พบ 98 บทความ

3/2/2022 • by Homeday
บำบัดด้วยการกอด การกอด หรือการสัมผัสจากคนที่รัก รวมถึงการกอดสัตว์เลี้ยง ก็นับเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยในการบำบัดความเครียดที่ได้ผลยิ่งกว่ายาคลายเครียดอีกค่ะ เพราะร่างกา

4/11/2025 • by Homeday
ศิริสุภา อาจสัญจร บิ๊กบอสฝ่ายการตลาด แห่ง นีโอ คอร์ปอเรท ประกาศข่าวใหญ่ในรอบ 15 ปี เปิดตัว “LovliTails” (เลิฟลี่เทล) กลุ่มผลิตภัณฑ์ อ่อนโยนจากธรรมชาติ ที่มีแนวคิดมาจาก Pet centric โดยเฉพาะ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง กระโดดเข้าสู่วงการ Pet Care อย่างเต็มตัว!! ศิริสุภา อาจสัญจร บิ๊กบอสฝ่ายการตลาด แห่ง นีโอ คอร์ปอเรท ประกาศข่าวใหญ่ในรอบ 15 ปี เปิดตัว “LovliTails” (เลิฟลี่เทล) กลุ่มผลิตภัณฑ์ อ่อนโยนจากธรรมชาติ ที่มีแนวคิดมาจาก Pet centric โดยเฉพาะ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยง เอาใจแด๊ดดี้ มัมหมีที่รักและดูแลน้องหมาน้องแมวราวกับเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงของครอบครัว เน้นผลิตภัณฑ์ปลอดภัย ผ่านการทดสอบจากสัตวแพทย์, อ่อนโยนจากธรรมชาติ, ค่า pH เหมาะสม, กลิ่นหอมดีต่อใจน้องๆ และคุมกลิ่นได้ยาวนาน เข้าใจธรรมชาติของน้องสุนัขและแมว อ่านจบก็ช้อป LovliTails [...]

12/8/2025 • by Homeday
แสนสิริตอกย้ำผู้นำอสังหาฯ ที่กลุ่มลูกค้าเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวรวม 16 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนสะสม 17,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นตามแนวคิดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน ดันยอดขาย เมคิน เฮาส์ เชียงใหม่ กว่า 80% ทีมผู้บริหารแสนสิริพร้อมพาร์ทเนอร์ลุยตรวจสอบความพร้อม เช็คคุณภาพรายละเอียดทุกยูนิต ทั้งวัสดุ ระบบงานก่อสร้าง และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อให้ทุกมุมของ เมคิน เฮาส์ สะท้อนมาตรฐาน ความใส่ใจ พร้อมต้อนรับผู้อยู่อาศัยอย่างอบอุ่นพร้อมความมั่นใจในคุณภาพโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ เมคิน เฮาส์ คอนโดมิเนียมใหม่ พร้อมอยู่เดือนธันวาคมนี้ มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท คอนโดสไตล์รีสอร์ทเลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ 200 เมตรถึงเซ็นทรัล เชียงใหม่* เข้าถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างง่ายดาย เดินทางสะดวก ใกล้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ – ลำปาง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางครบครัน ร่มรื่น ตอบโจทย์ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง กว่า 1.7 ไร่ ปลื้มลูกค้าเชียงใหม่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจในแบรนด์แสนสิริ คุณภาพโครงการ ดีไซน์ที่โดดเด่น พร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัย ตลอดจนการดูแลหลังการขายจากทีมงานคุณภาพ Plus Property [...]

