Loading...
Loading...

4/29/2025 • by Homeday
เมื่ออากาศร้อนจัดของเมืองไทยทำให้การพึ่งพาเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งจำเป็น แต่หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาแอร์ไม่เย็นทั้งที่เพิ่งซื้อมาใหม่หรือใช้งานมาระยะหนึ่ง ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความอึดอัดในการอยู่อาศัย แต่ยังอาจส่งผลให้สิ้นเปลืองค่าไฟโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาสาเหตุของการเกิดปัญหาแอร์ไม่เย็นและวิธีแก้ไขที่ทำได้ด้วยตัวเองหรือเมื่อไหร่ที่ควรเรียกช่างมืออาชีพมาช่วย 7 สาเหตุหลักที่ทำให้แอร์ไม่เย็น ที่คุณควรตรวจสอบก่อนเรียกช่าง 1. การละเลยการล้างทำความสะอาดแอร์ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการไม่ล้างแอร์เป็นเวลานาน เมื่อเครื่องปรับอากาศทำงานมันจะดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปสะสมในระบบ ทำให้เกิดการอุดตันที่คอยล์เย็นและคอยล์ร้อน ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนความร้อนไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากทำให้แอร์ไม่เย็นแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ 2. การเลือกขนาด BTU ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่มี BTU (British Thermal Unit) ไม่เหมาะสมกับขนาดห้องเป็นอีกสาเหตุสำคัญ หากเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU น้อยเกินไป แอร์จะทำงานหนักตลอดเวลาแต่ไม่สามารถทำความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน หากเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU มากเกินไป แอร์จะทำความเย็นเร็วแต่จะปิดการทำงานเร็วเกินไป ทำให้ความชื้นในห้องไม่ถูกกำจัดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ห้องเย็นไม่สบาย 3. น้ำยาแอร์น้อยหรือรั่วไหล น้ำยาแอร์เป็นตัวกลางสำคัญในการแลกเปลี่ยนความร้อน เมื่อน้ำยาแอร์น้อยลงหรือหมดไป ประสิทธิภาพในการทำความเย็นก็จะลดลงตามไปด้วย สังเกตได้จากลมที่ออกมาจากแอร์จะไม่เย็นหรือเย็นเพียงเล็กน้อย สาเหตุที่ทำให้น้ำยาแอร์ลดลงอาจเกิดจากการรั่วของท่อทองแดง การเชื่อมต่อที่ไม่แน่นหนา หรือการใช้งานมาเป็นเวลานานทำให้น้ำยาแอร์ค่อยๆ ระเหยออกไป 4. แผ่นกรองอากาศสกปรกและอุดตัน แผ่นกรองอากาศที่สกปรกและอุดตันเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและแก้ไขได้ง่ายที่สุด แผ่นกรองที่อุดตันจะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ ทำให้อากาศเย็นไม่สามารถกระจายออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำให้คอยล์เย็นทำงานหนักขึ้นและอาจเกิดน้ำแข็งเกาะที่คอยล์ได้ ซึ่งจะยิ่งลดประสิทธิภาพการทำความเย็นมากขึ้นไปอีก [...]

2/26/2025 • by Homeday
นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตพบขยะและวัชพืชจำนวนมากในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณหน้าวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารว่า กทม. ได้จัดเก็บขยะและวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเน้นการจัดเก็บขยะและวัชพืชบริเวณท่าเทียบเรือ แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ตั้งแต่สะพานพระราม 9 ถึงสะพานกรุงธน เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. โดยใช้เรือประเภทต่าง ๆ รวม 44 ลำ เช่น เรือไฟเบอร์กลาส เรือกวาดเก็บวัชพืช เรือเก็บขนและลำเลียงวัชพืช เรือขนถ่ายและลำเลียงวัชพืช และรถเก็บขนมูลฝอยแบบกระบะเทท้าย 5 คัน อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ 160 คน เก็บขยะและวัชพืชได้เฉลี่ยวันละ 10.35 ตัน/วัน (สถิติตั้งแต่เดือน ต.ค. 67 – ม.ค. 68) นอกจากนี้ กทม. ยังได้รับความร่วมมือจากองค์กร The Ocean cleanup ในการทดลองติดตั้งเครื่องดักขยะพลังงานแสงอาทิตย์ (Interceptor) บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา กรณีข้อสังเกตขณะนี้บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยามีขยะและวัชพืชจำนวนมาก สาเหตุเนื่องจากการไหลของน้ำตามกระแสน้ำขึ้นลง และหากเป็นช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนก็จะดันขยะเข้ามา ประกอบกับมีวัชพืชไหลลอยมากับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพฯ และคลองบางกอกน้อย [...]

