Loading...
Loading...

6/17/2025 • by Homeday
การจัดสวนบนดาดฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในตึกแถวหรือทาวน์โฮมที่ไม่มีพื้นที่รอบบ้านสำหรับจัดสวน สวนดาดฟ้าไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ยังมีประโยชน์ในการลดความร้อนของอาคารและปรับปรุงคุณภาพอากาศอีกด้วย ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากสวนดาดฟ้า การมีสวนบนดาดฟ้าจะมอบประโยชน์มากมายทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต พืชในสวนดาดฟ้าช่วยลดอุณหภูมิของบ้านและอาคารผ่านการคายน้ำทางใบและการให้ร่มเงา นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางอากาศโดยการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน สวนดาดฟ้าในเมืองใหญ่ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง และปรับปรุงคุณภาพอากาศโดยการดักจับแก๊สที่เป็นอันตรายและฝุ่นละอองในอากาศ การเตรียมความพร้อมก่อนลงมือจัดสวน การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร อาคารทั่วไปสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สำหรับอาคารที่มีอายุมากกว่า 30-40 ปี อาจรับน้ำหนักได้น้อยกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย ควรวางกระถางและต้นไม้ตามแนวคานหรือใกล้เสา เพื่อให้น้ำหนักถ่ายเทลงตามโครงสร้างหลัก การปรับปรุงระบบการระบายน้ำ ระบบระบายน้ำที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสวนดาดฟ้า ควรปรับพื้นให้มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำฝนหรือน้ำรดต้นไม้ไหลออกไปได้ การทำกันซึมด้วยวัสดุเคลือบผิวปูนซีเมนต์จะช่วยป้องกันการรั่วซึม ระบบระบายน้ำต้องมีจุดระบายอย่างน้อย 2 จุด และควรมีระบบ Overflow เผื่อกรณีท่อหลักตันจากใบไม้แห้ง การเลือกวัสดุปูพื้น การปูพื้นที่เหมาะสมจะช่วยลดความร้อนและสร้างพื้นที่สำหรับเดิน สามารถเลือกใช้ไม้จริงหรือไม้เทียม หากเลือกไม้จริงควรเป็นชนิดที่ทนแดดและทนฝน การปูกระเบื้องยังช่วยลดปัญหาน้ำซึมได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความลาดเอียงเพื่อระบายน้ำ การออกแบบและจัดวางพื้นที่ การวางแผนโซนต่างๆ การออกแบบสวนควรเริ่มจากการวาดผังง่ายๆ เพื่อกำหนดตำแหน่งต้นไม้ ดอกไม้ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง ตำแหน่งที่แข็งแรงที่สุดคือตรงเสาอาคาร รองลงมาคือแนวคานโครงสร้าง วัตถุที่มีน้ำหนักมากควรวางตามแนวเสาและคาน ส่วนบริเวณพื้นดาดฟ้าควรเป็นทางเดินหรือพื้นที่พักผ่อน สวนแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ สวนแนวตั้งเป็นวิธีที่ดีในการประหยัดพื้นที่ สามารถใช้โครงเหล็กติดผนัง แล้วแขวนกระถางหรือใช้ถุงผ้าพิเศษสำหรับปลูกพืช ควรเลือกพืชที่มีระบบรากตื้น [...]

