Loading...
Loading...

6/24/2025 • by Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

5/26/2025 • by Homeday
แคคตัสหรือกระบองเพชรได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ครองใจคนรักต้นไม้ทั่วโลก ด้วยรูปทรงที่น่ารักและการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก แต่เบื้องหลังความน่ารักนั้นยังซ่อนความลับมากมายที่อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ จากการปรับตัวอันชาญฉลาดในการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ความลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและดูแลแคคตัสได้ดียิ่งขึ้น ความลับแรกที่หลายคนอาจไม่รู้คือที่มาของคำว่า “แคคตัส” นั้นมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คำว่า Cactus มาจากภาษากรีกว่า “คักโตส” (Kaktos) ซึ่งชาวกรีกโบราณใช้เรียกพืชที่มีหนามแหลม โดยเฉพาะหัวอาร์ติโช้กของสเปน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วพืชทั้งสองชนิดจะเป็นคนละสายพันธุ์และแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลจากพจนานุกรมนิรุกติศาสตร์ที่ระบุว่า Cactus อาจมาจากคำภาษาละตินว่า “Cardoon” ที่หมายถึงพืชป่าลักษณะคล้ายอาร์ติโช้ก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1769 เมื่อคาโรลุส ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน ได้นำคำว่า Cactus มาใช้เรียกต้นกระบองเพชรอเมริกันที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน และในภาษาอังกฤษ รูปพหูพจน์ของแคคตัสคือ Cacti แคคตัสปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในทะเลทราย? ทะเลทรายเป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของแคคตัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและมีน้ำฝนน้อย เพื่อความอยู่รอด แคคตัสจึงพัฒนาระบบรากตื้นที่มีความลึกเพียง 1.3 เซนติเมตรเท่านั้น ระบบรากแบบนี้ช่วยให้แคคตัสสามารถดูดซับน้ำได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมากที่สุดเมื่อมีฝนตก จากนั้นจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นที่อวบน้ำเพื่อใช้ในยามขาดแคลน การปรับตัวของแคคตัสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ระบบราก แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ เพื่อการอยู่รอด เช่น การสร้างชั้นเหมือนไขปกคลุมผิวลำต้น การมีปากใบจำนวนน้อย และรูปทรงกลมที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเยื่อพิเศษในลำต้นที่มีลักษณะเหมือนฟองน้ำสำหรับเก็บน้ำ ทำไมแคคตัสถึงเปิดปากใบเฉพาะกลางคืน? หนึ่งในความลับที่น่าทึ่งของแคคตัสคือการที่พวกมันเปิดปากใบเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากพืชส่วนใหญ่ที่เปิดปากใบตอนกลางวันเพื่อสังเคราะห์แสง ปกติแล้วการเปิดปากใบในเวลากลางวันจะทำให้เกิดการคายน้ำในปริมาณมาก ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับพืชที่อาศัยในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง [...]

4/7/2025 • by Homeday
การสร้างของเล่นธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การใช้วัสดุจากธรรมชาติช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้สัมผัสกับกลิ่นและพื้นผิวที่หลากหลาย กระตุ้นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของพวกเขา ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการทำของเล่นจากวัสดุธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทั้งสุนัข แมว นก และสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอื่นๆ ประโยชน์ของของเล่นธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง ของเล่นจากวัสดุธรรมชาติมอบประโยชน์มากมายเหนือของเล่นที่ผลิตจากโรงงาน นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว วัสดุธรรมชาติยังปราศจากสารเคมีอันตรายที่อาจมีในของเล่นทั่วไป สัตว์เลี้ยงมักจะชอบกลิ่นและพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติมากกว่า เพราะใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกเขาจะพบในธรรมชาติ การสร้างของเล่นเองยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง เพราะคุณเข้าใจว่าอะไรที่พวกเขาชอบและสามารถปรับแต่งของเล่นให้เหมาะกับพฤติกรรมเฉพาะของพวกเขา เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกว่าได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเจ้าของ จะช่วยลดความเครียดและปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ได้ นอกจากนี้ การนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ยังเป็นการลดขยะพลาสติกและส่งเสริมความยั่งยืน ของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติสามารถย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดมลพิษระยะยาวเหมือนของเล่นพลาสติกทั่วไป วัสดุธรรมชาติที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง ก่อนเริ่มทำของเล่นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือการเลือกวัสดุที่ปลอดภัย ไม่ใช่ทุกอย่างในธรรมชาติจะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ วัสดุที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการทำของเล่นสัตว์เลี้ยงมีดังนี้: ไม้: ไม้ที่ไม่มีสารเคลือบหรือสารเคมี เช่น ไม้เนื้ออ่อนที่ไม่มีเสี้ยน กิ่งไม้ที่หล่นตามธรรมชาติ (ต้องตรวจสอบว่าไม่ใช่พืชมีพิษ) ใบไม้และหญ้า: หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี ผ้าฝ้ายและเชือกป่าน: วัสดุจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการฟอกสี ขนนก: ขนนกที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ (ควรทำความสะอาดก่อนนำมาใช้) ฟางและหญ้าแห้ง: เหมาะสำหรับสัตว์ฟันแทะ กะลามะพร้าว: ทำความสะอาดและขัดเรียบแล้ว เปลือกไม้: ชิ้นเปลือกไม้ขนาดใหญ่พอที่ไม่เป็นอันตรายหากกลืนกิน หลีกเลี่ยงพืชที่เป็นพิษ เช่น สาวน้อยประแป้ง ลิลลี่ [...]

