Loading...
Loading...

3/6/2025 • by Homeday
“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” วางกลยุทธ์รับมือตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว รุกสร้างโอกาสจากการขยายตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ “งานภาครัฐ วัด รีสอร์ท ตลาดผู้สูงอายุ ตลาดสัตว์เลี้ยง” นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบสนองงานก่อสร้างและไลฟ์สไตล์หลากหลายเพื่อผลักดันยอดขายเติบโต พร้อมมุ่งเน้นบริหารต้นทุนรับมือราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บันได แผ่นพื้นและผนัง SPC อาคารสำเร็จรูป (Diamond Modular) บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2568 ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือกับความท้าทายของตลาดที่อยู่อาศัยและวัสดุก่อสร้างในปัจจุบันที่ยังชะลอตัว รวมถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อัตราหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยจะใช้จุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองการก่อสร้างและไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งมาจากการขยายผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคา สู่กลุ่มไม้สังเคราะห์ อิฐมวลเบา และ DIAMOND SPC SOLUTIONS โดยมีบริการติดตั้งด้วยทีมช่างมืออาชีพพร้อมการรับประกัน รวมถึงจะนำเสนอสินค้าใหม่และขยายตลาดในจังหวัดและหัวเมืองรอง เพื่อผลักดันยอดขายปีนี้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นบริหาร [...]

2/26/2025 • by Homeday
บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Jubilee (ชื่อหุ้น: JUBILE) ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของเมืองไทย แบรนด์ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง ประกาศเดินเกมปี 2568 รุกเจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมลักชูรี พร้อมขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ รองรับกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัว ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ “The House of The Excellence” มุ่งสู่ปีที่ 96 เผยผลประกอบการไตรมาส 4/2567 สามารถรักษายอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง แม้เผชิญปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของ Jubilee ในไตรมาส 4 ปี 2567 เติบโตได้ดีกว่าไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวขึ้นและในช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปี แต่ก็ยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภาระหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อระดับกลางลงมายังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ในขณะที่กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงอาจจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ซึ่งบริษัทได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่มีความพร้อมและความสามารถในการปรับตัวให้มีความยืดหยุ่น รวมถึงการนำเสนอกลยุทธ์ที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ในไตรมาส 4 ปี 2567 บริษัทดำเนินกลยุทธ์สำคัญหลายด้าน เพื่อผลักดันการเติบโต ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยกลยุทธ์ The House of The Excellece ให้ความสำคัญกับทุกมิติในคุณภาพสินค้าให้ทัดเทียมระดับเวิล์ดคลาส การขยายตลาดเฉพาะกลุ่มที่มุ่งเน้นพื้นที่ศักยภาพสูง สอดคล้องกับตลาดสินค้าพรีเมียมลักชูรีที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดตัวแบรนด์พรีเมียมลักชูรี เช่น Love 100 (แบรนด์เลิฟวันฮันเดรด) รวมถึงคอลเลคชั่นสินค้าใหม่ๆ เช่น The New Centennial [...]

3/3/2025 • by Homeday
ธนาคารกรุงไทย ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกนง. เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อ และช่วยเหลือลูกค้าประชาชนลดภาระทางการเงิน และปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าได้อย่างราบรื่น มีผล 3 มีนาคม 2568 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก และปัญหาเชิงโครงสร้าง จากเศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงช่วยเหลือลูกค้าลดภาระทางการเงิน ในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ธนาคารกรุงไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อให้ภาวะการเงินสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน ช่วยลดความตึงตัวของภาวะการเงินโดยไม่กระทบต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว และสามารถรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 7.270% ต่อปี เป็น 7.020 % ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลงจากปัจจุบัน 6.925% ต่อปี เป็น 6.825 % ต่อปี [...]

3/5/2025 • by Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติ กนง. เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป พร้อมย้ำดูแลลูกค้าภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า จากการที่เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวไม่สูงนัก อันเนื่องมาจากปัจจัยท้าทายทางด้านเศรษฐกิจจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ทางการค้า รวมถึงการตีตลาดของสินค้าจากต่างประเทศ อีกทั้งลูกค้ารายย่อยยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่ม จึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.25% เหลือ 2.00% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินของลูกค้าและเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป ทั้งนี้ ธนาคารปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย MOR ลดลง 0.25% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ย MLR และอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.10% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ [...]

3/12/2025 • by Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

3/28/2025 • by Homeday
LOAN DD ตอกย้ำบทบาทผู้นำแพลตฟอร์มตัวกลางด้านการขายฝากและจำนอง เดินหน้าสร้างสภาพคล่องให้กับ SME ไทยที่มีศักยภาพ ล่าสุดเผยตัวเลขเดือนมีนาคม ยอดขายฝากทะลุ 170 ล้านบาทภายในครึ่งเดือนแรก สวนกระแสภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซา พร้อมตั้งเป้าไตรมาสแรกแตะ 200 ล้านบาท นายวรวุฒิ กิตติอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โลนด์ ดีดี จำกัด (LOAN DD) เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย หนี้ครัวเรือนของไทยแตะระดับ 90% ของ GDP ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเงิน ธุรกิจ SME จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคาร เนื่องจากขาดหลักประกันที่ตรงตามเงื่อนไขหรือมีข้อจำกัดด้านเครดิตสกอร์ ทำให้หลายธุรกิจต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และบางส่วนกำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าถึงเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” LOAN DD ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับขายฝากและจำนองอสังหาริมทรัพย์ให้กับผู้ประกอบการ SME เป็นมูลค่ารวมกว่า 170 ล้านบาทแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเงินทุนที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและสภาพคล่องของหลายธุรกิจจะยังตึงตัว การเข้าถึงแหล่งเงินทุนแบบดั้งเดิมผ่านสถาบันการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ LOAN DD จึงเข้ามาเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการปลดล็อกสภาพคล่องและช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถใช้ทรัพย์สินของตนเองเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อให้กิจการเดินหน้าต่อไปได้ นายวรวุฒิ กล่าวต่อว่า “LOAN DD เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ [...]

3/6/2024 • by Homeday
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในปี 2567 ยังคงเป็นความท้าทายของแผนขับเคลื่อนธุรกิจ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ ยังคงมีมาอย่าต่อเนื่องจากปีก่อน ทั้งปัญหาหนี้สินครัวเรือน ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อัตราดอกเบ

5/16/2025 • by Homeday
การเลือกซื้อตู้เย็นที่มีคุณภาพดี ประหยัดพลังงาน และราคาไม่สูงเกินไปถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกครัวเรือน โดยเฉพาะตู้เย็น 2 ประตู ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะออกแบบมาให้มีช่องแช่แข็งและช่องแช่เย็นแยกกันชัดเจน ช่วยให้จัดเก็บอาหารได้เป็นระเบียบและรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท ในตลาดปี 2025 มีตู้เย็น 2 ประตูหลากหลายรุ่นจากหลายแบรนด์ที่มีราคาไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดแต่ยังต้องการคุณภาพและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลกับน้ำแข็งเกาะ ระบบกระจายความเย็นที่ทำให้อาหารในทุกชั้นได้รับความเย็นอย่างทั่วถึง ระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟ รวมถึงเทคโนโลยีกำจัดกลิ่นและแบคทีเรียที่ช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหาร ตู้เย็นในกลุ่มนี้ยังมาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัย หลากหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ 4 คิวไปจนถึง 8 คิวกว่า เหมาะกับทุกขนาดครอบครัวและพื้นที่การใช้งาน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับตู้เย็น 2 ประตู ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุดในปี 2025 #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นราคาถูก #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นไม่เกิน10000 #เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #แช่อาหารสด #ตู้เย็นขนาดเล็ก #ตู้เย็นขนาดกลาง #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว

6/24/2025 • by Homeday
การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]

5/13/2025 • by Homeday
เครื่องซักผ้าฝาบนถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของคนไทยมาเป็นเวลานาน ด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่ง่าย ประหยัดพื้นที่ และราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้เป็นที่นิยมในหลายครัวเรือน ปัจจุบันผู้ผลิตได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้การซักผ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ระบบน้ำวนที่ทำความสะอาดได้ทั่วถึง หรือโปรแกรมซักอัจฉริยะที่คำนวณปริมาณผ้าและน้ำอัตโนมัติ การเลือกเครื่องซักผ้าฝาบนให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ควรพิจารณา ทั้งขนาดความจุที่เพียงพอกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว ฟังก์ชันการทำงานที่ตอบโจทย์การใช้งาน การประหยัดพลังงาน รวมไปถึงงบประมาณที่มี บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับเครื่องซักผ้าฝาบน 10 รุ่นจากแบรนด์ชั้นนำที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพการซักที่ดี และคุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าคุณจะอยู่คอนโด บ้านเดี่ยว หรือมีพื้นที่จำกัด ก็สามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้ #เครื่องซักผ้าฝาบน #แนะนำเครื่องซักผ้า #ซักผ้าอัตโนมัติ #เครื่องซักผ้าประหยัดไฟ #เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน #ซื้อเครื่องซักผ้า #เครื่องซักผ้าอินเวอร์เตอร์ #เครื่องซักผ้ายี่ห้อไหนดี

6/3/2025 • by Homeday
การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากให้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพ การประหยัดค่าใช้จ่าย และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การมีผักสวนครัวเป็นของตัวเองทำให้เรามั่นใจได้ว่าผักที่กินนั้นปลอดจากสารเคมีอันตราย สดใหม่ และสามารถเก็บมาปรุงอาหารได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาการซื้อผักจากตลาด ซึ่งในช่วงเวลาวิกฤตหรือเมื่อราคาผักแพงก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ประโยชน์ที่ได้จากการปลูกผักสวนครัวเอง การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ประโยชน์สำคัญที่เห็นได้ชัดคือการได้รับผักที่สดใหม่และปลอดสารพิษ เนื่องจากเราสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้น ผักที่ปลูกเองมักจะมีรสชาติที่ดีกว่าผักที่ซื้อจากตลาด เพราะสามารถเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสมและนำมาบริโภคทันที ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผักมีความผันผวน การลงทุนเริ่มแรกอาจจะสูงเล็กน้อย แต่เมื่อคิดในระยะยาวจะคุ้มค่ามาก เพราะผักหลายชนิดสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งจากการปลูกครั้งเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด การปลูกผักเองยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การระบาดของโรค หรือสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เราจะมีอาหารสำรองที่ปลอดภัยและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะช่วยลดการขนส่งผัก ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ การเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ มีการระบายน้ำที่ดี และสะดวกต่อการดูแลรักษา หากมีพื้นที่จำกัด การปลูกในกระถางหรือการทำแปลงยกสูงก็เป็นทางเลือกที่ดี วิธีการทำแปลงผักแบบปูพลาสติกเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยป้องกันวัชพืชและทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น ส่วนประกอบในการปรุงดินสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ 1 ส่วน ดินร่วน 2 ส่วน และปุ๋ยหมัก [...]

4/11/2025 • by Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตอกย้ำความสำคัญของน้ำประปาที่มีคุณภาพต่อสุขภาพของประชาชน น้ำประปาที่ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมถึงการปรุงประกอบอาหาร การล้างภาชนะ การล้างวัตถุดิบได้อย่างปลอดภัย และเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในครัวเรือนทั้งประหยัดและสามารถเข้าถึงได้ทุกครัวเรือน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้มีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาที่ใช้ในการบริโภคอย่างเข้มงวด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าน้ำประปาที่ส่งจ่ายถึงบ้านเรือนมีความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาที่ใช้สำหรับการบริโภค โดยอ้างอิงตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด และผ่านการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำประปาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และนำข้อมูลดังกล่าวมาสังเคราะห์เพื่อให้คำแนะนำแก่หน่วยงานผู้ผลิตน้ำประปาในการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน รวมทั้ง ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจรณรงค์และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำประปาอย่างถูกสุขลักษณะ และการสังเกตคุณภาพน้ำเบื้องต้น นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประชาชนสามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาเบื้องต้นได้ ดังนี้ 1) สังเกตลักษณะของน้ำประปา หากมีสี กลิ่น หรือตะกอนผิดปกติ ควรแจ้งหน่วยงานที่ผลิตน้ำประปาเพื่อตรวจสอบ 2) น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนอ่อนๆแสดงว่าได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคมาแล้ว หากไม่ชอบหรือกังวลในกลิ่นดังกล่าวสามารถรองน้ำใส่ภาชนะพักไว้ประมาณ 30 [...]