4/7/2025 • by Homeday
การทำงานที่บ้าน (Work from Home) กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของคนทำงานยุคปัจจุบัน ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าสัตว์เลี้ยงจะมีความสุขที่ได้อยู่กับเจ้าของตลอดเวลา แต่ความจริงแล้ว การที่เจ้าของทำงานที่บ้านอาจส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่สัตว์เลี้ยงอาจเครียดเมื่อเจ้าของทำงานที่บ้าน พร้อมแนวทางการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมเพื่อให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบความเป็นระเบียบและกิจวัตรที่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของเจ้าของจากการไปทำงานนอกบ้านมาเป็นการทำงานที่บ้าน ส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก ก่อนหน้านี้ สัตว์เลี้ยงมีช่วงเวลาที่ชัดเจนในการอยู่บ้านตามลำพัง มีช่วงเวลาพักผ่อนและเล่นที่เป็นส่วนตัว แต่เมื่อเจ้าของทำงานที่บ้าน ตารางเวลาเหล่านี้เปลี่ยนไป บางครั้งสัตว์เลี้ยงอาจไม่ได้รับการพาออกไปเดินเล่นในเวลาที่เคยไปเป็นประจำ เพราะเจ้าของติดประชุมออนไลน์ หรือรูปแบบการให้อาหารที่ไม่เป็นเวลาเหมือนเดิม นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจคุ้นเคยกับการมีเวลาอยู่คนเดียวในบ้าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกมันใช้สำรวจพื้นที่ พักผ่อน หรือทำกิจกรรมตามความต้องการของตัวเอง การที่เจ้าของอยู่บ้านตลอดเวลาทำให้พวกมันรู้สึกถูกจับตามองตลอดเวลา ไม่มีความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความเครียดได้ สัตว์เลี้ยงมักจะรับรู้ความรู้สึกและอารมณ์ของเจ้าของ หากเจ้าของเครียดจากการทำงาน มีการประชุมที่ตึงเครียด หรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างจากเวลาปกติ สัตว์เลี้ยงอาจรับรู้ถึงความตึงเครียดนั้นและเกิดความกังวลไปด้วย โดยเฉพาะสุนัขที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของมนุษย์ ความสับสนในการแบ่งแยกพื้นที่และบทบาทของเจ้าของ เมื่อเจ้าของทำงานที่บ้าน บ้านซึ่งเคยเป็นพื้นที่พักผ่อนและผ่อนคลายสำหรับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง กลายเป็นสถานที่ทำงานไปด้วย การแบ่งแยกพื้นที่ที่ไม่ชัดเจนนี้ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความสับสน สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเจ้าของอยู่บ้านแต่ไม่มีเวลาให้ ทำไมเจ้าของนั่งอยู่ที่โต๊ะหรือโซฟาแต่ไม่สนใจเล่นด้วย ทำไมเจ้าของพูดคุยกับหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนที่จะพูดคุยกับพวกมัน ความสับสนนี้นำไปสู่พฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ เช่น การเห่าหรือร้องเสียงดัง การกระโดดขึ้นมาบนตัก หรือการทำลายข้าวของเพื่อดึงดูดความสนใจ นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงมักจะมีความเข้าใจว่าพื้นที่บางส่วนในบ้านเป็นอาณาเขตของพวกมัน โดยเฉพาะที่นอน มุมโปรด หรือพื้นที่เล่น การที่เจ้าของปรับเปลี่ยนพื้นที่เหล่านั้นให้เป็นพื้นที่ทำงาน [...]

2/18/2025 • by Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงหนีออกจากบ้านเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน นอกจากจะทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลแล้ว ยังอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่รัก บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เข้าใจพฤติกรรมการหนีของสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงหนี เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมพวกเขาถึงอยากหนี สาเหตุหลักมีดังนี้: ความต้องการทางธรรมชาติ: สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ยังไม่ได้ทำหมัน มักมีแรงขับทางธรรมชาติที่จะออกตามหาคู่ผสมพันธุ์ ความเบื่อหน่าย: สัตว์เลี้ยงที่ขาดการกระตุ้นทางจิตใจและร่างกายอย่างเพียงพอ อาจหาทางออกไปผจญภัยเพื่อคลายความเบื่อ ความกลัวและความเครียด: เสียงดังจากพลุ ฟ้าผ่า หรือการก่อสร้าง อาจทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจและพยายามหนีออกจากแหล่งกำเนิดเสียง การไล่ตามสิ่งเร้า: กลิ่น เสียง หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์อื่น อาจกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงวิ่งไล่ตามจนออกนอกบริเวณบ้าน การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย การป้องกันเริ่มต้นจากภายในบ้านก่อน: การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดอ่อน สำรวจรอยแตกหรือช่องโหว่ตามผนัง รั้ว และประตูรั้ว ติดตั้งตาข่ายหรือมุ้งลวดที่หน้าต่างทุกบาน ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูรั้วและกลอนประตูเป็นประจำ ซ่อมแซมรูหรือช่องโหว่ทันทีที่พบ การจัดพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น มุมนอน มุมเล่น ติดตั้งประตูกั้นในจุดที่อาจเป็นอันตราย เก็บของมีค่าและสิ่งที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ จัดวางอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบและเข้าถึงง่าย เทคโนโลยีและอุปกรณ์ช่วยในการป้องกัน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยป้องกันการหนีของสัตว์เลี้ยง: ระบบติดตามตัว ปลอกคอ GPS: ติดตามตำแหน่งสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ไมโครชิพ: ฝังใต้ผิวหนังเพื่อระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงหลงทาง แท็กติดตามบลูทูธ: เหมาะสำหรับการติดตามในระยะใกล้ ระบบกล้องวงจรปิด [...]

