Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky
Origin Pattaya
Homeday Tiktok

บทความ

พบ 109 บทความ

เรียงตาม:
123...78910
กำลังค้นหา:
คำค้น: การศึกษา
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าพัฒนาบ้านที่ “คิดจากชีวิตจริง” ด้วยแนวคิด Human-Centric Design ผสานสิ่งแวดล้อมและสังคม สู่ชุมชนคุณภาพแห่งความยั่งยืน
ข่าวสาร

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าพัฒนาบ้านที่ “คิดจากชีวิตจริง” ด้วยแนวคิด Human-Centric Design ผสานสิ่งแวดล้อมและสังคม สู่ชุมชนคุณภาพแห่งความยั่งยืน

10/17/2025 • by Homeday

“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการแนวราบในกลุ่มตลาด Real Demand ของไทย ด้วยวิสัยทัศน์ “บ้านที่คิดมาจากชีวิตจริง” มุ่งสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่เข้าใจผู้คนอย่างแท้จริง ผ่านแนวคิด Human-Centric Design หรือ “การออกแบบโดยยึดผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบ ที่เริ่มต้นจาก “ชีวิตจริง” ของผู้คน มากกว่าการเริ่มต้นจากแบบแปลนหรือโครงสร้างเพื่อให้บ้านทุกหลังสามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตในทุกช่วงวัยได้อย่างลงตัว นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “LALIN” ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ เปิดเผยว่า “สำหรับ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ บ้านไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่คือระบบนิเวศของชีวิตที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงเวลา ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านจาก “ชีวิตจริง” โดยใช้การศึกษาเชิงลึกทั้งด้าน Customer Insight และ Ethnographic Research เพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้นไปจนถึงผู้สูงอายุ ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาเป็นแบบบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง”          ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการออกแบบถูกถ่ายทอดผ่านแนวคิด Maximum Space Approach [...]

โรงไฟฟ้า BLCP สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี”  จัดอบรมนักเรียนมัธยมปลายในการจัดทำ Portfolio หนุนเยาวชนระยองสู่รั้วมหาวิทยาลัย
ข่าวสาร

โรงไฟฟ้า BLCP สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” จัดอบรมนักเรียนมัธยมปลายในการจัดทำ Portfolio หนุนเยาวชนระยองสู่รั้วมหาวิทยาลัย

7/14/2025 • by Homeday

นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ (ที่ห้าจากซ้าย) บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด  และ นายวิชัย ยิ่งประเสริฐ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ (ที่หกจากขวา) โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ร่วมจัดกิจกรรมการอบรมโครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” ปีที่3 เพื่อแนะนำนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดระยอง ในการเรียนรู้หลักการนำเสนอผลงานและเทคนิคการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) อย่างเป็นระบบจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งในปีนี้มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 5,000 คน โดยมี นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (ที่หกจากซ้าย) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการ “พอร์ตดีมีที่เรียนกับบีแอลซีพี” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แนวคิด ESG ของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบหลัก 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ข้อที่ 4 ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) ในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงตลอดชีวิต [...]

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ
ทั่วไป

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ

5/28/2025 • by Homeday

การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุเป็นอย่างไร?
ทั่วไป

อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุเป็นอย่างไร?

2/26/2025 • by Homeday

เมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีอายุมากขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมด้วย หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงสูงอายุคือ “ภาวะซึมเศร้า” ซึ่งเป็นสภาวะที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถประสบได้เช่นกัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ สาเหตุ อาการที่พบ และวิธีการช่วยเหลือพวกเขา สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้าได้จริงหรือ? แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้ แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว มีความสามารถในการรับรู้อารมณ์พื้นฐานคล้ายกับมนุษย์ ซึ่งรวมถึงความสุข ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงมักแสดงออกในรูปแบบของความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเครียด การสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน นักวิทยาศาสตร์มักเรียกภาวะนี้ว่า “Clinical depression” หรือ “Canine depression” ในสุนัข และ “Feline depression” ในแมว เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยชรา พวกเขาอาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งทางร่างกายและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดจากโรคข้อเสื่อม การมองเห็นที่แย่ลง การได้ยินที่ลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงในบ้าน ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ สาเหตุของอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสำคัญที่เจ้าของต้องเข้าใจเพื่อการช่วยเหลือที่เหมาะสม 1. การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเนื่องจากวัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น สัตว์เลี้ยงมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อม ปัญหาทางเดินปัสสาวะ ไตเสื่อม โรคหัวใจ หรือความเสื่อมของระบบประสาท ความเจ็บปวดเรื้อรังหรือความไม่สบายจากโรคเหล่านี้สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกซึมเศร้าและลดกิจกรรมที่เคยชอบ [...]

ทำไมต้องดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้าน? จุดสำคัญที่มักมองข้าม
ทั่วไป

ทำไมต้องดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้าน? จุดสำคัญที่มักมองข้าม

4/4/2025 • by Homeday

การซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งเรามักให้ความสำคัญกับตัวบ้าน ราคา หรือการออกแบบภายใน จนลืมพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว นั่นคือ “สภาพแวดล้อมรอบบ้าน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ หลังจากตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว การดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อความสุขในการอยู่อาศัย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต รวมไปถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่มักถูกมองข้าม และจุดสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มลภาวะและคุณภาพอากาศ – ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว มลภาวะและคุณภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรม การอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากมลพิษทางอากาศแล้ว มลพิษทางเสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม บ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบิน หรือสถานีรถไฟ อาจประสบปัญหาเสียงรบกวนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพจิตในระยะยาว การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การอาศัยในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาด้านความจำ การประเมินคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่สนใจซื้อบ้านสามารถทำได้โดยสังเกตสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่น สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ปริมาณฝุ่นละออง กลิ่น และความทึบของอากาศ นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านควรสอบถามข้อมูลจากชุมชนหรือผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นเกี่ยวกับปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาหรือบางฤดูกาล การเลือกพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว แต่ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและอุปกรณ์ฟอกอากาศที่อาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหากอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ดังนั้น การพิจารณาปัจจัยด้านมลภาวะและคุณภาพอากาศจึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ – การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ภัยธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม [...]

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?

6/19/2025 • by Homeday

ในยุคที่มลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาสำคัญ ไม่เพียงแต่ภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ภายในบ้านของเราเองก็มีมลพิษสะสมอยู่มากมาย ทั้งจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และสารเคมีต่างๆ ที่ระเหยปะปนในอากาศที่เราหายใจ การปลูกต้นไม้ในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและดูดซับสารพิษได้อีกด้วย มาดูกันว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่ช่วยทำให้อากาศในบ้านของเราบริสุทธิ์ขึ้นได้ พืชฟอกอากาศทำงานได้อย่างไร? พืชมีกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” (Phytoremediation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชใช้ในการกำจัดสารพิษออกจากสิ่งแวดล้อม พืชสามารถฟอกอากาศได้ผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซับ การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง นอกจากนี้ พืชยังมีกระบวนการสังเคราะห์แสงที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศสดชื่นขึ้น การศึกษาที่มีชื่อเสียงโดยองค์การนาซ่าในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ได้ค้นพบว่าพืชหลายชนิดสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช่เพียงแค่ใบเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ แต่ทั้งระบบของพืช ทั้งราก ดิน และจุลินทรีย์ในดินปลูก ล้วนมีส่วนช่วยในการย่อยสลายสารมลพิษ 10 พืชที่ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศในบ้าน 1. แววมยุรา (Wishbone Flower) แววมยุรา หรือเทอราเนีย (Torenia fournieri) เป็นไม้ล้มลุกที่มีดอกสวยงามหลากสี เช่น แดง ชมพู และม่วง นอกจากความสวยงามแล้ว แววมยุรายังมีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นในอากาศและช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ดี การดูแลก็ไม่ยาก เพียงปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี [...]

ฉนวนกันความร้อนช่วยประหยัดพลังงานได้จริงหรือไม่? เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด
ทั่วไป

ฉนวนกันความร้อนช่วยประหยัดพลังงานได้จริงหรือไม่? เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด

4/29/2025 • by Homeday

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดอุณหภูมิภายในบ้านและประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยฉนวนกันความร้อนสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 30% ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของฉนวนที่เลือกใช้ ฉนวนกันความร้อนคืออะไร? ทำงานอย่างไร? ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยทำหน้าที่ชะลอการเคลื่อนที่ของความร้อนที่เข้ามาจากภายนอกสู่ภายในบ้าน ภายในโครงสร้างของฉนวนมีฟองอากาศจำนวนมากที่ทำหน้าที่กักความร้อนไว้ไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ง่าย หลักการทำงานเบื้องต้นของฉนวนคือการลดการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การนำความร้อนโดยตรง การพาความร้อนผ่านการไหลเวียนของอากาศ และการแผ่รังสีความร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลงโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ทำไมฉนวนกันความร้อนจึงสำคัญต่อการประหยัดพลังงาน? เมื่อความร้อนเข้าสู่อาคารมากๆ เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ซึ่งส่งผลให้ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก จากการศึกษาพบว่า เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ดึงความร้อนจากคนที่อยู่ในห้องเพียงประมาณ 10% เท่านั้น แต่ต้องดึงความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาจากผนัง ฝ้าเพดาน หน้าต่าง และรอยรั่วของประตูหน้าต่างถึง 80-90% ดังนั้น หากสามารถลดความร้อนที่ผนังและฝ้าเพดานซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้าน จะช่วยลดขนาดของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มาก ฉนวนกันความร้อนช่วยลดค่าไฟได้มากแค่ไหน? การติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ จากงานวิจัยพบว่า บ้านที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อนสามารถลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 24% ในปีแรก และ 36% ในปีที่สอง นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงเปลือกอาคารบ้านเพื่อการประหยัดพลังงานพบว่า พลังงานไฟฟ้าที่ลดลงจากการปรับปรุงบ้านด้วยฉนวนกันความร้อนมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 30 โดยการเลือกใช้กระจกที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับการติดตั้งฉนวนที่ผนังและฝ้าเพดานจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากที่สุด [...]