6/11/2025 • by Homeday
การจัดสวนในคอนโดมิเนียมกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในยุคนี้ เนื่องจากผู้คนต้องการพื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนและเสริมสร้างสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม การจัดสวนในพื้นที่จำกัดของคอนโดนั้นมีข้อจำกัดและข้อควรระวังหลายประการที่ต่างจากการทำสวนในบ้านเดี่ยว โดยเฉพาะเรื่องการรับน้ำหนักของโครงสร้าง การเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม และการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการจัดสวนในคอนโดที่ปลอดภัย สวยงาม และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองสมัยใหม่ ทำไมการเข้าใจพื้นที่และข้อจำกัดจึงเป็นสิ่งแรกที่ต้องรู้? การจัดสวนในคอนโดมิเนียมแตกต่างจากบ้านเดี่ยวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ พื้นที่ของห้องชุดมีจำกัดและถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนและใช้งานแบบเต็มพื้นที่ การแบ่งปันพื้นที่พักผ่อนให้กับพื้นที่สีเขียวจึงต้องมีการวางแผนที่ดี ข้อจำกัดภายในห้องชุดมีมากกว่าบ้านเดี่ยว เช่น มุมที่อับกว่าและมีแสงเข้าน้อย ห้องชุดของคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ไม่ได้รับการออกแบบไว้สำหรับปลูกต้นไม้ที่ต้องการดินซึ่งมีน้ำหนักสูง การรับน้ำหนักของแต่ละพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญมาก ตามมาตรฐานการรับน้ำหนักของอาคาร พื้นที่พักอาศัยต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ขณะที่อาคารชุดและหอพักต้องรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร อย่างไรก็ตาม ดิน 1 ลูกบาศก์เมตรจะหนักถึง 1,600 กิโลกรัม และน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตรเท่ากับน้ำหนัก 1 ตัน ดังนั้นการระมัดระวังในเรื่องน้ำหนักจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกพันธุ์ไม้? สภาพแวดล้อมภายในห้องชุดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกพันธุ์ไม้ นอกจากพื้นที่จำกัดแล้ว ห้องชุดบางห้องอยู่ในมุมที่แสงเข้าน้อย หรือไม่มีแสงเข้าได้เลย การดูแสงจึงเป็นลำดับแรกเพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดปลอดภัยเมื่อปลูก ต้นไม้ไม่สามารถอยู่ในที่ร่มได้ตลอดเวลาแม้จะเป็นต้นไม้ในร่มก็ตาม ต้นไม้ควรมีโอกาสได้ออกไปรับแดดบ้าง การมีต้นไม้สองเซตไว้สลับเปลี่ยนกันจึงเป็นแนวทางที่ดี เซตหนึ่งนำมาไว้ในห้อง และอีกเซตวางไว้ตรงระเบียงห้อง ระเบียงคอนโดมีขนาดที่จำกัดค่อนข้างมาก โดยความกว้างจะประมาณ 0.6-1.5 เมตร และความยาวประมาณ [...]

