Loading...
Loading...

4/24/2025 • by Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการชำระเงิน โดยมีทางเลือกหลักๆ คือการซื้อด้วยเงินสดหรือการผ่อนชำระผ่านสินเชื่อจากธนาคาร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับคนละกลุ่ม บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อควรพิจารณาของการซื้อบ้านด้วยเงินสด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ข้อดีของการซื้อบ้านด้วยเงินสดที่คุณอาจไม่เคยรู้ การซื้อบ้านด้วยเงินสดนั้นมีข้อดีหลายประการที่หลายคนอาจมองข้าม เริ่มต้นจากความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินการที่น้อยกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพียงแค่บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้หรือเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้การซื้อบ้านด้วยเงินสดยังทำให้คุณไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเครียดให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสที่การขอสินเชื่อจะไม่ผ่านนั้นมีอยู่เสมอ แต่เมื่อคุณตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการประหยัดเงินจากการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการผ่อนบ้าน ในบางกรณี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้อาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 50-100 ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับการซื้อด้วยเงินสด การตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยออกไปจึงช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล การซื้อบ้านเงินสดยังมีข้อดีอีกประการคือคุณไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเท่ากับร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ เช่น หากกู้ 2 ล้านบาท คุณต้องจ่ายค่าจดจำนองประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถประหยัดได้เมื่อซื้อบ้านด้วยเงินสด อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือสิทธิพิเศษที่อาจได้รับจากโครงการ หลายโครงการมักมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เช่น ส่วนลดพิเศษ การลดค่าโอน หรือแม้กระทั่งการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการซื้อบ้านของคุณ ใครเหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสด? เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่เหมาะกับทุกคน การตัดสินใจซื้อบ้านด้วยเงินสดจำเป็นต้องประเมินความพร้อมและสถานะทางการเงินของตนเองให้ถี่ถ้วน กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสดคือผู้ที่มี “เงินเย็น” [...]

4/22/2025 • by Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

11/4/2024 • by Homeday
บทความที่คุณอาจสนใจ15 น้ำพุแมว ยี่ห้อไหนดี ที่โดนใจเจ้านายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหล่าทาส10 ไอเดีย บ้านแมวกลางแจ้งระบบปิดแบบ Catioเกษตร ย่านใจกลางเมือง ต

4/17/2025 • by Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

3/12/2025 • by Homeday
สัญญาเช่า: การใช้งานโดยไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของ สัญญาเช่าเป็นข้อตกลงทางกฎหมายที่ให้สิทธิผู้เช่าในการใช้ทรัพย์สินของผู้ให้เช่าชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยมีการชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือรายปี ลักษณะสำคัญของสัญญาเช่ามีดังนี้: สิทธิการใช้งาน: ผู้เช่ามีสิทธิใช้ทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ความยืดหยุ่น: สามารถย้ายออกเมื่อครบสัญญาได้โดยไม่มีภาระผูกพัน ค่าใช้จ่าย: ชำระเพียงค่าเช่าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลา: มักมีการทำสัญญาระยะสั้น ตั้งแต่ 1-3 ปี ข้อดีของสัญญาเช่า มีความคล่องตัวสูง ไม่ต้องรับภาระในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย ลดภาระทางการเงินระยะยาว ข้อจำกัดของสัญญาเช่า ไม่มีสิทธิในการปรับปรุงหรือดัดแปลงสถานที่ อาจถูกขอขึ้นค่าเช่าได้เมื่อสิ้นสุดสัญญา ไม่ได้สร้างทรัพย์สินหรือมูลค่าเพิ่มให้ตนเอง สัญญาเช่าซื้อ: ก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของ สัญญาเช่าซื้อเป็นข้อตกลงที่มีความซับซ้อนมากกว่าสัญญาเช่าปกติ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เช่าสามารถเป็นเจ้าของทรัพย์สินในอนาคต ลักษณะสำคัญประกอบด้วย: สิทธิการเป็นเจ้าของ: มีสิทธิที่จะซื้อทรัพย์สินเมื่อครบเงื่อนไขในสัญญา การชำระเงิน: ประกอบด้วยค่าเช่าและเงินส่วนหนึ่งที่นำไปคำนวณเป็นมูลค่าของทรัพย์สิน ระยะเวลา: มักมีสัญญาระยะยาว 5-30 ปี การโอนกรรมสิทธิ์: เมื่อชำระครบตามเงื่อนไข จะได้กรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ ข้อดีของสัญญาเช่าซื้อ มีโอกาสเป็นเจ้าของทรัพย์สินในอนาคต สามารถปรับปรุงหรือตกแต่งได้ภายใต้ข้อตกลง สร้างทรัพย์สินและมูลค่าเพิ่มให้ตนเอง มีการผ่อนชำระที่ยาวนานกว่าสินเชื่อทั่วไป ข้อจำกัดของสัญญาเช่าซื้อ ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าการซื้อปกติ หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์ มีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ซับซ้อน การเลือกระหว่างสัญญาเช่าและสัญญาเช่าซื้อ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ: สถานะทางการเงิน เป้าหมายระยะยาว [...]

