Loading...
Loading...

3/1/2025 • by Homeday
การเลี้ยงสัตว์เป็นความสุขของหลายครอบครัว แต่บ่อยครั้งที่เราพบว่าของเล่นสัตว์เลี้ยงกระจัดกระจายไปทั่วบ้าน ทำให้บ้านดูรกรุงรังและไม่เป็นระเบียบ บทความนี้จะแนะนำวิธีจัดระเบียบของเล่นสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขในพื้นที่ที่สะอาดและเป็นระเบียบ ทำไมต้องจัดระเบียบของเล่นสัตว์เลี้ยง? การจัดระเบียบของเล่นสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงามของบ้านเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ: ความปลอดภัย: ของเล่นที่กระจัดกระจายอาจเป็นอันตรายทำให้เกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มได้ โดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก สุขอนามัย: การจัดเก็บของเล่นอย่างเป็นระบบช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ลดการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรค ประหยัดเวลา: เมื่อของเล่นมีที่เก็บเฉพาะ คุณจะไม่เสียเวลาในการหาของเล่นชิ้นโปรดของสัตว์เลี้ยง ยืดอายุของเล่น: การเก็บรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ของเล่นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ลดความเครียด: พื้นที่ที่เป็นระเบียบช่วยลดความเครียดทั้งสำหรับคุณและสัตว์เลี้ยง การวางแผนก่อนจัดระเบียบ ก่อนเริ่มต้นจัดระเบียบของเล่นสัตว์เลี้ยง ควรมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้การจัดการมีประสิทธิภาพสูงสุด: 1. สำรวจและคัดแยกของเล่น เริ่มต้นด้วยการรวบรวมของเล่นทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่ในบ้าน แล้วคัดแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆ: ของเล่นที่ใช้งานได้: ยังอยู่ในสภาพดี สัตว์เลี้ยงยังชอบเล่น ของเล่นที่ชำรุด: พิจารณาว่าซ่อมแซมได้หรือควรทิ้ง ของเล่นที่ไม่ได้ใช้: พิจารณาบริจาคหากยังอยู่ในสภาพดี ของเล่นตามฤดูกาล: เช่น ของเล่นสำหรับว่ายน้ำในหน้าร้อน การคัดแยกจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่ามีของเล่นประเภทใดบ้าง และวางแผนการจัดเก็บได้อย่างเหมาะสม 2. ประเมินพื้นที่ในบ้าน ลองสำรวจบ้านเพื่อระบุพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเก็บของเล่นสัตว์เลี้ยง โดยพิจารณาปัจจัยต่างๆ: พื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงใช้เวลาอยู่มากที่สุด พื้นที่ที่สะดวกต่อการหยิบใช้ พื้นที่ที่ปลอดภัยจากเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่น (กรณีที่มีของเล่นที่ไม่ควรให้เล่นตลอดเวลา) พื้นที่ที่ไม่เกะกะทางเดินหรือรบกวนกิจกรรมในบ้าน 3. กำหนดงบประมาณ การจัดระเบียบอาจจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม ควรกำหนดงบประมาณที่เหมาะสม: ตะกร้าหรือกล่องเก็บของ ชั้นวางหรือเฟอร์นิเจอร์เฉพาะทาง [...]