5/31/2025 • by Homeday
การจัดสวนหน้าบ้านในพื้นที่จำกัดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อผสมผสานกับแนวคิดสไตล์ลอฟท์และการสร้างทางเดินที่มีเอกลักษณ์ จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่เล็กๆ ให้กลายเป็นมุมสวยที่ประทับใจได้ การออกแบบสวนแบบนี้ไม่เพียงแค่เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังช่วยแก้ปัญหาน้ำฝนที่ไหลท่วมพื้นที่หน้าบ้าน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่สำหรับกิจกรรมสังสรรค์เล็กๆ ได้อีกด้วย การวางแผนและเตรียมพื้นที่สำหรับสวนหน้าบ้านขนาดเล็กต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง? การเริ่มต้นจัดสวนหน้าบ้านขนาดเล็กต้องเริ่มจากการประเมินพื้นที่และปัญหาที่มีอยู่ก่อน ในหลายกรณี พื้นที่หน้าบ้านมักมีปัญหาน้ำฝนจากหลังคาโรงรถไหลลงมาท่วมพื้น ทำให้เกิดความเปียกชื้นและไม่สะดวกในการใช้งาน การแก้ปัญหานี้จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงพื้นผิวและระบายน้ำให้เหมาะสม การวัดขนาดพื้นที่และสังเกตลักษณะดินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่มีขนาดเท่าไร ลักษณะดินเป็นอย่างไร และต้องปรับแต่งมากน้อยแค่ไหน การกำหนดงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อวัสดุก่อสร้าง ต้นไม้ ดอกไม้ หรืออุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ การปรับปรุงหน้าดินก่อนการจัดสวนเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อให้ทราบว่าดินเหมาะสมกับการปลูกต้นไม้หรือไม่ และมีแร่ธาตุเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้หรือไม่ ในกรณีที่พื้นที่มีปัญหาการระบายน้ำ การลงเข็มและเทปูนเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและป้องกันปัญหาน้ำขัง วิธีการสร้างทางเดินแบบลอฟท์ในสวนหน้าบ้านอย่างไรให้ได้ผลดี? ทางเดินสไตล์ลอฟท์มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เน้นความดิบและเรียบง่าย การใช้กระเบื้องหกเหลี่ยมผสมกับกระเบื้องลายไม้แทรกเข้าไปจะช่วยสร้างลวดลายที่น่าสนใจ การตัดกระเบื้องให้เข้ามุมทีละแผ่นต้องใช้ความพิถีพิถันและทักษะของช่างที่มีประสบการณ์ สำหรับการทำแผ่นทางเดินแบบถาวร การลงเข็มและเทปูนเป็นวิธีที่ให้ความแข็งแรงและทนทาน แผ่นทางเดินควรมีขนาดที่เหมาะสม เช่น กว้าง 1×0.8 เมตร โดยมีระยะห่างระหว่างแผ่นประมาณ 0.25 เมตร การออกแบบแบบนี้จะช่วยให้การเดินสะดวกและสร้างจังหวะที่สวยงามในเวลาเดียวกัน หากต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถใช้วิธี DIY แผ่นปูนจากฝาถังขยะราคาเพียง 20 บาท โดยการทาน้ำมันเครื่องเก่าให้ฉ่ำเพื่อทำให้แกะแบบออกได้ง่าย จากนั้นเทปูนลงไปให้เต็มฝา วางเหล็กเสริมแรง และรอให้แห้งก่อนแกะออกจากพิมพ์ วิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถทำเองได้ ต้นไม้และการจัดสวนแบบลอฟท์ควรเลือกพันธุ์ไหนให้เข้ากับสไตล์? [...]

5/26/2025 • by Homeday
การต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เจ้าของบ้านหลังริม เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างข้างบ้านที่มักถูกมองข้าม โดยการสร้างห้องกระจกหรือกลาสเฮ้าส์สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและสร้างมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ1 การต่อเติมรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่แสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกบ้านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถสร้างได้ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่คิด ขอบคุณภาพจาก : Cantifix แล้วต้นทุนการต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านจริงๆแล้วเป็นอย่างไร? การคิดค่าใช้จ่ายในการต่อเติมห้องกระจกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจ ตามข้อมูลจากต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 ปอนด์ต่อตารางเมตร หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 43,270 ปอนด์สำหรับห้องกระจกขนาดกลาง อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยต้นทุนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่านี้มาก โดยเฉพาะการใช้วัสดุและแรงงานในประเทศ การออกแบบห้องกระจกสำเร็จรูปที่ใช้โครงสร้างเหล็กหุ้มด้วย UPVC และกระจกนิรภัยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 18,000-22,000 บาทต่อตารางเมตร ความคุ้มค่าของการลงทุนนี้สะท้อนได้จากกรณีศึกษาที่เจ้าของบ้านรายหนึ่งประเมินงบประมาณไว้หลักแสน แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับได้ราคาที่ถูกกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบครึ่ง1 นอกจากนี้ การออกแบบที่เหมาะสมยังสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งกว้างและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินได้ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ทำให้ต้นทุนคุ้มค่ายิ่งขึ้นคือความทนทานของวัสดุที่ใช้ โดยเฉพาะ UPVC ที่มีอายุการใช้งานเกิน 30 ปี ทนต่อสภาพอากาศทุกแบบ และไม่ต้องการการบำรุงรักษามาก โครงสร้างเหล็กที่ถูกหุ้มด้วย UPVC จะไม่สัมผัสกับอากาศชื้น ทำให้เพิ่มอายุความคงทนของโครงเหล็กได้เป็นเท่าตัว ขอบคุณภาพจาก : Detail Library ข้อดีของห้องกระจกข้างบ้านที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนมีอะไรบ้าง? ห้องกระจกข้างบ้านมีข้อดีมากมายที่เกินกว่าการเป็นเพียงพื้นที่เพิ่มเติม การออกแบบด้วยกระจกจากพื้นถึงเพดานช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเปิดโล่ง ระบบกระจกสมัยใหม่สามารถลดการดูดซับความร้อนจากแสงแดด ขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ [...]

