Loading...
Loading...
รวมบทความเกี่ยวกับผลไม้ไทย จำนวน 6 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
ท็อปส์ เผยครึ่งปีแรก 2569 รับซื้อผลไม้จากเกษตรกรและแหล่งผลิตทั่วประเทศแล้วกว่า 5,000 ตัน ผนึกกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทยครึ่งปีหลัง ผ่านแคมเปญ “ไทยช่วยไทยพลัส : อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” ภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits 2026” ตั้งเป้ารับซื้อผลไม้ไทยทั่วประเทศตลอดปี 2569 รวม 11,000 ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีก่อน
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดกิจกรรม Meet & Greet แบบ Exclusive ให้ผู้โชคดีที่ซื้อผลไม้ไทยในงาน “Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026” กับคู่ศิลปิน “แม้ก-ณฐ” และ “ติวเตอร์-ยิม” ที่โลตัส สาขาพระราม 4 และแม็คโคร สาขาสาทร พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับคนรักผลไม้ถึง 30 กันยายน 2569
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสยามพารากอน จัดงาน “Premium Durian Fest 2026” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 3–7 กันยายน 2569 ณ ลานพาร์ค พารากอน ชูไฮไลต์ทุเรียนคุณภาพลูกละ 100 บาท จำกัดวันละ 1,000 ลูก และบุฟเฟต์ทุเรียน 699 บาท หวังเร่งระบายผลผลิตช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]
การปลูกทุเรียนในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ การเข้าใจวิธีการปลูกทุเรียนที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุเรียนมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ทุเรียนคืออะไรและมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างไร ทุเรียนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Durio zibethinus Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ชบา (Malvaceae) โดยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะสุมาตรา ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและหนามแข็งรอบตัว รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ลำต้นของทุเรียนเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงตั้งแต่ 25-50 เมตร มีอายุมากกว่า 80 ปี เปลือกมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ เป็นสะเก็ด ไม่มียาง เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน ส่วนกิ่งแตกเป็นมุมแหลมและยาว สามารถเป็นทรงพุ่มได้ 3 ทรง คือ ทรงพุ่มสี่เหลี่ยม ทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานกว้าง และทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานแคบ ใบทุเรียนจะขึ้นสลับตรงข้ามกระจายอยู่ทั่วกิ่ง มีลักษณะหนาแข็งและมีขอบเรียบ โดยในส่วนด้านบนของใบจะเป็นสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาล รูปทรงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์1 ดอกทุเรียนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปทรงคล้ายระฆัง ออกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีประมาณ 5-30 ดอก โดยจะแทงออกตามตาของกิ่ง มีกลีบเลี้ยง กลีบรอง และกลีบดอก สายพันธุ์ทุเรียนไหนเหมาะสมกับการปลูกเชิงพาณิชย์ สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกบ [...]
มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]