Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky
Origin Pattaya
Homeday Tiktok

บทความ

พบ 95 บทความ

เรียงตาม:
12345678
กำลังค้นหา:
คำค้น: หน้าต่าง
อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Tropical และ Mediterranean?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Tropical และ Mediterranean?

3/20/2025 • by Homeday

เปิดโลกสถาปัตยกรรมสองสไตล์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว สถาปัตยกรรมเป็นภาษาแห่งการออกแบบที่สะท้อนวัฒนธรรม ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย Tropical และ Mediterranean เป็นสองสไตล์การออกแบบที่มีความโดดเด่นและแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ละสไตล์มีรายละเอียดที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนถึงพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบ สถาปัตยกรรมสไตล์ Tropical: การออกแบบที่กอดรัดธรรมชาติ แนวคิดพื้นฐานของสถาปัตยกรรมเขตร้อน สถาปัตยกรรม Tropical เกิดจากความต้องการในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนที่มีความชื้นสูง การออกแบบนี้มุ่งเน้นการระบายอากาศ การควบคุมอุณหภูมิ และการสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับสภาพแวดล้อมรอบตัว คุณลักษณะเด่นของบ้านสไตล์ Tropical การระบายอากาศธรรมชาติ: หน้าต่างบานใหญ่ ช่องลมกว้าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อย่างเต็มที่ วัสดุธรรมชาติ: การใช้ไม้ หิน และวัสดุท้องถิ่นที่ช่วยลดอุณหภูมิและกลมกลืนกับธรรมชาติ พื้นที่เปิดโล่ง: ระเบียง เฉลียง และพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้งที่เชื่อมต่อกับภายในบ้าน น้ำและพืชพรรณ: การนำน้ำและพืชสีเขียวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่นและลดอุณหภูมิ หลังคายื่นยาว: เพื่อป้องกันแดดและฝน สร้างพื้นที่ร่มและป้องกันความร้อน สถาปัตยกรรมสไตล์ Mediterranean: เสน่ห์แห่งชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม Mediterranean เกิดจากอิทธิพลของประเทศรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น กรีซ อิตาลี สเปน และตุรกี การออกแบบนี้สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อบอุ่น และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ องค์ประกอบเฉพาะตัว [...]

“ทอสเท็ม” ครบรอบ 100 ปี รุกธุรกิจประตู-หน้าต่างในที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืน เดินหน้านวัตกรรมวัสดุเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม-ยึดไทยฐานการผลิตหลักบุกเอเชีย
ข่าวสาร

“ทอสเท็ม” ครบรอบ 100 ปี รุกธุรกิจประตู-หน้าต่างในที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืน เดินหน้านวัตกรรมวัสดุเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม-ยึดไทยฐานการผลิตหลักบุกเอเชีย

10/19/2023 • by Homeday

“ทอสเท็ม” เปิดแผนแบรนด์ญี่ปุ่นครบรอบ 100 ปี ภายใต้เครือ “ลิกซิล” เดินหน้าธุรกิจประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูปในที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืน ชู 3 กลยุทธ์ มุ่งเน้นนวัตกรรมสินค้าที่ใช้วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม-ยึดไทยฐานวิจัยและผลิตหลักบุกตลาดเอเชียขยายตลาดลักชัวรี หวังยกระดับการสร้างประสบการณ์การอยู่อา