4/1/2025 • by Homeday
บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัว แต่หลายคนมักมองข้ามสัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงปัญหาโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้น การละเลยปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงขึ้นในอนาคต บทความนี้จะแนะนำ 7 สัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าบ้านของคุณอาจกำลังประสบปัญหาโครงสร้าง พร้อมคำแนะนำในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น รอยแตกบนผนังและเพดาน: สัญญาณเตือนที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด รอยแตกบนผนังและเพดานเป็นสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยที่สุดและสังเกตเห็นได้ง่าย แต่หลายคนมักมองว่าเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเกี่ยวกับสีหรือปูนฉาบ ความจริงแล้ว รอยแตกเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่ร้ายแรงกว่าที่คิด รอยแตกในแนวทแยงมักเกิดจากการทรุดตัวของฐานรากบ้าน โดยเฉพาะเมื่อพบที่มุมของประตูหรือหน้าต่าง ลักษณะนี้บ่งบอกว่าโครงสร้างกำลังเคลื่อนตัวและรับน้ำหนักไม่สม่ำเสมอ ส่วนรอยแตกในแนวนอนอาจเกิดจากแรงกดทับจากด้านบนที่มากเกินไป หรือการเคลื่อนตัวของผนังจากความชื้นที่มากเกินไป ควรสังเกตความกว้างของรอยแตกด้วย รอยแตกขนาดเล็กกว่า 1 มิลลิเมตรอาจเป็นเพียงการหดตัวของวัสดุก่อสร้างตามอายุการใช้งาน แต่รอยแตกที่กว้างกว่า 5 มิลลิเมตรขึ้นไปควรได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว นอกจากนี้ควรสังเกตการขยายตัวของรอยแตก โดยอาจใช้วิธีทำเครื่องหมายที่ปลายรอยแตกและติดตามดูว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่ การตรวจสอบเบื้องต้นสามารถทำได้โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความกว้างของรอยแตก และถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในอนาคต หากพบว่ารอยแตกมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างโดยเร็วที่สุด ประตูและหน้าต่างติดขัด: ปัญหาที่มากกว่าเรื่องบานพับ เมื่อประตูหรือหน้าต่างในบ้านเริ่มปิด-เปิดได้ยาก หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงปัญหาบานพับหรือกลไกเปิด-ปิดเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว นี่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้าน การที่ประตูหรือหน้าต่างติดขัด ปิดไม่สนิท หรือเปิดเองโดยไม่ได้ล็อค มักเกิดจากกรอบประตูหรือหน้าต่างเสียรูปทรง ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้างบ้าน สาเหตุหลักมาจากฐานรากที่ทรุดตัวไม่เท่ากัน หรือการบิดตัวของโครงสร้างไม้เนื่องจากความชื้นหรือปลวก วิธีตรวจสอบอย่างง่ายคือการใช้ระดับน้ำวัดความสมดุลของกรอบประตูและหน้าต่าง หากพบว่ากรอบเอียงทั้งที่เคยตั้งตรง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง โดยเฉพาะหากปัญหานี้เกิดขึ้นกับประตูหรือหน้าต่างหลายบานพร้อมกัน นอกจากนี้ ควรสังเกตช่องว่างระหว่างประตูกับกรอบประตู หากมีช่องว่างที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น ด้านบนกว้างกว่าด้านล่าง หรือด้านหนึ่งกว้างกว่าอีกด้านหนึ่งมาก นั่นแสดงว่ากรอบประตูกำลังเสียรูปทรงเนื่องจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง [...]

3/13/2025 • by Homeday
กายภาพบำบัดไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับสัตว์เลี้ยง มันกลับเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่เข้าใจ การดูแลสุขภาพทางกายภาพของสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญไม่แตกต่างจากการดูแลสุขภาพของมนุษย์ เมื่อสัตว์เลี้ยงประสบปัญหาทางร่างกาย การกายภาพบำบัดจะช่วยฟื้นฟูและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหตุผลหลักที่ต้องพาสัตว์เลี้ยงไปกายภาพบำบัด 1. การฟื้นฟูหลังการบาดเจ็บ สัตว์เลี้ยงที่ประสบอุบัติเหตุหรือผ่าตัดมักต้องการการฟื้นฟูสภาพร่างกาย กายภาพบำบัดช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และฟื้นคืนความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เทคนิคต่างๆ เช่น การนวด การกระตุ้นประสาท และการออกกำลังกายเฉพาะทาง จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงฟื้นตัวได้เร็วและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 2. การจัดการอาการปวดเรื้อรัง สัตว์เลี้ยงสูงอายุหรือที่มีปัญหาทางกระดูกและข้อ เช่น ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ มักประสบปัญหาอาการปวดเรื้อรัง กายภาพบำบัดช่วยบรรเทาอาการปวด เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อ และปรับปรุงการเคลื่อนไหว เทคนิคการนวดเฉพาะทาง การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง และการฝึกการเคลื่อนไหวช่วยลดความเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต 3. การฟื้นฟูหลังโรคทางระบบประสาท สัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคทางระบบประสาท เช่น อัมพาต การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง หรือโรคทางสมอง ต้องการการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ กายภาพบำบัดช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และพัฒนาการทรงตัว เทคนิคเฉพาะทางช่วยให้สัตว์เลี้ยงสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด 4. การป้องกันและลดความเสี่ยงของปัญหาทางกายภาพ การกายภาพบำบัดไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการรักษา แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น การตรวจประเมินสภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ การฝึกกล้ามเนื้อ และการปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บและปัญหาสุขภาพในอนาคต 5. การเพิ่มคุณภาพชีวิต เป้าหมายสูงสุดของกายภาพบำบัดคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยง [...]

