Loading...
Loading...

3/12/2025 • by Homeday
เมื่อข้อเข่าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะมาจากการอักเสบของข้อเข่าหรืออุบัติเหตุ ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดขณะเดิน หรือขึ้น-ลงบันได และหากอาการรุนแรงขึ้น อาจปวดแม้ในขณะนั่งหรือนอน การรักษาเบื้องต้นอาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนการใช้งานข้อเข่า การใช้ยาลดการอักเสบ หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้าพยุง หากวิธีเหล่านี้ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย ช่วยให้… แผลเล็กลง : ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ เจ็บน้อย : ลดความเจ็บปวดหลังการผ่าตัดเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด ฟื้นตัวเร็ว : ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด การผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้ใกล้เคียงธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการกลับมาทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น… ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ดีอย่างไร? คลิกอ่าน >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2477 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามคำแหง >> https://bit.ly/4bEFVIDโทร. 1512 ต่อ 1160, 1168,1169Line Official : @ramhospital

3/25/2025 • by Homeday
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงจัดแสดงนิทรรศการผลงานศิลปะแห่งเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง ‘AMOUR ÉTERNEL’ ประจักษ์พยานแด่ความรักอันเป็นอมตะ จากผลงานมากกว่า 30 ชิ้นงาน โดยมีไฮไลท์ ชุดเครื่องประดับสุดพิเศษในแบบ One-of-a-Kind งานออกแบบอัญมณีล้ำค่าหายาก เพียงหนึ่งเดียวในโลก เรียงร้อยเรื่องราวแห่งความรักและดอกไม้งามแห่งชาติไทย จัดแสดงในพาวิลเลี่ยนหลักของงาน โดยนำรูปทรงของดอกไม้ไทยอย่างดอกลำดวน มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพาวิลเลียน นำเสนอเสน่ห์ความงดงามแห่งดอกไม้ไทยในบริบทร่วมสมัย สู่สายตาผู้ร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก ในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 71 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2025 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “AMOUR ÉTERNEL คือ เรื่องราวของความรัก ความผูกพัน ที่ถ่ายทอดผ่านความงามแห่งธรรมชาติ และดอกไม้พื้นบ้านไทย รวมถึงสัญลักษณ์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ความเกี่ยวพันระหว่างแฟชั่นการแต่งกาย และโลกอัญมณีล้ำค่า ผสานความเป็นเลิศทางหัตถกรรมของช่างศิลป์ ชั้นครู เพื่อให้ทุกชิ้นควรค่าต่อการเป็นที่รักยิ่ง และส่งต่อให้เป็นมรดกแห่งความรักจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป” ผลงานเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง ‘AMOUR ÉTERNEL’ [...]

3/26/2025 • by Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีเขียวพาสเทลไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวพาสเทลมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน 1. การเลือกโทนสีเขียวพาสเทลที่เหมาะสม การเลือกสีเขียวพาสเทลต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติและบรรยากาศของห้อง โทนสีเขียวอ่อนแบบพาสเทลมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่เขียวมิ้นต์ เขียวเซจ ไปจนถึงเขียวเปสตาชิโอ แต่ละเฉดสีจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขียวมิ้นต์จะให้ความรู้สึกสดชื่น เขียวเซจจะมีความสงบลึกลับ ส่วนเขียวเปสตาชิโอจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร การเลือกเฉดสีที่เหมาะสม สำรวจแสงธรรมชาติในห้อง พิจารณาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่ ทดลองใช้สีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายสีทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีเขียวพาสเทลไม่ใช่แค่การระบายสีธรรมดา แต่ยังมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับผนัง เทคนิคเช่น ombre เป็นการไล่สีจากอ่อนไปเข้ม หรือเทคนิควอชช์ที่ทำให้ผนังดูมีมิติและความลึก สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้อย่างน่าสนใจ เทคนิคการทาสีพิเศษ เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคนิค ฝึกฝนเทคนิคบนพื้นผิวทดลองก่อน 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสริม การผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีเขียวพาสเทลจะช่วยสร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่ อาจเลือกใช้หมอน โคมไฟ พรม หรือวอลล์อาร์ตที่มีโทนสีเขียวพาสเทล เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เคล็ดลับการเลือกของตกแต่ง เลือกชิ้นของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงสัดส่วนและความสมดุล ไม่ควรใช้สีเขียวพาสเทลมากเกินไป 4. การเพิ่มพืชสีเขียวเพื่อชีวิตชีวา พืชสีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ การเลือกกระถางต้นไม้โทนสีเขียวพาสเทล หรือการวางตำแหน่งพืชให้กลมกลืนกับสีผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว การเลือกและจัดวางพืช เลือกพืชที่เหมาะสมกับแสงในห้อง พิจารณาขนาดและรูปทรงของพืช จัดวางอย่างสร้างสรรค์และมีจังหวะ [...]

