Loading...
Loading...
พบ 5 บทความ

5/24/2025 • by Homeday
การเลือกต้นไม้ประดับในบ้านสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจัดสวนอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายหากไม่รู้จักคุณสมบัติของแต่ละชนิด แต่หากกำลังมองหาต้นไม้ที่ทั้งสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้เทคนิคการปลูกซับซ้อน ต้นไม้ตระกูลพลูถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยียมสำหรับทุกคน เพราะนอกจากจะมีใบที่สวยงามหลากหลายสีสันแล้ว ยังมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันและต้องการการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำที่ไม่บ่อยมาก การให้แสงแดดรำไร และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในบ้าน ทำความรู้จักกับพลูชนิดต่างๆ ที่มือใหม่ควรเริ่มต้น พลูด่างและพลูทอง: ตัวเลือกหลักสำหรับผู้เริ่มต้น พลูด่างหรือที่รู้จักกันในชื่อ Devil’s Ivy มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นกลมอ่อนและรากอากาศ ใบมีทรงหัวใจสีเขียวปนเหลืองหรือขาว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ และแผ่นใบหนา สิ่งที่ทำให้พลูด่างเป็นที่นิยมอย่างมากคือความสามารถในการปลูกได้ทั้งในกระถางและแจกัน รวมถึงความทนทานต่อโรคและแมลง โตได้ในทุกสภาพแวดล้อม และไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย พลูทองหรือราชินีสีทอง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum ‘Bunting Lime’ เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปีที่มีกิ่งก้านสีเขียวอมเหลืองพร้อมขีดสีอ่อนตามแนวยาว ใบเป็นทรงไข่ สีเขียวอมเหลือง ปลายใบเรียว โคนใบเว้า และขอบใบเรียบ นอกจากความสวยงามแล้ว พลูทองยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษในอากาศ ทำให้เป็นทั้งไม้ประดับและไม้ฟอกอากาศในตัวเดียวกัน การดูแลพลูด่างและพลูทองอย่างถูกต้อง พลูด่างและพลูทองต้องการการดูแลที่คล้ายคลึงกัน โดยชอบดินร่วนที่ผสมปุ๋ย ทรายหยาบ และใบไม้แห้ง ชอบอุณหภูมิประมาณ 18-24 องศาเซลเซียส ต้องการแสงแดดจัดแต่ไม่ควรเป็นแสงแดดโดยตรง และต้องการความชื้นสูง [...]

10/3/2025 • by Homeday
Primo Care ร่วมกับ Origin Give จัดโครงการ “พัฒนาโรงเรียน ปลูกพลังการเรียนรู้” ณ โรงเรียนคลองแสนสุข จ.สมุทรปราการ ร่วมสร้างกิจกรรมอาสาเพื่อสังคม ทั้ง 3 กิจกรรม จัดทำแปลงผักเรียนรู้เชิงปฏิบัติ, ทาสีรั้วกำแพงโรงเรียน มอบหนังสือเรียนเสริมทักษะ และสิ่งของใช้จำเป็นอย่างน้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ในการใช้ชีวิต ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการดูแลสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร กล่าวว่า พรีโม ผนึกกำลัง ออริจิ้น เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมด้วย Primo Care และ Origin [...]