จัดห้องให้ไม่ร้อนตับแตก ด้วยหลักการไหลเวียนลมธรรมชาติ
ทั่วไป

จัดห้องให้ไม่ร้อนตับแตก ด้วยหลักการไหลเวียนลมธรรมชาติ

5/10/2025 • by Homeday

ประเทศไทยกับอากาศร้อนจัดเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันในฤดูร้อน หลายบ้านรู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบ แม้จะเปิดพัดลม หรือแอร์ก็ยังไม่คลายร้อนเท่าที่ควร เพราะลืมสิ่งสำคัญที่เรียกว่า “การไหลเวียนของลม” วันนี้ Homeday ขอพามารู้จักวิธีจัดห้องให้ “เย็นสบายแบบธรรมชาติ” โดยไม่ต้องเปลืองไฟ ด้วยหลักการไหลเวียนลมที่ใช้งานได้จริงในบ้านทุกแบบ 1. เปิดหน้าต่างฝั่งตรงข้าม = ลมเย็นทะลุห้อง หนึ่งในหลักการสำคัญที่หลายบ้านมองข้าม คือ “Cross Ventilation” หรือการเปิดช่องทางลมเข้า-ออกแบบตรงข้ามกัน เช่น เปิดหน้าต่างด้านทิศใต้ + ทิศเหนือ เปิดประตูหน้าบ้าน + หน้าต่างหลังบ้าน ลมจะพัดผ่านห้องอย่างต่อเนื่อง ไม่วนอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้ห้องไม่อบและอากาศไม่ขัง Tip: ถ้าไม่มีหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ใช้ช่องลมด้านบน หรือเจาะช่องระบายอากาศเพิ่มได้เช่นกัน 2. เคลียร์พื้นที่ทางลม – อย่าขวางเส้นทางธรรมชาติ บางบ้านเปิดหน้าต่างแต่ไม่เย็น เพราะมีตู้ โต๊ะ หรือม่านหนาบังอยู่! ลมธรรมชาติจะพัดผ่านได้ดีที่สุดเมื่อเส้นทางโล่ง ดังนั้น จัดเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่บังช่องลม ใช้ผ้าม่านโปร่งหรือแบบม้วน เว้นช่องว่างรอบหน้าต่างประมาณ 60–80 ซม. Tip: บ้านที่มีของเยอะ แนะนำจัดห้องใหม่เป็นระยะ ๆ [...]

ทอสเท็ม ฉลองครบรอบ 100 ปี เผยแผนลุยตลาด ประกาศเปิดตัวสีใหม่ “DUSK GRAY” พร้อมขนทัพสินค้าร่วมงานสถาปนิก’66  เตรียมเดินหน้าขยายโชว์รูมครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขายโต 20%
ข่าวสาร

ทอสเท็ม ฉลองครบรอบ 100 ปี เผยแผนลุยตลาด ประกาศเปิดตัวสีใหม่ “DUSK GRAY” พร้อมขนทัพสินค้าร่วมงานสถาปนิก’66 เตรียมเดินหน้าขยายโชว์รูมครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขายโต 20%

4/25/2023 • by Homeday

ทอสเท็ม (TOSTEM) ฉลองครบรอบ 100 ปี หนึ่งศตวรรษแห่งความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูป ตอกย้ำความเป็นผู้นำประ

“บ้านอยู่ดีทั้งชีวิต! พฤกษา จับมือ “ทอสเท็ม” นำนวัตกรรมประตูหน้าต่างมาตรฐานญี่ปุ่น เสริมความปลอดภัย–ลดค่าไฟ”
ข่าวสาร

“บ้านอยู่ดีทั้งชีวิต! พฤกษา จับมือ “ทอสเท็ม” นำนวัตกรรมประตูหน้าต่างมาตรฐานญี่ปุ่น เสริมความปลอดภัย–ลดค่าไฟ”

10/6/2025 • by Homeday

“พฤกษา” ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ของไทย จับมือพันธมิตรระดับโลก “ทอสเท็ม” (TOSTEM) แบรนด์ประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ในเครือ LIXIL ยักษ์ใหญ่ด้านวัสดุก่อสร้าง ใส่ใจทุกรายละเอียดบ้านเพื่อความอยู่ดี นำนวัตกรรมมาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้ลูกค้า มอบบ้านที่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และอยู่สบายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด ‘Lifetime Well-Being…อยู่ดีทั้งชีวิต’ นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤกษาเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องเริ่มต้นจากวัสดุคุณภาพดี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พฤกษาเลือกพันธมิตรด้านวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญมาร่วมงาน สำหรับความร่วมมือกับทอสเท็มครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนแนวคิดที่จะมอบบ้านคุณภาพดี (Well Home) ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของแนวคิด Lifetime Well-Being อยู่ดี…ทั้งชีวิต โดยมุ่งเน้นใน 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพและความปลอดภัย (Safety & Durability) การออกแบบที่ใส่ใจความเป็นอยู่ (Design & Comfort) และ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Eco-Friendly Living) สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด ตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ความปลอดภัย [...]