2/28/2025 • by Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เปิดตัวโซนใหม่ “TOMO LIVING” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นระเบียบ ด้วยแรงบันดาลใจจากสไตล์มินิมอลของญี่ปุ่น โซนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสัมผัสได้พบกับบรรยากาศของบ้านที่โปร่ง โล่ง สบายตา พร้อมฟังก์ชันการจัดเก็บที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ให้มากที่สุด โดยยังคงความสวยงามและลงตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองปัจจุบันด้วยแนวคิด “Stay comfy, Rest easy” TOMO LIVING มอบประสบการณ์ใหม่ในการจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ผ่านแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านโดยเน้นความเรียบง่ายและความสะดวกสบาย ภายในโซนจะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายช่วยสร้างความรู้สึกสงบและเป็นกันเอง การจัดแสงในโซนถูกออกแบบมาให้ดูสบายตา เน้นแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามา ช่วยให้ทุกมุมของพื้นที่มีความโปร่งโล่งและอบอุ่น ผนังสี เอิร์ธโทนและพื้นผิวลายไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับองค์ประกอบโดยรอบ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยความสบายและเป็นระเบียบ ในโซน TOMO LIVING ยังให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พื้นที่ถูกจัดแบ่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย หรือมุมทำงานที่เงียบสงบและเป็นระเบียบ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในทุก ๆวัน องค์ประกอบของดีไซน์ที่มินิมอลแต่มีความอบอุ่นช่วยให้การเดินชมภายในโซนนี้เป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านของตัวเองได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ การออกแบบของ TOMO LIVING ยังเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ รองรับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรือบ้านขนาดกะทัดรัด ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่ต้องใช้ของหลายชิ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามและความสะดวกสบาย เฟอร์นิเจอร์ในโซนนี้ได้รับการออกแบบให้เข้ากับทุกมุมของบ้าน โดยเน้นความสมดุลระหว่างดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยให้บ้านดูสว่างขึ้น หรือการใช้วัสดุที่ช่วยให้ดูแลรักษาง่าย เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น [...]

4/18/2025 • by Homeday
บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ประกาศแปรสภาพบริษัทย่อย คือ บริษัท “ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์” หรือ “TEBP” เป็นบริษัท “มหาชน” เรียบร้อยแล้ว เตรียมความพร้อมเข้าตลาด mai เสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และผลักดันการเติบโตในอนาคต นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจรรายใหญ่ในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่า บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (TEBP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TEGH ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัด เป็นบริษัท “มหาชน” กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยมีชื่อว่า “บริษัท ไทยอีสเทิร์น [...]