5/11/2025 • by Homeday
ระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดมักถูกปล่อยให้โล่งและดูน่าเบื่อ ทั้งที่จริงแล้วพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมุมสีเขียวที่ทั้งสวยงามและมีประโยชน์ได้ การจัดสวนบนระเบียงคอนโดนอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้น่าอยู่ ยังช่วยบำบัดความเครียด ฟอกอากาศ และอาจกลายเป็นแหล่งผลิตผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้อีกด้วย แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่จำกัดเหล่านี้กลายเป็นสวนสวยที่ทั้งประหยัดพื้นที่และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศไปพร้อมกัน? บทความนี้รวบรวมเทคนิคและไอเดียการจัดสวนระเบียงคอนโดที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เตรียมความพร้อมก่อนจัดสวนระเบียงคอนโด ก่อนที่จะเริ่มจัดสวนบนระเบียงคอนโด สิ่งแรกที่ควรทำคือเช็กกฎระเบียบของคอนโดให้ชัดเจน เพราะแต่ละที่มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องการเจาะผนัง การวางวัสดุที่มีน้ำหนักมาก หรือความสูงของสิ่งของที่จะวางบนระเบียง การทำความเข้าใจกฎระเบียบตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้ คุณควรพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่น ๆ เช่น ทิศทางแสงแดด ความแรงของลม ระบบระบายน้ำ และน้ำหนักที่ระเบียงรับได้ การเข้าใจสภาพแวดล้อมของระเบียงจะช่วยให้คุณเลือกต้นไม้และวิธีจัดสวนที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น สวนแนวตั้ง: ทางออกสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแนวตั้งหรือ Vertical Garden เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เทคนิคนี้ช่วยประหยัดพื้นที่โดยการใช้ผนังหรือพื้นที่แนวตั้งแทนการวางกระถางบนพื้น มีหลายวิธีในการสร้างสวนแนวตั้ง เช่น: ชั้นวางต้นไม้ติดผนัง – เหมาะสำหรับต้นไม้ขนาดเล็กและไม่หนักมาก กระเป๋าผ้าแขวนผนัง – สามารถปลูกได้ทั้งไม้ประดับและผักสวนครัว ระแนงไม้หรือตะแกรงเหล็ก – ใช้สำหรับไม้เลื้อยหรือแขวนกระถางต้นไม้ พาเลทไม้ – ดัดแปลงเป็นที่วางหรือแขวนกระถางต้นไม้ได้ ชั้นวางหนังสือเก่า – สามารถนำมาประยุกต์เป็นที่วางต้นไม้ได้อย่างสร้างสรรค์ วิธีการจัดสวนแนวตั้งที่นิยมอีกวิธีคือการใช้โมดูลสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งมีระบบให้น้ำในตัว ทำให้ดูแลรักษาง่ายและประหยัดเวลา อย่างไรก็ตาม [...]