10/17/2023 • by Homeday
“ออริจิ้น เฮลท์แคร์” เครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัวธุรกิจใหม่ 6 แบรนด์คลินิกบริการสุขภาพ ครอบคลุมโรงพยาบาล-คลินิกความงาม-คลินิกทันตกรรม-คลินิกปลูกผม-คลินิกสัตว์เลี้ยง ตอบโจทย์การสร้าง Wellness Community ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีในการใช้ชีวิตของผู้คน ผ่านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จับมือหลากพันธมิตร

4/15/2025 • by Homeday
การมีห้องที่หอมสดชื่นเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เพราะกลิ่นหอมไม่เพียงช่วยให้บรรยากาศในห้องน่าอยู่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความผ่อนคลายและส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าจะทำอย่างไรให้ห้องมีกลิ่นหอมฟุ้งตลอดวัน โดยไม่ต้องพึ่งการฉีดสเปรย์ปรับอากาศทุกชั่วโมง บทความนี้จะแนะนำ 10 เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ห้องของคุณมีกลิ่นหอมน่าอยู่ยาวนาน พร้อมสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาเยือน หลักการสำคัญในการทำให้ห้องหอมยาวนาน ก่อนจะไปถึงเทคนิคต่างๆ เรามาทำความเข้าใจหลักการสำคัญ 3 ประการในการทำให้ห้องหอมกันก่อน: รักษาความสะอาดของพื้นที่และอากาศ – ห้องที่สะอาดคือพื้นฐานของการมีห้องที่หอม การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กำจัดกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ – การขจัดต้นตอของกลิ่นเหม็นเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนเพิ่มกลิ่นหอมเราควรกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปก่อน เพิ่มกลิ่นหอมอย่างเหมาะสม – การเลือกวิธีเพิ่มกลิ่นหอมที่เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ของคุณ จะช่วยให้ห้องหอมอย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน หากคุณทำตามหลักการพื้นฐานเหล่านี้ ร่วมกับการประยุกต์ใช้เทคนิคต่างๆ ต่อไปนี้ คุณจะได้ห้องที่มีกลิ่นหอมสดชื่นแบบยาวนาน 10 เทคนิคที่ช่วยให้ห้องหอมน่าอยู่ตลอดวัน 1. ดูแลความสะอาดภายในห้องอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีพื้นฐานที่สุดในการทำให้ห้องหอม เพราะจะช่วยกำจัดแหล่งสะสมของกลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง กิจกรรมทำความสะอาดที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่: เช็ดถูข้าวของเครื่องใช้ให้ปราศจากฝุ่น กวาดและถูพื้นด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นหอม ดูดฝุ่นพรมและเฟอร์นิเจอร์อย่างสม่ำเสมอ ทิ้งขยะทุกวัน อย่าปล่อยให้ขยะหมักหมม ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่ม อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ล้างทำความสะอาดจานชามทันทีหลังรับประทานอาหาร ล้างห้องน้ำเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับชื้น การรักษาความสะอาดเป็นประจำจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ และทำให้ห้องพร้อมสำหรับการเพิ่มกลิ่นหอม 2. [...]