6/20/2024 • by Homeday
จุดเด่น The Area is Happiness for your Familyทาวน์โฮมสไตล์ โมเดิร์นฟังค์ชั่นครบ 3ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และสามารถจอดรถได้ 2 คัน ท่ามกลางธรรมชาติ และรายล้อมโครงการด

2/26/2025 • by Homeday
อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท แบรนด์โรงแรมระดับลักชูรี ภายใต้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) เปิดตัว อนันตรา จิวเวล บาห์ จัยปูร์ (Anantara Jewel Bagh Jaipur) โรงแรมอนันตราแห่งแรกในอินเดีย ที่นับเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของนครสีชมพูอันเงียบสงบ ตัวโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์เขียวขจีและสถาปัตยกรรมอันงดงาม ผสมผสานการออกแบบสไตล์ราชวงศ์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงยุคอดีตของราชวงศ์โบราณแห่งอินเดียซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักรบผู้ทรงเกียรติและผู้อุปถัมภ์ศิลปะที่เคยปกครองราชสถาน (Rajasthan) อนันตรา จิวเวล บาห์ จัยปูร์ โดดเด่นด้วยการตกแต่งอันวิจิตรตระการตา เปรียบเสมือน ‘สวนแห่งอัญมณี’ สมดังชื่อที่ได้รับการขนานไว้ ซึ่งสถาปนิกได้รังสรรค์งานออกแบบเพื่อบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ โดยได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังโบราณของราชสถาน ผสานมรดกแห่งราชวงศ์เข้ากับความหรูหราร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของอนันตรา มีซุ้มประตูโค้งสวยงามช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับด้านหน้าอาคาร เคียงคู่กับหน้าต่างทรงโค้งแบบโบราณที่เรียกว่า จาโรคา (Jharokhas) ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความงามและเสน่ห์แบบคลาสสิกให้กับตัวอาคาร แต่ยังเปิดรับแสงธรรมชาติและทัศนียภาพอันงดงามโดยรอบ ส่วนชายคา หรือ ฉัจชา (Chhajaas) นอกจากจะเพิ่มความประณีตในการตกแต่งแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นร่มเงาได้อย่างลงตัว ห้องพักและห้องสวีท ห้องพักและห้องสวีทจำนวน 150 ห้อง มองเห็นทิวทัศน์ของสวนภายในโรงแรมหรือวิวเมือง ให้แขกผู้เข้าพักได้ดื่มด่ำกับยุคอดีตอันรุ่งเรืองผ่านงานหัตถศิลป์อันประณีต อาทิ [...]

3/26/2025 • by Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีโอรสเป็นเทรนด์การออกแบบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน สีโอรสมีเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความอบอุ่นของสีส้มและความนุ่มนวลของสีชมพู ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูหรูหราและน่าอยู่อย่างน่าประทับใจ 1. การเลือกเฉดสีโอรสที่เหมาะสม การเลือกเฉดสีโอรสที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการตกแต่งบ้าน เฉดสีที่อ่อนและนุ่มนวลจะช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราและสงบสุข เช่น เฉดสีพีช ลาเวนเดอร์โอรส หรือสีพีชพาสเทล เลือกเฉดสีที่กลมกลืนกับแสงธรรมชาติในพื้นที่ พิจารณาขนาดและการวางตำแหน่งของห้อง ทดสอบสีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีผนังไม่จำเป็นต้องเรียบเดียวเสมอไป เทคนิคการตกแต่งผนังแบบพิเศษจะช่วยเพิ่มมิติและความหรูหราให้กับห้อง เทคนิคไล่ระดับสี (Ombré) การใช้เทคนิคสตักโก้ การทาสีลายหินอ่อน การใช้เทปกาวสร้างลวดลายเรขาคณิต 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรส การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรสอย่างลงตัวจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์สีเทา ขาว หรือดำเพื่อตัดกับสีโอรส เพิ่มเสน่ห์ด้วยกรอบรูปสีทอง ใช้หมอนอิงและผ้าคลุมเตียงโทนสีโอรส เลือกพรมที่มีลวดลายประณีต 4. การจัดแสงให้เข้ากับสีโอรส แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความงดงามให้กับสีโอรส เลือกโคมไฟที่มีเฉดสีอบอุ่น ใช้ไฟ LED แบบปรับแสงได้ วางตำแหน่งไฟให้เน้นจุดเด่นของห้อง ใช้เทียนหอมสีโอรสเพิ่มบรรยากาศ 5. การใช้สิ่งทอและวัสดุเพิ่มความหรูหรา สิ่งทอและวัสดุต่างๆ สามารถเพิ่มความหรูหราให้กับห้องได้โดยไม่ต้องลงทุนมาก ผ้าม่านสไตล์วินเทจ เบาะรองนั่งทำจากผ้ากำมะหยี พรมขนนุ่มโทนสีโอรส ผ้าคลุมเตียงซาตินเนื้อดี 6. การจัดวางพืชพรรณและดอกไม้ การนำธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่จะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและความสดชื่นให้กับสีโอรส เลือกกระถางพืชสีขาวหรือทอง จัดวางต้นไม้ขนาดเล็กบนชั้นวาง เลือกดอกไม้สีใกล้เคียงกับโอรส [...]