6/30/2025 • by Homeday
#ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตันคอนโดห้องใหญ่ พร้อมอยู่! เริ่มแค่ 1.85 ล้าน*ฟรี! เฟอร์ฯ จาก IKEA* พร้อมลากกระเป๋าเข้าอยู่เลย 🎉 ✨ 1 BED ขนาด 30.5 ตร.ม.✨ ห้องนั่งเล่นกว้าง 4 เมตร* จัดสัดส่วนได้ลงตัว✨ Walk-in Closet พร้อมเก็บเสื้อผ้าแบบจุก ๆ✨ ครัวปิดเต็มรูปแบบ สายทำอาหารต้องเลิฟ✨ พื้นที่ส่วนกลางกว่า 3 ไร่*✨ Co-working / Co-kitchen / พื้นที่ส่วนตัวกว่า 1,000 ตร.ม.* 🚝 เพียง 200 เมตร* ถึง MRT บางกระสอใกล้ทั้งสายสีม่วง-สีชมพู และเพียง 10 นาที* จากทางด่วนงามวงศ์วาน ✅ และมั่นใจยิ่งกว่า กับมาตรฐาน #APทำจริงทันทีไม่รอหลังเหตุแผ่นดินไหว AP ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและซ่อมแซมทันทีไม่รอประกัน [...]

3/19/2025 • by Homeday
กระจกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มมิติและความสวยงามให้กับพื้นที่ภายในบ้าน การเลือกและดูแลกระจกอย่างถูกต้องจะช่วยให้พื้นที่ดูมีชีวิตชีวาและสง่างามยิ่งขึ้น ต่อไปนี้คือ 10 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเลือกและดูแลกระจกได้อย่างมืออาชีพ 1. เข้าใจประเภทของกระจก วัสดุและคุณภาพที่แตกต่าง กระจกมีหลากหลายประเภท แต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะ เริ่มจากกระจกธรรมดา กระจกนิรภัย กระจกเงา และกระจกตกแต่ง การเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกตามการใช้งาน กระจกสำหรับห้องน้ำควรเป็นกระจกกันความชื้น พื้นที่รับแดดควรเลือกกระจกที่มีสารเคลือบพิเศษ บริเวณที่ต้องการความปลอดภัยใช้กระจกนิรภัย 2. คำนึงถึงขนาดและการติดตั้ง การวัดพื้นที่อย่างแม่นยำ ก่อนเลือกกระจก ควรวัดพื้นที่อย่างละเอียด คำนึงถึงระยะห่างจากผนัง และความสูงที่เหมาะสม เพื่อให้กระจกดูสัดส่วนและกลมกลืนกับพื้นที่ เทคนิคการติดตั้ง ใช้เครื่องมือพิเศษสำหรับการยึดติด เว้นระยะห่างจากผนังเพื่อการระบายอากาศ เลือกอุปกรณ์ยึดติดที่เหมาะสมกับน้ำหนักของกระจก 3. เทคนิคการทำความสะอาด วิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง ใช้น้ำยาทำความสะอาดกระจกโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงผงซักฟอกและสารเคมีรุนแรง ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาด ความถี่ในการทำความสะอาด ทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง หรือเช็ดทันทีเมื่อมีคราบสกปรก เพื่อป้องกันคราบสกปรกติดแน่น 4. การป้องกันรอยขีดข่วน เลือกวัสดุป้องกัน ใช้สเปรย์เคลือบผิวพิเศษ วางกระจกให้ห่างจากวัตถุแหลมคม ระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย การซ่อมแซมเบื้องต้น หากเกิดรอยขีดข่วนเล็กน้อย สามารถใช้ชุดซ่อมกระจกเฉพาะทำการซ่อมแซมได้ 5. การควบคุมความชื้น ผลกระทบจากความชื้น ความชื้นสามารถทำลายคุณภาพของกระจกได้ โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำและพื้นที่ชื้นแฉะ [...]