ทำไมต้องปลูกต้นหญ้าแมวไว้ในบ้าน?
ทั่วไป

ทำไมต้องปลูกต้นหญ้าแมวไว้ในบ้าน?

4/7/2025 • by Homeday

การมีต้นหญ้าแมวในบ้านเป็นทางเลือกที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวแล้ว ต้นหญ้าชนิดนี้อาจเป็นส่วนเติมเต็มสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับประโยชน์ของต้นหญ้าแมว วิธีการปลูกและดูแลรักษา รวมถึงการเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมในบ้านเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากพืชชนิดนี้ ประโยชน์ของต้นหญ้าแมวที่มีต่อสุขภาพของแมว ต้นหญ้าแมว หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Nepeta cataria เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของแมวมากกว่าที่หลายคนคิด การปลูกต้นหญ้าแมวไว้ในบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายประการต่อสัตว์เลี้ยงของเรา ประการแรก ต้นหญ้าแมวช่วยในระบบย่อยอาหารของแมว ธรรมชาติของแมวนั้นจะกินหญ้าเพื่อช่วยในการขับก้อนขนที่สะสมในกระเพาะอาหาร เมื่อแมวเลียขนตัวเอง ขนจะเข้าไปสะสมในกระเพาะและลำไส้ การกินหญ้าแมวจะช่วยกระตุ้นการอาเจียนเพื่อขับก้อนขนออกมา ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ ต้นหญ้าแมวยังมีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดท้องและช่วยระบายท้องได้อีกด้วย สารเคมีในต้นหญ้าแมวมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ซึ่งช่วยให้แมวถ่ายได้สะดวกขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแมวที่อาศัยอยู่ในบ้านตลอดเวลาและไม่มีโอกาสได้กินหญ้าตามธรรมชาติ ที่สำคัญ ต้นหญ้าแมวยังช่วยในเรื่องสุขภาพจิตของแมว สารเนเปตาแลคโตน (Nepetalactone) ในต้นหญ้าแมวมีผลต่อระบบประสาทของแมว ทำให้เกิดอาการตื่นเต้น กระตุ้นการเล่น และช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีให้กับแมว โดยเฉพาะแมวที่อยู่ในบ้านที่มักมีความเครียดสะสมจากการอยู่ในพื้นที่จำกัด การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับปลูกต้นหญ้าแมวในบ้าน การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นหญ้าแมวในบ้านเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าต้นหญ้าของเราจะเติบโตได้ดีแค่ไหน และแมวของเราจะเข้าถึงได้สะดวกเพียงใด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงทั้งความต้องการของพืชและพฤติกรรมของแมว ต้นหญ้าแมวเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดส่องถึงพอสมควร ดังนั้น ตำแหน่งที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณที่มีแสงธรรมชาติส่องถึงอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวัน เช่น ใกล้หน้าต่างทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ที่มีแสงอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย แต่ไม่ควรเป็นตำแหน่งที่มีแสงแดดจัดส่องตลอดวัน เพราะอาจทำให้ใบเหี่ยวหรือไหม้ได้ ในขณะเดียวกัน [...]

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Zen และ Contemporary?
ทั่วไป

อะไรคือความแตกต่างระหว่างบ้านสไตล์ Zen และ Contemporary?

