน้ำทุกจุด สายฉีดชำระ โถสุขภัณฑ์ ให้ลองเปิดใช้งานดูว่าใช้งานได้หรือไม่ น้ำไหลแรงไหม • บานเลื่อนของห้องน้ำให้เช็คว่าเลื่อนสะดวกหรือไม่ สามารถล็อคได้แน่นหรือไม่ ขอบกระจกกั้นรอยต่อ ต้องตรงกันพอดี • รอยต่อของชักโครก แน่นหนาหรือไม่ เพื่อไม่ให้มีกลิ่นดันมาจากท่อข้างล่าง • ฝ้าเพดานในห้องน้ำ ต้องไม่มีคราบการรั่วซึม หรือรอยเปื้อนต่างๆ • ทดสอบพัดลมดูดอากาศว่าใช้งานได้หรือไม่ • เช็คเครื่องทำน้ำอุ่นว่าติดตั้งสายดินหรือไม่
ระเบียง
• เช็คสโลปพื้นระเบียง เพื่อไม่ให้เกิดน้ำขัง ถ้าไม่มีก็อกเราอาจต้องเตรียมถังน้ำใส่น้ำให้เต็ม และลองราดน้ำดูว่าพื้นสโลปหรือไม่ • การปูกระเบื้อง ให้ดูรอยต่อ ยาแนว ว่าเรียบร้อยหรือไม่ • Floor drain สามารถระบายน้ำได้ดี และรวดเร็วหรือไม่ บางกรณีอาจจะมีเศษปูนเศษขยะตกค้างอยู่ จึงทำให้น้ำไหลลงไปได้ไม่ดี เมื่อเราเช็คแล้วก็สามารถแจ้งให้ทางโครงการแก้ไขได้
ระบบไฟฟ้า
• เปิดดูสวิทช์ไฟทุกจุด ว่าใช้งานได้หรือไม่ ลองสับคัทเอาท์ลงดูได้ • เช็คปลั๊กไฟ ให้ลองนำสายชาร์จที่เราเตรียมมา เสียบดูทุกจุดเพื่อดูว่าใช้ได้หรือไม่ ถ้าใครมีตัววัดแรงดันไฟก็นำใช้ได้ • แอร์ ให้ลองเปิดดูว่าเย็นปกติหรือไม่ มีเสียงดังเกินไปหรือเปล่า และการระบายน้ำออกของแอร์
ระบบน้ำ
• อ่างล้างจาน อ่างล้างมือ ให้เปิดน้ำจนเต็มอ่าง และปิดน้ำปล่อยน้ำทิ้ง แล้วไปตรวจดูที่ท่อใต้อ่าง เพื่อดูว่ามีการรั่วซึมหรือไม่
เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน
• โครงการมักจะแถมมาให้อยู่แล้ว เราลองเปิดเช็คดูว่าสามารถใช้งานเบื้องต้นได้หรือไม่ เช็คพัดลมดูดอากาศ พัดลมดูดควันในห้องว่าใช้งานได้ดี หรือมีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ครัวให้ลองใช้มือลูบดูว่ารอยต่อเรียบสนิทกันหรือเปล่า ลูบแล้วจะต้องไม่สะดุด และไม่เจอความแหลมคม
และทั้งหมดนี้ คือ วิธีการตรวจเช็คห้องก่อนเตรียมรับโอน เราจะต้องตรวจเช็ค และต้องเป็นไปตามสัญญาที่ทางโครงการได้แจ้งกับเราก่อนหน้านั้น เพราะจะต้องอาศัยอยู่ในระยะเวลาที่ยาวนาน ดังนั้นเราควรจะต้องตรวจเช็คให้ละเอียดถี่ถ้วน ก่อนเซ็นต์รับโอนห้องค่ะ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การเงิน
#ตรวจรับคอนโดครั้งแรก

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เขตบางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการเดินทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยประมาณ 2,062 ยูนิต นำเสนอรูปแบบห้องพักแบบ Studio และ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 24.00 - 28.50 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งสัดส่วนชัดเจน พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการมีความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง สามารถเข้า-ออกได้สะดวกสบายจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เชื่อมต่อถนนพระราม 2, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว สภาพแวดล้อมโดยรอบรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส พระราม 2 และโฮมโปร พระราม 2 รวมถึงใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด และโรงพยาบาลพระราม 2 ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), ห้องซาวน่า, สวนสาธารณะส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ รวมถึงโซนพลาซ่าร้านค้าภายในโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารแบบ Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

เริ่ม 1,160,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
เช่าบ้าน หรือ ซื้อบ้านดีกว่ากัน?
ทั่วไป

เช่าบ้าน หรือ ซื้อบ้านดีกว่ากัน?

@homeday.co.th 'เช่าบ้าน' หรือ 'ซื้อบ้าน' ดีกว่ากัน? 🏘️🤔 #ซื้อบ้าน #เช่าบ้าน #ซื้อบ้านมือสอง #ซื้อบ้านครั้งแรก #บ้านเช่า #อยากมีบ้าน

2 นาที
การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
ทั่วไป

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม

การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

2 นาที
แนะนำอาชีพเสริม ซื้อบ้านในฝันได้ ไม่ไกลเกินเอื้อม
ทั่วไป

แนะนำอาชีพเสริม ซื้อบ้านในฝันได้ ไม่ไกลเกินเอื้อม

การซื้อบ้านของตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงาน น่าจะเป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายๆ คน เพราะนอกจากบ้าน จะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนควรจะมีแล้ว ก็ยังเป็

1 นาที
การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ทั่วไป

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก? การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก? การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้ 1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย: โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent