Loading...
Loading...

4/21/2026 • by Homeday

4/21/2026 • by Homeday

4/21/2026 • by Homeday

6/4/2022 • by Homeday
การเดินสายไฟในบ้านแบบฝังผนัง การเดินสายไฟแบบฝังผนัง ถือได้ว่าเป็นการเดินสายไฟที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากดูเรียบร้อย สวยงาม ไม่มีสายไฟรกสายตา เหมาะกับบ้านสไตล์มินิมอล ไปจนถ

3/12/2025 • by Homeday
ความสำคัญของระบบไฟฟ้าในบ้านสมัยใหม่ ระบบไฟฟ้าเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย ซึ่งมีบทบาทมากกว่าเพียงแค่การส่องสว่างหรือเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า ในยุคปัจจุบัน ระบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ การตรวจสอบและดูแลระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การประเมินสภาพระบบไฟฟ้าเบื้องต้น การประเมินระบบไฟฟ้าเริ่มจากการสำรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะในบ้านที่มีอายุการใช้งานมานาน หรือบ้านมือสอง จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบประกอบด้วย สภาพสายไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ความเสื่อมของระบบไฟฟ้าอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพการใช้งาน จุดสำคัญในการตรวจสอบระบบไฟฟ้า 1. สายไฟและการเดินสายไฟ สายไฟเป็นเส้นเลือดหลักของระบบไฟฟ้า การตรวจสอบสภาพสายไฟมีความสำคัญอย่างยิ่ง สายไฟที่ชำรุด เก่าแก่ หรือมีการติดตั้งไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดปัญหากระแสไฟรั่ว หรือความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้ ควรสังเกตสัญญาณเตือน เช่น รอยแตก การเสื่อมสภาพ หรือร่องรอยการซ่อมแซมที่ไม่ได้มาตรฐาน การเดินสายไฟควรเป็นระเบียบ ไม่พันกัน และมีระยะห่างจากวัสดุติดไฟ 2. ตู้ควบคุมไฟฟ้าและระบบตัดวงจร ตู้ควบคุมไฟฟ้าหรือตู้ฟิวส์เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า ต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ตัดวงจร ความสะอาด และการทำงานของระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน ระบบที่ล้าสมัยหรือชำรุดอาจไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. จุดเสียบปลั๊กและสวิตช์ไฟ จุดเสียบปลั๊กและสวิตช์ไฟเป็นอีกจุดที่ต้องตรวจสอบ การชำรุด หลวม หรือเสื่อมสภาพ อาจก่อให้เกิดประกายไฟหรือการลัดวงจร ควรตรวจสอบความแน่นหนา ไม่มีรอยแตก และการทำงานที่ราบรื่น 4. การต่อลงดินและระบบป้องกัน [...]

3/14/2025 • by Homeday
เมกาโฮม เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มช่างมืออาชีพและธุรกิจรับเหมา พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อต้นปีด้วยแคมเปญแรง “ถูกจริง!!” ขนขบวนวัสดุก่อสร้างและงานช่าง ราคาประหยัด ลดแรงทุกหมวดเกี่ยวกับงานช่าง ตอกย้ำความเป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและงานช่าง ที่ครบวงจร เตรียมเปิดเกมรุก ด้วยโปรโมชั่นแรง! พร้อมกระตุ้นตลาดซ่อมแซมและก่อสร้างให้คึกคักตลอดเดือนมีนาคม อัดแน่นสินค้าราคาดี ครบทุกงานช่าง แคมเปญ “ถูกจริง!!” รวบรวมวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์งานช่างที่จำเป็นทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น งานโครงสร้าง อาทิ ปูน เหล็ก อิฐมวลเบา กระเบื้อง ฯลฯ งานสีและเคมีภัณฑ์ สีน้ำ สีน้ำมัน สีพ่น และอุปกรณ์ทาสี งานระบบไฟฟ้า สายไฟ หลอดไฟ LED สวิตช์ ปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า งานประปาและระบบน้ำ ท่อ ข้อต่อ ก๊อกน้ำ ถังเก็บน้ำ และอุปกรณ์ติดตั้ง งานห้องน้ำและกระเบื้อง สุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า กระเบื้องปูพื้น-ผนัง ไปจนถึง เครื่องมือช่างและฮาร์ดแวร์ สว่าน เลื่อย เครื่องตัด อุปกรณ์เซฟตี้ ที่ช่างมืออาชีพต้องมี !! [...]

3/12/2025 • by Homeday
การต้อนรับลูกแมวแรกเกิดสู่บ้านใหม่เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและท้าทาย การเตรียมพื้นที่อย่างถูกต้องจะช่วยให้ลูกแมวปรับตัวได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดเตรียมบ้านให้พร้อมรับลูกแมวแรกเกิดอย่างครอบคลุม พื้นที่ส่วนตัวสำหรับลูกแมว การเลือกพื้นที่นอนที่เหมาะสม การจัดเตรียมพื้นที่นอนเป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง ลูกแมวแรกเกิดต้องการความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัย เลือกกล่องนอนหรือรังนอนที่มีขนาดเล็กพอเหมาะ มีผ้านุ่มรองรับ และวางไว้ในพื้นที่เงียบสงบ ห่างจากแหล่งเสียงรบกวนและการสัญจรของคนในบ้าน การควบคุมอุณหภูมิ ลูกแมวแรกเกิดยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายไม่ได้ ต้องมั่นใจว่าพื้นที่นอนมีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศาเซลเซียส ใช้แผ่นให้ความร้อนหรือโคมไฟอินฟราเรดเพื่อสร้างความอบอุ่น ระวังอย่าให้ร้อนเกินไป การเตรียมพื้นที่ปลอดภัย การกำจัดสิ่งอันตราย สำรวจและขจัดสิ่งอันตรายในบริเวณที่ลูกแมวอาจเคลื่อนที่ได้ ปิดกั้นช่องว่างเล็กๆ เก็บสายไฟ สารเคมี และวัตถุมีคม ระมัดระวังต่อสิ่งของที่อาจล้มทับหรือหล่นใส่ลูกแมว การกำหนดเขตพื้นที่ จำกัดพื้นที่การเคลื่อนที่ของลูกแมวในช่วงแรก ใช้กรงหรือคอกกั้นเพื่อความปลอดภัย เริ่มจากพื้นที่เล็กๆ และค่อยๆ ขยายพื้นที่เมื่อลูกแมวเริ่มแข็งแรงขึ้น อุปกรณ์จำเป็นสำหรับลูกแมว ภาชนะใส่อาหารและน้ำ เลือกชามใส่อาหารและน้ำขนาดเล็ก ทำจากวัสดุปลอดภัย ล้างทำความสะอาดสม่ำเสมอ วางไว้ใกล้พื้นที่นอนแต่ไม่ชิดเกินไป ห้องน้ำแมว จัดเตรียมกระบะทรายที่มีขอบต่ำ ใช้ทรายดูดซับที่ปลอดภัย วางในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายแต่เป็นส่วนตัว ทำความสะอาดทุกวัน สุขอนามัยและความสะอาด การทำความสะอาดพื้นที่ เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสำหรับลูกแมว ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัย ซักผ้านอนและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขอนามัย เตรียมผ้าเช็ดตัวนุ่ม กรรไกรตัดเล็บ และแปรงขนาดเล็กสำหรับดูแลความสะอาดของลูกแมว การเตรียมจิตใจและอารมณ์ การสร้างความคุ้นเคย [...]

2/20/2025 • by Homeday
การต้องออกจากบ้านและทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ตามลำพังเป็นสถานการณ์ที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือธุระต่างๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและเตรียมความพร้อมเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณปลอดภัยและมีความสุขแม้จะอยู่บ้านเพียงลำพัง การเตรียมความพร้อมก่อนออกจากบ้าน การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว เริ่มจากการจัดเตรียมอาหารและน้ำให้เพียงพอ โดยคำนวณปริมาณอาหารให้มากกว่าระยะเวลาที่จะไม่อยู่บ้านประมาณ 1-2 วัน เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินที่อาจต้องกลับบ้านช้ากว่ากำหนด สำหรับภาชนะใส่น้ำ ควรเตรียมหลายจุดในบ้าน และมีปริมาณมากพอ หากเป็นไปได้ควรใช้ที่ให้น้ำอัตโนมัติเพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงจะมีน้ำสะอาดดื่มตลอดเวลา นอกจากนี้ ควรจัดเตรียมพื้นที่สำหรับขับถ่ายให้เหมาะสม เช่น กระบะทราย หรือแผ่นรองซับ การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ต้องตรวจสอบและจัดการสิ่งที่อาจเป็นอันตราย เช่น สายไฟที่อาจถูกกัด ของมีคม สารเคมี หรือต้นไม้ที่เป็นพิษ ปิดประตูห้องที่ไม่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงเข้า และตรวจสอบว่าหน้าต่างปิดสนิท ควรจัดพื้นที่พักผ่อนที่สบายและปลอดภัย มีที่หลบซ่อนตัวเมื่อรู้สึกกังวล และมีของเล่นที่ปลอดภัยไว้ให้คลายเครียด อุณหภูมิในบ้านควรเหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป การติดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตาม เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้การดูแลสัตว์เลี้ยงง่ายขึ้น การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถดูผ่านมือถือได้ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบสภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงได้ตลอดเวลา บางรุ่นมีระบบสื่อสารสองทางที่ช่วยให้เราพูดคุยกับสัตว์เลี้ยงได้ นอกจากนี้ ควรติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับควัน หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่แจ้งเตือนผ่านมือถือ เพื่อรับทราบเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมแผนฉุกเฉิน ควรมีแผนสำรองกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เตรียมรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์สัตวแพทย์ใกล้บ้าน เพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ หรือบริการดูแลสัตว์เลี้ยงฉุกเฉิน ติดป้ายข้อมูลสำคัญไว้ในที่เห็นได้ชัด เช่น อาการแพ้ โรคประจำตัว [...]

3/19/2025 • by Homeday
พัดลมเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สำคัญในบ้านสมัยใหม่ ช่วยสร้างความเย็นสบายและระบายอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลรักษาพัดลมอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงเดิม ต่อไปนี้คือวิธีดูแลรักษาพัดลมที่จะช่วยให้อุปกรณ์ของคุณใช้งานได้ยาวนานและเสถียร 1. ทำความสะอาดใบพัดอย่างสม่ำเสมอ การสะสมของฝุ่นละอองบนใบพัดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พัดลมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดใบพัดอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้ ถอดปลั๊กพัดลมออกก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดใบพัดอย่างระมัดระวัง สำหรับคราบสกปรกมาก ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม เช็ดให้แห้งสนิทก่อนเสียบปลั๊กใช้งาน 2. หมั่นตรวจสอบสายไฟและปลั๊ก สายไฟและปลั๊กเป็นส่วนสำคัญที่มักถูกละเลย การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันอันตรายและยืดอายุการใช้งานพัดลม ตรวจหารอยขาดหรือชำรุดของสายไฟทุกเดือน หากพบรอยแตกหรือชำรุด ควรเปลี่ยนสายไฟทันที ระวังอย่าให้สายไฟพันหรือเกี่ยวกับส่วนต่างๆ ของพัดลม เก็บสายไฟให้เป็นระเบียบเพื่อยืดอายุการใช้งาน 3. หล่อลื่นจุดหมุนและแบริง การหล่อลื่นจุดหมุนเป็นวิธีที่ช่วยลดเสียงดังและป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่อง ใช้น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพดีที่เหมาะสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า หยอดน้ำมันที่จุดหมุนของใบพัดและมอเตอร์ ทำการหล่อลื่นทุก 6 เดือนหรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช็ดคราบน้ำมันส่วนเกินออกให้เรียบร้อย 4. จัดเก็บอย่างถูกวิธีเมื่อไม่ใช้งาน การจัดเก็บพัดลมที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหาย เก็บในที่แห้งและเย็น ห่างจากความชื้น ใช้ผ้าคลุมป้องกันฝุ่น วางในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่ให้ล้มหรือหล่น ถอดถ่านออกหากเป็นพัดลมแบบใช้ถ่าน 5. ซ่อมบำรุงโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ หากพบปัญหาการทำงานที่ผิดปกติ ควรส่งซ่อมโดยช่างผู้ชำนาญการ สังเกตเสียงดังผิดปกติ การสั่นหรือการทำงานที่ไม่ราบรื่น อย่าพยายามซ่อมแซมด้วยตนเองหากไม่มีความชำนาญ ติดต่อศูนย์บริการของผู้ผลิตหรือช่างผู้เชี่ยวชาญ เก็บใบรับประกันและเอกสารสำคัญไว้เสมอ สรุป การดูแลรักษาพัดลมอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งาน ประหยัดค่าใช้จ่าย [...]

3/4/2025 • by Homeday
การซื้อทาวน์โฮมมือสองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านในราคาที่เหมาะสม แต่การตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมมือสองนั้นจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้บ้านที่คุ้มค่าและตรงตามความต้องการ บทความนี้จะแนะนำ 10 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมมือสอง 1. สภาพโครงสร้างและฐานราก โครงสร้างและฐานรากเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน การตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างละเอียดจะช่วยประเมินความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน ควรสังเกตรอยแตกร้าวที่ผนัง เสา คาน และฐานราก โดยเฉพาะบริเวณมุมอาคารและรอยต่อระหว่างผนังกับพื้น รอยแตกร้าวขนาดเล็กอาจเกิดจากการทรุดตัวปกติของโครงสร้าง แต่รอยแตกขนาดใหญ่หรือรอยแตกที่มีลักษณะเป็นแนวทแยงอาจบ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง นอกจากนี้ควรตรวจสอบการทรุดตัวของพื้น ความเอียงของเสา และความสมบูรณ์ของคานรับน้ำหนัก การพบปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลให้ต้องเสียค่าซ่อมแซมสูงในอนาคต 2. ระบบไฟฟ้าและการเดินสายไฟ ระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง ควรตรวจสอบสภาพสายไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ สายไฟที่เก่าหรือเสื่อมสภาพอาจเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงกำลังไฟฟ้าที่ติดตั้ง จำนวนวงจรย่อย และตำแหน่งของเต้ารับไฟฟ้า บ้านที่มีอายุมากอาจมีระบบไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน การปรับปรุงระบบไฟฟ้าใหม่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องคำนึงถึงในการตัดสินใจซื้อ 3. ระบบประปาและสุขาภิบาล ระบบประปาและสุขาภิบาลเป็นระบบที่มีผลต่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ควรตรวจสอบท่อน้ำ ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ประปาทั้งหมด รวมถึงระบบระบายน้ำและท่อน้ำทิ้ง การรั่วซึมของท่อน้ำอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและเพิ่มค่าน้ำโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ควรตรวจสอบแรงดันน้ำในทุกจุดใช้งาน คุณภาพน้ำ และระบบกรองน้ำ ระบบท่อที่เก่าอาจมีตะกอนสะสมหรือเกิดการอุดตัน การเปลี่ยนระบบท่อใหม่ทั้งหมดอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องพิจารณาในการตัดสินใจ 4. หลังคาและการรั่วซึม หลังคาเป็นส่วนสำคัญที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศภายนอก ควรตรวจสอบสภาพหลังคา การรั่วซึม และการระบายน้ำฝน หลังคาที่มีอายุการใช้งานมากอาจมีปัญหาการรั่วซึมหรือวัสดุเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงรางน้ำ ท่อระบายน้ำฝน [...]

3/18/2025 • by Homeday
การดูแลบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนมักละเลย การปรับปรุงบ้านไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังเป็นการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย อะไรบ้างที่เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องปรับปรุงบ้าน มาดูกันเลย 1. รอยแตกร้าวตามผนังและเพดาน รอยแตกร้าวไม่ใช่เพียงปัญหาทางสุนทรียภาพ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญของโครงสร้างบ้าน รอยแตกเล็กน้อยอาจเกิดจากการทรุดตัวตามปกติ รอยแตกขนาดใหญ่หรือกว้างกว่า 5 มิลลิเมตรบ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้างที่ต้องได้รับการตรวจสอบโดยด่วน ควรติดตามการขยายตัวของรอยแตกอย่างใกล้ชิด 2. ระบบไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานนาน ระบบไฟฟ้าเก่าเป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักต่อความปลอดภัยของบ้าน สายไฟที่เก่ากว่า 20 ปีควรได้รับการตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่ อาการเตือน เช่น ปลั๊กไฟร้อนผิดปกติ ไฟกระพริบ หรือเบรกเกอร์ตัดบ่อย การตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น 3. การรั่วซึมของหลังคาและผนัง น้ำรั่วซึมเป็นศัตรูตัวร้ายของบ้าน รอยเปียกชื้นตามผนังหรือเพดาน คราบน้ำหรือรอยดำที่เกิดจากความชื้น กลิ่นอับหรือเชื้อราบริเวณผนังและเพดาน ควรตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลาม 4. พื้นที่มีการทรุดตัวหรือไม่เรียบ สภาพพื้นบ้านสะท้อนถึงสุขภาพโครงสร้างและความปลอดภัย พื้นที่มีรอยแตก โก่ง หรือทรุดตัว พื้นไม้ที่เริ่มผุหรือเสื่อมสภาพ การปรับระดับพื้นช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความสวยงาม 5. ระบบประปาและท่อน้ำชำรุด ระบบประปาที่มีปัญหาส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ท่อน้ำมีสนิม รั่วซึม หรือมีตะกรันสะสม แรงดันน้ำไม่คงที่หรือน้ำไหลช้า มีกลิ่นหรือสีของน้ำที่ผิดปกติ การเปลี่ยนท่อและอุปกรณ์ใหม่ช่วยป้องกันปัญหาน้ำรั่วและคุณภาพน้ำ 6. ระบบระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ อากาศที่ถ่ายเทไม่ดีส่งผลกระทบต่อสุขภาพ กลิ่นอับ [...]

8/11/2022 • by Homeday
___________Live your day, Style your homeHomeday.#Homeday #VIBE #สายไฟลงดิน #ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ @homeday.co.th ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่สายไฟลงดินหมดแล้ว #Condo #คอนโด #คอนโดใหม่ #แต่งคอนโด #ซื้อคอนโด #homeday ♬ I Just Wanna Know – Luke Ree