3/13/2025 • by Homeday
เท้าของสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดสุขภาพและความสะอาดที่มักถูกมองข้าม การเดินเล่นนอกบ้านทำให้เท้าสัตว์เลี้ยงสัมผัสกับสิ่งสกปรกนานาชนิด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพทั้งของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ พื้นผิวที่สกปรกบนเท้าสัตว์เลี้ยง เมื่อสัตว์เลี้ยงเดินเล่นภายนอก เท้าจะสัมผัสกับแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ ได้แก่: สารเคมีจากพื้นถนน เศษขยะและสิ่งปฏิกูล แบคทีเรียและเชื้อโรค สารตกค้างจากการกำจัดวัชพืช เกลือละลายน้ำแข็งในฤดูหนาว ผลกระทบต่อสุขภาพจากเท้าที่ไม่สะอาด ความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มที่จะเลียเท้าของตนเอง ทำให้สารพิษและเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ประกอบด้วย: การระคายเคืองผิวหนังและอาการอักเสบ การติดเชื้อทางเดินอาหาร ปัญหาภูมิแพ้ การติดเชื้อราและแบคทีเรีย ความเสี่ยงต่อมนุษย์ เท้าสกปรกของสัตว์เลี้ยงสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น: การแพร่กระจายของแบคทีเรีย การปนเปื้อนของเชื้อโรคบนพื้นบ้าน ความเสี่ยงต่อการติดโรคจากสัตว์สู่คน เทคนิคการเช็ดเท้าที่ถูกต้อง อุปกรณ์ที่จำเป็น ผ้าเช็ดทำความสะอาดพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง กระป๋องน้ำยาเช็ดทำความสะอาด ผ้าเช็ดเท้าแบบพกพา ถาดรองเท้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ขั้นตอนการเช็ดเท้า เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ใกล้ประตูทางเข้า ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูเช็ดเท้าทันทีหลังกลับจากข้างนอก เช็ดซอกเล็บและพื้นเท้าอย่างละเอียด ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช็ดให้แห้งสนิท ประโยชน์ของการเช็ดเท้าสัตว์เลี้ยง ด้านสุขอนามัย ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ป้องกันการติดโรคจากสิ่งแวดล้อมภายนอก รักษาความสะอาดภายในบ้าน ด้านการดูแลสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบสภาพเท้าและเล็บ ป้องกันการระคายเคือง สร้างความคุ้นเคยและความผูกพัน ข้อควรระวังเพิ่มเติม สำหรับสัตว์เลี้ยงที่แพ้ง่าย เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ทดสอบปฏิกิริยาการแพ้ก่อนใช้ ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการระคายเคือง [...]

4/7/2025 • by Homeday
การสร้างของเล่นธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การใช้วัสดุจากธรรมชาติช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้สัมผัสกับกลิ่นและพื้นผิวที่หลากหลาย กระตุ้นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของพวกเขา ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการทำของเล่นจากวัสดุธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ ทั้งสุนัข แมว นก และสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กอื่นๆ ประโยชน์ของของเล่นธรรมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง ของเล่นจากวัสดุธรรมชาติมอบประโยชน์มากมายเหนือของเล่นที่ผลิตจากโรงงาน นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว วัสดุธรรมชาติยังปราศจากสารเคมีอันตรายที่อาจมีในของเล่นทั่วไป สัตว์เลี้ยงมักจะชอบกลิ่นและพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติมากกว่า เพราะใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกเขาจะพบในธรรมชาติ การสร้างของเล่นเองยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง เพราะคุณเข้าใจว่าอะไรที่พวกเขาชอบและสามารถปรับแต่งของเล่นให้เหมาะกับพฤติกรรมเฉพาะของพวกเขา เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกว่าได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเจ้าของ จะช่วยลดความเครียดและปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ได้ นอกจากนี้ การนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ยังเป็นการลดขยะพลาสติกและส่งเสริมความยั่งยืน ของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติสามารถย่อยสลายได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน ไม่ก่อให้เกิดมลพิษระยะยาวเหมือนของเล่นพลาสติกทั่วไป วัสดุธรรมชาติที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง ก่อนเริ่มทำของเล่นธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือการเลือกวัสดุที่ปลอดภัย ไม่ใช่ทุกอย่างในธรรมชาติจะเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ วัสดุที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการทำของเล่นสัตว์เลี้ยงมีดังนี้: ไม้: ไม้ที่ไม่มีสารเคลือบหรือสารเคมี เช่น ไม้เนื้ออ่อนที่ไม่มีเสี้ยน กิ่งไม้ที่หล่นตามธรรมชาติ (ต้องตรวจสอบว่าไม่ใช่พืชมีพิษ) ใบไม้และหญ้า: หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ที่ไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี ผ้าฝ้ายและเชือกป่าน: วัสดุจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านการฟอกสี ขนนก: ขนนกที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ (ควรทำความสะอาดก่อนนำมาใช้) ฟางและหญ้าแห้ง: เหมาะสำหรับสัตว์ฟันแทะ กะลามะพร้าว: ทำความสะอาดและขัดเรียบแล้ว เปลือกไม้: ชิ้นเปลือกไม้ขนาดใหญ่พอที่ไม่เป็นอันตรายหากกลืนกิน หลีกเลี่ยงพืชที่เป็นพิษ เช่น สาวน้อยประแป้ง ลิลลี่ [...]