4/15/2025 • by Homeday
สนามหญ้าสีเขียวสดใสหน้าบ้านไม่เพียงแค่สร้างความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน แต่ยังเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่มอบความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ให้เด็กๆ วิ่งเล่น ลานสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก มุมจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือแม้แต่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวสำหรับนั่งจิบกาแฟยามเช้า การเลือกสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหญ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันทั้งความสวยงาม การดูแลรักษา และความทนทานต่อการใช้งาน บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะกับสนามหน้าบ้าน พร้อมเทคนิคการปลูกและดูแลให้สวยงามตลอดทั้งปี ทำความรู้จักสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะกับบ้านไทย การเลือกสายพันธุ์หญ้าที่เหมาะสมเป็นก้าวแรกของการมีสนามหญ้าที่สวยงาม ในประเทศไทยมีสายพันธุ์หญ้าที่นิยมปลูกทำสนามหน้าบ้านหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีคุณสมบัติเด่นและด้อยแตกต่างกันไป การเลือกให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการจึงเป็นเรื่องสำคัญ มาทำความรู้จักกับ 6 สายพันธุ์หญ้ายอดนิยมสำหรับสนามหญ้าในประเทศไทย 1. หญ้านวลน้อย: หญ้าไทยที่ใครๆ ก็นิยม หญ้านวลน้อย หรือหญ้ามะนิลา เป็นหญ้าพื้นเมืองของไทยที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยลักษณะลำต้นที่ตั้งตรงแข็งแรง ใบสีเขียวอ่อนขนาดกลาง มีความยืดหยุ่นดี และเมื่อตัดให้ได้ความยาวที่เหมาะสมจะมีลักษณะคล้ายพรมสีเขียวสวยงาม ไม่ระคายเคืองผิวหนังเมื่อสัมผัส ข้อดี เติบโตเร็ว คลุมดินได้ดี ตัดแต่งง่าย ทนต่อแสงแดดและการเหยียบย่ำ ปรับตัวเข้ากับสภาพดินได้หลากหลาย สวยงามเมื่อตัดแต่งเรียบร้อย ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง ต้องรดน้ำสม่ำเสมอ อาจตายง่ายหากขาดน้ำเป็นเวลานาน การดูแล ชอบที่กลางแจ้งหรือที่มีแสงส่องถึง ต้องรดน้ำปานกลางอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดแต่งทุก 1-2 สัปดาห์ เหมาะสำหรับ สนามหญ้าหน้าบ้าน สนามกีฬา สนามเด็กเล่น พื้นที่ที่ต้องการใช้งานอเนกประสงค์ [...]

3/26/2025 • by Homeday
การออกแบบพื้นที่สีเขียวในอาคารพักอาศัยได้กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในวงการอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่ Sky Garden และ Roof Garden เป็นสองแนวคิดที่ได้รับความนิยม แต่มีความแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ Sky Garden: สวรรค์แห่งพื้นที่สีเขียวระหว่างชั้น Sky Garden เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกออกแบบอยู่ระหว่างชั้นของอาคาร โดยมีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจหลายประการ พื้นที่นี้มักถูกวางแทรกระหว่างชั้นต่างๆ ของอาคาร ทำให้เกิดเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างกว้างขวาง นักออกแบบมักใช้พื้นที่นี้เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร การออกแบบ Sky Garden คำนึงถึงองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการระบายอากาศ แสงธรรมชาติ และการจัดภูมิทัศน์ที่เหมาะสม พืชพรรณที่เลือกใช้จะเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมเฉพาะ สามารถเติบโตได้ดีในพื้นที่จำกัดและรับแสงแดดเพียงบางช่วงเวลา Roof Garden: สวนบนหลังคาแห่งความเป็นส่วนตัว Roof Garden แตกต่างจาก Sky Garden ตรงที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคาร พื้นที่นี้มักมีขนาดใหญ่กว่าและมีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้พักอาศัยสามารถใช้พื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ออกกำลังกาย หรือจัดงานสังสรรค์ นักออกแบบ Roof Garden ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์และความสวยงาม โดยอาจแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ เช่น พื้นที่นั่งเล่น สระว่ายน้ำ พื้นที่ปลูกต้นไม้ หรือมุมออกกำลังกาย การเลือกวัสดุปูพื้นและพืชพรรณจะคำนึงถึงความทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งาน ความแตกต่างหลักระหว่าง [...]