3/28/2025 • by Homeday
การออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในบ้านชั้นครึ่งให้มีประสิทธิภาพเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจในการใช้งานพื้นที่อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผย 7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถดึงศักยภาพสูงสุดจากพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เพื่อให้ทุกตารางเมตรมีคุณค่าและใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 1. การวางแผนผังพื้นที่แบบฟังก์ชันนัล การออกแบบผังพื้นที่ที่ชาญฉลาดเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการการใช้งานจริง แบ่งพื้นที่ตามฟังก์ชันการใช้งานหลัก โดยคำนึงถึงการไหลของการใช้ชีวิตและความสะดวกสบาย การแบ่งโซนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แยกพื้นที่ส่วนสาธารณะและส่วนตัวอย่างชัดเจน ออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง สร้างพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 2. การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสามารถหลายฟังก์ชันเป็นกุญแจสำคัญในการประหยัดพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องเก็บของในตัว ใช้เตียงที่มีลิ้นชักด้านล่าง เลือกโต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ 3. การออกแบบการจัดเก็บแนวตั้ง การใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ใช้สอย กลยุทธ์การจัดเก็บแนวตั้ง ติดตั้งชั้นวางของสูงถึงเพดาน ใช้ราวแขวนหรือตะขอเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงเต็มผนัง 4. การสร้างพื้นที่กึ่งแบ่งสัดส่วน การใช้เทคนิคการแบ่งพื้นที่แบบนุ่มนวลช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งาน เทคนิคการแบ่งพื้นที่ ใช้บานพับหรือม่านกั้นพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ ออกแบบพื้นที่โล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 5. การเลือกสีและแสงที่เหมาะสม สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง กลยุทธ์การใช้สีและแสง เลือกใช้โทนสีอ่อนและสว่าง เพิ่มแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ ใช้กระจกสะท้อนแสงเพื่อขยายพื้นที่ 6. การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่อเนกประสงค์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานบ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการสร้างพื้นที่อเนกประสงค์ ออกแบบมุมทำงานในห้องนอน สร้างพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถใช้งานหลายอย่าง เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่าย 7. การจัดระเบียบและการดูแลรักษา การจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่ แนวทางการจัดระเบียบ กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ จัดหมวดหมู่สิ่งของอย่างเป็นระบบ [...]

3/17/2026 • by Homeday
ทาวน์โฮมที่เป็นได้มากกว่า… #บ้านในฝัน#TheConnect เพชรเกษม 69ราคาเริ่ม 2.99 ล้าน* ถ้าอยากได้บ้านที่ “อยู่แล้วไม่อึดอัด” ต้องที่นี่! ซิตี้ทาวน์โฮม ซีรีส์ใหม่ White Minimal จากพฤกษา เพดานสูงโปร่ง พร้อมช่องแสง Sky Light รับแสงธรรมชาติเต็มๆ หน้ากว้างสูงสุด 5.7 เมตร จอดรถได้ 2 คันลงเสาเข็มหลังบ้านมาให้แล้ว! ต่อเติมครัวได้ทันที ไม่ต้องกลัวทรุดปลอดภัยด้วย Smart IP Camera & Smoke Detector ทุกหลังทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน MRT หลักสอง เชื่อมต่อเข้าเมืองไวใกล้เดอะ มอลล์ บางแค, วิคตอเรียการ์เด้นสิ่งอำนวยความนะดวกครบ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนส่วนกลางกว่า 1 ไร่* ฤกษ์ดี มีบ้านใหม่ …แปลงใหญ่ XXL 20.7 ตร.ว.โซนพิเศษ รับอั่งเปากว่า 300,000 บ.*เดอะคอนเนค [...]