3/26/2025 • by Homeday

แนวคิดพื้นฐานของการออกแบบบ้านสไตล์ Zen การออกแบบบ้านสไตล์ Zen เป็นการผสมผสานปรัชญาและความคิดแบบญี่ปุ่นที่มุ่งเน้นความเรียบง่าย ความสงบ และการสร้างความกลมกลืนระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยกับธรรมชาติ หลักการสำคัญของการออกแบบบ้านสไตล์ Zen ประกอบด้วย: ความเรียบง่ายและความโปร่งโล่ง: พื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย ปราศจากความวุ่นวาย มีการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์สูงสุด เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งมีน้อยชิ้น เพื่อสร้างพื้นที่ว่างที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย การใช้วัสดุธรรมชาติ: วัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งบ้านจะเป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน กระดาษญี่ปุ่น (Shoji) และวัสดุที่มีพื้นผิวเรียบและอบอุ่น เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ แสงธรรมชาติและการระบายอากาศ: การออกแบบเน้นการรับแสงธรรมชาติและการระบายอากาศที่ดี มีการใช้หน้าต่างขนาดใหญ่ และช่องแสงธรรมชาติเพื่อให้แสงสว่างและอากาศถ่ายเทได้อย่างอิสระ แนวคิดพื้นฐานของการออกแบบบ้านสไตล์ Contemporary บ้านสไตล์ Contemporary เป็นการออกแบบที่สะท้อนความทันสมัย มีความยืดหยุ่น และตอบสนองวิถีชีวิตปัจจุบัน โดยมีหลักการสำคัญดังนี้: ความทันสมัยและนวัตกรรม: การออกแบบให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ มีการนำระบบอัจฉริยะ (Smart Home) มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน รูปทรงเรขาคณิตและเส้นสายที่เรียบง่าย: มีการใช้รูปทรงเรขาคณิตที่ชัดเจน เส้นตรง มุมแหลม และพื้นผิวเรียบ สร้างความรู้สึกทันสมัย กระชับ และเป็นระเบียบ วัสดุสมัยใหม่: ใช้วัสดุที่มีความทันสมัย เช่น [...]

ทอสเท็ม เปิดโครงการ TOSTEM Knowledge Sharing เดินหน้าเสริมทักษะ ความรู้ กรอบประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมให้นิสิตนักศึกษา
ข่าวสาร

ทอสเท็ม เปิดโครงการ TOSTEM Knowledge Sharing เดินหน้าเสริมทักษะ ความรู้ กรอบประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมให้นิสิตนักศึกษา

9/4/2023 • by Homeday

ทอสเท็ม เดินหน้าส่งเสริมทักษะ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมสำเร็จรูป ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ทั้งด้านงานดีไซน์

ทำไมแมวถึงชอบจ้องมองนก?
ทั่วไป

ทำไมแมวถึงชอบจ้องมองนก?