12/1/2025 • by Homeday
บริษัท สโคป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพระดับอัลตร้าลักชัวรี่ เปิดเผยความสำเร็จของโครงการแฟลกชิป สโคป หลังสวน ซึ่งสามารถทำยอดขายรวมแตะ 90% ภายในปีนี้ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงปี 2567–2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดระดับบน และความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพงานออกแบบและมาตรฐานการอยู่อาศัยของแบรนด์ สโคป นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ สโคป หลังสวน มาจากการผสานองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ทำเลถนนหลังสวนซึ่งเป็น Rare Location กรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินมีอยู่อย่างจำกัด, งานออกแบบระดับสากลร่วมกับ Thomas Juul-Hansen และ KPF, การเลือกสรรวัสดุคุณภาพที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด รวมถึงแนวคิด Well-Being ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยทั้งด้านกาย ใจ และสังคม ในปี 2567 SCOPE Langsuan สร้างยอดขายรวมกว่า 1,600 ล้านบาท และยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯเผชิญการแข่งขันสูงและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ยืนยันบทบาทของ สโคป [...]

4/22/2025 • by Homeday
การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

3/11/2025 • by Homeday
การจำนอง: เครื่องมือทางการเงินที่ปลอดภัยและมีเงื่อนไข การจำนองเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เจ้าของทรัพย์สินนำอสังหาริมทรัพย์ของตนไปค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยมีหลักการทำงานที่ชัดเจนและมีความคุ้มครองทั้งสองฝ่าย ในกระบวนการจำนอง เจ้าของทรัพย์สินจะยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ตามปกติ แต่สถาบันการเงินจะมีสิทธิในการยึดทรัพย์หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามข้อตกลง กระบวนการนี้มีความโปร่งใสและมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ทำให้ทั้งผู้กู้และสถาบันการเงินมีความมั่นใจในการทำธุรกรรม คุณสมบัติสำคัญของการจำนอง ประกอบด้วย: การกำหนดวงเงินกู้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สิน อัตราดอกเบี้ยที่มีความยืดหยุ่นและต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนาน (โดยปกติ 10-30 ปี) การคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ตามกฎหมาย การขายฝาก: ทางเลือกทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า การขายฝากเป็นรูปแบบการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง ในกระบวนการนี้ เจ้าของทรัพย์สินจะขายทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝาก แต่มีสิทธิในการไถ่คืนทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนด หลักการสำคัญของการขายฝาก: โอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝากทันที มีระยะเวลาไถ่คืนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ราคาไถ่คืนจะเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินในระหว่างระยะเวลาไถ่คืน ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจำนองและขายฝาก ด้านกรรมสิทธิ์ การจำนอง: เจ้าของทรัพย์สินยังคงครอบครองกรรมสิทธิ์ การขายฝาก: กรรมสิทธิ์ถูกโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที ระยะเวลาและเงื่อนไข การจำนอง: มีกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ที่ชัดเจน การขายฝาก: มีระยะเวลาไถ่คืนตามข้อตกลง ความเสี่ยง การจำนอง: ความเสี่ยงต่ำกว่า มีกฎหมายคุ้มครอง การขายฝาก: ความเสี่ยงสูงกว่า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา วัตถุประสงค์ การจำนอง: เพื่อกู้ยืมเงินโดยใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน การขายฝาก: เพื่อระดมทุนหรือแก้ปัญหาทางการเงินเฉพาะหน้า ข้อควรระวังในการเลือกใช้ การตัดสินใจเลือกระหว่างจำนองและขายฝากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