5/15/2025 • by Homeday
การดื่มกาแฟที่บ้านกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่หลายคนทำงานจากที่บ้านหรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อกาแฟนอกบ้านที่มีราคาแพง การมีเครื่องชงกาแฟดีๆ สักเครื่องจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคอกาแฟตัวจริง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเงินในระยะยาวแล้ว ยังมอบความเพลิดเพลินในการได้รังสรรค์เมนูกาแฟโปรดตามใจชอบอีกด้วย แต่ในท้องตลาดมีเครื่องชงกาแฟมากมายหลายประเภทให้เลือก ทั้งเครื่องชงกาแฟแคปซูล เครื่องชงกาแฟแบบคั่วบด หรือจะเป็นเครื่องชงกาแฟแบบพกพา แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การเลือกเครื่องชงกาแฟให้เหมาะกับการใช้งานที่บ้าน คุณควรพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ในครัว ความสะดวกในการใช้งาน ความถี่ในการดื่มกาแฟ รสชาติกาแฟที่ชื่นชอบ งบประมาณ และที่สำคัญคือการดูแลรักษา บางเครื่องอาจมีฟังก์ชันมากมายแต่มีขั้นตอนการทำความสะอาดที่ยุ่งยาก ในขณะที่บางเครื่องอาจมีฟังก์ชันน้อยกว่าแต่ดูแลรักษาง่ายเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด บทความนี้จะแนะนำเครื่องชงกาแฟยอดนิยม 9 รุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานที่บ้าน ที่มีทั้งรุ่นพรีเมียม รุ่นกลาง และรุ่นเริ่มต้น เพื่อให้คุณได้เลือกเครื่องที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการ #เครื่องชงกาแฟ #กาแฟแคปซูล #กาแฟสด #เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ #ชงกาแฟเองที่บ้าน #NespressoEssenzaMini #NespressoVertuoNext #DolceGusto #TrendCoffee2024

3/21/2025 • by Homeday
การเลือกกระเบื้องปูพื้นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในการออกแบบและตกแต่งภายในบ้าน กระเบื้องไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ปกคลุมพื้นผิวเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดบุคลิกและความรู้สึกของพื้นที่อีกด้วย การเลือกกระเบื้องที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น 1. ทำความเข้าใจพื้นที่ใช้งานอย่างละเอียด การเลือกกระเบื้องต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก พื้นที่แต่ละส่วนของบ้านมีความต้องการที่แตกต่างกัน: ห้องน้ำต้องการกระเบื้องที่กันลื่นและทนความชื้น ห้องครัวควรเลือกกระเบื้องที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและคราบสกปรก พื้นที่ส่วนนั่งเล่นและห้องนอนเน้นความสวยงามและความรู้สึกสบาย 2. พิจารณาวัสดุกระเบื้องอย่างรอบคอบ กระเบื้องมีหลากหลายประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัว: กระเบื้องเซรามิก: เหมาะสำหรับพื้นที่ทั่วไป ราคาประหยัด ดูแลรักษาง่าย กระเบื้องพอร์ซเลน: แข็งแรงทนทาน เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก กระเบื้องหินธรรมชาติ: ให้ความหรูหรา แต่ต้องดูแลรักษามากกว่ากระเบื้องประเภทอื่น กระเบื้องไวนิล: ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสวยงามในงบจำกัด 3. คำนวณขนาดกระเบื้องให้เหมาะสมกับพื้นที่ ขนาดกระเบื้องมีผลต่อความรู้สึกของพื้นที่: กระเบื้องขนาดเล็ก (8×8 นิ้ว): เหมาะสำหรับพื้นที่แคบ ทำให้ดูมีมิติ กระเบื้องขนาดกลาง (12×12 นิ้ว): เหมาะสำหรับห้องทั่วไป กระเบื้องขนาดใหญ่ (24×24 นิ้ว หรือมากกว่า): ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางและโล่ง 4. คำนึงถึงสีและลวดลาย สีและลวดลายของกระเบื้องส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศของห้อง: สีอ่อน: ทำให้ห้องดูกว้างและสว่าง สีเข้ม: สร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเอกลักษณ์ ลวดลายธรรมชาติ: จำลองลักษณะของหิน [...]

6/18/2025 • by Homeday
เส้นทางกรวด (Gravel Path) การใช้กรวดปูทางเดินให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับสวนที่ต้องการบรรยากาศเรียบสบาย กรวดเม็ดขนาด 10–20 มม. ปูบนชั้นฐานรากลึกประมาณ 100 มม. จะช่วยระบายน้ำดีและลดโอกาสน้ำขัง นอกจากนี้ควรติดตั้งขอบทางเพื่อป้องกันกรวดหกเลอะหญ้า และใช้ผ้ากันหญ้าใต้ชั้นกรวดเพื่อลดการขึ้นของวัชพืช ทางเดินอิฐบล็อก (Concrete Block Paving) อิฐบล็อกมีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะกับสวนที่มีผู้สัญจรบ่อย สามารถจัดลวดลายได้หลากหลาย เช่น วางเรียงตรงหรือลายก้างปลา ควรวางบนชั้นทรายปรับระดับลึก 30–50 มม. และรองฐานด้วยหินรองหนา 100–150 มม. เพื่อความมั่นคง แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Concrete Pavers) สำหรับสไตล์โมเดิร์น แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปทั้งแบบพื้นเรียบและพิมพ์ลายตอบโจทย์การตกแต่งที่ดูทันสมัย ปูบนชั้นหินรองลึกประมาณ 50–100 มม. แล้วเว้นร่องให้ปลูกหญ้าหรือโรยหินตกแต่ง ช่วยลดความแข็งกระด้างและเพิ่มความเขียวชอุ่ม ทางเดินไม้และไม้เทียม (Wood or Composite Timber) ไม้เนื้อแข็งอย่างไม้มะค่า ไม้แดง และไม้เต็งสร้างความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ แต่ต้องดูแลรักษาสูง จึงนิยมใช้ไม้เทียมที่ราคาต่ำกว่า ติดตั้งง่าย และสีลายเหมือนไม้จริง โดยรองฐานด้วยหินหรือทรายเพื่อการระบายน้ำ [...]

5/31/2025 • by Homeday
การจัดสวนแนวตั้งกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการสีเขียวในบ้าน ด้วยงบประมาณเพียง 10,000 บาท คุณสามารถสร้างสวนแนวตั้งสวยงามได้ด้วยตัวเอง โดยใช้วิธี DIY ที่ไม่ซับซ้อน การลงทุนนี้จะแบ่งออกเป็น ต้นไม้ 3,000 บาท กระถาง 2,500 บาท แผ่นปลูก 2,500 บาท และระบบรดน้ำอัตโนมัติ 2,000 บาท ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนผนังโล่งให้กลายเป็นสวนสีเขียวที่มีชีวิตชีวาและยังสามารถติดตั้งได้ง่ายในพื้นที่เพียง 240×160 เซนติเมตร ทำไมต้องเลือกสวนแนวตั้งเป็นทางออกสำหรับพื้นที่จำกัด สำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อย การจัดสวนหน้าบ้านแบบดั้งเดิมอาจทำให้เกิดความแออัดเกินไป1 เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ถ้าจัดสวนก็อาจจะได้แค่สวนเล็กๆ ดูไม่สมส่วน แต่ทั้งนี้คนที่มีบริเวณบ้านน้อยแต่รักการจัดสวนก็สามารถจัดสวนแนวตั้งได้1 การใช้พื้นที่แนวตั้งช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากทุกตารางเซนติเมตร พื้นที่สีเขียวเป็นสิ่งที่หลายคนเพรียกหา เพราะช่วยเพิ่มความสดชื่นและเติมความมีชีวิตชีวาให้กับเรา การปลูกต้นไม้ที่บ้านจึงเป็นวิธีหนึ่งให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติในทุกๆ วัน ซึ่งแม้ว่าพื้นที่บ้านเราจะมีไม่มากหรือมีอยู่อย่างจำกัดหรืออยู่คอนโด ก็สามารถมีต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้ด้วยสวนแนวตั้ง สวนแนวตั้งยังมีข้อดีหลายประการ เช่น ประหยัดพื้นที่ ดูแลรักษาง่าย สามารถเปลี่ยนต้นไม้ได้ง่าย และสามารถติดตั้งได้บนผนังทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผนังอิฐมอญ ผนังอิฐมวลเบา ผนังอิฐบล็อกกรอกปูนเต็มช่อง รวมถึงผนังโครงเบา การเตรียมงบประมาณและรายการอุปกรณ์ที่จำเป็น การจัดสวนแนวตั้งด้วยงบ 10,000 บาท สามารถแบ่งรายการค่าใช้จ่ายได้ดังนี้1 ต้นไม้ราคา 3,000 [...]

5/11/2025 • by Homeday
ระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดมักถูกปล่อยให้โล่งและดูน่าเบื่อ ทั้งที่จริงแล้วพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมุมสีเขียวที่ทั้งสวยงามและมีประโยชน์ได้ การจัดสวนบนระเบียงคอนโดนอกจากจะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้น่าอยู่ ยังช่วยบำบัดความเครียด ฟอกอากาศ และอาจกลายเป็นแหล่งผลิตผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้อีกด้วย แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่จำกัดเหล่านี้กลายเป็นสวนสวยที่ทั้งประหยัดพื้นที่และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศไปพร้อมกัน? บทความนี้รวบรวมเทคนิคและไอเดียการจัดสวนระเบียงคอนโดที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เตรียมความพร้อมก่อนจัดสวนระเบียงคอนโด ก่อนที่จะเริ่มจัดสวนบนระเบียงคอนโด สิ่งแรกที่ควรทำคือเช็กกฎระเบียบของคอนโดให้ชัดเจน เพราะแต่ละที่มีข้อบังคับที่แตกต่างกัน บางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องการเจาะผนัง การวางวัสดุที่มีน้ำหนักมาก หรือความสูงของสิ่งของที่จะวางบนระเบียง การทำความเข้าใจกฎระเบียบตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้ คุณควรพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่น ๆ เช่น ทิศทางแสงแดด ความแรงของลม ระบบระบายน้ำ และน้ำหนักที่ระเบียงรับได้ การเข้าใจสภาพแวดล้อมของระเบียงจะช่วยให้คุณเลือกต้นไม้และวิธีจัดสวนที่เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น สวนแนวตั้ง: ทางออกสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแนวตั้งหรือ Vertical Garden เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับระเบียงคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด เทคนิคนี้ช่วยประหยัดพื้นที่โดยการใช้ผนังหรือพื้นที่แนวตั้งแทนการวางกระถางบนพื้น มีหลายวิธีในการสร้างสวนแนวตั้ง เช่น: ชั้นวางต้นไม้ติดผนัง – เหมาะสำหรับต้นไม้ขนาดเล็กและไม่หนักมาก กระเป๋าผ้าแขวนผนัง – สามารถปลูกได้ทั้งไม้ประดับและผักสวนครัว ระแนงไม้หรือตะแกรงเหล็ก – ใช้สำหรับไม้เลื้อยหรือแขวนกระถางต้นไม้ พาเลทไม้ – ดัดแปลงเป็นที่วางหรือแขวนกระถางต้นไม้ได้ ชั้นวางหนังสือเก่า – สามารถนำมาประยุกต์เป็นที่วางต้นไม้ได้อย่างสร้างสรรค์ วิธีการจัดสวนแนวตั้งที่นิยมอีกวิธีคือการใช้โมดูลสำเร็จรูปที่ออกแบบมาเฉพาะ ซึ่งมีระบบให้น้ำในตัว ทำให้ดูแลรักษาง่ายและประหยัดเวลา อย่างไรก็ตาม [...]