4/1/2025 • by Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

12/23/2025 • by Homeday
จากสถานการณ์ อุทกภัยที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบ้านเรือน ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความเสียหายและความยากลำบากในการดำรงชีวิต นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ตัวแทนผู้บริหาร บริษัท เบเยอร์ จำกัด ได้มอบสีทาอาคารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ให้แก่ มูลนิธิรักษ์ไทย และ มูลนิธิเพจอีจัน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ การสนับสนุนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย อาคารสาธารณประโยชน์ และพื้นที่ชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสีและวัสดุที่มอบให้สามารถนำไปใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่จริง รองรับทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการฟื้นตัวในระยะต่อไป นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่หลายพื้นที่ของประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เบเยอร์หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยแบ่งเบาและบรรเทาความยากลำบาก รวมถึงสนับสนุนการฟื้นฟูให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เบเยอร์ขอขอบคุณทีมงานของทั้งสองมูลนิธิที่ช่วยประสานและสนับสนุนการส่งมอบสีให้ถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว” ช่องทางติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยที่ต้องการรับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์สี สามารถติดต่อได้ที่:มูลนิธิรักษ์ไทย https://www.raksthai.org/ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม : https://www.beger.co.th/en/csr/beger-raks-thai-flood-relief-donation-10m-2025

12/23/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ 23 ธันวาคม 2568 — บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวจริงนวัตกรรมก่อสร้างครบวงจรที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม ร่วมต้อนรับช่วงเวลาการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีด้วยการจัดโปรโมชันพิเศษสำหรับสินค้าจระเข้หลากหลายประเภท อาทิ กาวซีเมนต์ จระเข้เขียว, กาวซีเมนต์ จระเข้แดง, กาวยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส, จระเข้ รูฟ ชิลด์ อะคริลิคกันซึมหลังคา พร้อมสินค้าอื่น ๆ จากจระเข้อีกมากมาย ที่ร่วมโปรโมชันครั้งใหญ่ส่งท้ายปี และสำหรับ สมาชิก Jorakay Family รับสิทธิประโยชน์ซื้อสินค้าจระเข้ทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทุก 10 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569 จระเข้ พร้อมมอบคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ให้ทุกงานก่อสร้างและงานซ่อมแซมบ้านเป็นเรื่องง่ายและมีคุณภาพอย่างยั่งยืน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในปีนี้จากจระเข้ คือการรังสรรค์ต้นคริสต์มาสด้วยถุงกาวซีเมนต์จระเข้ กลายเป็นงานศิลปะรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ภายใต้คอนเซปต์ Jorakay Corporation [...]