6/18/2025 • by Homeday
ทำไมต้องรีไซเคิลของเก่าในสวน? การตกแต่งสวนด้วยวัสดุรีไซเคิลไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญ การนำของเก่าหรือวัสดุเหลือใช้มาแปลงโฉมใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ในสวนไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะ แต่ยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างกิจกรรมเชิงการศึกษา และสามารถนำมาใช้ในโครงการรีไซเคิลของคุณได้1 นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์และบุคลิกให้กับสวนของคุณด้วยชิ้นงานที่มีประวัติและเรื่องราวเฉพาะตัว ไอเดียสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ 1. ไม้พาเลทสำหรับสวนแนวตั้ง ไม้พาเลทเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่สามารถนำมาใช้สร้างสวนแนวตั้งได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด คุณสามารถนำต้นไม้ปลูกในกระถางขนาดเล็กมาผูกติดกับไม้พาเลท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือผักสวนครัว การสร้างสวนแนวตั้งจากไม้พาเลทเป็นโครงการที่ทำได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสามารถใช้ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด7 เพียงแค่หาไม้พาเลทเก่า ติดผ้าคลุมดินเพื่อสร้างช่องสำหรับใส่ดิน แล้วเลือกพืชที่เหมาะสม เช่น พืชอวบน้ำหรือดอกไม้ตามฤดูกาล 2. เฟอร์นิเจอร์เก่าสู่ชีวิตใหม่ โต๊ะไม้เก่าที่ดูเหมือนจะหมดประโยชน์สามารถกลายเป็นจุดเด่นในสวนได้ เพียงแค่นำไปวางในสวน นอกจากจะได้ของตกแต่งชิ้นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว ยังได้พื้นที่สำหรับเก็บของและใช้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย เก้าอี้เก่าก็สามารถนำมาแปลงโฉมเป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะโครงเก้าอี้เหล็กที่สามารถใช้เป็นฐานรองกระถาง ช่วยเปลี่ยนสวนธรรมดาให้ดูมีสไตล์มากขึ้น 3. บันไดเก่าสู่มุมสวนสวย บันไดเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสามารถนำมาแขวนบนเพดานหรือผนัง พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้รากอากาศและหลอดไฟ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นค้ำยันสำหรับไม้เลื้อยหรือสร้างเป็นสวนแนวตั้งได้อีกด้วย บันไดเก่าสามารถใช้เป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้หลายระดับ โดยวางกระถางบนแต่ละขั้น หรือแขวนกระถางด้วยตะขอหรือลวด สวนแนวตั้งแบบนี้ไม่เพียงประหยัดพื้นที่ แต่ยังสร้างจุดสนใจให้กับมุมที่ดูจืดชืดได้อย่างง่ายดาย 4. แผ่นไม้เหลือใช้ แผ่นไม้ธรรมดาสามารถแปลงโฉมเป็นป้ายชื่อต้นไม้น่ารักๆ หรือป้ายข้อความที่ชื่นชอบเพื่อวางตามมุมต่างๆ ในสวน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาสร้างเป็นทางเดินในสวนโดยใช้แผ่นไม้ตัดเป็นชิ้นวางเรียงกัน สร้างบรรยากาศแบบชนบทที่เป็นธรรมชาติ [...]

2/14/2025 • by Homeday
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ตรวจเยี่ยมการฝึกอบรมและสาธิตเครื่องอบดินและวัสดุปลูกให้แก่กลุ่มเกษตรกร ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บ้านนาเกียรตินิยม ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่ง ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) วว. นำโดย ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศนก. และคณะวิจัย ดำเนินการฝึกอบรมฯ ทั้งนี้เครื่องอบดินและวัสดุปลูก เป็นนวัตกรรมถังผลิตไอน้ำร้อนแบบท่อจากการต้มน้ำด้วยก๊าซหุงต้ม สำหรับการอบแบบคลุมกอง (Sheet steaming) เพื่อทำลายศัตรูพืชในดินแปลงเพาะปลูกพืชหรือวัสดุปลูก โดยนำไปใช้อบหน้าดินแปลงเพาะปลูกในขนาดพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตรต่อชั่วโมง หรืออบวัสดุปลูก 1 ตัน/ชั่วโมง สามารถทำลายเชื้อราโรคพืช แมลงศัตรูและเมล็ดวัชพืช ที่ปนเปื้อนในดินหรือวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการนำนวัตกรรมนี้ไปใช้ประโยชน์คือ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ปลูกพืชผักแบบยกแปลง ที่ประสบปัญหาเชื้อโรคพืชและ/หรือไส้เดือนฝอยสะสมในพื้นที่เพาะปลูก ปัจจุบันถังอบและกระบวนการอบดินถูกไปใช้ในแปลงผักอินทรีย์พื้นที่สูงภาคเหนือ ภายใต้การกำกับดูแลของ [...]

3/5/2025 • by Homeday
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนและส่งเสริมการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อม ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและตรวจวิเคราะห์สารไมทราไจนีนในใบกระท่อมมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สารสกัดใบกระท่อมชนิดผง และผงใบกระท่อม อีกทั้งจัดกิจกรรมการเปรียบเทียบผลการทดสอบระหว่างห้องปฏิบัติการ เรื่องการวิเคราะห์ปริมาณสารไมทราไจนีนในตัวอย่างใบกระท่อม และสร้างความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมกับ มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรผู้ปลูกพืชกระท่อมในพื้นที่เป้าหมาย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ (ศวว.) สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน(สทช.) โดย นางสุบงกช ทรัพย์แตง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ร่วมด้วยคณะนักวิทยาศาสตร์ เดินทางเข้าร่วมหารือกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดการวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อม และในวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2568 ได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างใบกระท่อมของเกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช และตรัง เพื่อนำมาใช้ในการวิจัยและพัฒนาในห้องปฏิบัติการ พร้อมให้คำปรึกษาเชิงลึกในเรื่องของปริมาณสารไมทราไจนีนในใบกระท่อม และความสำคัญของค่าปริมาณสารสำคัญในใบกระท่อมตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ตลอดจนการขอรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice; GAP) เพื่อให้สามารถนำไปจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นด้านคุณภาพของใบกระท่อมต่อเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้บริโภค ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อม สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรผู้ปลูก [...]