ทำไมต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง? ก่อนลงทุน
ทั่วไป

ทำไมต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง? ก่อนลงทุน

4/1/2025 • by Homeday

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยความเข้าใจในหลายปัจจัย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อมูลค่าและศักยภาพการเติบโตของทรัพย์สิน บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมืองก่อนการลงทุน พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านอสังหาริมทรัพย์ ความสำคัญของภูมิทัศน์เมืองต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ภูมิทัศน์เมืองไม่ได้หมายถึงแค่สภาพแวดล้อมทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ของภาครัฐ ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การเข้าใจแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเมืองช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์ทิศทางการเติบโตและวางแผนการลงทุนได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น การลงทุนในพื้นที่ที่กำลังมีการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน มักจะเห็นการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลา 3-5 ปี หลังจากการพัฒนาสำเร็จ นอกจากนี้ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมืองยังช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน เนื่องจากเมืองไม่ได้พัฒนาอย่างสม่ำเสมอในทุกพื้นที่ บางพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม ความแออัด หรือการย้ายถิ่นฐานของประชากร ซึ่งส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงได้ ผู้ลงทุนที่เข้าใจและติดตามการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมืองอย่างสม่ำเสมอ จะมีความได้เปรียบในการตัดสินใจว่าควรลงทุนในพื้นที่ใด เมื่อใด และควรถือครองหรือขายในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่านักลงทุนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยนี้ ปัจจัยหลักในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมือง การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์เมืองจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ดังนี้: โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม: การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ มีผลโดยตรงต่อความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การศึกษาแผนการพัฒนาในอนาคตของภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาพัฒนาหลายปี จะสร้างโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เข้าไปซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ก่อนที่มูลค่าจะปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มทางประชากรและการเคลื่อนย้าย: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือลดลง การย้ายถิ่นฐาน หรือการเปลี่ยนแปลงทางอายุของประชากร ล้วนส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่ เช่น ในเขตเมืองที่มีการขยายตัวของสถาบันการศึกษาหรือศูนย์ธุรกิจ จะดึงดูดประชากรวัยทำงานและนักศึกษาเข้ามา ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่าเพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือการอนุญาตให้ใช้ที่ดินในรูปแบบใหม่ [...]

วิธีประเมินศักยภาพทำเลใหม่ อย่างไรให้แม่นยำ
ทั่วไป

วิธีประเมินศักยภาพทำเลใหม่ อย่างไรให้แม่นยำ

3/29/2025 • by Homeday

การเลือกทำเลที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการอยู่อาศัยหรือการลงทุน การประเมินศักยภาพของทำเลอย่างแม่นยำจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ในบทความนี้ จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงเทคนิคและวิธีการประเมินทำเลที่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยพื้นฐานในการประเมินทำเล 1. การคมนาคมและความเชื่อมโยง การเข้าถึงระบบคมนาคมเป็นปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นถนนหลัก ทางด่วน รถไฟฟ้า หรือรถสาธารณะ ความสะดวกในการเดินทางส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การตรวจสอบเส้นทางคมนาคมทั้งปัจจุบันและอนาคตมีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงระยะเวลาในการเดินทางไปยังจุดสำคัญ เช่น สถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน และสถานพยาบาล การวัดระยะเวลาและความสะดวกในการเดินทางจะช่วยประเมินคุณภาพของทำเลได้อย่างแม่นยำ 2. สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก การตรวจสอบความพร้อมของสาธารณูปโภคเป็นสิ่งจำเป็น ระบบไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำเลนั้นยิ่งมีศักยภาพสูง การสำรวจรัศมีการให้บริการและคุณภาพของสาธารณูปโภคจะช่วยให้การประเมินมีความแม่นยำมากขึ้น 3. การพัฒนาของพื้นที่และโครงการอนาคต การศึกษาแผนการพัฒนาในอนาคตมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งจากภาครัฐและเอกชน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น รถไฟฟ้า ถนน สะพาน หรือโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การติดตามข่าวสารการพัฒนาจากหน่วยงานราชการ และการสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ เครื่องมือและเทคนิคการประเมินทำเล 1. การใช้ข้อมูลเชิงสถิติและเทคโนโลยี [...]