3/26/2025 • by Homeday
การจัดการขยะในยุคดิจิทัล: มากกว่าแค่การทิ้งขยะ การจัดการขยะได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ระบบ Smart Waste Management จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่แค่การทิ้งขยะธรรมดา แต่เป็นการจัดการที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำความเข้าใจกับ Smart Waste Management ระบบการจัดการขยะอัจฉริยะ หรือ Smart Waste Management คือ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการควบคุม จัดเก็บ และกำจัดขยะอย่างเป็นระบบ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยให้การจัดการขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถติดตาม วิเคราะห์ และจัดการขยะได้อย่างแม่นยำ ลดปริมาณขยะ และส่งเสริมการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน Smart Waste Management เซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณขยะ: ติดตั้งในถังขยะเพื่อวัดระดับและปริมาณขยะแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถวางแผนการเก็บขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องรอให้ถังขยะล้น ระบบแยกประเภทขยะอัตโนมัติ: ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และกล้องวิเคราะห์เพื่อแยกประเภทขยะโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลและลดขยะที่ต้องทิ้งสู่หลุมฝังกลบ แอปพลิเคชันติดตามและแจ้งเตือน: ผู้พักอาศัยสามารถติดตามสถานะการจัดการขยะ รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ และมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมของคอนโด ประโยชน์ที่คอนโดจะได้รับ การประหยัดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ Smart Waste [...]

3/19/2025 • by Homeday
การคัดแยกขยะเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งในการจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันปัญหาขยะล้นโลกกลายเป็นวิกฤตที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ การคัดแยกขยะไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่จะถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน 1. ลดปริมาณขยะที่ถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ หลุมฝังกลบขยะกำลังเต็มล้นและสร้างปัญหามลพิษอย่างมหาศาล การคัดแยกขยะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องถูกกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยะรีไซเคิลประเภทต่างๆ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดพื้นที่ในการทิ้งขยะลงได้มากกว่า 60% 2. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรีไซเคิลช่วยลดความต้องการใช้ทรัพยากรดิบในการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลกระดาษ 1 ตัน สามารถช่วยประหยัดต้นไม้ได้ถึง 17 ต้น การรีไซเคิลอลูมิเนียมใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 95% ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3. ลดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขยะที่ไม่ได้รับการคัดแยกก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ อากาศ และดิน การย่อยสลายของขยะในหลุมฝังกลบปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรง การคัดแยกขยะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่อระบบนิเวศได้อย่างมีนัยสำคัญ 4. ประหยัดพลังงาน กระบวนการรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตสินค้าใหม่จากวัตถุดิบดิบ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลพลาสติก PET ใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 50% การใช้พลังงานที่น้อยลงหมายถึงการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 5. สร้างรายได้และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน อุตสาหกรรมรีไซเคิลสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน ธุรกิจรีไซเคิลสามารถแปลงของเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่า ซึ่งช่วยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ 6. ลดการปนเปื้อนของพลาสติกในระบบนิเวศ พลาสติกเป็นปัญหาใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในมหาสมุทรและระบบนิเวศทางน้ำ [...]

