Loading...
Loading...

3/19/2025 • by Homeday
“กาแฟ” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหล ด้วยรสชาติที่เข้มข้นทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะดื่มในตอนเช้าหรือบ่าย ส่งผลให้อุตสาหกรรมกาแฟเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยการบริโภคกาแฟของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1.9% ต่อปี ทว่าในเบื้องหลังความหอมหวานของกาแฟนั้น ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือ ของเหลือทิ้งมหาศาลที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและแปรรูปกาแฟ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป จนถึงการบริโภค ของเหลือทิ้งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกกาแฟเชอรี่ เนื้อเชอรี่ กะลากาแฟ และกากกาแฟ ล้วนเป็นปัญหาที่ท้าทายต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะกะลากาแฟที่ย่อยสลายยาก ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 10 ปี ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางดินและน้ำ ส่วนเนื้อเชอรี่ที่เน่าเสียง่าย จะส่งกลิ่นเหม็น ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำอีกด้วย จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (ศนย.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงได้วิจัยและพัฒนา “เทคโนโลยีผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งกาแฟ” เพื่อนำของเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะกะลากาแฟซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการแปรรูปเป็นถ่านคาร์บอน มีคุณสมบัติ ให้ความร้อนสูง ติดไฟง่าย เผาไหม้ได้นาน ไม่แตกประทุและไม่มีควัน การผลิตถ่านคาร์บอนจากของเหลือทิ้งแปรรูปกาแฟดังกล่าว มุ่งเน้นนำของเหลือทิ้ง เช่น [...]

6/1/2025 • by Homeday
การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

5/24/2025 • by Homeday
โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]

5/22/2025 • by Homeday
หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

6/3/2025 • by Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

3/26/2025 • by Homeday
นางสาวศุภมาศ กลิ่นขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เกษตร กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวฯ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชัยภูมิ และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ได้จัดฝึกอบรมการผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันจาวมะพร้าวสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ให้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอำเภอหนองบัวระเหว และผู้สนใจ ในจังหวัดชัยภูมิ โดยได้รับเกียรติจาก นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีการอบรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาคุณภาพการผลิตและความหลากหลายในผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป โครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีการแปรรูปและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ พร้อมผลักดันสินค้าแปรรูปให้สามารถแข่งขันในตลาดระดับพรีเมียมภายใต้ตราสินค้าชุมชน มันจาวมะพร้าวเป็นพืชที่อุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม วิตามินซี และมีกรดโฟลิกสูงมาก รวมทั้งยังเป็นพืชที่ไม่มีกลูเตน มีปริมาณแป้งต้านทานการย่อยสูง และมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีสำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ กองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวฯ จึงได้นำมันจาวมะพร้าวหัวที่ตกเกรด หัวที่มีขนาดใหญ่มาก และหัวที่เสียหายจากการเก็บเกี่ยวจะขายในราคาที่ต่ำ มาแปรรูปเป็นแป้งฟลาวมันจาวมะพร้าวพร้อมใช้ และนำแป้งที่ได้ไปพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแป้งฟลาวมันจาวมะพร้าว โดยสามารถใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนแป้งสาลีได้ เช่น คุกกี้เนย เค้กชิฟฟ่อนใบเตย บราวนี่ โดนัทจิ๋ว ตูเล่ ชีสเค้กหน้าไหม้ อาหารเสริมสุขภาพ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้มันจาวมะพร้าว และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอีกทางเลือกหนึ่ง นางสาวศุภมาศ กล่าวว่า [...]

6/3/2025 • by Homeday
การปลูกต้นหอมในกระถางเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่อยากมีผักสวนครัวใช้เองแต่มีพื้นที่จำกัด ต้นหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว และสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการผักสดใช้ประกอบอาหารอยู่เสมอ การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน และสะดวกในการดูแลรักษา เตรียมอุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็น การเริ่มต้นปลูกต้นหอมในกระถางต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน กระถางที่เหมาะสมควรมีขนาดกว้างพอสมควรและมีรูระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังที่อาจทำให้รากเน่าได้1 ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี ไม่อุ้มน้ำมากเกินไป และมีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ เปลือกถั่วลิสงเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีประโยชน์มากในการปลูกต้นหอม เนื่องจากช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและช่วยรักษาความชื้นในดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เศษเปลือกไข่แตกบดให้ละเอียดโรยหน้าดินเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ สำหรับพันธุ์ที่จะใช้ปลูก มีทั้งเมล็ดต้นหอมและรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหารมาใช้ปักชำได้ การเตรียมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้อง ควรพรวนดินให้ร่วนและทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นผสมเปลือกถั่วลิสงกับดินและตักใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่นจนเกินไป1 การปล่อยให้ดินมีความโปร่งพอสมควรจะช่วยให้รากสามารถเจริญเติบโตได้ดีและระบายอากาศได้เหมาะสม วิธีการปลูกต้นหอมด้วยวิธีต่างๆ การปลูกต้นหอมในกระถางสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการปลูกจากรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหาร โดยใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว แล้วปักชำลงดิน โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้น 2 นิ้ว พร้อมกับรดน้ำพอให้ชุ่ม1 วิธีนี้จะให้ผลเร็วที่สุด สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 30-32 วัน การปลูกด้วยเมล็ดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม เพียงโรยเมล็ดลงหน้าดินประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถาง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันเกินไปเมื่อโตขึ้น1 แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าการปักชำราก แต่ต้นที่ได้จะแข็งแรงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกจากหัวพันธุ์ สามารถเลือกใช้หัวหอมแบ่งหรือหอมแดงมาปักชำได้ วิธีการเตรียมหัวพันธุ์มีหลายแบบ เช่น การตัดใบและรากทิ้งบางส่วน การตัดส่วนบนของหัวออก 1/3 [...]