6/25/2023 • by Homeday
ถึงจะเป็นบ้านที่ซื้อตามโครงการต่างๆ ก็สามารถตกแต่งบ้านได้ตามใจชอบ อย่างบ้านหลังนี้มีการตกแต่งที่สามารถตอบโจทย์คนที่ชอบความธรรมชาติ สดใส อบอุ่น และมีชี

10/16/2023 • by Homeday
“คอนโดมิเนียม” ยังคงเป็นที่ต้องการอันดับต้นๆ ของผู้ที่กำลังมองหา “ที่อยู่อาศัยเพื่อเช่า” โดยเฉพาะโครงการในทำเลศักยภาพต่างๆ ที่มี Facility ช่วยอำนวยความสะดวก สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว เช่น Co-Working space, คลับเฮ้าส์ พื้นที่สีเขียว, Fitness, Meeting Room รวมไปถึงพื้นที่เพื่อเอ

5/14/2026 • by Homeday Aum
NARASIRI (นาราสิริ) เขย่าตลาดบ้านหรู 100 ล้าน แสนสิริ ชี้ ‘Luxury Wellness Ecosystem’ ปัจจัยซื้อบ้านระยะยาว ผนึกพันธมิตรชั้นนำ ปูพรม 4 ทำเล ปั้น Wellness Ecosystem ระดับโลก 'ส่วนกลางใหญ่กว่า 10 ไร่ – พื้นที่สีเขียว-ประสบการณ์เวิลด์คลาส'

3/11/2025 • by Homeday
“ยะลา” เป็นพื้นที่พหุสังคม ที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา ทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ทว่าเมืองยะลาก็สามารถพัฒนาสู่เมืองสุขภาวะ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังตั้งเป้าลดภาวะโลกร้อน ลดอุณหภูมิของเมืองปีละ 2 องศา ภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา หนึ่งในวิทยากรงาน Active City Forum: Activate City for Healthier Life “ขยับเมือง ขยับชีวิต” ความโดดเด่นของเมืองยะลา ซึ่งสามารถจัดการพื้นที่สีเขียวที่มีถึง 17 ตารางเมตรต่อคน เกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้เมืองควรมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตรต่อคน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงสุขภาวะของประชาชน การเปิดพื้นที่และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดให้มีสภาประชาชน และลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยคำนึงถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้ แม้ในช่วงที่เกิดความไม่สงบ เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็ปรับกลยุทธ์เป็นการฟื้นฟูเมืองในหลายด้าน โดยใช้ต้นทุนที่มีอยู่ จากการเป็นเมืองที่มีผังเมืองที่ดี พื้นที่สีเขียว ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่ทำให้ผลไม้ยะลามีรสชาติดี รวมถึงต้นทุนทางการศึกษาและวัฒนธรรมจากความเป็นพหุสังคมของทั้งคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยมลายูมุสลิม “เรามองเมืองในอนาคตว่าต้องแข่งขันด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุนมนุษย์ และระบบการสื่อสาร เราจึงพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งยะลาก็อยู่ในลำดับต้นๆ [...]

2/13/2026 • by Homeday
แนวคิดโครงการ OASIS in the City – สุนทรียะแห่งการใช้ชีวิตที่สงบใจกลางเมือง โครงการใหม่ล่าสุด โอเชี่ยน โอเอซิส ขอนแก่น คอนโดมิเนียมที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “OASIS in the City” เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยความสงบ ร่มรื่น และความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบของเมืองใหญ่ โดยเน้นการผสานอย่างลงตัวระหว่างพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ดีไซน์ของโครงการสะท้อนความทันสมัย ด้วยรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอีสาน ถ่ายทอดผ่านเส้นสายและวัสดุที่อบอุ่น สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม พร้อมบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อม เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยให้สมบูรณ์แบบทั้งกายและใจ สิ่งอำนวยความสะดวก – ล็อบบี้ เลานจ์– ห้องฟิตเนส– โซนนั่งเล่น– สวนพักผ่อน– สระว่ายน้ำ Half-Olympic Size ยาว 25 เมตร– โซนน้ำวนนวดตัวเพื่อสุขภาพ(จากุชชี่)– สระเด็ก– Co-Working Space– ลู่เดินเล่นกลางแจ้ง– ยิมกลางแจ้ง– สนามเด็กเล่น– พื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อน หรือจัดกิจกรรมสังสรรค์– โซนนั่งเล่น/ทำงาน ทำเลที่ตั้ง ซอยหมอชาญอุทิศ ถนนมิตรภาพ [...]