10/2/2025 • by Homeday
ในยุคที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการสร้างสรรค์พื้นที่ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ธนาสิริตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงมุ่งมั่นที่จะนำหลักการความยั่งยืนมาใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นของการพัฒนาที่ดิน จนจบโครงการ ธนาสิริ ชวนติดตามscoope พิเศษสัมภาษณ์ คุณณัฐพล ชมชัยยา หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจ ถึงแนวคิดและจุดเริ่มต้นโครงการ Thanaresidence กาญจนาภิเษก พระราม 9 เริ่มต้นจากการการออกแบบวางผังโครงการ ตามหลักการวางบ้านตามทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้ได้รับลม และแสงธรรมชาติดีที่สุด ตามสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย รวมถึงการวางพื้นที่สวนสาธารณะและสโมสรไว้ตรงตำแหน่งกลางของพื้นที่โครงการเพื่อการเข้าถึงได้ง่ายจากทุกทิศทาง โดยแนวคิดของสโมสร ที่รายล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธ์ และวางตำแหน่งของสระว่ายน้ำ ไว้ชั้น 2 ของสโมสร เพื่อเปิดมุมมองสระว่ายน้ำแบบ 360 องศาและสามารถว่ายน้ำแบบ infinity swimming length pool นอกจากนี้การวางสระว่ายน้ำไว้ที่ชั้น 2 ยังช่วยดูดซับความร้อนช่วยให้พื้นที่ชั้นล่างสโมสรเย็นตลอดทั้งวัน และลมธรรมชาติพัดผ่านตลอดเวลา ปกป้องและรักษาต้นไม้ใหญ่: หัวใจของโครงการ ก่อนการพัฒนาพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ตั้งโครงการ เพราะเราเชื่อว่า แนวคิดของการพัฒนาที่อยู่อาศัย เริ่มต้นได้ด้วยการเคารพ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ดั้งเดิม เสมือนการแบ่งปันพื้นที่ระหว่าการอยู่อาศัยของมนุษย์ และธรรมชาติร่วมกัน ตามเจตนารมณ์ ”ร่วมสร้างสังคมที่ร่มรืน อบอุ่นในทุกจังหวะชีวิตอย่างยั่งยืน.“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นจามจุรีขนาดใหญ่ [...]

3/6/2026 • by Homeday
โครงการ เดอะ แพลนท์ นครปฐม (The Plant Nakornpathom) Unique of you ชีวิตโดดเด่น บนความแตกต่าง…ของตัวคุณ มาในคอนเซ็ปต์ “ความสุข” ก่อเกิดขึ้นได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือสถานที่แห่งความสบายใจ รวมไปถึง “บ้าน” ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนั้น ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ “ชีวิตโดดเด่น…บนความแตกต่างของตัวคุณ” ด้วยบ้านสไตล์ Modern Barn House ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความอบอุ่น ร่มรื่น และสีสันของธรรมชาติ แบบวัฒนธรรมตะวันตก นำความเป็น ยุ้งฉาง ที่มีเอกลักษณ์ หลังคาทรงจั่วสูง มาผสมผสานกับมนต์เสน่ห์สถาปัตยกรรมตะวันออกแบบ Modern ในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีฟังก์ชันที่สามารถสะท้อนตัวตนผ่านการออกแบบบ้านได้อย่างอิสระ มาร่วมสร้างสรรค์ความสุขที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับคุณได้แล้วที่ The Plant นครปฐม จุดเด่นโครงการ บ้านสไตล์ Modern Barn House ที่ผสานความเรียบง่ายแบบโรงนาโมเดิร์น เข้ากับเส้นสายร่วมสมัย โดดเด่น สง่างาม แต่ยังอบอุ่นน่าอยู่ แตกต่างจากบ้านจัดสรรทั่วไปในทำเลเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านที่ [...]