Loading...
Loading...

4/4/2025 • by Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

4/9/2025 • by Homeday
แคมเปญนี้กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่สอง ด้วยการจัดตั้งจุดเติมน้ำดื่มที่มีสีสันสดใส เพื่อมอบความสดชื่นและเป็นจุดพักผ่อนใจกลางเทศกาลในเมือง ตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน 2568 – ในขณะที่ประเทศไทยเตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์อย่างคึกคัก เพอร์นอต ริคาร์ด (Pernod Ricard) บริษัทไวน์และสุราชั้นนำของโลก เตรียมนำแคมเปญ “Drink More Water” กลับมาสู่กรุงเทพฯ เป็นปีที่สองติดต่อกัน เพื่อส่งเสริมการดื่มอย่างรับผิดชอบในช่วงเทศกาล ด้วยการคาดการณ์ว่าคลื่นความร้อนจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ แคมเปญนี้จึงมุ่งส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีความรับผิดชอบ โดยสนับสนุนให้ดื่มแต่พอดี ลดการดื่มหนักเกินไป และเตรียมรับมือกับผลกระทบจากภาวะขาดน้ำในช่วงฤดูร้อนสุดขีดของไทย เมื่อปีที่แล้ว คลื่นความร้อนในเดือนเมษายนทำให้อุณหภูมิในบางพื้นที่ของประเทศไทยพุ่งทะลุ 44°C ซึ่งนับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยาและกระทรวงสาธารณสุขจึงออกประกาศเตือนหลายครั้งให้ประชาชนอยู่ในที่ร่ม พักผ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอ จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่าช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินจากภาวะขาดน้ำและโรคลมแดดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 63 ราย กลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ดื่มน้ำมากขึ้น สนุกมากขึ้น: คู่มือฉบับย่อเพื่อสงกรานต์ที่ปลอดภัยกว่าเดิมในขณะที่คุณเฉลิมฉลองสงกรานต์ อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอและสนุกกับเทศกาลอย่างมีความรับผิดชอบ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ และนี่คือเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยและร่างกายไม่ขาดน้ำในช่วงสงกรานต์นี้: จิบน้ำเป็นระยะ อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำก่อนค่อยดื่ม ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ ให้ดื่มอย่างมีสติ สลับกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้วต่อเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว ตั้งนาฬิกาเตือน [...]

4/1/2025 • by Homeday
นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม. เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากภาวะอากาศร้อนในปี 68 ว่า สนพ. ได้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมดูแลสุขภาพประชาชน สื่อสารเตือนภัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยกำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะอากาศร้อน และเตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Public Health Emergency Operation Center: PHEOC) กรณีความร้อน โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการฯ ส่งเสริมความรู้ประชาสัมพันธ์ แนะนำประชาชนดูแลตนเอง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัว หรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นจากการเผชิญกับสภาพอากาศที่มีความร้อนสูง เช่น การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมท่ามกลางอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน ซึ่งพบว่า มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในฤดูร้อน อาการจะเริ่มจากอุณหภูมิร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้น เมื่อเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่างกายจะไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้รู้สึกผิดปกติ หน้ามืด ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ซึม [...]