3/14/2025 • by Homeday

การจ้องมองนกของแมวไม่ใช่เพียงแค่ความสนใจธรรมดา แต่เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนถึงสัญชาตญาณการล่าเหยื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แมวเป็นนักล่ามืออาชีพที่มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษที่ล่าสัตว์ขนาดเล็กเพื่อการอยู่รอด พฤติกรรมการจ้องมองนกจึงเป็นการแสดงออกถึงพลังและความสนใจทางธรรมชาติอย่างแท้จริง กลไกทางสรีรวิทยาของการล่าเหยื่อ การทำงานของประสาทการมองเห็น สายตาของแมวได้รับการพัฒนาอย่างยอดเยี่ยมสำหรับการล่าเหยื่อ ตาของพวกมันมีความไวต่อการเคลื่อนไหวสูงมาก สามารถจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและละเอียดอ่อน เมื่อเห็นนกเคลื่อนไหว แมวจะเริ่มกระบวนการล่าโดยอัตโนมัติ การจ้องมองจึงเป็นขั้นตอนแรกของการเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ ฮอร์โมนและระบบประสาท เมื่อแมวจ้องมองนก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ซึ่งกระตุ้นระบบประสาทให้พร้อมสำหรับการล่า กล้ามเนื้อเกร็ง หางขยับ และกล้ามเนื้อพร้อมกระโดดในทันที นี่คือกลไกทางชีววิทยาที่ติดตัวมาแต่กำเนิด จิตวิทยาและพฤติกรรมการล่า การฝึกทักษะการล่า การจ้องมองนกเป็นเสมือนการฝึกทักษะการล่าที่สำคัญ แมวจะใช้เวลาสังเกตเหยื่อ เรียนรู้รูปแบบการเคลื่อนไหว และวางแผนการโจมตี แม้ว่าแมวบ้านจะไม่ต้องหาอาหารด้วยตัวเอง แต่สัญชาตญาณการล่ายังคงอยู่อย่างแข็งแกร่ง ความตื่นเต้นทางอารมณ์ การจ้องมองนกสร้างความตื่นเต้นและความบันเทิงให้กับแมว มันเป็นเหมือนเกมที่กระตุ้นประสาทและความคิดสร้างสรรค์ แม้ไม่ได้ล่าจริง แต่กระบวนการจ้องมองก็ให้ความพึงพอใจทางอารมณ์ ปัจจัยแวดล้อมที่กระตุ้นพฤติกรรม การกระตุ้นจากภายนอก เสียงร้อง การเคลื่อนไหว และสีสันของนกเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ แมวมีสายตาที่ไวต่อการเคลื่อนไหวรวดเร็ว โดยเฉพาะวัตถุที่มีขนาดเล็กและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สภาพแวดล้อมทางบ้าน หน้าต่างหรือระเบียงที่มองเห็นนกภายนอกบ้านจะกลายเป็นจุดสนใจหลักของแมว พวกมันจะใช้เวลานานในการจ้องมองโดยไม่รู้สึกเบื่อ การดูแลและความเข้าใจ การจัดการพฤติกรรม แม้การจ้องมองนกเป็นเรื่องปกติ แต่เจ้าของควรระมัดระวังไม่ให้แมวออกไปทำร้ายนกโดยเด็ดขาด การเตรียมของเล่นและกิจกรรมที่กระตุ้นสัญชาตญาณการล่าจะช่วยระบายพลังงานได้เป็นอย่างดี ความสำคัญของการเข้าใจ การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลแมวได้อย่างถูกต้อง ไม่ควรห้ามหรือลงโทษ แต่ควรหาช่องทางระบายพลังงานที่เหมาะสม สรุป การจ้องมองนกของแมวไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่น่ารัก แต่เป็นการแสดงออกถึงสัญชาตญาณการล่าอันทรงพลัง [...]

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงกลัวฟ้าผ่าและพลุ?
ทั่วไป

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงกลัวฟ้าผ่าและพลุ?

2/18/2025 • by Homeday

เสียงฟ้าผ่าและพลุที่ดังสนั่นสามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมาก เนื่องจากสัตว์เลี้ยงมีการได้ยินที่ไวกว่ามนุษย์หลายเท่า บทความนี้จะแนะนำวิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงให้รับมือกับความกลัวเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกลัวเสียงดัง? สัตว์เลี้ยงมีระบบการได้ยินที่พัฒนามากกว่ามนุษย์ สุนัขสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 65,000 เฮิรตซ์ ในขณะที่มนุษย์ได้ยินได้เพียง 20,000 เฮิรตซ์ แมวยิ่งมีการได้ยินที่ไวกว่า สามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงถึง 85,000 เฮิรตซ์ เสียงฟ้าผ่าและพลุจึงดังมากเป็นพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ พวกเขายังไม่เข้าใจที่มาของเสียง ทำให้เกิดความกลัวและความเครียดโดยธรรมชาติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะกระตุ้นให้พวกเขาต้องการหลบหนีจากเสียงที่น่ากลัวเหล่านี้ อาการที่แสดงว่าสัตว์เลี้ยงกำลังกลัว สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวแสดงอาการกลัวแตกต่างกัน แต่มีสัญญาณทั่วไปที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังเครียดและกลัว: การสั่น หอบ หรือหายใจเร็ว การซุกตัวใต้เฟอร์นิเจอร์หรือในที่แคบ การเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย การเห่าหรือร้องเสียงดังผิดปกติ การกระโดดขึ้นตัก หรือพยายามเข้าใกล้เจ้าของมากเป็นพิเศษ การปัสสาวะหรืออุจจาระในบ้าน แม้จะฝึกขับถ่ายเป็นที่แล้ว การกัดหรือข่วนสิ่งของรอบตัว การปฏิเสธอาหารหรือขนม การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์ จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย สร้างพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยในบ้าน อาจเป็นห้องเล็กที่เงียบสงบ ไกลจากหน้าต่าง มีที่ซ่อนตัวเช่นกล่องหรือเบาะ วางของเล่นที่คุ้นเคย ผ้าห่ม และน้ำสะอาด ฝึกฝนการคุ้นเคยกับเสียง เริ่มฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่เนิ่นๆ: เปิดเสียงฟ้าผ่าหรือพลุในระดับเบาๆ ค่อยๆ เพิ่มความดังทีละน้อย ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมสงบ ทำซ้ำสม่ำเสมอเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงบวก ปรึกษาสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการกลัวรุนแรง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อ: ประเมินระดับความเครียดและความกลัว [...]