4/2/2025 • by Homeday
การตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกระหว่างบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม ซึ่งเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยยอดนิยมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ทั้งสองประเภทมีเอกลักษณ์ ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของบ้านแต่ละประเภทจะช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเอง บ้านเดี่ยว: พื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัวสูง บ้านเดี่ยวเป็นที่อยู่อาศัยที่สร้างโดดเดี่ยวบนพื้นที่แปลงใหญ่ มีอาณาเขตชัดเจน โดยมักตั้งอยู่ในโครงการจัดสรรหรือบนที่ดินเฉพาะ ลักษณะเด่นที่สุดของบ้านเดี่ยว คือพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าและความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากไม่มีผนังติดกับเพื่อนบ้าน บ้านเดี่ยวมีจุดเด่นสำคัญคือความเป็นอิสระในการปรับเปลี่ยนหรือต่อเติมพื้นที่ ผู้อยู่อาศัยสามารถดัดแปลงพื้นที่ภายในและภายนอกได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสวน สระว่ายน้ำ หรือการต่อเติมห้องเพิ่ม โดยมีข้อจำกัดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับทาวน์โฮม นอกจากนี้ บ้านเดี่ยวมักมีพื้นที่จอดรถที่กว้างขวาง สามารถจอดรถได้มากกว่าหนึ่งคัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จอดรถ อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมีราคาสูงกว่าทาวน์โฮมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของราคาซื้อขายและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การดูแลพื้นที่กว้างทั้งภายในและภายนอกบ้านต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่า ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมแซมต่างๆ บ้านเดี่ยวมักตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองที่ห่างไกลจากใจกลางเมือง ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจหรือแหล่งงานอาจใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า บ้านเดี่ยวเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว และผู้ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน หรือครอบครัวที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องการพื้นที่ในการทำกิจกรรมร่วมกัน ทาวน์โฮม: ทางเลือกสมดุลระหว่างราคาและทำเลที่ตั้ง ทาวน์โฮมเป็นบ้านที่มีลักษณะติดกันเป็นแถว โดยมีผนังร่วมกับบ้านข้างเคียง ทำให้มีรูปทรงแคบและสูง มักมีพื้นที่น้อยกว่าบ้านเดี่ยว แต่มีหลายชั้น โดยทั่วไปมี 2-3 ชั้น ทาวน์โฮมเป็นที่อยู่อาศัยที่มีความสมดุลระหว่างราคาและทำเล เนื่องจากสามารถสร้างได้หลายหลังในพื้นที่จำกัด ทำให้ราคาต่อหลังถูกลง ข้อดีสำคัญของทาวน์โฮม คือราคาที่จับต้องได้มากกว่าเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว [...]

3/4/2025 • by Homeday
การซื้อทาวน์โฮมมือสองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านในราคาที่เหมาะสม แต่การตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมมือสองนั้นจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ได้บ้านที่คุ้มค่าและตรงตามความต้องการ บทความนี้จะแนะนำ 10 จุดสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อทาวน์โฮมมือสอง 1. สภาพโครงสร้างและฐานราก โครงสร้างและฐานรากเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน การตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างละเอียดจะช่วยประเมินความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน ควรสังเกตรอยแตกร้าวที่ผนัง เสา คาน และฐานราก โดยเฉพาะบริเวณมุมอาคารและรอยต่อระหว่างผนังกับพื้น รอยแตกร้าวขนาดเล็กอาจเกิดจากการทรุดตัวปกติของโครงสร้าง แต่รอยแตกขนาดใหญ่หรือรอยแตกที่มีลักษณะเป็นแนวทแยงอาจบ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้างที่รุนแรง นอกจากนี้ควรตรวจสอบการทรุดตัวของพื้น ความเอียงของเสา และความสมบูรณ์ของคานรับน้ำหนัก การพบปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลให้ต้องเสียค่าซ่อมแซมสูงในอนาคต 2. ระบบไฟฟ้าและการเดินสายไฟ ระบบไฟฟ้าเป็นระบบที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง ควรตรวจสอบสภาพสายไฟ ตู้ควบคุมไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ สายไฟที่เก่าหรือเสื่อมสภาพอาจเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงกำลังไฟฟ้าที่ติดตั้ง จำนวนวงจรย่อย และตำแหน่งของเต้ารับไฟฟ้า บ้านที่มีอายุมากอาจมีระบบไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบัน การปรับปรุงระบบไฟฟ้าใหม่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องคำนึงถึงในการตัดสินใจซื้อ 3. ระบบประปาและสุขาภิบาล ระบบประปาและสุขาภิบาลเป็นระบบที่มีผลต่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย ควรตรวจสอบท่อน้ำ ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ประปาทั้งหมด รวมถึงระบบระบายน้ำและท่อน้ำทิ้ง การรั่วซึมของท่อน้ำอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและเพิ่มค่าน้ำโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ควรตรวจสอบแรงดันน้ำในทุกจุดใช้งาน คุณภาพน้ำ และระบบกรองน้ำ ระบบท่อที่เก่าอาจมีตะกอนสะสมหรือเกิดการอุดตัน การเปลี่ยนระบบท่อใหม่ทั้งหมดอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องพิจารณาในการตัดสินใจ 4. หลังคาและการรั่วซึม หลังคาเป็นส่วนสำคัญที่ปกป้องบ้านจากสภาพอากาศภายนอก ควรตรวจสอบสภาพหลังคา การรั่วซึม และการระบายน้ำฝน หลังคาที่มีอายุการใช้งานมากอาจมีปัญหาการรั่วซึมหรือวัสดุเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงรางน้ำ ท่อระบายน้ำฝน [...]