8/27/2021 • by Homeday
ห้องน้ำ เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญสำหรับสมาชิกในบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยต้องใช้ทุกวัน จึงต้องดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี ถ้าหากหมั่นดูแล ทำความสะอาดห้อ

5/27/2025 • by Homeday
การจัดสวนหย่อมด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากมีการวางแผนที่ดีและเทคนิคที่เหมาะสม แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถสร้างสวนขนาดเล็กที่สวยงามได้ การจัดสวนหย่อมเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน ช่วยปรับอากาศให้เย็นสบาย และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็กก็สามารถสร้างสวนที่มีเสน่ห์และดูแลรักษาง่ายได้ วางแผนและเตรียมการจัดสวนหย่อมอย่างไร การวางแผนเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการจัดสวนหย่อม ก่อนเริ่มต้นควรสำรวจพื้นที่ที่มีอยู่และกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน พื้นที่รอบบ้านโดยทั่วไปมักมีขนาดจำกัด ประมาณ 2-3 เมตร จึงต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า การสำรวจแสงแดดที่ตกกระทบในแต่ละพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากจะส่งผลต่อการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การกำหนดโจทย์และความต้องการเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ต้องการสวนที่ดูแลง่าย มีมุมนั่งเล่น หรือต้องการพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว การวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้การจัดสวนเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกินกำลัง สำหรับการจัดสวนหย่อมขนาดกลางทั่วไป งบประมาณอาจอยู่ที่ประมาณ 30,000-80,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และการออกแบบ การเลือกช่วงเวลาในการจัดสวนก็มีความสำคัญ ควรเลือกปลูกช่วงฤดูฝนเพราะต้นไม้จะได้รับน้ำฝนธรรมชาติ ช่วยลดภาระการรดน้ำและทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีกว่า เลือกต้นไม้และพรรณไม้ให้เหมาะกับพื้นที่อย่างไร การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการจัดสวน สำหรับพื้นที่แคบควรเลือกต้นไม้ที่มีใบเล็กหรือใบเป็นเส้น ให้ผิวสัมผัสละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัด การเลือกพรรณไม้ที่มีนิสัยใกล้เคียงกัน เช่น ชอบแดดหรือชอบร่ม จะทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น สำหรับพื้นที่หน้าบ้านที่มีขนาดประมาณ 3×7 เมตร ควรเลือกปลูกไม้พุ่มเตี้ยเป็นหลัก และใส่ต้นไม้ใหญ่เพียง 1 ต้นเป็นไม้ประธาน1 ไม้ใหญ่ที่นิยมใช้ เช่น ซิลเวอร์โอ๊ก หลิวลู่ลม ซึ่งช่วยกรองแสงแดดและเป็นจุดเด่นของสวน สำหรับพื้นที่ข้างบ้านที่แคบและได้รับแสงแค่ครึ่งวัน ควรเลือกพรรณไม้ที่ไม่ต้องการแสงมาก [...]