6/12/2025 • by Homeday
ฤดูฝนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักหลายชนิด แต่ก็ต้องอาศัยความรู้และเทคนิคเฉพาะเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี การเลือกชนิดผักที่เหมาะสมและการใช้วิธีการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ปลูกผักสามารถมีผักสดสะอาดไว้บริโภคตลอดฤดูกาล ผักที่เหมาะสำหรับปลูกในฤดูฝน ผักใบเขียวที่ทนความชื้น การปลูกผักใบเขียวในฤดูฝนเป็นตัวเลือกที่ดีเนื่องจากมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ผักกลุ่มนี้ได้แก่ กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน คะน้า ผักกาดหอม และผักชี ผักเหล่านี้สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ดีและเติบโตเร็วในสภาพอากาศฝนตก กวางตุ้งเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในตระกูลกะหล่ำที่มีก้านใบเรียวยาว ใบกว้างคล้ายผักคะน้าแต่บางกว่า การปลูกทำได้โดยหยอดเมล็ดลงในหลุมปลูก 1-2 เมล็ด ให้ลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร แล้วกลบดินให้มิด ระยะเวลาจากปลูกจนเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 40-45 วัน ผักชีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝน ก่อนปลูกควรเตรียมเมล็ดด้วยการหมักในน้ำสะเดาหรือเชื้อราไตรโคเดอร์มา ฮาร์เซียนั่มประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเน่า ผักเถาเลื้อยและผักกินผล ผักเถาเลื้อยหลายชนิดเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน เช่น บวบ มะระ ถั่วฝักยาว และกระเจี๊ยบเขียว บวบเป็นพืชที่เหมาะจะปลูกในช่วงต้นฤดูฝน โดยต้องเตรียมการปลูกก่อนเข้าฤดูฝนประมาณ 1 สัปดาห์ การปลูกบวบต้องทำการตากดินให้แห้งประมาณ 5-7 วัน แล้วผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปในดิน ถั่วฝักยาวสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล แต่ในฤดูฝนหากมีการดูแลรักษาที่ดี คุณภาพของฝักที่ได้จะสมบูรณ์กว่าในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม ถ้าฝนตกชุกจะทำให้ดอกร่วงและฝักร่วง ผักยืนต้นและสมุนไพร ผักยืนต้นเช่น ชะอม [...]