3/18/2025 • by Homeday
การตรวจสอบโฉนดที่ดินเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหรือซื้อที่ดิน เอกสารสำคัญนี้เปรียบเสมือนหัวใจหลักในการยืนยันสิทธิความเป็นเจ้าของและสถานะทางกฎหมายของที่ดิน การเตรียมพร้อมและเข้าใจรายละเอียดจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 1. ความสำคัญของโฉนดที่ดิน โฉนดที่ดินคือเอกสารสำคัญทางราชการที่รับรองสิทธิในที่ดิน ออกโดยสำนักงานที่ดิน เป็นหลักฐานการถือครองที่มีความน่าเชื่อถือและมีผลทางกฎหมาย ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญหลายประการที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจ รายละเอียดสำคัญในโฉนดที่ดิน เลขที่โฉนด ขนาดและเนื้อที่ดิน ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ตั้งของที่ดิน ประเภทของโฉนด 2. การตรวจสอบความถูกต้องของโฉนด การตรวจสอบโฉนดที่ดินอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม นักลงทุนและผู้ซื้อควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดทุกประการ วิธีการตรวจสอบที่ถูกต้อง ตรวจสอบตราประทับและลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบความชัดเจนของตัวอักษรและตัวเลข ตรวจสอบวันที่ออกโฉนดและวันหมดอายุ 3. เอกสารประกอบการตรวจสอบ นอกเหนือจากโฉนดที่ดิน ยังมีเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทะเบียนบ้าน เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน (หากมี) 4. การตรวจสอบภาระผูกพัน ภาระผูกพันเป็นข้อมูลสำคัญที่บ่งบอกถึงสถานะทางกฎหมายของที่ดิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการซื้อขาย ประเภทของภาระผูกพัน การจำนองที่ดิน สิทธิการใช้ทาง ข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ การยึดทรัพย์ 5. การตรวจสอบเขตแดนและพื้นที่ การตรวจสอบเขตแดนมีความสำคัญเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต วิธีการตรวจสอบเขตแดน ตรวจสอบแผนที่แนบท้ายโฉนด ตรวจสอบหมุดเขตที่ดิน วัดระยะทางและพื้นที่จริง ตรวจสอบแนวเขตติดต่อกับที่ดินข้างเคียง 6. การตรวจสอบทางกฎหมาย การตรวจสอบทางกฎหมายช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ขั้นตอนการตรวจสอบ [...]

3/3/2025 • by Homeday
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยทุกกลุ่ม (รวมโครงการ JV) ทั้งสิ้นกว่า 14,399 ล้านบาท มีรายได้รวมทั้งสิ้น 11,985 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,052 ล้านบาท ส่วนยอดขาย (Presale) รวมทั้งหมด ปี 2567 อยู่ที่ 35,442 ล้านบาทได้ตามเป้าหมาย โดยแบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม ภายใต้ ORIGIN VERTICALอยู่ที่ 28,891 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 82% และเป็นยอดขายจากบ้านแนวราบ ภายใต้ BRITANIA อยู่ที่ 6,551 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18% ในจำนวนยอดขาย 35,442 ล้านบาท ที่ทำได้ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา [...]

8/12/2021 • by Homeday
เมื่อเราได้ตัดสินใจเลือกคอนโดจากโครงการที่ถูกใจแล้ว และสินเชื่อก็อนุมัติผ่าน ขั้นตอนต่อไปก่อนโอนกรรมสิทธิ์ ก็คือ การตรวจรับห้อง ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่จำ

4/15/2025 • by Homeday
การซื้อคอนโดถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อถึงขั้นตอนรับห้อง หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้นจนลืมตรวจสอบความเรียบร้อยให้ถี่ถ้วน หรือบางคนไม่มั่นใจว่าควรตรวจอะไรบ้าง บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการตรวจรับคอนโดด้วยตัวเองอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้ห้องที่สมบูรณ์และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทำไมต้องตรวจรับคอนโดก่อนโอนกรรมสิทธิ์? การตรวจรับห้องคอนโดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิด และมีความสำคัญมากสำหรับเจ้าของใหม่ เพราะ: เพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย เรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ การตรวจรับห้องช่วยให้มั่นใจว่าทุกส่วนของห้องมีการก่อสร้างได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง พื้น เพดาน ระบบไฟฟ้า และระบบประปา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัย รักษาสิทธิ์ของคุณในฐานะผู้บริโภค คอนโดเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ซื้อบ่อยๆ ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ การตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณได้รับสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทั้งในด้านคุณภาพงานก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ลดความวุ่นวายในการแก้ไขภายหลัง การตรวจรับอย่างละเอียดช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าพบความเสียหายหรืองานไม่เรียบร้อยหลังจากรับโอนแล้ว การเข้าไปแก้ไขหรือซ่อมแซมภายหลังจะยุ่งยากกว่ามาก ทั้งการติดต่อช่าง ความล่าช้าในการซ่อมแซม หรือแม้แต่ช่างไม่มาตามนัด อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการตรวจรับคอนโด หลายคนอาจคิดว่าต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ความจริงแล้วคุณสามารถตรวจคอนโดด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงเตรียมอุปกรณ์ดังนี้: กระดาษโพสต์-อิท – สำหรับเขียนโน้ตและแปะตามจุดที่ต้องการซ่อมแซม กล้องถ่ายรูปหรือสมาร์ทโฟน – เพื่อบันทึกภาพเป็นหลักฐาน ไขควงหรือสายชาร์จแบตเตอรี่ – ใช้ทดสอบระบบไฟและเต้าเสียบ ลูกแก้ว – สำหรับตรวจสอบความลาดเอียงของพื้น เหรียญ – ใช้เคาะพื้นกระเบื้องเพื่อตรวจสอบคุณภาพ สมุดโน้ตและปากกา – สำหรับจดบันทึกรายการที่ต้องแก้ไข [...]