3/12/2026 • by Homeday
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำอันดับ 1 ด้านคุณภาพบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร จัดกิจกรรม “ปันสุขเพื่อน้อง” ครั้งที่ 6 ร่วมลงพื้นที่พัฒนาสภาพแวดล้อมภายในสถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารในการตรวจสอบและซ่อมแซมอาคาร เปลี่ยนหลอดไฟ ปรับปรุงจุดพักขยะรีไซเคิล พร้อมจัดทำป้ายแยกขยะ รวมถึงทาสีพื้นถนนใหม่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความเหมาะสมในการใช้งานสำหรับเด็ก ๆ และเจ้าหน้าที่ภายในสถานสงเคราะห์ นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมของใช้จำเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมเงินสนับสนุน จากลูกบ้าน รวมถึงพนักงาน และพันธมิตรของพลัสฯ และแสนสิริ เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์อีกด้วย กิจกรรม “พลัสปันสุข” ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเปิดโอกาสให้ลูกบ้าน พันธมิตร และพนักงาน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่สังคม สะท้อนแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement) ที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมโดยรอบอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ “พลัสปันสุข” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “พลัสก่อการดี” ที่สอดคล้องกับนโยบายด้าน ESG ของพลัสฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการ [...]

3/6/2025 • by Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ด้วยราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเป็นทางเลือกที่หลายคนต้องพิจารณา ในตลาดการเงินปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยให้เลือกหลากหลาย แต่ที่พบบ่อยและมักสร้างความสับสนให้กับผู้กู้ คือ “สินเชื่อบ้าน” และ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ความหมายและลักษณะพื้นฐาน สินเชื่อบ้าน (Housing Loan) เป็นสินเชื่อที่ให้กู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม โดยใช้ทรัพย์สินที่ซื้อนั้นเป็นหลักประกัน วัตถุประสงค์หลักคือการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่หรือมือสอง รวมถึงการก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Residential Loan) มีความหมายที่กว้างกว่า ครอบคลุมการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในหลายรูปแบบ เช่น การซื้อที่ดินเปล่าเพื่อปลูกสร้างในอนาคต การต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน การรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่การใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันเพื่อกู้เงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้กู้ สินเชื่อบ้าน อายุผู้กู้: โดยทั่วไปต้องมีอายุ 20-65 ปี รายได้ขั้นต่ำ: มักกำหนดที่ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน อายุงาน: ต้องทำงานประจำอย่างน้อย 6 เดือน-1 ปี วงเงินกู้: สูงสุดถึง 90-95% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 30-40 ปี สินเชื่อที่อยู่อาศัย [...]