5/28/2025 • by Homeday
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

6/17/2025 • by Homeday
การปลูกต้นไม้ในบ้านไม่ใช่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตและช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ความเครียดจากการทำงานและปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น การหันมาใช้เวลาว่างกับต้นไม้กลายเป็นทางออกที่หลายคนให้ความสนใจ ประโยชน์ทางด้านจิตใจจากการปลูกต้นไม้ ช่วยลดความเครียดและปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น การปลูกต้นไม้มีผลต่อการปรับสมดุลทางจิตใจอย่างชัดเจน งานวิจัยพบว่าการทำสวนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถลดอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้ทันที โดยกิจกรรมการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มระดับสารเซโรโทนินในสมอง ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกมีความสุขและช่วยฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจ การทำงานในสวนยังช่วยชะลอการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิตสูง และลดความวิตกกังวล โดยเป็นการพักผ่อนจากกิจกรรมสมัยใหม่ที่ก่อให้เกิดความเครียด เช่น การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์ และการใช้โซเชียลมีเดีย เสริมสร้างความมั่นใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของ การปลูกต้นไม้ตั้งแต่เมล็ดจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วยสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจ ความเป็นเจ้าของ และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปลูก กิจกรรมนี้ยังช่วยเสริมสร้างความจำ ความสุข และความพึงพอใจในชีวิต รวมถึงช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และการให้ความสนใจ ต้นไม้ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในบ้าน ต้นไม้ที่มีคุณสมบัติฟอกอากาศ สำหรับผู้ที่ต้องการต้นไม้ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในบ้าน ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและปลดปล่อยออกซิเจน ได้แก่ ต้นพลูด่าง ลิ้นมังกร ว่านหางจระเข้ เดหลี และปาล์มไผ่ ที่สามารถดูดซับสารเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และสารพิษอื่นๆ ที่พบในของใช้ประจำวัน ต้นลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตออกซิเจน โดยสามารถคายออกซิเจนได้แม้ในเวลากลางคืน ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในห้องนอน ต้นไม้ชนิดนี้ยังทนทานและสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ต้นไม้สมุนไพรที่ใช้ประโยชน์ได้ การปลูกสมุนไพรในบ้านช่วยให้ได้ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย ต้นโหระพาเป็นตัวอย่างที่ดี เนื่องจากมีสารลินาโลออล (Linalool) ที่ช่วยลดความเครียดและต่อต้านแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังมีลาเวนเดอร์ที่มีกลิ่นหอมช่วยคลายความกังวล ลดความเครียด และช่วยให้จิตใจสงบ สมุนไพรต่างประเทศหลายชนิดสามารถปลูกในประเทศไทยได้ดี [...]

5/17/2025 • by Homeday
อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การปลูกอะโวคาโดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำเกษตรเพื่อบริโภคเองหรือเพื่อการค้า บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกอะโวคาโดให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งแนะนำ 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับปลูกในประเทศไทย รวมถึงเทคนิคการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี ต้นอะโวคาโดคืออะไรและลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร? อะโวคาโด (Avocado) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Persea americana Mill เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง ประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกมามากกว่า 80 ปีแล้ว โดยมิชชันนารีชาวอเมริกันนำมาปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ลักษณะทั่วไปของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-18 เมตร มีใบเดี่ยวรูปรีที่มีขนนุ่มสั้นๆ ปกคลุมทั่วใบ ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีสีเหลืองอมเขียว ส่วนผลมีหลายรูปทรงทั้งกลมและรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา ผิวอาจเรียบหรือขรุขระขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เนื้อด้านในมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม มีรสชาติมัน เนื้อละเอียด เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นน้ำมันถึง 30% และยังอุดมไปด้วยโปรตีน อะโวคาโดสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูงมากกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่การเลือกพื้นที่และสายพันธุ์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปลูกประสบความสำเร็จ รู้จักอะโวคาโด 8 สายพันธุ์ยอดนิยมที่ปลูกในประเทศไทย ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่มแต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ ผลแก่ควรติดอยู่บนต้นได้นาน ไม่ร่วงง่าย มีผลเปลือกหนาและขนาดไม่ใหญ่เกินไป [...]

5/30/2025 • by Homeday
การปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านเป็นวิธีการที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในการประกอบอาหาร การรักษาสุขภาพ และการไล่แมลง การปลูกตะไคร้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่เขียวให้กับบ้านและสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกตะไคร้ในกระถางอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเตรียมต้นพันธุ์ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์ ทำไมต้องเลือกปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้าน? การปลูกตะไคร้ในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจมากขึ้น1 เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจทำการเกษตรกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่บ้านในเมืองหลวงที่ยอมแบ่งพื้นที่เอาไว้ปลูกผักสวนครัวเพื่อนำไปใช้และลดค่าใช้จ่าย การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน โดยเฉพาะในเรื่องของการระบายน้ำและการป้องกันศัตรูพืช ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cymbopogon citrates เป็นพืชล้มลุกในตระกูลหญ้า มีถิ่นกำเนิดจากแถบอินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย1 ลักษณะเด่นของตะไคร้คือการขึ้นเป็นกอและมีเหง้าอยู่ชั้นใต้ดิน ลำต้นเป็นรูปทรงกระบอกผิวเกลี้ยง เจริญเติบโตได้ประมาณ 1 เมตร มีใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนลักษณะเรียวยาวปลายแหลม การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการแยกกอออกมาปลูกใหม่1 ทำให้เป็นพืชที่เหมาะสำหรับการปลูกในครัวเรือนเป็นอย่างมาก ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสุขภาพ การปลูกตะไคร้ที่บ้านนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย1 ตะไคร้มีสรรพคุณที่ช่วยรักษาไข้หวัด ขับเสมหะ ขับลม แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์กันยุง สบู่ แชมพู ยาทาแก้ปวดเมื่อย และเครื่องสำอาง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย การเลือกพันธุ์และเตรียมต้นพันธุ์ตะไคร้ ก่อนเริ่มปลูกตะไคร้ [...]