3/16/2024 • by Homeday
มีการวิจัยที่ดำเนินการโดยกลุ่มที่ชื่อ SB Brands for Good เผยให้เห็นพฤติกรรมยั่งยืนที่ส่งผลกระทบสูงสุด 9 ประการ ที่ผู้คนทั่วไปสามารถทำได้ เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ อย่างการลดเศษอาหารเหลือทิ้ง ไปจนถึงการสนับสนุนผู้หญิง 9 หลักการปรับพฤติกรรมทั้งหมดนี้ สามารถนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตที่ยั่งยืนของโลกเรา

3/14/2024 • by Homeday
แหล่งท่องเที่ยวแนวใหม่ ต้องเป็นให้ได้มากกว่า สถานที่สวยงาม ห้องพักสวย เพราะการใส่ใจสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคที่มีแต่จะมากขึ้น อาจทำให้คุณพลาดไปอย่างน่าเสียดาย กระแสสนใจท่องเที่ยวแนวธรรมชาติของนักเดินทางทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก จากทะเลสวยที่เป็นแหล่งดึงดูดให้คนตี๋ตัวเดินทางไปเยือนตามแหล่งต่าง ๆ แล

6/14/2023 • by Homeday
CPAC Green Solution ผู้นำด้านนวัตกรรมก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม จับมือกับ 6 พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ในความร่วมมือด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม นำ “CPAC Waste Manage

6/1/2023 • by Homeday
คุณเพชรลดา กล่าวต่อไปว่า “เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) เมเจอร์ฯ ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นเป็นผู้พัฒนารูปแบบการใช้ชีวิต (Lifescape D

9/30/2025 • by Homeday
บริษัท คอนวูด จำกัด (Conwood Company Limited) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ทดแทนไม้ธรรมชาติในเครือบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (Siam City Cement Public Company Limited) ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการได้รับการรับรอง “อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry) ระดับที่ 4 จาก กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปี 2568 โดยบริษัท คอนวูด จำกัด ได้รับเกียรติขึ้นรับมอบโล่รางวัลจากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแสดงถึงการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงความยั่งยืนในทุกระดับ โดยมีนาย กิตติ บุญประคอง เป็นผู้แทนบริษัทฯ ในการเข้ารับโล่รางวัล ณ สโมสรทหารบก (วิภาวดี) กรุงเทพมหานคร การขึ้นรับรางวัลในครั้งนี้ สร้างความภาคภูมิใจ และแรงผลักดัน ให้ทางคอนวูด ดำเนินงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมดี เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากผ่านนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม [...]

12/16/2025 • by Homeday
อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานชั้นนำบนถนนรัชดาภิเษกที่มุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการคว้าการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับสูงสุด LEED Platinum ประเภท O+M (Operation & Maintenance) ภายใต้มาตรฐานจาก U.S. Green Building Council ตอกย้ำการดำเนินงานที่สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถดำเนินการออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้ผ่านเทคโนโลยี การบริหารจัดการพลังงาน และโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ต่อเนื่องยาวนาน เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความเชื่อมั่นว่า อาคารสำนักงานยุคใหม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้เดินหน้าพัฒนาอาคารในทุกมิติ ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร โดยนำนวัตกรรมและระบบอาคารประหยัดพลังงานเข้ามาใช้อย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานอาคารสีเขียว ภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืนนี้ อาคาร ซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาอาคารในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ดำเนินโครงการบริหารจัดการขยะอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ Perks from Trash และ CW Eco [...]

3/10/2025 • by Homeday
บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ผู้พัฒนาที่พักอาศัยคุณภาพอย่างครบวงจร ด้วยความเชื่อมั่นจากประสบการณ์การดูแลลูกค้ากว่า 130,000 ครอบครัว มากว่า 36 ปี ในการส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบรับทุกความต้องการ พร้อมเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับ “ความน่าอยู่” ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย โดยในปี 2568 ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Healthy Resilience” มุ่งสู่การเป็นบริษัทอสังหาฯ ที่มีศักยภาพในการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นและแข็งแกร่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และ สิ่งแวดล้อม โดยปรับพอร์ตการลงทุน ขยายเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ รักษาความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร เพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ว่า หากดูจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจปัจจุบัน จะเห็นชัดว่าเป็นปีที่ท้าทายการทำงานของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยภายในประเทศชะลอตัว จากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงอยู่เกิน 90% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Products : GDP) และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากความสามารถในการชำระคืนหนี้ของผู้ซื้อลดลงต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน [...]