ทำไมต้องดูทิศทางลมก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อค่าไฟและการอยู่อาศัย
ทั่วไป

ทำไมต้องดูทิศทางลมก่อนซื้อบ้าน? ผลกระทบต่อค่าไฟและการอยู่อาศัย

4/7/2025 • by Homeday

การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับบ้านคุณ?
ทั่วไป

เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับบ้านคุณ?

6/16/2025 • by Homeday

การดูแลสวนในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากหญ้าและวัชพืชจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากกว่าช่วงเวลาอื่น ทำให้เจ้าของบ้านที่มีพื้นที่สวนต้องหมั่นกำจัดหญ้าอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ดูรกรุงรัง การเลือกใช้เครื่องตัดหญ้าที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะมีข้อได้เปรียบหลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่อง 2 จังหวะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประหยัดน้ำมัน เสียงที่เบากว่า ควันที่น้อยกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ทั้งยังไม่ต้องผสมน้ำมันกับเชื้อเพลิงแบบเครื่อง 2 จังหวะ ทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น แม้ว่าราคาจะสูงกว่าเครื่อง 2 จังหวะ แต่ในแง่ของความคุ้มค่าโดยรวมแล้ว เครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะจะให้ประโยชน์และประสิทธิภาพที่ดีกว่าในระยะยาว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องตัดหญ้า 4 จังหวะที่มีคุณภาพ การเลือกยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ ความทนทาน ราคา และการบริการหลังการขาย การศึกษาข้อมูล รีวิว และข้อเสนะแนะจากผู้ใช้งานจริงจะช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อมีความแม่นยำและคุ้มค่ามากขึ้น #เครื่องตัดหญ้า4จังหวะ #ตัดหญ้าสวน #เครื่องมือสวน #บำรุงสวน #กำจัดวัชพืช #เครื่องยนต์เบนซิน #ประหยัดน้ำมัน #ทนทาน #shopzy

เปิดภาพแคมปัสแห่งใหม่ย่านบางนา โรงเรียนนานาชาติดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ  พร้อมแต่งตั้ง อดัม กิบสัน เป็นครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง
ข่าวสาร

เปิดภาพแคมปัสแห่งใหม่ย่านบางนา โรงเรียนนานาชาติดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมแต่งตั้ง อดัม กิบสัน เป็นครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง

3/12/2025 • by Homeday

เอดูเคชัน อิน โมชัน (Education in Motion หรือ EiM) กลุ่มการศึกษาชั้นแนวหน้าระดับโลก พัฒนาพื้นที่ย่านบางนาสู่แคมปัสแห่งใหม่ โรงเรียนนานาชาติดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมประกาศแต่งตั้ง อดัม กิบสัน (Adam Gibson) ในตำแหน่งครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง เป็นผู้ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของโรงเรียนระดับเวิลด์คลาสในประเทศไทย  ดัลลิช กรุงเทพฯ กำหนดเปิดทำการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ในย่านบางนา โดยเป็นโรงเรียนแห่งใหม่ในเครือโรงเรียนนานาชาติดัลลิช ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกและมีโรงเรียนตั้งอยู่ทั้งในสิงคโปร์ โซล เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซูโจว โดยดัลลิช กรุงเทพฯ จะนํามรดกทางการศึกษาที่ตกทอดมายาวนานกว่า 400 ปีของโรงเรียนแห่งแรกในลอนดอน ผสานกับความเป็นเลิศด้านการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติทั่วเอเชียที่มีมากว่า 20 ปี เพื่อมอบประสบการณ์ทางการศึกษาอันยอดเยี่ยม และจะมี มร.อดัม กิบสัน ในฐานะครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง จะเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของโรงเรียน ตลอดจนออกแบบวัฒนธรรมการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นสำหรับนักเรียนและครอบครัวที่แสวงหาการศึกษาในโรงเรียนนานาชาติระดับเวิลด์คลาส พื้นที่แห่งการเรียนรู้ในระดับโลก เพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางอันรุ่งเรืองของการศึกษานานาชาติมาอย่างยาวนาน และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนที่ดีที่สุดในเอเชียหลายแห่ง โดยดัลลิช กรุงเทพฯ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok