Loading...
Loading...
รวมบทความเกี่ยวกับเกษตรยั่งยืน จำนวน 6 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
วว. ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการเพาะเห็ดตระกูลนางรมด้วยวัสดุฟางข้าว ช่วยเพิ่มผลผลิตได้ถึง 4 เท่า ลดการเผาฟาง ลดหมอกควัน เสริมรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน
วว. คว้ารางวัล Thailand Sustainability Initiative of the Year – Agriculture ในงาน GovMedia Conference and Awards 2026 จากโครงการจัดการ PM2.5 ภาคเหนือ ใช้นวัตกรรมเปลี่ยนการใช้ที่ดิน ลดปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน
การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]
การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]
การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผู้คนต้องการผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และปลอดภัยต่อครอบครัว การสร้างแปลงผักและผลิตปุ๋ยหมักใช้เองจึงเป็นทักษะที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักและปุ๋ย แต่ยังเป็นการลดขยะในครัวเรือนและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทำไมควรสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้าน การสร้างแปลงผักสวนครัวที่บ้านให้ประโยชน์หลายประการที่สำคัญ ประการแรกคือความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่รับประทาน เมื่อเราปลูกผักเองจะสามารถควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี หรือการหลีกเลี่ยงสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประการที่สองคือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาดได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียวที่มีราคาแพงและเสื่อมเสียง่าย การปลูกผักสวนครัวยังมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากช่วยลดการใช้พลาสติกบรรจุภัณฑ์จากการซื้อผักจากตลาด และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งผัก นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและสร้างความสุขให้กับผู้ปลูก การได้เห็นผักที่ปลูกเองเติบโตและเก็บเกี่ยวมากินเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน แปลงผักไม้ไผ่เหมาะสำหรับมือใหม่หรือไม่ แปลงผักจากไม้ไผ่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก เนื่องจากมีความง่ายในการทำและต้นทุนต่ำ ไม้ไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศไทย มีราคาไม่แพง และสามารถย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน ขั้นตอนการทำแปลงผักด้วยไม้ไผ่เริ่มต้นจากการกำจัดวัชพืชออกให้เกลี้ยงและปรับระดับดินให้เท่ากัน จากนั้นใช้จอบพรวนดินขึ้นมาเป็นแปลง1 การปักไม้ไผ่ล้อมรอบแปลงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกำหนดขอบเขตและป้องกันดินไหลออก หากมีไม้ไผ่ลำยาวจะทำได้ง่ายมาก แต่ถ้ามีแต่ไม้ไผ่สั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ค่อยๆ ทำไปทีละส่วน หลังจากนั้นใส่ดินและมูลวัวหรือมูลควายลงไปให้ทั่ว เท่านี้ก็พร้อมสำหรับหว่านเมล็ดผักลงปลูกแล้ว ข้อดีของแปลงไม้ไผ่คือสามารถทำเสร็จได้ในเวลาไม่นาน และหากต้องการขยายแปลงหรือเปลี่ยนตำแหน่งก็สามารถทำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม แปลงไม้ไผ่มีข้อจำกัดในเรื่องความทนทาน ไม้ไผ่จะเริ่มผุเปื่อยภายใน 2-3 ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นระยะ นอกจากนี้การล้อมด้วยไม้ไผ่อาจไม่สามารถป้องกันหอยทากหรือแมลงศัตรูพืชได้เท่าที่ควร จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกผักด้วยงบประมาณน้อยและไม่คาดหวังการใช้งานระยะยาว อิฐบล็อกช่วยให้แปลงผักแข็งแรงได้อย่างไร แปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแปลงผักที่มีความแข็งแรงและมาตรฐานสูงกว่าแปลงไม้ไผ่ แม้ว่าจะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว เนื่องจากมีความทนทานและสวยงามกว่า การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเริ่มต้นจากการขุดดินให้เป็นร่องลึกประมาณหนึ่งคืบ เพื่อสร้างฐานที่แข็งแรงและป้องกันหญ้าชอนไช ข้อดีหลักของอิฐบล็อกคือความทนทานและความมั่นคงของโครงสร้าง อิฐบล็อกไม่เน่าเปื่อยเหมือนไม้ไผ่ [...]
ปุ๋ยไส้เดือนหรือเวอร์มิคอมโพสต์ได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงในการบำรุงดินและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ปุ๋ยชนิดนี้ผลิตจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุโดยไส้เดือนดิน ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิจัยต่างๆ พบว่าปุ๋ยไส้เดือนมีธาตุอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ในปริมาณสูงกว่าปุ๋ยหมักทั่วไป และยังช่วยเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดินอีกด้วย ปุ๋ยไส้เดือนคืออะไรและมีที่มาอย่างไร? ปุ๋ยไส้เดือนหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนเป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ โดยไส้เดือนดิน กระบวนการนี้เรียกว่า “เวอร์มิคอมโพสติ้ง” ซึ่งเป็นการนำไส้เดือนดินมาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของเศษอินทรีย์วัตถุและเพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ไส้เดือนจะกินเศษอินทรีย์วัตถุเข้าไป ผ่านกระบวนการย่อยสลายภายในลำไส้ แล้วขับถ่ายออกมาเป็นมูลที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร ลักษณะของปุ๋ยไส้เดือนมีรูปทรงเป็นเม็ดร่วนละเอียด สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา มีความพรุนสูง สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดีมาก ปุ๋ยชนิดนี้มีความจุความชื้นสูงและประมาณอินทรีย์วัตถุสูงมาก เนื่องจากเป็นผลจากการย่อยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้และน้ำย่อยของไส้เดือนดิน ไส้เดือนที่นิยมใช้ในการผลิตปุ๋ยมี 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ โดยแอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์เป็นสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถย่อยสลายมูลวัวและมูลควายได้ดี สายพันธุ์ไส้เดือนที่มีประสิทธิภาพในการผลิตเวอร์มิคอมโพสต์ ได้แก่ Eisenia foetida, Amyanthes differigens และ Eudrillus eugineae วิธีการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยมีกี่แบบ? การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยสามารถทำได้หลายวิธี โดยส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือ วิธีเลี้ยงในกะละมังและวิธีเลี้ยงในบ่อซีเมนต์1 [...]