หน้าฝนต้องระวังโรคอะไรในสัตว์เลี้ยงบ้าง?
ทั่วไป

หน้าฝนต้องระวังโรคอะไรในสัตว์เลี้ยงบ้าง?

2/26/2025 • by Homeday

หน้าฝนในประเทศไทยมาพร้อมกับความชื้นสูง น้ำท่วมขัง และอากาศแปรปรวน สภาพแวดล้อมเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของเรามีโอกาสป่วยได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับโรคที่พบบ่อยในหน้าฝน วิธีสังเกตอาการผิดปกติ การป้องกัน และการดูแลรักษาเบื้องต้น เพื่อให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของทุกท่านผ่านหน้าฝนไปได้อย่างแข็งแรงและปลอดภัย โรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงช่วงหน้าฝน โรคผิวหนังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในช่วงหน้าฝน เนื่องจากความชื้นสูงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และปรสิตภายนอกหลายชนิด 1. โรคเชื้อราผิวหนัง (Ringworm) เชื้อราเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะเมื่อขนของสัตว์เลี้ยงเปียกชื้นเป็นเวลานาน โรคเชื้อรานี้สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ด้วย อาการที่พบ: มีวงกลมแดงหรือตุ่มนูนบนผิวหนัง ขนร่วงเป็นหย่อมๆ ผิวหนังเป็นขุย หรือมีสะเก็ด สัตว์เลี้ยงมักจะเกาหรือถูบริเวณที่เป็น การป้องกัน: เช็ดตัวสัตว์เลี้ยงให้แห้งทุกครั้งหลังเปียกฝนหรืออาบน้ำ ทำความสะอาดที่นอนและของใช้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ชื้นแฉะเป็นเวลานาน การรักษาเบื้องต้น: ใช้แชมพูหรือสเปรย์ที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อรา พบสัตวแพทย์เพื่อรับยาทาเฉพาะที่หรือยารับประทาน แยกสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคออกจากตัวอื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย 2. โรคผิวหนังอักเสบจากความชื้น (Hot Spot) โรคนี้พบบ่อยในสุนัขพันธุ์ขนยาวหรือขนหนา เมื่อผิวหนังชื้นแฉะเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบอย่างรวดเร็ว อาการที่พบ: มีรอยแดง บวม และมีน้ำเหลืองซึม บริเวณที่เป็นมักชื้นและมีกลิ่นเหม็น สัตว์เลี้ยงจะแสดงอาการเจ็บปวด เกา หรือเลียบริเวณที่เป็นบ่อยๆ อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและลุกลามได้เร็ว การป้องกัน: หมั่นแปรงขนสัตว์เลี้ยงให้โปร่ง [...]