2/28/2025 • by Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เปิดตัวโซนใหม่ “TOMO LIVING” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นระเบียบ ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์มินิมอลของญี่ปุ่น โซนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสัมผัสได้พบกับบรรยากาศของบ้านที่โปร่ง โล่ง สบายตา พร้อมฟังก์ชันการจัดเก็บที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ให้มากที่สุด โดยยังคงความสวยงามและลงตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองปัจจุบันด้วยแนวคิด “Stay comfy, Rest easy” TOMO LIVING มอบประสบการณ์ใหม่ในการจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ผ่านแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านโดยเน้นความเรียบง่ายและความสะดวกสบาย ภายในโซนจะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายช่วยสร้างความรู้สึกสงบและเป็นกันเอง การจัดแสงในโซนถูกออกแบบมาให้ดูสบายตา เน้นแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา ช่วยให้ทุกมุมของพื้นที่มีความโปร่งโล่งและอบอุ่น ผนังสี เอิร์ธโทนและพื้นผิวลายไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับองค์ประกอบโดยรอบ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความสบายและเป็นระเบียบ ในโซน TOMO LIVING ยังให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พื้นที่ถูกจัดแบ่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย หรือมุมทำงานที่เงียบสงบและเป็นระเบียบ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในทุก ๆวัน องค์ประกอบของดีไซน์ที่มินิมอลแต่มีความอบอุ่นช่วยให้การเดินชมภายในโซนนี้เป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านของตัวเองได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การออกแบบของ TOMO LIVING ยังเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ รองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านขนาดกะทัดรัด ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ต้องใช้ของหลายชิ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและความสะดวกสบาย เฟอร์นิเจอร์ในโซนนี้ได้รับการออกแบบให้เข้ากับทุกมุมของบ้าน โดยเน้นความสมดุลระหว่างดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยให้บ้านดูสว่างขึ้น หรือการใช้วัสดุที่ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น [...]

12/20/2022 • by Homeday
5. ดูแลรักษาความชื้นเห็ด การดูแลเห็ดก้อนให้ออกดอกสวยงามสมบูรณ์ ต้องรักษาความชื้น ควรหมั่นฉีดน้ำ เมื่อก้อนเชื้อเห็ดได้รับความชื้นสม่ำเสมอ จะทำให้ดอกเห็ดออกเรื่อย ๆ หรืออาจใช้ผ้

3/28/2025 • by Homeday
การเลือกกันสาดที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการตกแต่งและปกป้องบ้าน กันสาดนอกจากจะช่วยเสริมความสวยงามแล้ว ยังทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่โดยรอบบ้านจากแสงแดดและฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเภทของกันสาดยอดนิยม 1. กันสาดผ้าใบ กันสาดผ้าใบเป็นตัวเลือกคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีความยืดหยุ่นและราคาไม่แพง ข้อดี ติดตั้งง่าย มีหลากหลายสีสัน น้ำหนักเบา สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ ข้อเสีย ทนทานน้อยกว่าวัสดุอื่น เสี่ยงต่อการฉีกขาดจากลมแรง อายุการใช้งานสั้นกว่า 3-5 ปี 2. กันสาดอลูมิเนียม วัสดุทันสมัยที่มอบประสิทธิภาพสูงและความคงทน ข้อดี ทนทานต่อสภาพอากาศ น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม ดูแลรักษาง่าย อายุการใช้งานlåนาน 10-15 ปี ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง เสียงดังเวลาฝนตก การออกแบบค่อนข้างจำกัด 3. กันสาดไม้เทียม ทางเลือกที่ผสมผสานระหว่างความสวยงามและความทนทาน ข้อดี ดูเป็นธรรมชาติ ทนต่อแดดและฝน ไม่ลามไฟ ป้องกันปลวกได้ ข้อเสีย ราคาแพง การติดตั้งต้องใช้ช่างผู้ชำนาญ น้ำหนักค่อนข้างมาก 4. กันสาดพลาสติก ตัวเลือกประหยัดสำหรับพื้นที่เล็ก ข้อดี ราคาถูก น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ข้อเสีย ความทนทานต่ำ [...]