8/24/2024 • by Homeday
ศูนย์รับสร้างบ้านแลนดี้ โฮม (Landy Home) ตอกย้ำภาพผู้นำตลาดรับสร้างบ้าน จับมือ “Gluta Story” Influencer ชื่อดังสายสัตว์เลี้ยง ขวัญใจคนรักสัตว์ พัฒนาแบบบ้านใหม่ “Pet Friendly Collection” เจาะกลุ่มตรงใจสาย Pet Lover 2 แบบ 2 สไตล์ โดยพัฒนาฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในบ้านให้ตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันของเจ้าของและสั

2/20/2025 • by Homeday
ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีการเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างครบถ้วน อาหารและน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง: สิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ การเตรียมอาหารและน้ำสำรองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรเตรียมอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องให้เพียงพอสำหรับ 7-14 วัน เก็บในภาชนะกันน้ำและแมลง อาหารกระป๋องควรมีฝาเปิดง่ายแบบดึง สำหรับน้ำดื่ม ให้เตรียมในปริมาณ 1 ลิตรต่อวันสำหรับสุนัขขนาดกลาง และ 250 มิลลิลิตรต่อวันสำหรับแมว นอกจากนี้ควรมีชามอาหารและน้ำแบบพกพา เอกสารสำคัญและข้อมูลการติดต่อ จัดเตรียมแฟ้มเอกสารกันน้ำที่บรรจุสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น: ประวัติการฉีดวัคซีน ใบรับรองการผ่าตัดทำหมัน รูปถ่ายสัตว์เลี้ยงพร้อมเจ้าของ รายชื่อและเบอร์โทรศัพท์สัตวแพทย์ ข้อมูลการรักษาโรคประจำตัว สำเนาไมโครชิพ (ถ้ามี) อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยงควรประกอบด้วย: ผ้าพันแผล และผ้าก๊อซปลอดเชื้อ เทปกาวทางการแพทย์ กรรไกรปลายมน ถุงมือยาง น้ำยาฆ่าเชื้อ ยาทาแผลภายนอก ยาประจำตัว (ถ้ามี) พร้อมคำแนะนำการใช้ อุปกรณ์ควบคุมและขนส่ง เตรียมอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง: กรงขนส่งที่แข็งแรง สายจูงและปลอกคอสำรอง ผ้าห่มหรือที่นอนขนาดเล็ก ถุงขยะสำหรับทำความสะอาด ของเล่นที่คุ้นเคย 1-2 ชิ้น เพื่อลดความเครียด การฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อม ควรมีการซ้อมแผนอพยพกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ: [...]

12/1/2023 • by Homeday
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์พอร์ตพัฒนาคอนโดตอบโจทย์ Pet Lover สะสม 16 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้าน ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาด หลังกระจายบุกทำเลใหม่ๆ ครองใจผู้บริโภค-ทาสหมา-ทาสแมวทั่วกรุงเทพฯปริมณฑลต่อเนื่อง รองรับเทรนด์ Pet Humanization พุ่ง ชูจุดแกร่งตั้ง “ทีม RED” วิจัย Insight ของทั้งคนและสัตว์เลี้