5 วิธีปรับห้องน้ำเล็กให้ดูกว้างและน่าใช้งานกว่าเดิม ที่ใครๆ ก็ทำได้
ทั่วไป

5 วิธีปรับห้องน้ำเล็กให้ดูกว้างและน่าใช้งานกว่าเดิม ที่ใครๆ ก็ทำได้

3/24/2025 • by Homeday

ห้องน้ำขนาดเล็กมักทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่เป็นสัดส่วน แต่ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ชาญฉลาด คุณสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้ดูกว้างขวางและน่าใช้งานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เลือกสีและแสงอย่างชาญฉลาด เทคนิคการใช้สีสร้างมิติ การเลือกสีที่เหมาะสมถือเป็นกลยุทธ์แรกในการทำให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น สีขาวและโทนสีอ่อนเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะขยายพื้นที่สายตา การทาสีผนังด้วยเฉดสีสว่างช่วยสะท้อนแสงและสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง เลือกใช้สีขาวบริสุทธิ์ หรือเทาอ่อน หรือสีพาสเทลอ่อนๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับห้องน้ำ การจัดแสงอย่างชาญฉลาด แสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ให้ดูกว้าง ติดตั้งไฟเพดานแบบหรี่แสงได้ หรือใช้ไฟ LED ซ่อนตามขอบผนังเพื่อสร้างแสงอ้อมที่ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น หากมีหน้าต่าง ควรเลือกม่านโปร่งแสงที่ยอมให้แสงธรรมชาติผ่านได้เต็มที่ จัดวางอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์อย่างชาญฉลาด การเลือกอุปกรณ์ประหยัดพื้นที่ เลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่มีขนาดกะทัดรัด เช่น อ่างล้างหน้าแบบติดผนัง โถสุขภัณฑ์แบบติดผนัง หรือใช้อ่างล้างหน้าทรงมุมเพื่อประหยัดพื้นที่มุม เฟอร์นิเจอร์ควรมีความกะทัดรัดและทำหน้าที่ได้หลายอย่าง การติดตั้งชั้นวางของแบบลอยและมีระเบียบ ติดตั้งชั้นวางของแบบลอยเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของโดยไม่ทำให้ห้องดูอึดอัด เลือกชั้นวางที่มีความลึกน้อย และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ใช้กล่องเก็บของทรงแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่พื้น เลือกวัสดุและพื้นผิวอย่างชาญฉลาด กระเบื้องและวัสดุสะท้อนแสง เลือกกระเบื้องขนาดใหญ่และมีสีอ่อน เพื่อลดการตัดต่อและสร้างความรู้สึกกว้างขวาง กระเบื้องเงาหรือกระเบื้องมีประกายช่วยสะท้อนแสงและขยายพื้นที่สายตา หลีกเลี่ยงกระเบื้องลวดลายซับซ้อนที่ทำให้ห้องดูคับแคบ กระจกและผนังสะท้อนแสง ติดตั้งกระจกขนาดใหญ่หรือกระจกเต็มผนังเพื่อสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น กระจกสะท้อนแสงช่วยกระจายแสงและเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ ควรวางกระจกในตำแหน่งที่สะท้อนแสงธรรมชาติหรือแสงประดิษฐ์ได้ดี เทคนิคการตกแต่งเพิ่มความรู้สึกกว้าง การใช้สีเดียวกันทั้งห้อง ใช้เฉดสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกันตลอดทั้งห้อง เพื่อสร้างความต่อเนื่องและลดการตัดกันของสี การใช้เฉดสีเดียวกันช่วยลดสายตาและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น การจัดวางของตกแต่งอย่างมีศิลปะ เลือกของตกแต่งน้อยชิ้นแต่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงการตกแต่งที่รกรุงรัง เน้นชิ้นงานที่มีความเรียบง่ายและทันสมัย อาจเลือกของตกแต่งที่มีความโปร่งใสหรือมีน้ำหนักเบาเพื่อไม่ให้ทับพื้นที่ สรุป การทำให้ห้องน้ำเล็กดูกว้างและน่าใช้งานไม่ใช่เรื่องยาก [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok